บลูทูธ

5 เรื่องที่ต้องรู้ในการเลือกซื้อลำโพงแบบบลูทูธ เลือกอย่างไรได้เสียงที่ดีดังใจ

ในระยะ 3 – 4 ปีที่ผ่านมานี้กระแสความนิยมลำโพงไร้สาย หรือลำโพง บลูทูธ (Bluetooth Speaker) นั้นได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเครื่องเสียงที่มีอิทธิพลสูง กับการใช้งานฟังเพลงในปัจจุบัน ซึ่งในตอนนี้ลำโพงไร้สายแบบนี้ก็มีหลากหลายแบบ หลากหลายแบรนด์ให้เลือก มีทั้งลำโพงเข็น ลำโพงคอม ลำโพงแบบพกพา 

เมื่อมีเยอะแบบนี้ จึงมี 5 เรื่อง ที่คุณจำเป็นจะต้องรู้ ก่อนที่จะทำการเลือกซื้อ เพื่อให้คุณได้ลำโพงที่ให้คุณภาพเสียงดี ประสิทธิภาพการเชื่อมต่อเสถียร จะมีอะไรบ้างนั้น มาติดตามกันได้เลย

1.สถานที่ในการเปิดใช้ลำโพง บลูทูธ

เรื่องของสถานที่ หรือขนาดของพื้นที่นั้น เป็นปัจจัยหลักที่คุณควรจะต้องคำนึงถึงก่อนเลย เพราะการจะเลือกซื้อลำโพงบลูทูธ ขนาดไซส์เล็ก หรือไซส์ใหญ่ ก็จะต้องพิจารณาจากปัจจัยเรื่องพื้นที่ก่อน ขนาดของพื้นที่นั้นมีผลอย่างมากต่อเรื่องความดังเบา และคุณภาพของเสียง รวมไปถึงเรื่องการส่งสัญญาณเชื่อมต่อ bluetooth ระหว่างอุปกรณ์ฟังเพลงด้วย ยกตัวอย่างเช่น

· ใช้ภายในห้องนอน: พื้นที่ห้องนอนนั้น ขนาดไม่กว้างอยู่แล้ว อยู่ได้ 1 – 2 คน แบบนี้ใช้ลำโพงขนาดไซส์เล็กสุดเลยก็เพียงพอแล้ว วางตำแหน่งลำโพงให้ห่างจากเราไปไม่เกิน 1 เมตร แค่นี้ก็ได้คุณภาพระดับเสียงที่พอเหมาะสมแล้ว

· ใช้ภายในห้องนั่งเล่น: พื้นที่ห้องนั่งเล่น หรือโถงขนาดกลาง ๆ พื้นที่จะอยู่ประมาณ 10-20 ตร.ม. จุคนได้ประมาณ 3 – 5 คน แบบนี้จะใช้ลำโพงขนาดเล็ก ก็ยังให้เสียงที่คมชัดได้อยู่

· ใช้ในพื้นที่กลางแจ้ง: เป็นการล้อมวงปาร์ตี้ พื้นที่จุคน ประมาณ 5 – 10 คน แบบนี้ใช้ลำโพงขนาดกลาง ก็ให้เสียงที่ดังกระหึ่มแล้ว

2.ความจำเป็นในการพกพา บลูทูธ

จุดเด่นของลำโพง bluetooth ก็อยู่ที่เรื่องการเชื่อมต่อไร้สาย ทำให้สามารถพกพาใช้งานในสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ไม่มีสายมาเกะกะให้เป็นภาระ ทำให้ปัจจัยเรื่องการพกพา กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่ต้องคำนึงถึงด้วยเวลาที่จะเลือกซื้อ 

หากคุณต้องการพกพาติดตัวไปกับกระเป๋าเป้ หรือกระเป๋าสะพาย หรือ โดยสารรถสาธารณะ ลำโพงขนาดเล็ก หรือขนาดกลาง ก็จะเหมาะสมที่สุด แต่ถ้าปกติคุณเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว และต้องมีการใช้ลำโพงนอกสถานที่เสมอ แบบนี้จะเลือกได้ทุกไซส์ ทุกขนาดเลย ตั้งแต่เล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ แต่ถ้าคุณไม่สามารถเปิดลำโพงในที่สาธารณะได้ อีกตัวเลือกนึงที่ช่วยคุณได้ คือ หูฟังบลูทูธ ที่จะทำให้คุณสะดวกสบายฟังเพลงได้ทุกที่ และ ไม่รบกวนคนรอบข้าง

3.ความสมบุกสมบันในการใช้งาน

เราจำเป็นที่จะต้องนำลำโพงบลูทูธไปใช้ในสถานที่ และสภาพแวดล้อมแบบไหนบ้าง ตรงนี้ก็ต้องคำนึงถึงด้วย บางคนพกพาไปฟังที่ริมทะเล ริมสระน้ำ กลุ่มนี้ก็จะมีโอกาสที่จะสัมผัสน้ำ ความชื้น ส่วนบางคนพกพาไปใช้ในเวลาตั้งแคมป์ตามสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ ก็อาจจะต้องสัมผัสทราย ฝุ่นโคลน 

ถ้าต้องนำไปใช้ในพื้นที่เหล่านี้ ก็แนะนำว่า ให้เลือกซื้อลำโพงแบบที่กันน้ำกันฝุ่นได้ไปเลย ปัจจุบันมีหลายแบรนด์ที่มีดีไซน์พิเศษ นอกจากจะกันน้ำได้แล้ว ยังสามารถนำไปลอยน้ำ หรือใช้บนผิวน้ำได้ด้วย แต่แน่นอน ราคาของลำโพงแบบนี้ก็จะสูงขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ คุณจึงต้องพิจารณาลักษณะการใช้งานตรงนี้ด้วย ถ้าไม่ได้ใช้สมบุกสมบันมากนัก เลือกแบบทั่วไปก็พอ จะได้เซฟเงินขึ้นอีก

4.เรื่องของแบตเตอรี่

แบตเตอรี่ของลำโพงบลูทูธ จะมีให้เลือกหลายความจุ ถ้าคุณเป็นคนฟังนาน และไม่ค่อยมีเวลามาชาร์จไฟบ่อย ๆ ก็ให้เลือกแบบที่มีความจุแบตเตอรี่เยอะ ๆ อย่างความจุที่สามารถฟังได้ 15 – 20 ชั่วโมง ถ้าฟังไม่นาน และมีเวลาดูแลชาร์จไฟอาจเลือกความจุที่ประมาณ 6 – 7 ชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว ตรงนี้ก็มีผลต่อเรื่องของราคาด้วยเช่นกัน

5.ฟีเจอร์และลูกเล่น 

ปัจจัยนี้ ก็เป็นส่วนเสริม ที่ควรจะต้องนำมาพิจารณาด้วย เพื่อความคุ้มค่า ลำโพงบางรุ่นอาจมีการเพิ่มฟีเจอร์การเชื่อมต่อลำโพงหลายตัวได้ บางรุ่นก็อาจจะเปลี่ยนตัวเองเป็น Power Bank ได้ด้วย ซึ่งดีต่อคนที่ต้องการชาร์จมือถือไปในตัว ปัจจัยเหล่านี้ ก็ควรจะพิจารณาควบคู่กันไปด้วย ซึ่งจะช่วยทำให้คุณได้ลำโพงตัวเก่ง ที่มีคุณสมบัติสูง ตามความต้องการ

นี่คือ 5 สิ่งที่คุณควรจะต้องรู้เอาไว้ก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อลำโพงบลูทูธ ถ้าพิจารณาตามหลักนี้ โอกาสที่คุณจะเลือกลำโพงที่เสียงดี ตอบโจทย์การใช้งาน มีฟีเจอร์เจ๋ง ๆ แบบคุ้มราคาที่จ่ายไป ก็มีสูงขึ้นแล้ว ลองนำไปใช้กันดูนะ

อย่าลืมติดตามบทความ สาระความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ และ เทคโนโลยี ที่จะช่วยให้ชีวิตของคุณง่ายมากขึ้น และ อัพเดทเทรนสินค้าใหม่ๆ ไปกับเรา ได้ที่นี่

บลูทูธ

โดเรมอนเดอะมูฟวี่

3 ตอนสุดคลาสสิกของโดเรมอนเดอะมูฟวี่ ที่ดูกี่ทีก็ไม่เคยเบื่อ 

ต้องบอกเลยว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักกับโดเรมอน หรือโดราเอมอน เพราะนี่คือหนังการ์ตูนที่ครองใจคนทุกรุ่นจริง ๆ ทุกวันนี้คนก็ยังหาฉบับที่เป็นหนังสือการ์ตูนและในแบบฉบับที่เป็นภาพยนตร์มาดูกันอยู่ ซึ่งใครที่คิดถึงเจ้าแมวสีฟ้าจากโลกอนาคตตัวนี้อยู่พอดี เราก็จะขอแนะนำ 3 ตอนสุดคลาสสิกของฉบับที่เป็น โดเรมอนเดอะมูฟวี่ ซีรีย์ตอนยาวที่ควรควรหามาอ่านให้หายคิดถึง

1.ตอนไดโนเสาร์ของโนบิตะ

ต้องบอกเลยว่าโดเรมอนเดอะมูฟวี่ตอนไดโนเสาร์ของโนบิตะนี้เป็นหนึ่งตอนที่ใครหลายคนยังประทับใจจนถึงทุกวันนี้ ในตอนนี้นั้นมีการทำออกมาทั้งที่เป็นฉบับหนังสือและฉบับที่เป็นหนังการ์ตูนด้วย สำหรับใครที่เคยอ่านแต่ไม่จบ หรือ อ่านมานานแล้ว เริ่ม ๆ ลืมเนื้อเรื่องไปแล้ว ลองมาทบทวนกันสักเล็กน้อย

ในตอนนี้ซึเนะโอะไปได้ฟอสซิลเล็บไดโนเสาร์มา จึงเอามาอวดเพื่อนตามเคย แต่เขาไม่ยอมให้โนบิตะดูแบบใกล้ ๆ อยู่คนเดียว โนบิตะรู้สึกเจ็บใจจึงเผลอหลุดปากไปด้วยความโมโหว่า เขาจะขุดหาฟอสซิลไดโนเสาร์แบบของแท้มาให้ซึเนะโอะได้ดูเอง และก็อีกตามเคย โนบิตะกลับไปขอให้โดราเอมอนช่วย

โดราเอมอนสวดกลับโนบิตะยกใหญ่ที่พูดไม่คิด โดราเอมอนไม่ยอมช่วย แต่โนบิตะไม่ละความตั้งใจ จึงออกไปลองขุดหาฟอสซิลไดโนเสาร์ตามที่ต่าง ๆ สุดท้ายก็เจอหินประหลาด โนบิตะเชื่อว่าน่าจะเป็นไข่ของไดโนเสาร์ เขาเอากลับบ้าน โดราเอมอนเห็นเข้าก็ใจอ่อน จึงแอบเอาผ้าคลุมกาลเวลาออกมาให้ใช้ เพื่อทำการย้อนอดีตไข่ใบนั้นไปยังยุคไดโนเสาร์

สุดท้ายไข่ใบนั้นก็ฟักตัวและออกมาเป็นไดโนเสาร์จริง ๆ และโนบิตะก็ตั้งชื่อมันว่า “พีสุเกะ” เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ลองหามาอ่านก็ดู

2. โดเรมอนเดอะมูฟวี่ ตอนตะลุยแดนมหัศจรรย์

โนบิตะและผองเพื่อนรู้สึกเซ็งกับชีวิต รู้สึกอยากออกไปผจญภัย จึงได้ไปขอร้องโดราเอมอนให้ช่วยหาดินแดนลึกลับเพื่อที่จะได้ไปสำรวจกัน แต่การจะหาดินแดนตกสำรวจแบบนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย เรื่องนี้จึงต้องรอเวลา

แต่แล้ววันหนึ่งโนบิตะก็ไปพบกับสุนัขพลัดหลงตัวหนึ่งและเขาก็เก็บมาเลี้ยงที่บ้าน โดยตั้งชื่อให้มันว่า “เปโกะ” สุนัขตัวนี้มีความแปลกประหลาดดูไม่เหมือนสุนัขทั่วไป ต่อมาโดราเอมอนก็พบดินแดนตกสำรวจที่อยู่ในโซนป่าลึกของแอฟริกา พวกเขาจึงพากันออกไปผจญภัยพร้อมกับพาเจ้าเปโกะไปด้วย

การเดินทางในครั้งนี้มีอุปสรรคมากมาย ถึงขนาดจอมโหดอย่างไจแอนท์ยังเกือบจะถอนตัว ยิ่งสำรวจยิ่งพบอะไรที่แปลกลึกลับ และ ณ ดินแดนประหลาดนี่เองที่เป็นเปิดเผยว่าเจ้าเปโกะแท้ที่จริงไม่ใช่สุนัขธรรมดาอย่างที่เข้าใจกัน

ตอนตะลุยแดนมหัศจรรย์นี้เป็นโดเรมอนเดอะมูฟวี่อีกหนึ่งตอนที่หลายคนชอบมาก มีความคลาสสิกและหลายคนอ่านแล้วดูแล้วก็ยังนำกลับมาดูอีกเรื่อย ๆ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต้องติดตามกันเอง

3. โดเรมอนเดอะมูฟวี่ ตอนผจญภัยใต้สมุทร

ในโดเรมอนเดอะมูฟวี่ตอนนี้ไจแอนท์และซูเนโอะได้ไปพบเจอข่าวเรื่องการค้นพบทองในเรือลำหนึ่งที่เรียกกันว่าเรือปีศาจ พวกเขาเกิดแรงบันดาลใจอยากลองผจญภัยในโลกใต้ท้องทะเลดูบ้าง จึงไปขอให้โดราเอมอนช่วย และโดราเอมอนได้เอาของวิเศษออกมา พาทุก ๆ คนไปเที่ยวใต้ท้องทะเล แต่การเดินทางท่องเที่ยวครั้งนี้ ไม่มีใครคาดฝันว่าจะเจอความลึกลับใหม่

ที่โลกใต้ทะเลกลับมีบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งอาศัยอยู่ ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นเคยมีอาณาจักรของตนเอง แต่ก็ต้องล่มสลายลง เพราะมีบางสิ่งถูกตั้งโปรแกรมไว้ให้ทำลายอาณาจักรแห่งนี้เมื่อถึงเวลา กลุ่มของโดราเอมอนจึงต้องช่วยกันหยุดยั้งเหตุการณ์ร้าย ๆ ที่จะเกิดขึ้นนี้ แต่จะทำได้หรือไม่ ต้องไปหามาดูกัน

นี่คือ 3 ตอนสุดคลาสสิกของโดเรมอนเดอะมูฟวี่ที่บอกเลยว่าจะนำมาดูกี่ทีก็ไม่เคยเบื่อเลย มีทั้งเวอร์ชันหนังสือการ์ตูน และภาพยนต์การ์ตูน ใครคิดถึงเข้าแมวสีฟ้าตัวนี้และผองเพื่อนไปหามาชมกันได้

โดเรมอนเดอะมูฟวี่

กังฟูแพนด้า 3

เปิดยุทธจักรความฮาแบบ Nonstop ไปกับ “กังฟูแพนด้า 3”

ถ้าพูดถึงภาพยนตร์แนวแอนิเมชัน ที่โด่งดังค้างฟ้าและเป็นผลงานระดับ Hollywood แล้ว ในใจของใครหลายคนน่าจะมีอยู่หลายเรื่องแต่ ถ้าระบุให้ชัดลงไปเป็นแนวกังฟูที่แฝงความตลกและแง่คิด เชื่อว่า “กังฟูแพนด้า” น่าจะผุดขึ้นมาในใจทันที ซึ่งในกังฟูแพนด้า 3 นั้นแม้จะเป็นภาคสุดท้าย แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งแก่นเดิมของคอนเซ็ปต์ไว้ได้อย่างชัดเจน ทั้งความสนุก และ เนื้อหาสาระสอนใจให้กับเด็กๆ

กังฟูแพนด้า 3 เนื้อเรื่องยังคงน่าติดตามไม่แพ้ 2 ภาคแรก

สำหรับงานภาค 3 ของกังฟูแพนด้านั้น ยังเป็นหนังแอนิเมชันแอคชัน ผจญภัย ผสมตลก ที่มีเนื้อเรื่องต่อเนื่องมาจาก 2 ภาคแรก โดยเนื้อหาในกังฟูแพนด้า 3 นั้นยังคงอยู่กับแพนด้าพุงพลุ้ย ที่ชื่อว่า  “โป”  ในฐานะตัวละครเอกที่เป็นนักสู้กังฟู ในภาค 3 นี้ โปได้พาเพื่อน ๆ จอมป่วน สุดยียวนกวนประสาทยกโขยงกันมากวนใจทุกคนกันทั้งหมู่บ้านแพนด้ากันอีกครั้ง

โป จากที่เคยเป็นแพนด้าที่ทำงานคอยเสิร์ฟบะหมี่ หลังจากที่ได้ไปฝึกวิทยายุทธ์กับ ซิฟู ปรมาจารย์ด้านกังฟูจนเชี่ยวชาญ วิชาแก่กล้าขึ้น ก็สามารถไปจัดการกับเหล่าศัตรูในยุทธภพได้ จนได้รับฉายาว่า “นักรบมังกร” ตามเนื้อเรื่องจากทั้งภาค 1 – 2 โดยในภาค 2 นั้นหมู่บ้านแพนด้าก็เกือบจะสิ้นชื่อไปแล้ว โชคยังดีที่เขายังคงดูแลไว้ได้

ในภาค 3 นี้ โป พลิกบทบาทอีกครั้ง จากที่เคยเป็นศิษย์วันนี้ เขาได้กลายมาเป็นอาจารย์หรือเจ้าสำนักแล้ว แต่ตัวของโปเองกลับรับตำแหน่งนี้ด้วยความไม่มั่นใจในตัวเอง ว่าจะทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ได้ดีสักแค่ไหน ในความสับสนนี้อยู่ ๆก็เกิดเรื่องขึ้นให้ลำบากใจหนักขึ้นไปอีก เมื่อพ่อที่แท้จริงของโปปรากฎตัวขึ้น และบอกให้โปกลับไปอยู่ที่หมู่บ้านในดินแดนลับแล

ในขณะเดียวกัน เรื่องราวก็ยุ่งหนักขึ้นไปอีก เมื่อ “ไค่” อสูรร้ายมากฝีมือก็ดันมาปรากฏตัวขึ้นด้วย และได้ออกระรานยุทธภพ ถล่มสำนักกังฟูมากมาย และได้จับตัวศิษย์ร่วมสำนักของโป รวมถึงซิฟูอูเกวไปด้วย นั่นจึงกลายเป็นภารกิจและการตัดสินใจครั้งสำคัญของโป เขาจะเรียกความมั่นใจกลับมาได้อย่างไร และจะสามารถช่วยเพื่อนและอาจารย์ได้หรือไม่ ต้องไปติดตามในกังฟูแพนด้า 3

ลึกซึ้งกว่าที่คิด ให้อะไรมากกว่าความสนุก

อย่างที่กล่าวไปตอนต้นว่า คอนเซ็ปต์ของจักรวาลกังฟูแพนด้านั้น วางไว้ให้มีแอคชัน ความสนุกสนาน + ตลกขำขัน แต่ในภาค 3 นี้มีความเข้มข้นเพิ่มขึ้นในเรื่องของการเป็นหนังการ์ตูนที่ให้ข้อคิด ซึ่งไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถถอดแง่คิดจากเรื่องไปใช้ได้ 

ภายในเรื่องยังสอดแทรกทั้งปรัชญาการใช้ชีวิต ปรัชญาจีนในเรื่องของหยิน -หยางและความสมดุลของชีวิต เราควรจะทำอย่างไรใช้ชีวิตแบบไหนชีวิตของเราถึงจะเกิดความสมดุล ทั้งเรื่องภาระหน้าที่ และเรื่องของครอบครัว เรียกว่าภาคนี้มีอะไรที่มากกว่าความฮา เพราะแทรกข้อคิดและคติสอนใจไว้ภายเรื่องหลายจุดเลยทีเดียว

ที่สำคัญเรื่องหนึ่งที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากเลยก็คือ การสอดแทรกเรื่องราวของมิตรภาพและความสัมพันธ์ในครอบครัว ซึ่งหลายคนที่ได้ดูแล้วต่างบอกว่า ทำออกมาได้อย่างลื่นไหลกลมกลืน แล้วรู้สึกไม่เหมือนถูกยัดเยียดให้รับรู้ในสิ่งเหล่านี้ ในทางกลับกันทีมผู้สร้างได้ทำให้เรื่องราวเหล่านี้สามารถดูได้เพลิน ไม่เป็นเรื่องที่จริงจังและดูซีเรียสเกินไป สามารถดูได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยจริง ๆ

ระดมมือทองในการสร้างสรรค์งาน

สำหรับเบื้องหลัง กังฟูแพนด้า 3 นั้นยังคงระดมยอดฝีมือและคนดังเข้ามาร่วมงานอยู่ด้วยเหมือนเช่น 2 ภาคแรก ในส่วนของการกำกับนั้น ยังคงเป็น Jennifer Yuh และ Alessandro Carloni ที่รับหน้าที่ต่อมาจาก 2 ภาคแรกเช่นเคย ส่วนทีมพากย์ให้เสียงในภาค 3 นี้คนดังเพียบ ทั้ง

· Jack Black 

· Bryan Cranston

· Dustin Hoffman 

· Angelina Jolie

·  J. K. Simmons

· Jackie Chan

· Lucy Liu

· ฯลฯ

ใครที่ยังไม่มีโอกาสได้ดูกังฟูแพนด้า 3 บอกเลยว่าควรไปหามาดูเลย นี่คือภาพยนตร์แอนิเมชันที่ทำออกมาได้ดีทั้งงานภาพ ทั้งเนื้อเรื่อง และการให้เสียงพากย์ เป็นการเติบโตของเจ้าแพนด้าจอมกวนที่ทำให้เรารับรู้ได้ถึงความลงตัว คุณจะตื่นเต้นไปกับเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ที่ทำออกมาได้ดีจริง ๆ หากคุณพร้อมรับความเฮฮาสุดหรรษาจากเหล่าแพนด้าสุดป่วน ต้องไปหามาดูเลย นอกจากเรื่องนี้แล้วก็ยังมีภาพยนต์ภาคต่ออีกหลายเรื่องที่มีเนื้อหาสนุกๆ น่าติดตาม สำหรับดูได้ทั้งเด็กและ ผู้ใหญ่ ให้ได้เลือกคุณเลือกปลดปล่อยความเครียด ใช้เวลาในเวลาว่างไปด้วยกันได้ทั้งครอบครัว อย่าง Transformer ภาคต่อ หรือ Doraemon the movie กันอีกด้วยกังฟูแพนด้า 3

กังฟูแพนด้า 2

กังฟูแพนด้า 2 ปล่อยวางจิตให้ว่าง แล้วเตรียมรับความฮากัน

จากความสำเร็จในภาคแรกจนถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ ทีมงาน Dreamwork Animation จึงสานต่อความสำเร็จกันต่อกับ กังฟูแพนด้า 2 ซึ่งภาคนี้ความฮา ความสนุกยังคงอยู่เช่นเดิม แต่ที่มีเพิ่มเติมคือเรื่องของปรัชญาและคติสอนใจในการใช้ชีวิต ซึ่งนี่ไม่ใช่มูฟวี่แอนิเมชัน แบบเด็ก ๆ อย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะผู้ใหญ่ก็ดูได้ และแถมสนุกอีกด้วย

กังฟูแพนด้า 2 เล่าเรื่องราวต่อเนื่องกับการผจญภัยของ “โป”

ในกังฟูแพนด้า 2 นี้เนื้อเรื่องดำเนินต่อเนื่องมาจากภาคแรก เจ้า “โป” แพนด้าตัวอ้วนที่ตอนนี้กลายเป็นคนดังในยุทธจักรในฐานะของนักรับมังกร ก็ต้องเจอความท้าทายครั้งใหม่ โดยเนื้อเรื่องในภาค 2 นี้ได้เริ่มต้นโดยการย้อนกลับไปในอดีตของแผ่นดินจีนในยุครุ่งเรือง ณ ตอนนั้นแผ่นดินถูกปกครองด้วยราชาและราชินีนกยูง ซึ่งมีบุตรชายมีนามว่า “เชน”

เชน นั้นแตกต่างจากพ่อและแม่ของเขา ในใจของเขาเต็มไปด้วยความมืดบอด ทำให้เขาลุ่มหลงมัวเมาในอำนาจ เขาจึงทำแต่ความชั่วร้ายต่าง ๆ ออกแสวงหาอำนาจโดยการไปทำลายเผ่าพันธุ์อื่น และที่แย่ที่สุดคือเขาได้ขยายอำนาจไปรุกรานเผ่าพันธุ์แพนด้าด้วย นั่นจึงเชื่อมโยงเรื่องราวเข้ามาเกี่ยวข้องกับ “โป”

จากพฤติกรรมด้านมืดของบุตรชาย ราชาและราชินีนกยูงถึงกับรับไม่ได้และได้ขับไล่เชนออกจากเมือง เชนไม่สำนึกผิดแต่กลับเก็บความแค้นไว้ในใจลึก ๆ และรอวันที่จะกลับมาทวงทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาคิดว่าเป็นของเขาคืน และแล้ววันนั้นก็มาถึง

เชนรวบรวมสรรพกำลังจากกองกำลังหมาป่า และกลับมารุกรากเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ อีกครั้ง เขาได้สังหารอาจารย์กังฟูท่านหนึ่งไป ข่าวร้ายนี้ได้แพร่กระจายไป และไปถึง ซิฟู นั่นจึงนำมาซึ่งภารกิจการต่อสู้ผดุงความยุติธรรมอีกครั้งของเหล่าบรรดายอดกังฟู อันมีโป ไทเกรส เจ้านกกระเรียน เจ้าตั๊กแตน เจ้าลิง และอสรพิษ การต่อสู้นี้จะลงเอยแบบไหน คงต้องหามาดูกันล่ะ

ยอดเยี่ยมไม่ใช่แค่วรยุทธ์และความฮา

สิ่งหนึ่งที่กังฟูแพนด้า 2 สอดแทรกไว้ในการดำเนินเรื่องอยู่เสมอ และทำได้ลื่นไหลมาก ๆ ก็คือ การฝากคติธรรมและข้อคิดในการดำเนินชีวิต ซึ่งในภาค 2 นี้ มีแง่คิดอยู่หลายเรื่องทีเดียวตั้งแต่เรื่องของ การทำทุกสิ่งทุกอย่างที่คิดว่าทำไม่ได้ให้เป็นจริงได้ แค่เริ่มต้นจากการ “ปล่อยวาง” เรื่องความสามัคคี เรื่องของความโลภ เรื่องของความกตัญญู มิตรภาพและเรื่องของครอบครัว

ที่หลายคนยกย่องก็คงเป็นเรื่องของความรักและเรื่องของครอบครัว แง่คิดในภาคนี้ได้สอดแทรกไว้พร้อมกับการไขปมปริศนาที่มาจากภาคแรก ที่เราต่างทราบกันว่า โปเป็นแพนด้า แต่ผู้เป็นบิดากลับเป็นห่านคอยาวหาใช่แพนด้าที่เป็นสายพันธุ์เดียวกัน ในภาคสองนี้ได้มีการเฉลยเรื่องราวตรงนี้ไว้ ว่ามิสเตอร์พิงไม่ใช่พ่อแท้ ๆ ของโป 

มิสเตอร์พิงไปพบโปเข้าโดยบังเอิญ แม้จะต่างสายพันธุ์แต่เขาก็ยังมีเมตตาต่อสรรพชีวิตที่แตกต่างจากเขา นั่นทำให้เขามอบความรักความเอ็นดูให้กับเสี่ยวโปและปฏิบัติหน้าที่เลี้ยงดูโปเป็นลูกชายเรื่อยมานั่นเอง

ยังคงเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันที่ทำรายได้สูง

ในกังฟูแพนด้าภาคแรกนั้นก็เรียกว่ากวาดรายได้ไปอย่างถล่มทลาย เมื่อมาต่อกันที่ภาค 2 แอนิเมชันเรื่องนี้ก็ยังคงแรงไม่หยุด ในสัปดาห์แรกที่เปิดตัวในอเมริกามูฟวี่แอนิเมชันเรื่องนี้ก็ทำรายได้สูงถึง 5.8 ล้านดอลลาร์แล้ว และเมื่อมาสำรวจตลอดช่วงที่ภาพยนตร์ฉายในสหรัฐฯและแคนาดาก็กวาดรายได้ไปสูงถึง 165.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

เท่านั้นยังไม่พอกังฟูแพนด้า 2 ได้มีการฉายไปในหลายภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งก็ทำรายได้สูงมากทีเดียว เมื่อรวมแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้กวาดรายได้ไปทั้งหมดราว 665.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว สะท้อนถึงความสำเร็จอย่างล้นหลามของภาคต่อในเรื่องนี้

ใครที่ยังไม่เคยดูกังฟูแพนด้า 2 ขอแนะนำเลยว่าให้ลองหามาดู เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์การ์ตูนอย่างที่ตาคุณเห็น เพราะเนื้อเรื่องภายในบอกเลยว่าดูได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แม้จะมีเรื่องราวสาระสอนใจแต่ก็หนีไม่พ้นความฮาที่มีอยู่ในทุกตัวละครหลักของเรื่อง ลองปล่อยวางจิตคุณจากเรื่องหนัก ๆ ในชีวิตและใช้เวลาไปกับภาพยนตร์เรื่องนี้ดู รับรองสนุกกว่าที่คิดเยอะเลย

นอกจากนี้ก็ยังมีภาพยนต์อีกหลากหลายเรื่อง ที่ทั้งสนุก มีเนื้อหาสาระที่เรียกได้ว่าทั้งเด็กดูได้ และ ผู้ใหญ่ดูดี ที่จะมาช่วยเสริมสร้างจินตนาการ เพิ่มความสนุก ในช่วงเวลาพักผ่อนของคุณและ ครอบครัว ลองคลิกดูที่กังฟูแพนด้า 2

เครื่องกรองน้ำ

อยากซื้อเครื่องกรองน้ำไว้ที่บ้าน แต่เป็นมือใหม่ ควรเลือกอย่างไรดี

ถึงแม้เราจะได้รับคำยืนยันว่าน้ำประปาบริโภคได้ก็จริง แต่ก็ยังรู้สึกไม่แน่ใจสักเท่าไหร่ เพราะมีหลายครั้งที่น้ำประปาอาจมีสิ่งปนเปื้อนอยู่ด้วย ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากกระบวนการส่งน้ำหรือความผิดพลาดบางประการ นั่นจึงทำให้หลาย ๆ คนคิดว่าควรซื้อ เครื่องกรองน้ำ มาไว้ใช้ที่บ้าน แต่ด้วยความเป็นมือใหม่ ไม่รู้จะเลือกซื้อแบบไหนดี ทำให้ไม่กล้าตัดสินใจ ครั้งนี้เราจึงมีคำแนะนำมาฝาก

เครื่องกรองน้ำ จะซื้อให้ตรงความต้องการก็ควรรู้จักประเภท

ในปัจจุบันเครื่องกรองน้ำที่มีวางจำหน่ายกันอยู่ทั่วไปนั่นไม่ได้มีอยู่ประเภทเดียว ซึ่งการที่มีหลายประเภทนี่เองที่ทำให้เรามักเลือกกันไม่ถูกว่า เราควรใช้แบบไหนดี ดังนั้น เราควรมีทำความรู้จักประเภทที่กรองน้ำกันก่อน ซึ่งจะมีอยู่ 3 ประเภทดัวยกันคือ

1.ระบบ Reverse Osmosis

โดยทั่วไปแล้ว เราจะเรียกกันสั้น ๆ ว่า เครื่องกรองน้ำ ro ประเภทนี้จะเป็นเครื่องที่มีระบบกรองแบบความละเอียดสูง ซึ่งจะสามารถกรองได้ละเอียดถึง 5 ขั้นตอนเลยทีเดียว นั่นทำให้เครื่องกรองระบบนี้จะมีความซับซ้อนในระบบการกรองมากพอสมควร แต่ในด้านประสิทธิภาพการกรองนั้นก็ถือว่าดีที่เดียว สามารถกรองได้สะอาดถึง 99.99% เรียกว่ากรองสะอาดจนได้น้ำบริสุทธิ์จริง ๆ

อย่างไรก็ตามแม้เครื่องกรองน้ำ ro จะกรองได้ละเอียดมาก แต่นั่นก็มีส่วนทำให้แร่ธาตุในน้ำบางอย่างที่จำเป็นต่อร่างกายสูญเสียไปในระหว่างการกรองด้วย ตรงนี้จึงต้องพิจารณาด้วยว่าคุณต้องการในเรื่องไหนมากกว่ากัน

2.ระบบ Ultra Violet

เป็นเครื่องกรองในระบบ UV โดยภายในจะมีหลอดไฟ UV ฉายแสงทำการกรองสิ่งสกปรก เชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ ในน้ำออกมา แบบนี้ให้ความสะอาดบริสุทธิ์ของน้ำได้ดีและยังคงเรื่องของแร่ธาตุในน้ำเอาไว้ได้ด้วย สามารถใช้ได้ทั้งครัวเรือนหรือในอาคารสำนักงานต่าง ๆ 

3.ระบบ Ultrafiltration

เป็นเครื่องกรองในระบบ UF ซึ่งเป็นระบบที่พัฒนาต่อยอดมาจากเครื่องกรองในระบบ UV อีกที ระบบการกรองแบบนี้จะกรองได้ละเอียดมากขึ้น สามารถดักจับสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ได้ดีมากขึ้น แม้แต่สิ่งปนเปื้อนที่เล็กขนาด 0.01 ไมครอน ก็สามารถที่จะดักจับได้ ช่วยทำให้น้ำสะอาดบริสุทธิ์ โดยยังคงแร่ธาตุในน้ำไว้ได้เหมือนเดิม

ไส้กรองเป็นอีกสิ่งที่ต้องเลือก

นอกจากประเภทและระบบของเครื่องกรองแล้ว อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันสำหรับการพิจารณาเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำก็คือ ส่วนของไส้กรอง ซึ่งจริง ๆ แล้วจะมีให้เลือกเยอะมาก ทั้ง

· ไส้กรองแบบคาร์บอน – ได้รับความนิยมสูงสุด ใช้ได้กับเครื่องกรองทุกประเภท อายุการใช้งานประมาณ 1 ปี

· ไส้กรองแอนทราไซต์ – ทำมาจากถ่านหิน น้ำหนักเบา ช่วยกรองพวกตะกอนโคลน สนิมเหล็กต่าง ๆ ได้ดี อายุการใช้งานประมาณ 1 ปี

· ไส้กรองเรซิ่น – แบบนี้จะเด่นเรื่องของการลดความกระด้างของน้ำ อายุการใช้งานประมาณ 6 – 8 เดือน

· ไส้กรองทรายปะการัง – แบบนี้จะโดดเด่นในเรื่องของการช่วยเพิ่มค่า PH ในน้ำอายุการใช้งานประมาณ 1 ปี

และยังมีไส้กรองอีกหลากหลายแบบมาก ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีความโดดเด่นและคุณสมบัติเฉพาะตัว เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณต้องเลือกด้วย

องค์ประกอบอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณาในการเลือกซื้อ เครื่องกรองน้ำ

นอกจากประเภทและตัวไส้กรองแล้ว การจะเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำให้ตอบโจทย์คุณมากที่สุดก็จะต้องพิจารณารายละเอียดแวดล้อมร่วมกันไปด้วยทั้งเรื่องของ

· สภาพของน้ำ – คุณภาพของน้ำในแต่ละพื้นที่นั้นจริง ๆ มีความแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องใช้เครื่องกรองน้ำที่มีคุณภาพ และ วิธีที่ต่างกัน

· ขนาดของเครื่องกรอง – ต้องดูจำนวนสมาชิกภายในบ้านและความถี่ในการใช้น้ำ ถ้าสมาชิกน้อย ใช้กรองเฉพาะน้ำดื่มเท่านั้น เครื่องเล็กหรือขนาดกลางก็คงเพียงพอแล้ว  เนื่องจากหากคนเยอะแต่ซื้อเครื่องขนาดเล็กปริมาณการกรองต่อครั้งอาจไม่เพียงพอ และ ปริมาณการใช้น้ำที่เยอะเกินขนาดเครื่องกรองอาจทำให้ต้องเปลี่ยนไส้กรองบ่อย

· มาตรฐานการรับรอง – แนะนำว่าไม่ควรเน้นเรื่องราคาถูกแต่ควรเน้นที่ได้มาตรฐานรับรองจาก ISO 9001 หรือได้รับสัญลักษณ์ของ NFS เคียงคู่ด้วยจะดีที่สุด

เกณฑ์มาตราฐานน้ำทุกชนิด

ลองมาดูข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องเกณฑ์มารตรฐานน้ำทุกชนิดของประเทศไทยที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ว่ามีข้อกำหนดอะไรบ้าง

-เกณฑ์คุณภาพน้ำดื่มของ WHO (ปี 2527)

-เกณฑ์คุณภาพน้ำบริโภคในชนบท*

-เกณฑ์คุณภาพน้ำประปา กรมอนามัย (ปี 2543)**

*กำหนดโดยคณะกรรมการบริหารโครงการจัดให้มีน้ำสะอาดในชนบททั่วราชอณาจักร **ประกาศกรมอนามัย เรื่องเกณฑ์คุณภาพน้ำประปา ปี2543 ***กำหนดให้มีปลายท่อ 0.2 – 0.5 mg/L ใช้ในระบบการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปา

ตอนนี้เชื่อว่าคุณพ่อบ้านแม่บ้านน่าจะได้ข้อมลหรือหลักในการพิจารณาการเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำกันไปพอสมควรแล้ว และคงจะช่วยทำให้รู้วิธีในการเลือกซื้อให้เหมาะสมตรงกับการใช้งานกันมากขึ้นแล้ว อย่างไรก็ดี ก็ควรจะพิจารณาเรื่องของงบประมาณที่ตนเองมีไว้ด้วย แนะนำว่าให้เลือกให้สอดคล้องกับงบประมาณด้วยก็จะเกิดความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

สามารถติดตามเนื้อหาสาระดีๆ ที่จะช่วยให้ชีวิตประจำวันของคุณสะดวกสบายได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงอัพเดทบทความไลฟ์สไตล์ ใหม่ๆที่น่าสนใจได้ได้ทุกอาทิตย์กับเราที่นี่

เครื่องกรองน้ำ

หูฟัง z8

หูฟัง z8 Bone Conduction จาก Eenten นวัตกรรมหูฟังดีไซน์สปอร์ตยุค 2020

Headphones หรือหูฟัง จัดว่าเป็นหนึ่ง Gadget ที่สำคัญและมีความจำเป็นต่อไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนยุคนี้ไปแล้ว ซึ่งปัจจุบันหูฟังที่กำลังเป็นกระแสและได้รับความสนใจกันมากก็คือ หูฟัง z8 อันเป็นหูฟังไร้สายแบบ Bone Conduction หูฟังสไตล์นี้มีความเจ๋งตรงไหน และถ้าจะเลือกซื้อต้องดูอย่างไรมาพบคำตอบกัน

Bone Conduction Headphones นวัตกรรมเพื่อไลฟ์สไตล์ยุคสมัย

หูฟังแบบเดิม ๆ ส่วนมากแล้วดีไซน์ของตัวบอดี้ดูค่อนข้างเรียบ มีขนาดใหญ่ สวมใส่ลำบากและมีน้ำหนักเยอะ แถมมีสายที่ดูเกะกะ ทำให้มีปัญหาในการพกพาและจัดเก็บไม่น้อย และยิ่งยุคนี้เป็นยุคที่เน้นการเชื่อมต่อที่ไร้สายด้วย วันนี้จึงเกิดหูฟังไร้สาย z8 Bone Conduction Headphones ที่เราเห็นกันอยู่ขึ้นมา ซึ่งนับเป็นนวัตกรรมหูฟังแบบใหม่ที่เฉียบทั้งดีไซน์และการใช้งาน

เทคโนโลยีการส่งสัญญานเสียงที่แตกต่าง

หูฟังแบบ z8 Bone Conduction เป็นหูฟังบลูทูธไร้รุ่นหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้หูฟังแบบนี้พิเศษและแตกต่างจากหูฟังไร้สายแบบทั่วไปก็คือ เรื่องของเทคโนโลยีที่ใช้ 

Headphones ตัวนี้มีความพิเศษแตกต่างตรงที่ “ผู้ใช้งานสามารถได้ยินเสียงเพลงจากหูฟังโดยไม่ต้องสอดเข้าไปในหู” เพราะมีการใช้เทคโนโลยีใหม่ในการช่วยให้ตัวหูฟังสามารถส่งคลื่นความถี่เสียงผ่านกระดูก และจากกระดูกของเราก็จะส่งต่อไปยังประสาทรับเสียงที่สมองของเรา ทำให้เราได้ยินเสียงเพลงและเสียงพูดต่าง ๆ ได้นั่นเอง

หูฟัง z8 นวัตกรรมที่ปลอดภัยมั่นใจได้

หลายคนอาจจะกังวลว่า หูฟังที่ทำการส่งสัญญาณความถี่เสียงผ่านกระดูกแบบนี้ หากใช้ไปนาน ๆ จะส่งผลอะไรต่อร่างกายหรือเปล่า และจะเป็นอันตรายไหม ก็ต้องบอกว่าวางใจในเรื่องนี้ได้เลย นวัตกรรมหูฟังแบบใหม่นี้แท้ที่จริงแล้วเป็นการนำหลักการของเครื่องช่วยฟังของผู้สูงอายุมาประยุกต์ใช้ ซึ่งเทคโนโลยีนี้ก็มีมานานแล้ว

อีกทั้งเมื่อนำมาพัฒนาออกมาเป็นหูฟังบลูทูธแล้ว หลาย ๆ ค่ายอย่างค่าย Eenten ก็มีการวิจัยและทดสอบซ้ำอีกครั้งเพื่อดูผลลัพธ์การใช้งานว่าปลอดภัยและไม่ส่งผลต่อร่างกายจริงหรือไม่ ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาก็ยืนยันได้ว่าปลอดภัยและไม่ส่งผลต่อร่างกายอย่างแน่นอน

นอกจากหูฟัง Eenten z8 นั้นจะมีการทดสอบว่าปลอดภัยแล้ว ยังส่งผลดีต่อแก้วหูของเราอีกด้วย เพราะหูฟัง z8 นั้นไม่ต้องสอดเข้าไปในหู นั่นหมายความว่าเสียงนั้นจะไม่ผ่านแก้วหู เมื่อสัญญาณเสียงไม่ผ่านหูชั้นนอกและชั้นกลาง จึงทำให้เป็นการถนอมแก้วหูของเราไปในตัวด้วยนั่นเอง ถือว่านวัตกรรมใหม่ที่น่าสนใจและใช้งานสะดวกมากเลยทีเดียว

เหมาะกับการใช้งานแบบไหน

หูฟังแบบนี้ส่วนใหญ่จะดีไซน์ออกมาให้เป็นแนวสปอร์ต เล็กกะทัดรัด ไม่เทอะทะ เหมาะสมกับการใช้งานในเวลาออกกำลังกาย เป็นหูฟังที่เหมาะมากกับไลฟ์สไตล์แบบเคลื่อนไหว จะขยับร่างกายอย่างไรก็ไม่ต้องกังวลใจเกี่ยวกับสายหูฟังที่เกะกะ

แต่ด้วยหูฟังแบบนี้ไม่ต้องสอดเข้าไปในรูหู ทำให้หูของเรายังคงรับเสียงจากภายนอกได้ ทำให้หลายคนอาจสงสัยว่าแบบนี้ก็ไม่ปิดกั้นเสียงภายนอกน่ะสิ ถูกต้อง เสียงบรรยากาศรอบนอกนั้นเรายังคงได้ยินสลับกับเสียงเพลงจากหูฟังแน่นอน แต่นั่นกลับเป็นข้อดีที่หลายคนอาจมองข้ามไป

ขณะที่เราออกกำลังกายอย่างวิ่ง หรือปั่นจักรยานไปในที่ต่าง ๆ เราควรจะได้ยินเสียงบรรยากาศรอบข้างด้วย บางทีรถกำลังมา มีเสียงบีบแตรให้เราระวัง ถ้าเราใส่หูฟังที่ปิดเสียงรบกวนจากภายนอกทั้งหมดก็จะทำให้เราไม่ได้ยินเสียงดังกล่าวทำให้เราไม่ปลอดภัย 

แต่สำหรับใครที่ต้องการสมาธิในการออกกำลังกาย ก็ไม่ต้องกังวลใจ หูฟังแบบนี้อย่างของค่าย Eenten z8 ก็มีการเพิ่มฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนจากภายนอกที่มีในหูฟังระดับ Hi-End เพิ่มมาให้ด้วย ใครต้องการความเป็นส่วนตัวก็บอกเลยว่าไร้ปัญหา

ก็ต้องบอกเลยว่า Bone Conduction Headphones เป็นนวัตกรรมหูฟังดีไซน์สปอร์ตที่พัฒนาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนในยุค 2020 จริง ๆ หากคุณอยากลองสัมผัสกับนวัตกรรมการฟังเพลงแบบใหม่และยังไม่รู้จะเริ่มจากแบรนด์ไหน อาจจะเริ่มต้นกับหูฟัง Eenten z8 ดูก็ได้ แล้วคุณจะพบกับประสบการณ์ในการฟังเพลงแบบใหม่

พบกับบทความสินค้าเทคโนโลยี และ ไลฟ์สไตล์ ใหม่ได้ที่นี่เลย

หูฟัง z8

โบรูโตะ มังงะ

โบรูโตะ ภาคต่อของนารูโตะ พร้อมข้อดีของการ์ตูนมังงะและอนิเมะ ที่คุณอาจไม่เคยรู้เลย

การ์ตูนนั้นเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับเด็กทุกคนอยู่แล้ว แต่นั่นอาจเป็นเพียงความเข้าใจเพียงด้านเดียวเท่านั้น จริง ๆ แล้วก็มีวัยรุ่นและผู้ใหญ่หลายคนอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่มาก และ ติดทั้งการ์ตูนแบบมังงะและแบบอนิเมะเลยทีเดียว มีหลายคนเป็นแฟนคลับของอนิเมะอย่างนารูโตะ จนการ์ตูนเรื่องนี้ปิดฉากและมีภาคสานต่อออกมาเป็นทายาทอย่าง โบรูโตะ หลายคนก็ยังติดตามอย่างเหนียวแน่น

มีบางคนอาจกังวลว่าการเป็นวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่ติดการ์ตูนมังงะและอนิเมะนั้นจะทำให้ดูแปลกแยก หรือผิดปกติหรือเปล่า ทำให้ดูเสียบุคลิกดูไม่โตเป็นผู้ใหญ่หรือเปล่า อันที่จริงแล้วไม่ใช่แบบนั้นเลย เพราะมีคนที่ชื่นชอบการ์ตูนแบบนี้อยู่จำนวนมาก ที่สำคัญการ์ตูนแบบนี้มีข้อดีซ่อนอยู่ด้วยนะ ซึ่งคุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนเลย

มังงะและอนิเมะช่วยคุณฝึกภาษาได้ด้วยนะ

ปัจจุบันโลกไร้พรมแดนมากขึ้น ทำให้สื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือหรือภาพยนตร์ ถูกส่งต่อถึงกันได้ง่ายมากขึ้น การ์ตูนมังงะและอนิเมะนั้นปกติแล้วต้นฉบับต่าง ๆ ก็จะถูกทำขึ้นที่ญี่ปุ่น แต่ด้วยแฟนคลับของการ์ตูนทั้ง 2 แบบนี้มีอยู่เยอะ ทำให้บางทีคนไม่อยากรอฉบับแปล 

อย่างอนิเมะจะมีการส่งลิขสิทธิ์จากญี่ปุ่นไปตามบริษัทต่าง ๆ อย่างส่งไปที่ Netflix และ Flixer และก็จะมีการใส่ Subtitle ไทย และตามมาด้วยการภาคเสียง แต่ขั้นตอนภาคเสียงต้องใช้เวลา แฟนคลับบางคนรอไม่ไหวจึงยอมดูแบบไม่พากย์ใช้อ่าน Subtitle เอา อย่างเรื่องโบรูโตะ และนารูโตะ นั้นก็เป็นหนึ่งเรื่องที่คนดูแบบไม่พากย์เยอะมาก

ซึ่งการดูการ์ตูนแบบอ่าน Subtitle ไปนาน ๆ ก็เท่ากับเป็นการฝึกภาษาไปด้วยแบบไม่รู้ตัว บางคนได้ภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษไปโดยปริยายเลย

การ์ตูนก็มีข้อคิดเยอะอยู่นะ

ทัศนคติในการใช้ชีวิตที่ดี บางครั้งเราอาจได้มาจากการ์ตูนมังงะและอนิเมะแบบไม่รู้ตัวด้วยเช่นกัน เพราะในการ์ตูนบางเรื่อง สอดแทรกคติสอนใจ สอดแทรกความรู้ใหม่ หรือวิถีชีวิตบางอย่างลงไปในเนื้อเรื่องด้วย อย่างอนิเมะเรื่อง Naruto นินจาจอมคาถา เมื่อนำมาเทียบกับการ์ตูนภาคต่ออย่าง โบรูโตะ ซึ่งเป็นภาคลูกชายล่ะก็ จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน

Naruto กว่าจะได้อะไรมากสักอย่าง ดูช่างเป็นเรื่องที่ยากเย็นต้องใช้ความพยายามอย่างสูง นั่นทำให้คนรู้สึกอินไปกับการทำงานอย่างหนักของตัวละครในเรื่อง เมื่อนำมาเทียบกับโบรูโตะแล้ว หลายคนบอกว่าต่างกันอย่างลิบลับ เพราะภาคลูกชายเหมือนเกิดมาพร้อมพรสวรรค์ทำอะไรก็ดูง่ายไปเสียทั้งหมด นั่นทำให้ตัวละครในเรื่องมักไม่เห็นคุณค่าของสิ่งต่างที่อยู่รอบตัว

เรื่องราวคติสอนใจและสิ่งสะท้อนความเป็นจริงของชีวิตมีสอนอยู่ในมังงะและอนิเมะหลายเรื่องเลยทีเดียว ซึ่งเราอาจได้รับอิทธิพลทางความคิดมาโดยไม่รู้ตัวเลยก็ได้

จินตนาการสำคัญเสมอ

อีกสิ่งหนึ่งที่การ์ตูนให้เราได้เสมอไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ นั่นก็คือ เรื่องของจินตนาการ การ์ตูนมีความเป็นโลกเสมือนก็จริง แต่นั่นทำให้เราสามารถจินตนาการต่อไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งผู้ใหญ่ในวัยทำงานจินตนาการก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะบางคนทำงานอยู่ในสายงานที่ต้องใช้การสร้างสรรค์ ตรงนี้มังงะและอนิเมะช่วยได้มากทีเดียวนะ

ได้ผ่อนคลายสมอง

บางทีชีวิตก็มีเรื่องยาก ๆ ให้เราเจอ แต่การมาหยุดพักผ่อนสมองด้วยการอ่านและดูการ์ตูนมังงะและอนิเมะ ก็ช่วยคุณในเรื่องนี้ได้ มีการ์ตูนบางเรื่องใส่เรื่องขำ ๆ เอาไว้ หรือเนื้อเรื่องหลักเน้นตลกอยู่แล้ว บางทีทำให้เราขำจนกร้ามค้างได้เลย ซึ่งก็เป็นวิธีพักผ่อนสมองที่ดี เป็นมุมพักผ่อนเล็ก ๆ ของชีวิต ทำให้เรามีกำลังกับการสู้งานและดำเนินชีวิตมากขึ้น

ทั้งหมดนี้เป็นข้อดีของการ์ตูนแบบมังงะและอนิเมะ ที่เชื่อว่าหลายคนที่เป็นแฟนคลับ อ่านอยู่ดูอยู่เป็นประจำแต่ไม่เคยรู้เลย วันนี้คุณได้พบข้อดีของการ์ตูนแล้ว ใครที่อ่านอยู่แล้วก็จงอ่านต่อไปอย่างมั่นใจ ส่วนใครที่ยังไม่เคยลอง อยากแนะนำให้ไปหามาอ่านดูอาจจะเริ่มจาก Naruto หรือ โบรูโตะก็ได้ แล้วชีวิตคุณจะมีมุมที่สนุกและสดใสมากขึ้น

นอกจาก มังงะ และ อนิเมะแล้ว การลองเลือกดูภาพยนต์ดีๆซักเรื่องในวันพักผ่อนของคุณก็ยังช่วยให้คุณผ่อนคลาย และ เป็นการเสริมสร้างจินตนาการของคุณได้อย่างดีอีกด้วย

โบรูโตะ

ทรานฟอร์เมอร์

ทรานฟอร์เมอร์ภาค 3 Dark of the Moon สงครามหุ่นยนต์ ที่คนอย่างเราต้องดู

จักรวาลภาพยนต์เรื่อง ทรานฟอร์เมอร์ นั้นปัจจุบันหากนับรวมภาคพิเศษ อย่าง Bumblebee ซึ่งพาย้อนกลับไปสู่ยุคเริ่มต้นของการผจญภัย ในปี 1987 บัมเบิ้ลบีค้นพบที่หลบภัยอยู่ในพื้นที่เก็บของเก่าในเมืองริมชายหาดเล็ก ๆ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยที่ ชาร์ลี (เฮลีย์ สไตน์เฟลด์) สาวที่กำลังจะมีอายุครบ 18 ปี ค้นพบบัมเบี้ลบี ในสภาพรถโฟล์กสวาเกนสีเหลืองที่ผุพัง ผ่านศึกมาหนัก และในไม่ช้า เธอก็รู้ว่าบัมเบิ้ลบีไม่ใช่แค่รถเต่าธรรมดา… เท่ากับภาคต่อของทรานฟอร์มอร์มีด้วยกันตั้ง 6 ภาคเข้าไปแล้ว หนึ่งในภาคที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ได้รับเสียงวิจารณ์ทั้งเชิงบวกและเชิงลบอย่างมากมายก็คือ ทรานฟอร์เมอร์ 3 ก็นับเป็นหนึ่งภาคของหนังสงครามหุ่นยนต์ที่ถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อยเลยทีเดียว และเป็นหนึ่งเรื่องที่อยากแนะนำให้คุณได้ลองดู

ทรานฟอร์เมอร์ Dark of the Moon จำลองเหตุการณ์ยุคสงครามเย็น

สำหรับเนื้อเรื่องของทรานฟอร์เมอร์ 3 นั้นตัวทีมผู้สร้างต้องการให้เนื้อเรื่องยังคงอยู่ในช่วงเวลายุคสงครามเย็น ที่สหรัฐอเมริกาและทางรัสเซียต่างแข่งขันกันเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอวกาศ โดยหนังได้สร้างช่วงคาบเกี่ยวของสองช่วงเวลาเอาไว้ในเรื่อง 

ช่วงเวลาแรก เนื้อเรื่องได้พาเราย้อนกลับไปในช่วงปี 1961

การต่อสู้ของหุ่นยนต์จากต่างดาว 2 กลุ่มก็ยังคงดำเนินต่อไป ตามเนื้อเนื่องที่ต่อมาจากภาคที่ 1 และ 2 การต่อสู้ในครั้งนี้เกิดขึ้นบนดาวที่ชื่อว่า ไซเบอร์ทรอน กลุ่มหุ่นยนต์ของออโต้บ็อทส์ เริ่มจะพลาดท่าเสียทีให้กับกลุ่มดิเซ็ปติคอนส์ กลุ่มออโต้บ็อทส์จึงได้พา “อาร์ก” อพยพไปที่ดาวดาวอื่น

การอพยพครั้งนี้ อาร์ก เป็นกล่องความลับสำคัญที่เก็บงำเอาเทคโนโลยีลำหน้าที่จะเป็นกุญแจนำไปสู่การดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์หุ่นยนต์กลุ่มออโต้บ็อทส์เอาไว้ แต่ระหว่างที่กำลังเดินทางหนี ก็ได้ถูกโจมตีเสียก่อนจึงทำให้อาร์กติดอยู่ที่ดวงจันทร์ในช่วงปี 1961 นั่นเอง

ช่วงเวลาที่ 2 เนื้อเรื่องกล่าวถึงช่วงปี 1969

ประธานาธิบดี จอร์น เอฟ เคนเนดี้ ได้ประกาศก้องว่าจะส่งคนไปเหยียบดวงจันทร์ในปีนั้น แต่แท้จริงแล้วภารกิจของยานอวกาศ Apollo 11 มีเงื่อนงำซ่อนอยู่นั่นคือการส่งยานอวกาศออกไปสำรวจยานที่ตกบนดวงจันทร์ที่มีอาร์กติดอยู่นั่นเอง

ตัวละครหลักของเรื่องอย่าง แซม วิทวิคกี้ ในภาคนี้โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขาพยายามจะใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ แต่เมื่อหุ่นกลุ่มออโต้บ็อทส์รู้ว่า อาร์กจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไปถ้ามีใครไปเจอเข้า จึงทำให้กลุ่มหุ่นฝ่ายดีต้องพยายามหาวิธีเข้าไปช่วยอาร์กให้ปลอดภัยจากหุ่นฝ่ายร้าย และ แซม จะปฏิเสธไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับสงครามหุ่นยนต์ได้หรือไม่ เนื้อเรื่องจะเดินไปได้อย่างน่าตื่นเต้นขนาดไหน คงต้องมาติดตามกัน

ผลงานของผู้กำกับ Michael Bay ไม่เคยธรรมดาเสมอ

สำหรับภาพยนตร์เรื่อง ทรานฟอร์เมอร์ นั้นเป็นผลงานการสร้างของสุดยอดผู้กำกับอย่าง Michael Bay ซึ่งผู้กำกับคนนี้ผลงานของเขาก็ไม่เคยธรรมดาเลยจริง ๆ จากผลงานที่ผ่านมาอย่าง Bad Boys ที่ดันตัวเขาและพระเอกของเรื่องอย่าง Will Smith ให้โด่งดัง และยังตามมาด้วยหนังแอคชันฟอร์มยักษ์อย่าง The Rock หนังกู้โลกสุดยิ่งใหญ่อย่าง Armageddon และอีกหลาย ๆ เรื่องซึ่งไม่เคยทำให้คนดูผิดหวัง

ผลงานทั้งหมดที่กล่าวมานี้คงการันตีความเทพของผู้กำกับคนนี้ได้อย่างดีว่า เมื่อเขาลงมานั่งแท่นกำกับเรื่องไหน ภาพยนตร์เรื่องนั้นต้องไม่ธรรมดาเสมอ ซึ่งในทรานฟอร์เมอร์ ภาคที่ 3 นี้  Michael Bay ก็ยังคงรับหน้าที่กำกับอยู่เหมือนเดิม ซึ่งนั่นทำให้คุณมั่นใจได้เลยว่า ในภาคนี้ความสุดยอดก็จะยังคงอยู่เหมือนเดิมแน่นอน

ทรานฟอร์เมอร์ 3 เสริมทัพด้วยดาราแถวหน้าของวงการ

แม้ว่าหนังอย่างทรานฟอร์เมอร์จะเน้นไปในส่วนของ CG เยอะ เพราะเป็นสงครามหุ่นยนต์ก็ตาม แต่ในบทที่ต้องแสดงด้วยคน ทีมผู้สร้างก็ยังคงให้ความสำคัญและทำให้หนังถูกเติมเต็มจนเกิดความเชื่อมโยง ดูเป็นภาพยนตร์มากกว่าการ์ตูน ซึ่งตัวละครหลักอย่าง แซม วิทวิคกี้ ที่ได้ Shia LaBeouf นักแสดงหนุ่ม,นักดนตรี และ ผู้กำกับ ชาวอเมริกัน เชื้อสายไอริช,ฝรั่งเศส,ฮาวาย และคิวบา เจ้าของรางวัลเดย์ไทม์เอมมี่ และ รางวัลบาฟต้า มาแสดงตั้งแต่ภาคแรกก็ยังคงอยู่ในภาค 3 นี้

ในส่วนของนางเอกในภาค 3 นี้มีการเปลี่ยนจาก Megan Fox มาเป็น Rosie Huntington Whiteley นางแบบสาวซึ่งดีกรีความเซ็กซี่ก็ไม่แพ้กัน เพราะมีดีกรีเป็นถึงนางแบบชุดชั้นในของ Victoria’s Secret เลยทีเดียว และเธอก็ทำหน้าที่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ได้อย่างสมบทบาทจริง ๆ

แม้จะมีเสียงวิจารณ์ในเชิงลบไม่น้อย แต่สำหรับภาพรวมแล้วหลาย ๆ คนก็ยังบอกว่าทรานฟอร์เมอร์ ภาค 3 Dark of the Moon ยังคงออกมาดีกว่าภาค 2 และถือได้ว่าเป็นภาพยนต์ที่ดูสนุกไม่น้อย หากดูเพื่อความบันเทิงทั่วไปไม่ได้ตั้งแง่หรือจ้องจับผิดอะไร บอกเลยว่าเรื่องนี้ทำได้ดี ทีมผู้สร้างและนักแสดงทำทุกอย่างออกมาได้ค่อนข้างสมบูรณ์ทีเดียว สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดูในภาคนี้ลองหามาดูกัน เรามั่นใจว่าคุณต้องชอบแน่ เลือกอ่านบทความอีกมากมายเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ และ สมาร์ทเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นได้ที่นี่เลย

ทรานฟอร์เมอร์

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเลือกยังไงให้ตรงกับความต้องการ และคุ้มค่ามากที่สุด

วันนี้เทคโนโลยีหลาย ๆ อย่างช่วยทำให้เราสะดวกสบายมากขึ้นในหลาย ๆ ด้าน สำหรับผู้สูงอายุบางท่านเริ่มที่จะมีข้อจำกัดทางด้านร่างกาย บางครั้งการเดินทางไปในที่ใกล้ ๆ อย่างไปตลาดก็ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้ามาก บางคนเหนื่อยง่าย บางคนปวดตามข้อ ทางเลือกหนึ่งที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกก็คือการใช้ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เข้าช่วยในการผ่อนแรงในการเดินทาง

หลายท่านจึงมีความคิดว่าจะซื้อรถคันเล็ก ๆ แบบนี้ให้คุณพ่อคุณแม่ที่บ้านได้ใช้ แต่ทว่าปัจจุบัน มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 3 ล้อแบบนี้ก็มีให้เลือกหลายหลาย จนบางทีก็เลือกยาก ครั้งนี้เราจึงมีคำแนะนำในเรื่องนี้มาฝากคนที่สนใจกัน

เริ่มต้นจากการพิจารณาเรื่องมอเตอร์

หากคุณมีความประสงค์จะเลือกซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ขับไปตลาด ไปซื้อของใกล้ ๆ บ้านได้สะดวกมากขึ้น เวลาเลือกซื้อสิ่งแรกที่คุณควรพิจารณาก็คือ เรื่องของมอเตอร์ที่ใช้กับรถไฟฟ้าแบบนี้ ซึ่งมักจะมีอยู่หลัก ๆ แค่ 2 แบบเท่านั้น คือ

· Brush Motor: เป็นมอเตอร์ที่จะต้องอาศัยระบบการแปรงถ่าน เพื่อช่วยในกระบวนการส่งพลังงาน กลไกตรงนี้จึงต้องมีการเสียดสีภายในอยู่โดยตลอด ในด้านราคาแล้วรถที่ใช้มอเตอร์แบบนี้ราคาจะไม่แพงนัก แต่ตัวมอเตอร์อายุการใช้งานก็จะค่อนข้างสั้น

· Brushless Motor: เป็นเทคโนโลยีมอเตอร์ของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 3 ล้อแบบล่าสุด และเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในขณะนี้ แบบนี้จะไม่ต้องใช้การแปรงถ่าน จึงทำให้ทนทานมีอายุการใช้งานที่นานขึ้น แต่แน่นอนว่าราคาก็จะสูงขึ้นด้วยเช่นกัน

หลังจากที่พิจารณาเรื่องแบบขอมอเตอร์แล้วก็ให้มาดูที่เรื่องของกำลังไฟในตัวมอเตอร์ ซึ่งถ้าคุณซื้อไว้ให้ผู้สูงอายุที่บ้านใช้เดินทางไปใกล้ ๆ เลือกกำลังไฟประมาณ 350-500w ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าจะเอาไว้ใช้งานเอง ซึ่งอาจจะต้องมีการสัญจรออกถนนใหญ่บ้าง ก็อาจจะเลือกกำลังเพิ่มขึ้นมาเป็น800-1,200w ก็ได้

สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้พึงพิจารณาไปด้วยก็คือ หากกำลังไฟมอเตอร์สูง อัตราเร่งก็จะสูง ซึ่งก็มีความเสี่ยงอันตรายมากขึ้น อีกทั้งกำลังไฟสูงในด้านราคาก็จะสูงขึ้นไปด้วยนั่นเอง

แบตเตอรี่ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ

เมื่อเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า แน่นอนเลยว่าองค์ประกอบที่สำคัญก็คือตัวแบตเตอรี่ที่ใช้เก็บไฟ ซึ่งรถแบบนี้จะมีการใช้แบตเตอรี่เป็น 2 แบบดังนี้

· Lead Acid: แบตเตอรี่แบบนี้จะประกอบขึ้นมาจากตะกั่วกับน้ำกรดในอัตรา 70/30 ในด้านคุณสมบัติแล้ว จะทนอากาศร้อนได้ มีการคายประจุไฟน้อย และราคาถูก แต่ก็มีจุดเสียอยู่ตรงที่เก็บไฟได้น้อย มีน้ำหนักมาก จะรับและจ่ายไฟฟ้าได้ช้า การชาร์จแต่ละครั้งก็จะค่อนข้างนาน

· Lithium-Ion: เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน มีน้ำหนักเบา จ่ายไฟได้แรงและเร็ว อายุการใช้งานก็นาน จุดเสียก็คือแบตเตอรี่แบบนี้ไม่ชอบความร้อน หากโดนความร้อนสูงบ่อย ๆ แบตเตอรี่ก็จะเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

ขนาดของตัวรถก็ไม่ควรมองข้าม

บางคนมองว่าจำเป็นต้องใช้ พอเห็นแล้วก็ตัดสินใจซื้อเลย โดยลืมไปว่าพื้นที่ใช้งานและที่จอดรถอาจไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่ ถ้าหากที่พักอาศัยของคุณและเส้นทางสัญจรในบริเวณบ้านเป็นซอยเล็ก ๆ ถนนไม่ได้กว้างมากนัก ก็แนะนำให้ซื้อขนาดเล็กไปเลย ซึ่งความกะทัดรัดจะทำให้ขับขี่สะดวก การตีวงเลี้ยวทำได้ง่ายและหาที่จอดก็ไม่ยาก

ส่วนบ้านใครมีที่กว้าง ถนนหนทางก็ค่อนขว้างกว้าง ซื้อแบบที่ขนาดใหญ่ขึ้นมาก็ไม่มีปัญหา แต่แน่นอนว่ารถที่ใหญ่ขึ้นก็ต้องจ่ายแพงขึ้นด้วยนั่นเอง

ระบบความปลอดภัยของรถอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องใส่ใจ

เรื่องความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องไม่ลืมพิจารณาด้วย มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าทุกคันจะมีการออกแบบระบบความปลอดภัยทั้งภายนอกและภายในมาให้ ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะมีความแตกต่างกันไปบ้าง จริง ๆ หากมีฟังก์ชันเรื่องความปลอดภัยเยอะก็น่าสนใจดี แต่ทั้งนี้ก็ต้องระวังในเรื่องความสะดวกในการใช้งานของผู้สูงอายุด้วย บางทีเยอะเกินไปผู้สูงอายุก็อาจจะสับสนได้

นี่คือหลักและวิธีการคร่าว ๆ ในการเลือกซื้อ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ใครที่กำลังต้องการซื้ออยู่พอดีก็ลองนำไปปรับใช้กันดูแล้วคุณจะได้ของที่ถูกใจตามต้องการ หรือ ติดตามบทความเคล็ดลับ และ ความรู้ดีๆอีกมากมายได้คลิกเลย

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า

เครื่องคิดเลข

จะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องคิดเลขแบบไหนที่เหมาะการใช้งานของเรา? ควรเลือกอย่างไรดี?

เครื่องคิดเลข (calculator) เป็นเครื่องคำนวณที่ช่วยให้เราหาคำตอบเกี่ยวกับตัวเลขได้ง่ายขึ้น เป็นอุปกรณ์ที่นิยมใช้ทั้งในวัยเรียนและวัยทำงาน เช่น นักเรียน นักศึกษา นักบัญชี พ่อค้าแม่ค้า ฯลฯ มีหลายฟังก์ชันให้เลือกใช้งาน สำหรับใครที่กำลังจะเลือกซื้อเครื่องคำนวณชิ้นนี้เราก็มีวิธีการเลือกซื้อมาบอกกันว่าแบบไหนที่จะเหมาะกับการใช้งานของคุณ มีเทคนิคการเลือกอย่างไรบ้าง และเคล็ดลับดี ๆ ในการใช้เพื่อให้คุณใช้งานได้ง่ายขึ้นและคุ้มค่ายิ่งขึ้น

การเลือกซื้อเครื่องคิดเลขควรคำนึงถึงอะไรบ้าง?

· เลือกจากประเภท เครื่องคิดเลขแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ แบบทั่วไปและแบบวิทยาศาสตร์ โดยแบบทั่วไปคือเครื่องคำนวณแบบธรรมดาที่สามารถบวก ลบ คูณ หารได้ ส่วนแบบวิทยาศาสตร์คือเครื่องคำนวณที่สามารถใช้คำนวณสูตรทางคณิตศาสตร์ได้ เช่น sqrt, SIN, COS, TAN ฯลฯ 

· เลือกจากขนาดและน้ำหนัก หากต้องการใช้สำหรับพกพาควรเลือกขนาดเล็กเพราะพกพาได้สะดวกมากกว่า มีน้ำหนักเบา มีทั้งแบบมีฝาปิดและไม่มี แต่หากใช้งานบ่อย เช่น อาชีพค้าขาย ควรเลือกขนาดใหญ่ เพราะออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายกว่า หน้าจอใหญ่ ตัวหนังสือขนาดใหญ่ ปุ่มกดใหญ่ ทำให้มองเห็นได้ง่ายและ กดใช้ได้สะดวก รวดเร็วกว่า

· เลือกจากปุ่มกด แม้ตัวเครื่องจะมีขนาดเท่า ๆ กันแต่ แต่ละรุ่นก็ออกแบบมาให้มีปุ่มกดที่ไม่เหมือนกัน บางรุ่นออกแบบมามีปุ่มเล็ก บางรุ่นออกแบบมาให้มีปุ่มใหญ่ บางรุ่นมีระยะห่างของปุ่มเยอะ ช่วยอำนวยความสะดวกให้กดง่าย บางรุ่นมีระยะห่างน้อย ขึ้นอยู่กับความถนัด และ สรีระนิ้วในการใช้งานของแต่ละคน

· เลือกจากหลักตัวเลข สำหรับใครใช้คำนวณเกี่ยวกับตัวเลขเยอะ ๆ เช่น บัญชี ฯลฯ ควรเลือกรุ่นที่มีจำนวนตัวเลขหลายหลัก หรือประมาณ 10 หลักขึ้นไปเพราะถือเป็นเรื่องปกติที่จะคำนวณเกี่ยวกับตัวเลขในหลักร้อยล้าน แต่หากใช้งานมากกว่านั้นก็มีแบบตัวเลข 14 หลัก และ 12 หลัก ให้เลือกใช้ด้วยเช่นกัน แต่หากเป็นการใช้งานแบบทั่วไป ก็จะอยุ่ที่แบบไม่เกิน 10 หลัก ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานแล้ว

· เลือกจากฟังก์ชันการใช้งาน ฟังก์ชัน (function) การใช้งานต่าง ๆ เป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ใช้ควรคำนึกถึงเพราะส่งผลต่อการใช้งานด้วย เช่น ฟังก์ชันไร้เสียงช่วยให้มีสมาธิในการคิดเลข, ฟังก์ชันหน้าจอเอียงช่วยให้มองเห็นได้หลายมุม, ฟังก์ชันการตรวจสอบ 300 ขั้นที่จะช่วยให้การคำนวณซ้ำแม่นยำมากขึ้น ช่วยป้องกันการคำนวณผิดพลาดในครั้งที่ 2 ได้ หากกดตัวเลขไม่ตรงกับการคำนวณครั้งแรกจะมีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น, ฟังก์ชันโรลโอเวอร์, ฟังก์ชัน GT, ฟังก์ชัน M, ฟังก์ชัน MU , ฟังชั่นใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ หรือ แสงไฟ ฯลฯ

· เลือกแบบที่มียางรองกันลื่น ยางกันลื่นด้านล่างเป้นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้ตัวเครื่องเลื่อนไปเลื่อนมาขณะคำนวณได้ เพราะหากกำลังคิดเลขอยู่แล้วเครื่องคิดเลขเลื่อนไปเลื่อนมาอยู่บ่อยจะทำให้เสียสมาธิและมีโอกาสคิดผิดได้สูง ทำให้ต้องเสียเวลาคิดใหม่หลายรอบ

เคล็ดลับดี ๆ ในการใช้งาน เครื่องคิดเลข แต่ละปุ่มคืออะไร ใช้งานแบบไหน

· ปุ่ม C หรือปุ่ม Clear เป็นปุ่มที่ใช้สำหรับลบตัวเลขตัวล่าสุดที่กดไป โดยตัวเลขเก่าจะยังคงอยู่ไม่ได้หายไป ใช้เมื่อกดตัวเลขผิด

· ปุ่ม AC หรือปุ่ม All clear คือปุ่มที่ใช้ลบตัวเลขที่คำนวณไปทั้งหมดเพื่อเริ่มคำนวณใหม่ ตัวเลขที่คำนวณไปก่อนหน้าจะหายไปทั้งหมด หากใครที่ต้องการลบแค่ตัวล่าสุดก็ต้องระวังไม่ให้กดผิด

· MC หรือปุ่ม memory clear เป็นปุ่มที่จะล้างข้อมูลตัวเลขทั้งหมดที่ได้บันทึกไว้

· MR หรือปุ่ม memory result คือปุ่มที่ใช้คำนวณผลลัพธ์ที่คำนวณไว้ก่อนหน้าทั้งหมด 

· M- คือปุ่มที่ใช้บันทึกตัวเลขที่เราเพิ่งคำนวณเข้าไปใหม่เพื่อให้ไปแทนตัวเลขชุดเดิม 

· M+ คือปุ่มที่ใช้บวกตัวเลขล่าสุดเข้าไปในตัวเลขชุดเดิมที่คำนวณเอาไว้แล้ว 

และนี่คือฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ ที่เห็นได้บ่อยบนเครื่องคิดเลข บางคนที่ยังเรียน หรือ ต้องทำงานเกี่ยวกับตัวเลข อาจจะได้ใช้งานกันอยู่บ่อย ๆ แต่หากใครที่ยังไม่เคยใช้เลยก็สามารถลองกดใช้งานดูได้ เพราะช่วยให้การคำนวณง่ายขึ้นเยอะเลย ไม่ต้องมานั่งกดหลายรอบ สามารถคำนวณได้อย่างต่อเนื่อง ใช้คำนวณพร้อมกันได้หลายชุด มีตั้งแต่หลักร้อยต้น ๆ ไปจนถึงหลักพัน เป็นเครื่องคำนวณที่ออกแบบมาให้มีความทนทาน สามารถใช้งานได้นานหลายปี

ส่วนข้อควรระวังในการใช้งานพื้นฐานคือ ควรระวังไม่ให้หล่น ไม่ให้โดนน้ำ ไม่เก็บไว้ในที่ชื้น และอย่าลืมปิดเครื่องหลังจากใช้งานทุกครั้ง ทั้งหมดนี้คือเคล็ดลับดีๆในการเลือกซื้อเครื่องคิดเลขให้เหมาะกับการใช้งานของคุณ และ ติดตามเคล็ดลับ เนื้อหาสาระความรู้ดีๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยี และ ไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจได้อีกมากมายได้ที่นี่

เครื่องคิดเลข