ตู้เสื้อผ้า

แบ่งพื้นที่ให้เครื่องแต่งกายอย่างลงตัวด้วย ตู้เสื้อผ้า ที่เหมาะกับตัวเอง

ตู้เสื้อผ้า ศิลปะอย่างหนึ่งในชีวิตที่ใครหลายคนอาจทำไม่ดีนักคือการจัดเสื้อผ้า แต่ตัวช่วยอย่างตู้เสื้อผ้าจะทำให้บ้านที่เคยระเกะระกะมีระเบียบยิ่งขึ้น นอกจากจะทำให้บ้านมีพื้นที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้ไม่ต้องเสียเวลาหาของนานอีกด้วย แต่กว่าจะมาเป็นตู้จัดเก็บเสื้อผ้าที่มีให้เลือกหลากหลายได้อย่างทุกวันนี้ ในอดีตตู้เสื้อผ้าเป็นเพียงหีบเท่านั้น ต่อมากษัตริย์แถบยุโรปได้สร้างห้องไว้เป็นที่จัดเก็บชุดคลุมและฉลองพระองค์ซึ่งมักจะติดกับห้องนอน ต่อมาวิวัฒนาการการผลิตได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นตู้ที่มีความหลากหลายทั้งเรื่องวัสดุและฟังก์ชันการใช้งานอย่างในปัจจุบันนี้

รูปแบบตู้เสื้อผ้าที่ควรรู้ก่อนใช้จริง

– ตู้บิวท์อิน ลักษณะตู้ดังกล่าวเป็นตู้ที่สามารถเลือกให้มีขนาดเหมาะสมกับห้องได้อย่างลงตัว เพราะเป็นการวัดขนาดห้องแล้วจึงนำเข้าไปติดตั้ง ไม่ว่าจะมีพื้นที่ห้องกว้างหรือแคบอย่างไรก็สามารถมีตู้บิวท์อินตามที่ต้องการได้ นอกจากนี้ยังเลือกได้ว่าต้องการใช้งานในรูปแบบใด ไม่ว่าจะเป็นบานประตู ชั้นวาง ลิ้นชัก ราวแขวน แม้จะเป็นตู้ที่เลือกได้อย่างใจคิด แต่อย่าลืมว่าการติดตั้งของตู้ประเภทนี้เป็นการติดตั้งถาวร หากต้องการปรับเปลี่ยนก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ อีกทั้งงบประมาณที่ใช้ก็ค่อนข้างสูง

– ตู้สำเร็จรูป การเลือกใช้ตู้ประเภทนี้มีความสะดวกเมื่อติดตั้ง เพราะเมื่อทำสำเร็จก็ยกไปติดตั้งได้ทันที หรืออาจนำชิ้นส่วนไปประกอบภายในห้องได้ และถ้าต้องการเคลื่อนย้ายหรือถอดออกแล้วนำไปประกอบใหม่ทำได้สะดวกเช่นกัน อย่างไรก็ตามอาจมีรูปแบบและฟังก์ชันให้เลือกจำกัด เพราะเป็นการผลิตจำนวนมาก 

– Walk – in Closet ตู้เสื้อผ้าประเภทนี้ไม่เพียงแต่เก็บเสื้อผ้าได้เท่านั้น แต่ยังเข้าไปแต่งตัวได้อย่างสบาย ๆ และยังสามารถจัดเก็บเครื่องประดับ หรือเครื่องแต่งกายประเภทอื่นนอกจากเสื้อผ้าอีกด้วย ทำให้การแต่งตัวไม่อึดอัด และมองเห็นตัวเองในกระจกได้รอบด้าน อย่างไรก็ดี ตู้ประเภทนี้จำเป็นต้องมีพื้นที่ในบ้านมากพอจะแบ่งพื้นที่ห้องห้องหนึ่งให้เป็นห้องแต่งตัวตามที่ต้องการ

ตัวช่วยจัดเก็บเสื้อผ้าอาจมีหลายประเภท แต่ถ้าเลือกไม่เหมาะกับขนาดห้องหรือขนาดบ้านก็อาจกลายเป็นปัญหาในภายหลังได้ ดังนั้น การรู้วิธีจัดวางตู้เสื้อผ้าอย่างเหมาะสมจะไม่เพียงแต่ทำให้เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายถูกจัดอย่างเป็นระเบียบเท่านั้น แต่ยังทำให้ห้องมีพื้นที่ลงตัวและกลายเป็นห้องมีสไตล์ได้อีกด้วย

จัดวางตู้เสื้อผ้าให้ห้องสวยงามมีสไตล์ตามแบบฉบับของตัวเอง

1. วัดขนาดห้องให้ดีก่อน อย่าเพิ่งรีบร้อนซื้อตู้เพียงเพราะสวยหรือคิดเอาเองว่าเหมาะกับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น ๆ ในห้อง จนลืมไปว่าขนาดพื้นที่ในห้องมีจำกัด ดังนั้น ก่อนซื้อควรวัดขนาดห้องรวมถึงขนาดเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น ๆ ทั้งเตียงนอน โต๊ะ ราวตากผ้าขนาดเล็ก เพื่อให้มีพื้นที่จัดวางทุกอย่างได้พอดีและลงตัว เพราะห้องต้องมีทางเดิน หรือระยะเลื่อนเก้าอี้เพื่อให้นั่งได้แบบสบายตัว

2. ฟังก์ชันเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งห้องมีขนาดเล็กและมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ ยิ่งควรเลือกตู้เสื้อผ้าที่มีฟังก์ชันการจัดเก็บได้มากขึ้น เช่น มีลิ้นชักหรือชั้นวาง มีราวแขวนผ้า รวมทั้งชั้นวางของด้านบนตู้ หากมีกระจกติดที่บานประตูตู้ก็ยิ่งดี เมื่อฟังก์ชันครบอย่างนี้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ อีก เพราะตู้เสื้อผ้าที่ดีสำหรับพื้นที่จำกัดคือตู้ที่สามารถใช้งานได้อเนกประสงค์

3. ดีไซน์และวัสดุต้องเหมาะกับผู้ใช้ สำหรับใครที่ต้องการตู้จัดเก็บเสื้อผ้าให้ลงตัวกับของชิ้นอื่น ๆ ในห้อง ควรเลือกจากแหล่งที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย หรือถ้าคิดว่าการช้อปปิ้งนอกบ้านอาจเป็นเรื่องยากในเวลานี้ก็สามารถช้อปปิ้งทางออนไลน์ได้ เพียงแต่ต้องพิจารณาวัสดุว่าเป็นไม้ เหล็ก พาร์ทิเคิล หรือผ้า นอกจากนั้นต้องดูว่าดีไซน์ของตู้กลมกลืนหรือไปในทิศทางเดียวกับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น ๆ ในห้องอีกหรือไม่ เพื่อให้ของทุกชิ้นในห้องมีสไตล์เข้ากันนั่นเอง

แม้ตู้เสื้อผ้าเหมือนจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่หาง่าย แต่ถ้าต้องการให้ทุกพื้นที่ ทุกตารางเมตรได้ใช้งานอย่างเต็มที่ ควรเลือกทั้งวัสดุ ดีไซน์ และฟังก์ชันให้เหมาะสมกับเจ้าของห้องหรือเจ้าของบ้าน นอกจากนี้ควรเลือกประเภทของตู้ที่ทำให้ห้องไม่คับแคบหรือเหลือพื้นที่มากเกินไป เพราะการจัดเก็บเป็นศิลปะหากเลือกตัวช่วยได้ดีก็จะทำให้ห้องหรือบ้านนั้นน่าอยู่มากขึ้น

แบ่งพื้นที่ให้เครื่องแต่งกายอย่างลงตัวด้วย ตู้เสื้อผ้า ที่เหมาะกับตัวเอง มารู้วิธีเลือกวัสดุ ดีไซน์ และฟังก์ชันให้เหมาะสมกับเจ้าของห้อง

ไฟโซล่าเซลล์

ไฟโซล่าเซลล์ ตอบโจทย์ยุคประหยัดพลังงาน แต่เลือกอย่างไรถึงคุ้มค่า

ไฟโซล่าเซลล์ ถือว่าเป็นระบบส่องสว่างที่ได้รับความสนใจอย่างมากในยุคปัจจุบัน เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่กำลังซบเซาทั่วโลก บวกกับเรื่องของราคาด้านพลังงานต่าง ๆ ปรับตัวสูงขึ้นอยู่เรื่อย ๆ ทำให้ผู้คนต่างมองหาทางเลือกใหม่ในด้านพลังงานส่องสว่าง อะไรที่ให้แสงสว่างได้สูงแต่ใช้พลังงานน้อยประหยัดไฟได้ก็จึงได้รับความสนใจ ระบบไฟส่องสว่างที่ใช้พลังงานจากโซล่าเซลล์จึงเป็นอะไรที่ตอบโจทย์อย่างมาก หลายคนก็สนใจจะลองหาซื้อมาใช้บ้าง แล้วจะเลือกอย่างไรถึงคุ้มค่าตรงใจ มาดูคำแนะนำกันเลย 

เลือกไฟโซล่าเซลล์ให้คุ้มค่า ต้องพิจารณาอะไรบ้าง

เชื่อว่าหลายคนกำลังต้องการหลอดไฟหรือโคมไฟที่ใช้ระบบการจ่ายพลังงานงานแบบโซล่าเซลล์ จะได้เข้ามาช่วยเซฟค่าไฟ แต่พอจะซื้อก็พบว่าโคมไฟโซล่าเซลล์มีหลายแบบหลายชนิดให้เลือก จนเริ่มสับสนว่าควรจะซื้อแบบไหนมาใช้งานดีถึงจะได้ความคุ้มค่าตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครอบคลุมที่สุด หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมีความลังเลในเรื่องนี้ ก็ลองให้พิจารณาตามหลักดังนี้

1.ประเภทของไฟที่จะใช้งาน

ไฟในแบบที่โซล่าเซลล์ในปัจจุบันมีหลายประเภท แยกตามลักษณะการติดตั้งใช้งาน ตั้งแต่

· ไฟหัวเสา 

· ไฟสนาม

· ไฟติดผนัง

· ไฟแบบสปอตไลต์ เป็นต้น

แต่ละประเภทก็จะมีความเหมาะสมในการเฉพาะงานเฉพาะจุดเฉพาะอย่างแตกต่างกันไป ความสว่างและความสวยงามก็จะแตกต่างกันไปด้วย ต้องเลือกให้เหมาะสมสอดคล้องกับพื้นที่ที่จะใช้งาน

2.ความสว่าง

เป็นพื้นฐานของการเลือกซื้อไฟส่องสว่างอยู่แล้ว หลักสำคัญก็คือ ต้องได้ความสว่างที่เหมาะสมไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป พิจารณาความสว่างให้เหมาะสมกับพื้นที่ จะสว่างมากหรือน้อยก็ให้ดูกำลังวัตต์เป็นหลัก ถ้ากำลังวัตต์สูงก็จะให้ความสว่างที่มากขึ้น กำลังวัตต์ต่ำความสว่างก็จะลดลง 

3.ฟังก์ชันการทำงาน

ไฟส่องสว่างในระบบโซล่าเซลล์ในปัจจุบันก็จะมีระบบฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลายมากขึ้น เหมือนกับไฟส่องสว่างระบบทั่วไป เพื่อตอบสนองการใช้งานที่สะดวกสบายอย่างการควบคุมความสว่างจากระยะไกลด้วยระบบรีโมต หรือฟังก์ชันการทำงานสว่างแบบอัตโนมัติเมื่อพบการเคลื่อนไหว ตรงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องพิจารณาด้วย หากเลือกฟังก์ชันได้ตรงกับลักษณะการใช้งานก็จะทำให้คุณได้ไฟสว่างที่คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น 

จุดเด่นและความน่าสนใจของไฟโซล่าเซลล์

หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่า แล้วไฟส่องสว่างแบบโซล่าเซลล์มีความน่าสนใจกว่าไฟแบบทั่วไปอย่างไรบ้าง ก็ขอรวบรวมจุดเด่นของไฟส่องสว่างแบบนี้มาชี้ให้เห็นดังนี้

· ช่วยประหยัดมากขึ้น – จุดเด่นที่สุดของไฟแบบโซล่าเซลล์ก็คือ การส่องสว่างแบบประหยัดค่าไฟ เพราะไฟส่องสว่างแบบนี้ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์จึงช่วยให้ผู้ใช้งานประหยัดค่าไฟฟ้าในระยะยาวไปได้มากเลยทีเดียว

· ง่ายต่อการติดตั้งและการดูแลรักษา – ไฟแบบโซล่าเซลล์มักมาพร้อมความง่ายในการติดตั้งและการดูแลรักษา ไม่จำเป็นต้องมีการเดินสายไฟใหม่ จึงไม่ต้องกังวลกับเรื่องความชื้น หรือการกัดแทะสายไฟของหนู แมลงต่าง ๆ เมื่อไม่ต้องมีการเดินระบบสายไฟจึงเซฟเงินได้มากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

· ใช้งานได้อย่างสะดวก – ไฟส่องสว่างแบบนี้มักได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานได้อิสระ รองรับการใช้งานหลากหลายพื้นที่ และมักจะมาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานแบบอัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งานมากขึ้น

· ใช้งานได้ยาวนาน – อย่าเพิ่งคิดว่าไฟส่องสว่างแบบนี้จะใช้งานได้เพียงระยะสั้น ๆ ต้องบอกว่าไม่จริงเลย โดยเทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบันที่ทันสมัยมากขึ้น บวกกับไฟในระบบนี้ต้องใช้ความร้อนจากแสงอาทิตย์ในการเป็นแหล่งพลังงานอยู่แล้ว จึงทำให้ไฟระบบโซล่าเซลล์ได้รับการพัฒนามากขึ้น ไฟแบบนี้จึงทนความร้อนสูงได้สบาย สามารถใช้งานได้ยาวนานและมีความทนทานมากเลยทีเดียว

ยุคที่ค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ สูงขึ้นแบบนี้หนึ่งทางเลือกที่ดีในการประหยัดค่าใช้จ่ายก็คือ การเลือกใช้ไฟส่องสว่างที่สามารถช่วยประหยัดค่าไฟให้กับเราได้ และ ไฟโซล่าเซลล์ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ลงตัวอย่างมาก ตอนนี้ทุกคน คงพอรู้แนวทางในเลือกซื้อและเข้าใจถึงข้อดีของไฟแบบนี้กันแล้ว ใครสนใจก็ลองหาซื้อมาติดตั้งกันดู แล้วคุณจะรู้เลยว่าช่วยขึ้นประหยัดค่าไฟในระยะยาวได้แบบเห็น ๆ

ไฟโซล่าเซลล์ แผงโซล่าเซลล์ ถือว่าเป็นระบบส่องสว่างที่ได้รับความสนใจอย่างมากในยุคปัจจุบันเพราะตอบโจทย์ยุคประหยัดพลังงาน แต่เลือก โซล่าเซลล์ อย่างไรถึงคุ้มค่า?

จักรยานไฟฟ้า

เคล็ดลับการเลือกซื้อ จักรยานไฟฟ้า เลือกแบบไหนให้เหมาะกับการใช้งาน

จักรยานไฟฟ้า คือพาหนะช่วยทุ่นแรงชนิดหนึ่งที่ใช้แรงไฟฟ้าในการขับเคลื่อน โดยมีรูปร่างลักษณะเหมือนกับจักรยานทั่วไป แต่มีการติดมอเตอร์ไฟฟ้าเพิ่มเข้ามาเพื่อช่วยลดแรงปั่นทำให้ผู้ปั่นออกแรงปั่นน้อยลง อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน ปัจจุบันหลายคนเริ่มหันมาใช้งานกันมากขึ้น เนื่องจากใช้งานง่ายสะดวกและคล่องตัวสูง เป็นพาหนะที่เหมาะสำหรับใช้ในการระยะสั้น ๆ มีให้เลือกหลายแบบหลายราคา นอกจากนี้ยังมีข้อดีด้านอื่น ๆ เช่น ช่วยประหยัดค่าเดินทาง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยย่นระยะเวลาในการเดินทาง

มาทำความรู้จัก“จักรยานไฟฟ้า”ก่อนตัดสินใจซื้อ

ปัจจุบันวงการจักรยานไฟฟ้าได้พัฒนาเทคโนโลยีการเคลื่อนที่ไปไกลอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะพักหลัง ๆ เราจะเห็นหลายคนเริ่มซื้อมาใช้ในการเดินทางกันมากขึ้น ซึ่งแบบจักรยานที่เห็นใช้งานกันอยู่บ่อย ๆ มี 4 แบบ ได้แก่

1. แบบพับได้ เป็นจักรยานที่มีรูปทรงคล้ายจักรยานทั่วไป ลักษณะออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานนั่งได้คนเดียวเป็นส่วนใหญ่ และมีขนาดเล็กน้ำหนักเบาแข็งแรงทนทานพับเก็บได้ง่าย เหมาะสำหรับการเดินทางของคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตเร่งรีบในเมืองกรุง เพราะสามารถนำขึ้นรถไฟฟ้าได้ หรือจะใช้เป็นจักรยานออกทริปปั่นออกกำลังกายเดินทางไปในที่ต่าง ๆ ก็ได้เช่นกัน

2. แบบกึ่งสกู๊ตเตอร์ ปั่นได้ และแบบปั่นไม่ได้ ความแตกต่างระหว่างจักรยานแบบปั่นได้และปั่นไม่ได้อยู่ตรงที่ไม่มีบันไดจักรยาน บางรุ่นถูกนำที่ปั่นออกเพื่อให้ใช้ด้วยระบบไฟฟ้าอย่างเดียว บางรุ่นยังคงมีบันไดจักรยานคงไว้เหมือนเดิม เผื่อในกรณีฉุกเฉินที่แบตเตอรี่หมดระหว่างทาง จักรยานรุ่นนี้เหมาะสำหรับกลุ่มแม่บ้านที่ต้องใช้รถไปจ่ายตลาดซื้อของในพื้นที่ใกล้ ๆ

3. แบบ 3 ล้อ มีลักษณะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหรือจักรยานไฟฟ้าแบบมี 3 ล้อ เป็นจักรยานที่ออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ จักรยานประเภทนี้สามารถช่วยป้องกันการล้มจากการขับขี่ได้เป็นอย่างดี มีความปลอดภัยสูงเนื่องจากมีระดับความเร็วไม่มากนัก นอกจากนี้ยังมีไอเทมเสริมเป็นตะกร้าไว้สำหรับใส่สิ่งของ นิยมใช้ขี่ในหมู่บ้านแทนการเดินไปในที่ไกล ๆ

4. แบบล้อเดียว ลักษณะเป็นจักรยานล้อเดียวเป็นการขับขี่ที่ต้องอาศัยการทรงตัวให้สมดุล เพื่อบังคับทิศทางให้รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ตัวล้อมีแท่นลากจูงสามารถพกพาไปได้ทุกที่ มีความแข็งแรงทนทานสามารถลุยน้ำได้แบบไม่พัง จักรยานประเภทนี้ได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่ต้องการความโฉบเฉี่ยวและมีไลฟ์สไตล์เป็นของตัวเอง

หลักการเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าอีกหนึ่งทางเลือกของการใช้งาน

ถึงแม้ว่าจะมีจักรยานให้เราเลือกใช้งานหลัก ๆ 4 แบบ แต่จักรยานในแต่ละแบบก็ถูกแบ่งออกเป็นหลายรุ่นเช่นเดียวกัน ซึ่งแต่ละรุ่นแต่ก็มีสเปกการใช้งานที่ต่างกัน ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจซื้อจักรยานไฟฟ้าควรพิจารณาปัจจัยหลาย ๆ ด้านประกอบการตัดสินใจซื้อ อาทิ

· ราคา สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อของทุกอย่างนั้นก็คือราคา ราคานั้นสมเหตุสมผลกับคุณภาพของที่ได้รับหรือไม่ ซึ่งผู้ซื้อต้องศึกษารายละเอียดข้อมูลของรุ่นจักรยานที่อยากจะซื้ออย่างถี่ถ้วน

· วัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น ซื้อเพื่อใช้ขี่ไปจ่ายตลาด หรือขี่ไปทำงานใกล้ ๆ รุ่นที่เลือกซื้ออาจจะใช้เร็วที่ไม่มากนักราคาจะถูกลง 

· ใครเป็นผู้ใช้งาน เนื่องจากลักษณะของจักรยานแต่ละรุ่นอาจมีข้อจำกัดเรื่องความเหมาะสมเฉพาะคนบางกลุ่มเท่านั้น เช่น จักรยานแบบพับได้เหมาะสำหรับคนหนุ่มสาวที่มีแรงปั่นและมีความคล่องตัว แบบกึ่งสกู๊ตเตอร์เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่มีอายุขึ้นมาหน่อยอย่างกลุ่มแม่บ้าน หรือแบบสามล้อเหมาะสำหรับผู้สูงวัยใช้ในการขี่เดินทางแทนการเดินมีความปลอดภัยสูง เป็นต้น

· บริการหลังการขาย ถือเป็นเรื่องสำคัญระดับหนึ่ง เนื่องจากเป็นจักรยานที่ประกอบไปด้วยกลไกลที่ซับซ้อน ผู้ใช้งานอาจไม่มีความรู้เรื่องการซ่อมบำรุงรักษา ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาจำเป็นต้องกลับไปหาผู้ขายหรือผู้รับประกันในการซ่อมบำรุงรักษา

จักรยานไฟฟ้าเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทางช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่หลายคนหันมาใช้งานแทนการเดินทางแบบอื่น ๆ เพราะใช้งานง่ายระบบไม่ซับซ้อนไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตการใช้งานใด ๆ ก็สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย มีความคล่องตัว ประหยัดพลังงานรักษ์โลก และที่สำคัญราคาสามารถจับต้องได้

จักรยานไฟฟ้า คือพาหนะที่ใช้แรงไฟฟ้าในการขับเคลื่อนปัจจุบันหลายๆคนเริ่มหันมาใช้งานกันมากขึ้น เนื่องจากใช้งานง่าย สะดวก และคล่องตัวสูง

กระทะไฟฟ้า

ประโยชน์ดี ๆ ของ กระทะไฟฟ้า ที่ควรมีติดบ้านไว้ จะเมนูไหนก็อร่อยได้ดั่งใจต้องการ!

กระทะไฟฟ้า เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การทำอาหารเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามเพียงแค่มีไฟฟ้าก็สามารถประกอบอาหารได้ทุกเมนูที่ต้องการแล้ว สำหรับใครกำลังมองหากระทะระบบไฟฟ้าไว้ทำอาหารง่าย ๆ ที่บ้าน หอพัก หรือคอนโดก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี ส่วนจะมีประโยชน์อย่างไร และก่อนเลือกซื้อควรดูที่อะไรบ้าง ไปหาคำตอบกันเลย

5 ประโยชน์ของกระทะไฟฟ้าที่บอกว่าทำไมถึงควรมีไว้ติดบ้าน!

1. ทำอาหารได้หลายประเภท ขึ้นชื่อว่าเป็นกระทะแล้วหลายคนอาจคิดว่าใช้ผัดหรือทอดได้อย่างเดียว แต่กระทะไฟฟ้าสามารถใช้ทำอาหารได้มากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นเมนูอุ่น ตุ๋น ต้ม นึ่ง ผัด หรือย่างก็สามารถทำได้แบบสบาย ๆ ช่วยให้คุณอร่อยได้แบบไม่ซ้ำในทุกเมนูที่ต้องการ

2. ขนาดกะทัดรัด มีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 1 ลิตรขึ้นไป ออกแบบมาให้มีขนาดที่กะทัดรัดเพื่อการใช้งานที่สะดวก หากใช้ทำอาหารสำหรับ 1 ที่เหมาะสำหรับขนาด 1 ลิตร หากใช้ทำอาหารสำหรับ 1 – 2 ที่เหมาะสำหรับขนาด 1.5 – 2 ลิตร หากใช้ทำอาหารสำหรับ 3 – 6 ที่ เหมาะสำหรับขนาด 3 ลิตรขึ้นไป

3. เคลื่อนย้ายสะดวก ด้วยความที่มีขนาดไม่ใหญ่และมีน้ำหนักค่อนข้างเบา จึงทำให้เคลื่อนย้ายได้สะดวก ไม่กินพื้นที่จัดเก็บ หยิบใช้งานได้อย่างสะดวก

4. ใช้งานง่าย เพียงเสียบปลั๊กก็สามารถใช้ประกอบอาหารได้แล้ว ใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก สะดวก รวดเร็ว ช่วยประหยัดเวลาในการทำอาหารได้ดี ที่สำคัญคือ ร้อนเร็ว

5. ทำความสะอาดง่าย วัสดุส่วนมากแล้วจะเคลือบผิวด้วยเทฟลอน ทำให้ทำความสะอาดง่ายและไม่ติดกระทะ

เรื่องที่ไม่ควรมองข้ามในการเลือกซื้อกระทะไฟฟ้า ควรดูที่อะไรบ้าง?

· รูปทรงและการใช้งาน กระทะไฟฟ้าแบ่งออกเป็น 3 ทรงหลัก ๆ ได้แก่ ทรงก้นลึก ทรงก้นแบน และกระทะสำหรับปิ้งย่าง จึงควรถามตัวเองก่อนว่าต้องการนำไปใช้ทำอะไร หากใช้ต้มหรือแกงบ่อย ๆ เหมาะสำหรับทรงก้นลึก แต่หากใช้ผัดหรือทอดบ่อยเหมาะสำหรับทรงก้นแบน หากต้องการนำไปใช้ปิ้งย่างโดยเฉพาะเหมาะสำหรับกระทะปิ้งย่าง เพราะออกแบบผิวกระทะมาสำหรับปิ้งย่างโดยเฉพาะ

· ขนาด ควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งานและปริมาณอาหารในแต่ละมื้อ เพื่อเพียงพอต่อการใช้งานและไม่ต้องทำอาหารหลายครั้ง

· วัสดุ ผลิตจากหลายวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นพลาสติก โลหะ อะลูมิเนียม เคลือบด้วยเทฟลอน อัลลอย ABS ฯลฯ โดยวัสดุแต่ละประเภทจะมีคุณสมบัติที่ต่างกัน

· กำลังไฟ ยิ่งกำลังไฟมากก็จะมีอัตราการกินไฟเพิ่มขึ้น แต่สามารถทำความร้อนได้เร็วและรองรับความร้อนได้หลายระดับ

· ความแข็งแรง ทนทาน ควรเลือกวัสดุที่มีความแข็งแรงและทนทานสูงเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน 

· ฟังก์ชันการใช้งาน เช่น ปรับความร้อนได้หลายระดับ หรือการใช้งานแบบ 2 in 1 ที่สามารถย่างและต้มในหม้อและกระทะได้ในครั้งเดียว

· ระบบความปลอดภัย เช่น มีเทอร์โมสตัทในการควบคุมไฟ หรือระบบตัดไฟอัตโนมัติ ที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน เมื่อตรวจจับความร้อนที่สูงเกินกำหนดจะตัดไฟโดยอัตโนมัติ

· การประหยัดไฟ เช่น ฉลากรับรองการประหยัดไฟเบอร์ 5 ที่จะช่วยประหยัดค่าไฟได้มากขึ้น

· อุปกรณ์เสริม ส่วนมากแล้วจะมาพร้อมกับฝากระทะ แต่บางรุ่นก็มีอุปกรณ์อื่น ๆ ให้ด้วย เช่น ซึ้งนึ่ง หูจับกระทะ ขาตั้ง

· การทำความสะอาด ควรเลือกกระทะที่ทำความสะอาดง่าย หรือเคลือบเทฟลอน ช่วยให้คราบไม่ติดกระทะและไม่เปลืองแรงขัด 

· ราคา มีให้เลือกตั้งแต่ราคาหลักร้อยกลาง ๆ ไปจนถึงหลักพัน โดยราคาจะขึ้นอยู่กับขนาด วัสดุ และฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ 

· การรับประกัน ส่วนมากแล้วจะมีการรับประกันมาให้อยู่แล้ว ส่วนระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อ บางรุ่นรับประกันนาน 1 – 3 ปี

เรียกว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวขนาดเล็กที่จิ๋วแต่แจ๋วจริง ๆ เพราะกระทะไฟฟ้าสามารถใช้งานได้หลากหลาย ช่วยให้ทำอาหารได้ง่ายขึ้น เพียงไม่นานก็ได้เมนูอร่อยแล้ว สำหรับการใช้ทำอาหารแบบทั่วไป มีให้เลือกหลายสีหลายสไตล์ หากใครสนใจและอยากได้ไว้ติดบ้าน หอพัก หรือคอนโด ก็สามารถหาซื้อมาลองใช้กันได้ สั่งซื้อง่ายตามร้านค้าออนไลน์ทั่วไป ราคาน่ารักจับต้องได้ ช่วยให้คุณทำอาหารทานเองได้ง่าย ๆ แบบยุ่งยาก ใครก็สามารถใช้ได้

ประโยชน์ดีๆของ กระทะไฟฟ้า   ที่ควรมีติดบ้านไว้ จะเมนูไหนก็อร่อยได้ดั่งใจต้องการ! มารู้ 5 ประโยชน์ของกระทะไฟฟ้าที่บอกว่าทำไมถึงควรมีไว้ติดบ้าน

เครื่องซีลสูญญากาศ

เครื่องซีลสูญญากาศ ตัวช่วยดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณถนอมอาหารได้นานยิ่งขึ้น

เครื่องซีลสูญญากาศ เป็นอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่ช่วยให้การถนอมอาหารเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ด้วยการดูดอากาศออกจากถุงเก็บอาหารเพื่อช่วยยืดอายุของอาหาร เพราะการที่มีอากาศอยู่ด้านในจะทำให้เกิดความชื้นได้ง่าย ส่งผลให้อาหารเน่าเสียเร็วขึ้น ซึ่งการถนอมอาหารด้วยระบบสูญญากาศนั้นก็สามารถทำได้กับอาหารหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด อาหารแห้ง หรือของเหลว สำหรับพ่อบ้านแม่บ้านคนไหนที่อยากได้ตัวช่วยในการถนอมเราก็มีตัวช่วยดี ๆ มาแนะนำกัน

ประโยชน์น่ารู้ของเครื่องซีลสูญญากาศ ดีอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง?

· ช่วยให้เก็บอาหารได้นานขึ้น หน้าที่หลักของเครื่องซีลสูญญากาศคือการดูดอากาศออกจากถุงเก็บอาหารเพื่อช่วยลดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่ลอยมากับอากาศ โดยจะดูดอากาศออกจนหมดไม่ให้เหลืออากาศด้านในเพื่อช่วยให้ถนอมอาหารได้นานขึ้น 3 – 5 เท่า

· คงกลิ่นและรสชาติของอาหารไว้ได้นาน นอกจากช่วยรักษาสภาพอาหารแล้วยังช่วยคงกลิ่นและรสชาติเดิมของอาหารชนิดนั้น ๆ เอาไว้ด้วย ทำให้อาหารไม่เสียรสชาติ เมื่อนำกลับมาปรุงสุกใหม่หรือทานใหม่ก็ยังคงกลิ่นและรสชาติเดิมเอาไว้ให้ได้ลิ้มรสกันอยู่

· ใช้กับอาหารได้หลายประเภท ไม่เพียงอาหารสดเท่านั้น แต่อาหารแห้ง อาหารเหลว หรืออาหารที่ปรุงสุกแล้วก็สามารถถนอมอาหารได้เช่นกัน 

· ช่วยให้เก็บอาหารได้ง่ายขึ้น วิธีการถนอมอาหารที่หลายคนทำคือการเก็บอาหารใส่กล่องหรือใช้พลาสติกซีลปิด เป็นการวิธีการถนอมอาหารแบบชั่วคราวที่ค่อนข้างกินพื้นที่จัดเก็บ ทำให้เก็บอาหารได้ไม่มาก

· ช่วยป้องกันอาหารจากเชื้อโรคต่าง ๆ การเก็บถนอมอาหารโดยไม่ปิดภาชนะจะทำให้เชื้อโรคปะปนเข้าไปได้ง่าย เมื่อเปิดตู้เย็นเชื้อโรคจะลอยเข้าไปในอาหารและก่อตัวเป็นแบคทีเรียที่นอกจากจะทำให้อาหารเน่าเสียเร็วขึ้นแล้วยังอาจทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียจากการรับประทานเข้าไปด้วย

· ใช้ในการขนส่งอาหารได้ หลาย ๆ ร้านนิยมหันมาแพ็กอาหารด้วยวิธีการแบบสุญญากาศกันมากขึ้น เพื่อช่วยคงสภาพสินค้าให้นานขึ้นและยังช่วยลดพื้นที่ในกล่องพัสดุด้วย ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งลงได้

· ใช้ถนอมอาหารในการเดินทางได้ สำหรับการเดินทางที่ใช้เวลาหลายวัน เช่น การออกทริปต่างจังหวัดหรือพื้นที่ห่างไกลที่หาซื้อวัตถุดิบต่าง ๆ ได้ง่าย การถนอมอาหารเอาไว้ก็จะช่วยให้เก็บอาหารสำหรับทานในวันต่อ ๆ ไปได้ง่ายขึ้นและยังช่วยลดพื้นที่จัดเก็บด้วย

การเลือกซื้อเครื่องซีลสูญญากาศสำหรับใช้ในบ้านแบบง่าย ๆ 

· ขนาดและน้ำหนัก เครื่องซีลสูญญากาศที่เหมาะสำหรับใช้งานในบ้านคือแบบ External เป็นเครื่องแบบทั่วไปที่มีขนาดกะทัดรัดเหมาะสำหรับใช้งานในครัวเรือน แต่เครื่องประเภทนี้จะไม่เหมาะกับอาหารประเภทของเหลว หากต้องการซีลของเหลวควรนำไปแช่แข็งก่อน แต่บางรุ่นก็ออกแบบมาให้ใช้กับอาหารที่มีน้ำเล็กน้อยหรือของเหลวได้

· ความยาวและความหนาของแถบซีล เพื่อให้ซีลปิดปากถุงได้พอดี หากถุงกว้างและหนาและจนเกินไปจะทำให้เกิดปัญหาได้

· ระยะเวลาในการทำงาน บางรุ่นเหมาะสำหรับการใช้งานแบบชั่วคราว แต่บางรุ่นสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว

· ประเภทการซีลอาหาร ก่อนเลือกซื้อควรดูก่อนว่ารุ่นนั้น ๆ เหมาะกับการถนอมอาหารประเภทไหน เพราะมีเพียงไม่กี่รุ่นที่เหมาะสำหรับอาหารประเภทของเหลว

· แรงในการดูดสุญญากาศ ควรเลือกรุ่นที่มีแรงดูดอยู่ที่ประมาณ 330 – 635 mmHg เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการใช้งาน

· ดีไซน์และการออกแบบ ควรเลือกรุ่นที่ดีไซน์เหมาะกับการใช้งานของตนเอง จับถนัดมือ หยิบจับง่าย และมีน้ำหนักไม่มากจนเกินไป

· ฟังก์ชันการใช้งาน เช่น ทำงานได้ทั้งการซีลสุญญากาศและซีลปิดปากถุง ปรับระดับแรงดูดได้ มีเครื่องชั่งอิเล็กทรอนิกส์ในตัว มีภาชนะรองรับน้ำออกจากอาหารในตัว

· การรับประกัน เพื่อความมั่นใจในการใช้งานควรเลือกรุ่นที่มีการรับประกันมาให้ด้วย เพื่อความสะดวกสบายตลอดการใช้งาน 

เครื่องซีลสูญญากาศ เป็นอุปกรณ์ถนอมอาหารที่เหมาะสำหรับพ่อบ้านแม่บ้านยุคใหม่ที่ชอบความสะดวกสบาย ง่าย ๆ เพียงแค่ไม่ถึง 10 วินาทีก็ช่วยให้ถนอมอาหารได้นานขึ้นหลายเท่าแล้ว อีกทั้งยังมีให้เลือกหลายราคา มีตั้งแต่หลักร้อยต้น ๆ ขึ้นไป สามารถหาซื้อมาใช้กันได้

เครื่องซีลสูญญากาศ เป็นอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่ช่วยให้การถนอมอาหารเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น มาเรียนรู้ประโยชน์เครื่องซีลว่าดีอย่างไรและทำอะไรได้บ้าง?

เครื่องอบผ้า

ตอบโจทย์ได้กับทุกไลฟ์สไตล์ด้วยประสิทธิภาพ เครื่องอบผ้า แห้งไว ทันใจ ไม่ง้อแดด

เครื่องอบผ้า อีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญสำหรับพ่อบ้าน-แม่บ้านยุคใหม่ ที่ค่อนข้างจะใช้ชีวิตกันแบบเร่งรีบในแต่ละวัน หรือในส่วนของผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการซัก อบ รีด ก็ยิ่งจำเป็นต้องมีเอาไว้ใช้งานเช่นกัน ถือว่าเป็นอีกไอเทมของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะมาตอบโจทย์ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สภาพอากาศไม่เป็นใจให้ตากผ้าเท่าไรนัก จะสามารถเป็นตัวช่วยที่ดีมาก แต่ในเวลาปกติก็ใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วให้กับงานซัก-อบแห้งได้เลยทันที อีกทั้งในที่อยู่อาศัยอย่างคอนโดมิเนียม หอพัก อพาร์ทเม้นต์ ก็ไม่สะดวกในเรื่องการใช้ที่เพื่อตากผ้าอีกด้วย การมีเครื่องสำหรับอบผ้าแห้งก็จะทำให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น ผ้าแห้งไวเหมือนตากแดด กลิ่นก็ยังหอมไร้ความอับชื้น หรือหมดกังวลเรื่องเชื้อราได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์ของความต้องการได้ตรงทุกข้ออย่างแน่นอน

เลือกเครื่องอบผ้าแบบไหน รุ่นใดดี ที่จะลงตัวและคุ้มค่าในแบบคุณ

1. เครื่องอบผ้าขนาดเล็กกะทัดรัด ที่สามารถบรรจุผ้าได้ระหว่าง 1-15 ตัว กำลังไฟอยู่ที่ระดับ 800-900 วัตต์ เหมาะกับคนที่พักอาศัยอยู่คนเดียว หรืออาศัยอยู่คอนโดมิเนียมและหอหัก อย่างเช่น นักเรียน นักศึกษา เป็นต้น ช่วยทำให้ผ้าแห้งไวลดกลิ่นอับชื้นและสามารถฆ่าเชื้อราแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเก็บรักษาก็ประหยัดพื้นที่ใช้สอย ในบางรุ่นสามารถพับเก็บได้อีกด้วย ไม่มีเกะกะให้ได้รำคาญใจ 

2. เครื่องอบแบบตู้อบเสื้อผ้าด้วยเทคโนโลยีไอออนลบ ให้อุณหภูมิสูง มีประสิทธิภาพในการยับยั้งแบคทีเรียและกำจัดกลิ่น อบแห้งได้ดีแบบไม่ทำลายเนื้อผ้า ซักแล้วอบเพื่อสวมใส่ได้เลยภายในวันเดียว ที่สำคัญมีราคาย่อมเยา สามารถประหยัดเงินในกระเป๋าได้อย่างแน่นอน โดยมีราคาอยู่ที่เพียงหลักร้อย-หลักพันเท่านั้น ความจำเป็นที่ต้องสวมใส่ชุดยูนิฟอร์มนักเรียน หรือชุดทำงานติดต่อกัน การซักผ้าจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป

3. เครื่องอบผ้าขนาดกลาง ซึ่งจะอยู่ที่ 7-10 กิโลกรัม นิยมใช้งานสำหรับบ้านและที่อยู่อาศัยที่มีสมาชิกอยู่ร่วมกัน การซักผ้า อบผ้าแต่ละครั้งจะมีปริมาณมากขึ้น จึงควรเลือกใช้เครื่องที่มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ใช้อบด้วยกันเพื่อประหยัดพลังงานและเงินค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือน โดยเลือกเครื่องที่มีระบบเซนเซอร์และตรวจวัดอุณหภูมิ-ความชื้นที่เหมาะสำหรับการอบผ้า ให้ถนอมเนื้อผ้า ไม่หด ไม่เสียรูปทรง

4. เครื่องที่มีขนาดใหญ่เกิน 10 กิโลกรัมขึ้นไป เพื่อการใช้งานที่ครอบคลุมไปถึงการอบผ้าห่ม ผ้านวม ผ้าม่าน เป็นต้น หรือจะเป็นการใช้งานสำหรับครอบครัวใหญ่ ผู้ประกอบอาชีพซัก-อบ-รีด ตัวช่วยที่ทำให้ปัญหาเรื่องการตากผ้าหมดไป ไร้กังวลเรื่องความอับชื้นและแบคทีเรียเพราะไม่ได้รับแสงแดด เนื่องจากโปรแกรมการอบผ้ามีทุกประสิทธิภาพที่ดีเหมือนการตากแดด 

ระบบของเครื่องอบผ้าที่น่าสนใจ เพิ่มความมั่นใจในการเลือกมาใช้งานจริง

– ระบบที่สำคัญของเครื่องอบผ้าเกือบทุกเครื่องและทุกแบรนด์จะเน้นในเรื่องของการมีเซ็นเซอร์วัดระดับอุณหภูมิและความชื้นแบบอัตโนมัติไม่ใช้เพียงให้แห้งอย่างเดียวเท่านั้นแต่ต้องขจัดความชื้นซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดเชื้อแบคทีเรียนำโรค ในบางรุ่นจะมีโปรแกรมพิเศษที่สามารถลดสารก่อภูมิแพ้ และช่วยกำจัดแบคทีเรียได้ถึง 100% เลยทีเดียว ซึ่งการตากแดดอาจจะยังไม่สามารถขจัดเชื้อโรคได้เท่าด้วยซ้ำไป ยังเสี่ยงต่อเชื้อโรคในอากาศ หรือที่มากับไรฝุ่น เป็นต้น

– มีระบบลดรอยยับอัตโนมัติ Auto-Anti Creasing เพราะปัญหาอย่างหนึ่งที่เคยเจอในการอบผ้าจากเครื่องก็คือ รอยยับที่รีดให้หายค่อนข้างยาก จึงเกิดโปรแกรมดี ๆ ขึ้นมาเพื่อเพิ่มความมั่นใจจากการเลือกใช้งานได้มากขึ้น เพื่อความคุ้มค่ามากที่สุด

– เครื่องอบผ้าแบบลมร้อน ที่มีขนาดพกพา ซึ่งอาจจะไม่ได้ประสิทธิภาพเท่ากับเครื่องอบผ้าขนาดมาตรฐาน แต่ก็สร้างความสะดวกสบายในการพกพาไปไหนมาไหนได้ง่าย เหมาะสำหรับการเดินทางและคนที่ต้องเดินทางบ่อย 

ตอบโจทย์ได้กับทุกไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง ด้วยประสิทธิภาพของเครื่องอบผ้า แห้งไว ทันใจ ไม่ง้อแดด เพราะแดดในบางสถานการณ์ก็หาได้ยาก และต้องอาศัยพื้นที่ แต่เครื่องอบผ้า ประหยัดพื้นที่แล้วยังลงตัวกับการมีพื้นที่จำกัดอีกด้วย ตัวช่วยสุดคุ้ม เลือกหาได้จากร้านค้าออนไลน์ชั้นนำ ที่มาพร้อมบริการหลังการขายระดับคุณภาพ เลือกรุ่นที่คุ้ม เลือกแบรนด์ที่ใช่ได้ด้วยตัวคุณเอง ผ่านสมาร์ทโฟนคู่ใจ

เลือก เครื่องอบผ้า แบบไหน รุ่นใดดี ที่จะลงตัวและคุ้มค่าในแบบคุณ ระบบของเครื่องอบผ้าน่ารู้ เพิ่มความมั่นใจในการเลือกมาใช้งานจริง

เครื่องชงกาแฟ

มือใหม่ควรรู้ เลือก เครื่องชงกาแฟ อย่างไรถึงจะตรงใจมากที่สุด

เชื่อเลยว่าหลายคนเป็นคนที่ชอบดื่มกาแฟและเคยคิดเหมือนกันว่าจะซื้อ เครื่องชงกาแฟ มาไว้ที่บ้านหรือนำไปไว้ที่ทำงาน จะได้ใช้ชงกาแฟสดตามแบบที่ตนเองต้องการ ไม่ต้องสิ้นเปลืองกับการไปซื้อกาแฟตามร้านกาแฟต่าง ๆ ที่บางครั้งราคาก็ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว แต่พอจะลองเลือกซื้อจริง ๆ ก็เริ่มรู้สึกลังเล เพราะตัวเครื่องก็มีหลายแบบหลายราคาให้เลือก ดังนั้นในครั้งนี้จึงจะมาแนะนำในเรื่องนี้กัน 

เลือกเครื่องชงกาแฟให้ถูกใจไม่ได้ยากอย่างที่คิด

คอกาแฟสดหลายคนพอจะไปเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟสด ก็เริ่มสับสนว่าจะเลือกเครื่องชงแบบไหนดี ปัจจุบันมีให้เลือกหลายแบบมาก แถมยังมีหลายประเภทให้เลือกด้วย ราคาก็จะแตกต่างกันไป อันที่จริงแล้วการเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนคิด เริ่มต้นจะต้องทำความเข้าใจกับประเภทของเครื่องชงในแบบต่าง ๆ ก่อน โดยหลัก ๆ แล้วก็จะแบ่งได้ดังนี้

1.เครื่องชงแบบอัตโนมัติ

เครื่องชงแบบนี้แค่เราใส่เมล็ดกาแฟลงไปเครื่องก็จะทำการบดเมล็ดให้แบบอัตโนมัติ จากนั้นก็จะทำการสกัดเอาเมล็ดกาแฟนำมาชงโดยมีการแยกกากกาแฟออกไปแบบอัตโนมัติด้วย ทำให้เราได้กาแฟรถสชาติเข้มข้นมาแบบง่าย ๆ ไม่ต้องทำอะไรมาก การใช้งานที่ง่ายสะดวกแถมกาแฟรสชาติดี จึงทำให้เป็นเครื่องชงประเภทนี้ได้รับความนิยมพอสมควร แต่ผู้คนมักไม่ซื้อไปใช้ในบ้าน โดยส่วนใหญ่เครื่องชงแบบนี้จะซื้อไปใช้กันในที่ทำงานออฟฟิศสำนักงานต่าง ๆ มากกว่า ก็นับเป็นหนึ่งตัวเลือกที่ดี

2.เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่

เครื่องชงกาแฟสดแบบนี้เหมาะมากกับคนที่ชอบดื่มเมนูกาแฟเอสเพรสโซ่หรือคาปูชิโน เครื่องชงแบบนี้จะใช้หลักการเรื่องของความดันจากไอน้ำนำมากลั่นกาแฟ เพื่อให้ได้กาแฟที่เข้มข้นถึงใจโดยไม่ต้องใช้น้ำมาก ทำให้เราได้มาซึ่งกาแฟที่มีรสชาตินุ่มนวล ทำเมนูกาแฟได้หลากหลาย แต่ข้อจำกัดของเครื่องชงแบบนี้ก็คือ ผู้ชงจะต้องทำการบดเมล็ดกาแฟด้วยตัวเอง 

3.เครื่องชงแบบแคปซูล

กาแฟแคปซูลปัจจุบันได้รับความนิยมมากขึ้น ที่เป็นกาแฟคั่วบดปรับปรุงรสชาติมาแล้วและเก็บไว้ในลักษณะแคปซูล โดยการจะชงกาแฟแคปซูลนี้ก็จะใช้เครื่องชงประเภทนี้เข้าช่วย การทำงานของเครื่องก็ไม่ซับซ้อน ทำให้ได้เมนูกาแฟสุดโปรดออกมาได้อย่างรวดเร็ว และการชงทุกครั้งก็จะได้รสชาติที่สม่ำเสมอ ชงง่ายได้มาตรฐานทุกครั้ง แต่ก็เช่นกันเครื่องชงแบบนี้ก็ราคาค่อนข้างสูง

4.เครื่องชงแบบดริป

เครื่องชงแบบนี้ได้รับความนิยมทั่วไป อาจจะเรียกว่าเป็นเครื่องชงแบบมีตัวกรองก็ได้ หลักการชงก็ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ทำให้ได้กาแฟมาดื่มได้แบบรวดเร็ว แถมราคาก็ไม่แพง แต่เครื่องแบบนี้อาจจะทำให้รสชาติและกลิ่นของกาแฟเจือจางลงไปบ้าง แต่ถ้ามองถึงความง่ายในการชงแบบนี้ก็ถือว่าดีเลยทีเดียว ถ้าเข้าใจประเภทของเครื่องชงแบบนี้แล้ว คุณก็จะเห็นว่าเลือกได้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย 

เลือกเครื่องชงกาแฟอย่าลืมดูรายละเอียดต่าง ๆ ด้วย

นอกจากที่เราจะดูเรื่องของประเภทของเครื่องชงแบบต่าง ๆ แล้ว เรื่องของรายละเอียดภาพรวมต่าง ๆ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราสามารถนำมาใช้พิจารณาประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องชงในแบบที่ตรงกับความต้องการของเราที่สุดได้ โดยรายละเอียดที่เราควรจะต้องพิจารณาก็คือ  

· ลักษณะการใช้งาน: ต้องดูด้วยว่าเรามีความประสงค์ในการใช้งานอย่างไร หากเน้นใช้งานที่บ้านก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อเครื่องชงราคาแพง ๆ กรณีที่จะนำไปใช้ในที่ทำงาน ก็อาจจะต้องพิจารณาต่างออกไป เพราะใช้กันหลายคนแบบนี้เลือกแบบที่ราคาแพงขึ้นมาสักหน่อยก็น่าจะตอบโจทย์กว่า

· ฟังก์ชันการทำงาน: เครื่องชงแม้จะเป็นเครื่องชงประเภทเดียวกัน แต่ต่างยี่ห้อก็อาจจะมีฟังก์ชันการใช้งานที่แตกต่างกันได้ บางรุ่นก็อาจจะมีฟังก์ชันการใช้งานที่มากขึ้น ทำให้เราสะดวกกับการชงกาแฟมากขึ้น แต่แน่นอนว่าก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่เพิ่มขึ้นด้วย

· บริการหลังการขาย: จุดนี้ก็สำคัญเพราะถ้าใช้งานไปไม่นานแล้วเครื่องมีปัญหาจะได้ส่งซ่อมตามประกันที่มีได้ง่าย 

นี่คือหลักการง่าย ๆ ในการพิจารณาเลือกเครื่องชงกาแฟ ให้ถูกใจและตรงกับความต้องการ ลองนำไปปรับใช้กันดูเชื่อว่าคุณก็จะเลือกซื้อเครื่องชงได้ง่ายมากขึ้น และจะทำให้คุณฟินไปกับการได้ละเลียดกาแฟรสชาติตามแบบที่คุณต้องการ

มือใหม่ควรรู้ เลือก เครื่องชงกาแฟ อย่างไรให้ถูกใจและตรงกับความต้องการให้คุณฟินไปกับการได้ละเลียดกาแฟมากที่สุด

Tinder gold

Tinder gold เคล็ดลับเจอคนที่ใช่แบบที่ชัวร์ แต่ก็มีราคาที่ต้องจ่าย

ต้องยอมรับเลยว่าแอป Tinder กลายเป็นสูตรหาแฟนของคนยุคนี้ไปแล้ว และ tinder gold ถือว่าเป็นสูตรหรือเคล็ดลับอย่างหนึ่งเลยที่จะทำให้คนที่กำลังมองหารักแท้ ได้พบกับคนที่ใช่เป็นรักที่ชัวร์ไม่ต้องกลัวรักล่ม เพราะการอัปเกรดขึ้นไปเป็นแบบ ทินเดอร์ gold ก็จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถมองหาคนที่ใช่จากทั่วโลกได้เลย รักแท้อาจไม่ได้อยู่เพียงแค่ในประเทศเท่านั้นจริงไหม การได้เข้าถึงคนที่กำลังต้องการคู่เดทคู่ครองได้จากคนทั่วโลกย่อมทำให้เรามีโอกาสได้พบคนที่ดีในแบบที่ลงตัวกับเราเพิ่มขึ้น 

สมาชิกtinder goldจะได้รับสิทธิ์พิเศษอะไรบ้าง

ก่อนอื่นเลยก็ต้องขอแนะนำคร่าว ๆ กันก่อน เผื่อใครยังไม่รู้จักแอปพลิเคชันนี้ สำหรับแอป Tinder นั้นเป็นแอปพลิเคชันหาคู่ ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน หลักการหรือบทบาทของแอปพลิเคชันนี้ก็คือ การเป็นตัวกลางในการจับคู่ให้กับผู้ใช้งานที่ต้องการสร้างความสัมพันธ์กับสมาชิกผู้ใช้งานคนอื่น ๆ โดยจะจับคู่กับสมาชิกที่อยู่บริเวณรอบพื้นที่ใกล้ ๆ กับผู้ใช้งาน โดยแอปจะเน้นการจับคู่ความสัมพันธ์ระหว่างเพศตรงข้ามเป็นหลัก เมื่อผู้ใช้งานลงทะเบียนในแอปพลิเคชันเรียบร้อย ก็จะเข้าใช้งานได้ ระบบจะทำการสุ่มสมาชิกผู้ใช้งานคนอื่น ๆ มาให้ผู้ใช้งานได้พบเห็นบนหน้าจอ ถ้าไม่ต้องการสร้างความสัมพันธ์ก็ปัดหน้าจอไปทางซ้าย หากผู้ใช้งานชอบต้องการสร้างความสัมพันธ์กับคนนั้น ๆ ก็ให้ปัดหน้าจอไปทางขวา หลังจากนั้นระบบก็จะทำการจับคู่และให้สมาชิกทั้งสองได้มีโอกาสสนทนากัน

ตัวแอปพลิเคชันจะมีฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ช่วยให้การจับคู่นั้นทำได้ง่ายมากขึ้น แต่ฟีเจอร์ต่าง ๆ ก็จะเป็นไปตามระดับของสมาชิก โดยทางแอปจะมีการแบ่งระดับสมาชิกออกเป็น 3 ระดับด้วยกัน คือ

· tinder: เป็นระดับสมาชิกเริ่มต้นที่ไม่มีค่าบริการ หรือเป็นสมาชิกฟรีนั่นเอง ซึ่งสมาชิกระดับนี้ก็จะไม่ได้รับฟีเจอร์ต่าง ๆ จากทางแอปมากนัก และ การเข้าใช้งานแอปก็จะต้องคอยปิดโฆษณาที่จะขึ้นมาให้เห็นเป็นระยะ ๆ การใช้งานก็จะมีกรอบจำกัดเอาไว้ เช่น กด Super Like ได้เพียงวันละครั้ง ระยะทางในการสุ่มสมาชิกจะได้เพียง 160 กิโลเมตร อย่างนี้เป็นต้น 

· tinder plus: เป็นสมาชิกในขั้นที่อัปเกรดขึ้น โดยสมาชิกในขั้นนี้จะต้องเสียค่าบริการอยู่ที่ 169 บาท/เดือน ก็จะได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่เป็นฟีเจอร์ต่าง ๆ จากทางแอปเพิ่มเข้ามา อย่างการใช้แอปแบบไม่มีโฆษณาขั้น การกด Super Like ได้ 5 ครั้ง/วัน ได้รับสิทธิ์ในการสร้างความสัมพันธ์กับสมาชิกของแอปได้ทั่วโลก อย่างนี้เป็นต้น

· ทินเดอร์ goldเป็นสมาชิกระดับสูงสุดของทางแอป สมาชิกในระดับนี้จะต้องจ่ายค่าสมาชิกอยู่ที่ 279 บาท/เดือน และได้รับสิทธิ์ในการใช้ฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึงได้สิทธิ์ในการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร สามารถกด Super Like ได้ 5 ครั้ง/วัน ดู Top Pick ของคนที่สนใจได้มากถึง 10 คน/วัน Boost ให้หน้าของเราถูกจัดอันดับต้น ๆได้ เข้าถึงสมาชิกจากทั่วโลกได้ ด้วยฟีเจอร์ที่มากมายเหล่านี้นี่เองที่จะทำให้ คนต้องหาหาคู่ ได้พบเจอคนที่ใช่ได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่ง

ทินเดอร์ goldเแม้จะหาคู่ง่ายขึ้นแต่ก็ต้องระวังมากขึ้น

แม้ว่าแอปพลิเคชัน Tinder จะเป็นหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ยังไม่มีเพื่อนใจ และต้องการหาใครสักคนมานั่งเคียงข้างในชีวิต รวมไปถึงการมีระบบสมาชิกระดับสูงอย่างสมาชิกระดับ gold มาช่วยทำให้อะไร ๆ ดูง่ายและสะดวกใจมากขึ้นก็จริง แต่อย่างไรก็ตาม บนโลกออนไลน์อะไรก็ย่อมเกิดขึ้นได้ เราจึงไม่ควรไว้วางใจเปิดเผยทุกอย่างบนโลกออนไลน์ไปแบบ 100% การใช้แอปหาคู่แบบนี้จึงควรจะเซฟตัวเองไว้บ้าง เช่น ไม่บอกข้อมูลทั้งหมดให้กับคนที่คุยด้วย ทำการเช็กสถานะของสมาชิกฝั่งตรงข้ามให้ดีก่อนจะสร้างความสัมพันธ์ ระวังการส่งภาพหรือรหัสสำคัญไปในการสนทนา และไม่ควรรีบจ่ายเงินให้กับการเพิ่งเริ่มต้นเป็นสมาชิกแอปพลิเคชันหาคู่ใด ๆ อย่างนี้เป็นต้น ระวังเอาไว้ก่อนย่อมจะทำให้เราปลอดภัยและสบายใจมากกว่า

อย่างไรก็ดีสำหรับแอปพลิเคชัน Tinder ก็ถือว่าเป็นหนึ่งแอปพลิเคชันที่น่าสนใจ และเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการมีคู่ หลายคนอาจจะลองเล่นแล้วไม่พบคนที่ถูกใจสักที ลองเพิ่มระดับเป็นtinder goldดูสิ เชื่อเลยว่าคุณจะเจอคนที่ใช่ เป็นรักที่ชัวร์ได้แบบที่คุณหวังไว้แน่นอน

Tinder gold ถือว่าเป็นสูตรหรือเคล็ดลับอย่างหนึ่งของชาว Tinder ที่จะทำให้คนที่กำลังมองหารักแท้ ได้พบกับคนที่ใช่ได้ง่ายขึ้นจากสิทธิ์พิเศษต่างๆ

สเก็ตบอร์ด

ประโยชน์ที่คาดไม่ถึงของการเล่น สเก็ตบอร์ด บอกเลยมีดีกว่าที่คิดเยอะ

ในช่วงระยะหลังมานี้อุปกรณ์และกีฬาประเภท สเก็ตบอร์ด กลับมาฮิตและได้รับความสนใจอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เคยเป็นกระแสอยู่พักใหญ่ ๆ และจางหายไป ในตอนนี้กระแสการเล่นอุปกรณ์สเก็ตบอร์ดก็วนกลับมาอยู่ในความสนใจของผู้คนอีกครั้ง หลายคนเริ่มมีการซื้อหาอุปกรณ์มาเล่นกันอย่างจริงจัง บางคนก็อาจจะเล่นอุปกรณ์นี้ตามกระแส แต่คุณรู้หรือไม่ว่านี่ไม่ใช่แค่เพียงกิจกรรมที่ทำให้เกิดความสนุกสนานในยามว่างเท่านั้น แต่การเล่นอุปกรณ์นี้ยังเป็นการออกกำลังกายที่ดีช่วยให้เกิดประโยชน์หลายอย่างต่อร่างกาย แล้วประโยชน์ที่จะได้จากการทำกิจกรรมนี้มีอะไรบ้างมาติดตามกัน

สเก็ตบอร์ดช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและช่วยลดน้ำหนัก

เชื่อว่าใครที่เคยทำกิจกรรมและเล่นอุปกรณ์สเก็ตบอร์ดมาก่อน ก็จะรู้ว่าเหนื่อยไม่น้อยเลย เป็นกิจกรรมกีฬาที่ผู้เล่นจะต้องใช้ความยืดหยุ่นของร่างกาย และกำลังของกล้ามเนื้อค่อนข้างมากเลยทีเดียว ในแต่ละท่วงท่าการเคลื่อนไหวที่ผู้เล่นจะต้องเกาะติดไปกับตัวอุปกรณ์ จะต้องอาศัยการขยับร่างกายในหลากหลายทิศทาง จะต้องมีการกระโดดในบางท่า ซึ่งการเคลื่อนไหวที่หลากหลายแบบนี้จะต้องใช้ทั้งกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นต่าง ๆ นั่นจึงทำให้กิจกรรมนี้ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกายของเราได้ในเวลาเดียวกัน เมื่อเล่นไปบ่อย ๆ ไม่เพียงความยืดหยุ่นในร่างกายจะเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น แต่กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายก็จะมีความแข็งแรงทนทานมากขึ้นด้วย

ประโยชน์ที่เป็นไฮไลท์อีกอย่างที่หลายคนอาจนึกไม่ถึงเลยก็คือ การทำกิจกรรมผ่านอุปกรณ์นี้สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ด้วย เพราะจากการที่จะต้องใช้ทั้งความยืดหยุ่นใช้ทั้งกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวอยู่ตลอด การเกร็งและคลายกล้ามเนื้ออย่างฉับพลันต่อเนื่องจะช่วยให้ระบบหัวใจทำงาน เท่ากับว่าทำกิจกรรมนี้เพียงอย่างเดียว จะเป็นการออกกำลังกายถึง 3 รูปแบบด้วยกันนั่นคือ ได้ออกกำลังกายแบบแอโรบิก ได้ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอและได้เวทเทรนนิ่งไปพร้อม ๆ กันด้วย ตรงนี้จึงช่วยเร่งการเผาผลาญพลังงานและไขมันในร่างกาย จากการศึกษาพบว่าการออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์นี้ประมาณ 1 ชั่วโมง ช่วยเผาผลาญแคลอรีในร่างกายไปได้มากถึง 300 – 500 กิโลแคลอรีเลยทีเดียว จึงนับว่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยลดไขมันและลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดีแถมยังได้ความสนุกเพิ่มเติมเข้ามาด้วย

เล่นสเก็ตบอร์ดให้ดีต่อสุขภาพร่างกายควรเล่นแบบไหน

เราได้ทราบกันแล้วการทำกิจกรรมนี้เป็นการออกกำลังกายที่ดีอีกแบบหนึ่ง แต่การจะเล่นแล้วให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายอย่างแท้จริงได้นั้น ก็จะต้องมีปัจจัยหลายอย่าง นั่นคือ

1. ควรเล่นให้ต่อเนื่อง – ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายรูปแบบไหนก็ตาม หากจะให้เกิดประโยชน์กับสุขภาพร่างกายอย่างแท้จริงก็ควรจะต้องทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ อย่างน้อย ๆ การเล่นต่อครั้งก็ควรจะทำให้ต่อเนื่องกันประมาณ 20 นาที และควรเล่นอย่างน้อย 3 – 4 ครั้ง/สัปดาห์ แบบนี้ก็จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อสุขภาพร่างกายของเรา ช่วยให้การเผาผลาญเป็นไปอย่างที่ต้องการ

2. ควรเล่นให้ถึงจุดที่เหนื่อยที่สุด – กรณีที่ต้องการเล่นเพื่อพัฒนาสมรรถภาพร่างกายให้เกิดความแข็งแรงและมีความทนทานจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเล่นต่อเนื่องให้ถึงจุดที่เหนื่อยที่สุด เพื่อเพิ่มอัตราการเผาผลาญและความทนทานของร่างกาย ซึ่งการเล่นในท่าที่ต้องใช้กล้ามเนื้อขามาก ๆ หรือเล่นในท่าที่ต้องมีการกระโดดเยอะ ๆ ก็จะช่วยในเรื่องนี้ได้

3. เล่นแบบประยุกต์ – ตัวอุปกรณ์บอร์ดนั้นจริง ๆ แล้วสามารถนำไปประยุกต์กับการออกกำลังกายได้หลายรูปแบบ ไม่จำเป็นที่จะต้องเล่นแบบยืนทรงตัวไปบนอุปกรณ์เท่านั้น ตัวบอร์ดยังสามารถที่จะนำมาใช้แทนอุปกรณ์ออกกำลังกายบางอย่างได้ ช่วยให้เราสามารถฝึกบริการกล้ามเนื้อทั้งช่วงท้อง ช่วงอกได้ด้วย แต่อย่างไรก็ดีถ้าจะประยุกต์แล้วให้ได้ประโยชน์จริง ๆ ก็ควรได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้วย จะทำให้เล่นได้อย่างปลอดภัยและได้ประโยชน์แบบเต็ม ๆ 

เหล่านี้คือประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ในอุปกรณ์และกีฬาประเภทสเก็ตบอร์ด ใครที่ชื่นชอบหรือสนใจการทำกิจกรรมชนิดนี้อยู่แล้ว รู้แบบนี้ต้องรีบซื้ออุปกรณ์และเตรียมไปทำกิจกรรมนี้กันเดี๋ยวนี้เลย ส่วนใครที่ยังเล่นไม่ชำนาญก็อย่าลืมที่จะหาผู้เชี่ยวชาญคอยช่วยแนะนำเวลาเล่นด้วยนะ จะได้เล่นกีฬานี้ได้อย่างปลอดภัยและได้รับประโยชน์จากกีฬานี้แบบเต็ม ๆ

อุปกรณ์และกีฬาประเภท สเก็ตบอร์ด กลับมาฮิตและได้รับความสนใจอีกครั้ง มารู้ประโยชน์ที่คาดไม่ถึงของการเล่น สเก็ตบอร์ด บอกเลยมีดีกว่าที่คิดเยอะ

เครื่องทําน้ําแข็ง

ทำน้ำแข็งทานเองที่บ้านได้ง่าย ๆ ด้วย
เครื่องทําน้ําแข็ง สะดวก สะอาด ง่าย ทำได้ใน 6 – 8 นาที!


เครื่องทําน้ําแข็ง สำหรับใครที่ชอบดื่มเครื่องดื่มเย็น ๆ ปัจจุบันนี้ก็สามารถทำน้ำแข็งได้ง่ายขึ้นแล้วผ่านเครื่องทำน้ำแข็งที่สามารถทำน้ำแข็งก้อนได้ในเวลาเพียงแค่ 6 – 8 นาทีเท่านั้นเอง ช่วยให้คุณทำน้ำแข็งทานเองที่บ้านได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องทำน้ำแข็งในตู้เย็นครั้งละหลายชั่วโมงให้เสียเวลา ส่วนเจ้าเครื่องนี้จะดีอย่างไร และควรเลือกจากอะไรบ้าง เรามีมาบอกกัน

ข้อดีของเครื่องทำน้ำแข็งที่หลายคนอาจยังไม่รู้!

· ใช้เวลาทำน้ำแข็งได้เร็ว เครื่องทำน้ำแข็งสามารถทำน้ำแข็งได้เร็วกว่าการทำน้ำแข็งในตู้เย็นหลายเท่า โดยปกติแล้วการทำน้ำแข็งในตู้เย็นจะใช้เวลาประมาณ 3 – 4 ชั่วโมงกว่าที่น้ำจะเกาะตัวกลายเป็นน้ำแข็ง แต่เครื่องผลิตน้ำแข็งสามารถทำได้น้ำแข็งได้ในเวลาเพียง 6 – 8 นาทีต่อน้ำแข็ง 1 – 2 แก้ว ซึ่งถือว่าใช้เวลาน้อยมากเลยทีเดียว

· ทำน้ำแข็งได้ครั้งละปริมาณมาก ในแต่ละครั้งสามารถผลิตน้ำแข็งได้มากตั้งแต่ประมาณสิบก้อนไปจนถึงหลายร้อยก้อนเลย ขึ้นอยู่กับความจุในการทำน้ำแข็งของเครื่องแต่ละรุ่น หากเป็นเครื่องขนาดใหญ่สำหรับใช้ในร้านอาหาร คาเฟ่โรงแรม และอื่น ๆ จะผลิตได้ในปริมาณที่มากขึ้นเพื่อเพียงพอต่อการใช้งาน

· ได้น้ำแข็งที่สะอาดถูกหลักอนามัย เพราะเป็นน้ำแข็งที่ทำเองจึงทำให้มั่นได้ว่าจะได้น้ำแข็งที่สะอาดถูกหลักอนามัย ปราศจากกลิ่นหรือสิ่งสกปรกตกค้างต่าง ๆ ที่มากับน้ำแข็งและพบได้เมื่อน้ำแข็งละลาย

· ประหยัดเวลา เพราะใช้เวลาการทำน้ำแข็งน้อยจึงช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่า ไม่ต้องรอนาน ได้ปริมาณน้ำแข็งที่เพียงพอต่อการใช้งานในแต่ละครั้ง

· ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว สำหรับร้านอาหารหรือธุรกิจที่จำเป็นต้องใช้น้ำแข็ง การซื้อน้ำแข็งในแต่ละวันนั้นมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง การซื้อเครื่องมาผลิตน้ำแข็งเองเพื่อใช้ในระยะยาวจึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า

สิ่งที่ควรรู้ในการเลือกซื้อเครื่องทำน้ำแข็ง ควรเลือกจากอะไรบ้าง?

· ขนาดและน้ำหนัก เครื่องทำน้ำแข็งผลิตออกมาหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดเล็กสำหรับพกพาไปจนถึงขนาดใหญ่ การเลือกใช้จึงควรพิจารณาจากขนาดตัวเครื่องและน้ำหนักที่เหมาะสมกับการใช้งานด้วย เพื่อช่วยประหยัดพื้นที่จัดเก็บ ไม่ใหญ่จนเกินไป 

· ความจุในการทำน้ำแข็ง เครื่องขนาดเล็กจะทำน้ำแข็งได้น้อยกว่าเครื่องที่มีขนาดใหญ่ จึงควรเลือกความจุที่เหมาะสมกับการใช้งาน หากต้องการเครื่องสำหรับ 1 – 2 ท่าน เครื่องขนาดพกพาหรือขนาดเล็กประมาณ 0.6 กิโลกรัม ก็ถือว่าเพียงพอ แต่หากใช้สำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคนควรเลือกเครื่องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย เช่น ขนาด 1 – 1.5 กิโลกรัม ก็ทำน้ำแข็งได้มากและเพียงพอต่อการใช้งานในแต่ละครั้ง

· ระยะเวลาในการทำงาน แต่ละรุ่นใช้ระยะในการทำน้ำแข็งไม่เท่ากัน บางรุ่นทำน้ำแข็งได้เร็ว บางรุ่นอาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นสักหน่อย ขึ้นอยู่กับระบบและฟังก์ชันการทำงานของแต่ละรุ่น แต่สำหรับรุ่นทั่วไปขนาดเล็ก – ขนาดกลางจะใช้เวลาการทำน้ำแข็งในแต่ละครั้งต่างกันอยู่ประมาณ 5 – 10 นาที ซึ่งก็ถือว่าไม่ต่างกันมากสักเท่าไหร่

· ฟังก์ชันการใช้งาน เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยเพราะส่งผลต่อการใช้งานโดยตรง โดยแต่ละฟังก์ชันจะช่วยสร้างความสะดวกในการใช้งานด้านต่าง ๆ เช่น มีไฟสถานะแจ้งเตือนเมื่อน้ำแข็งเต็มหรือเตือนให้เติมน้ำเมื่อน้ำหมด, ตั้งเวลาเปิด – ปิดได้อัตโนมัติ, ต่อกับเครื่องกรองน้ำเพื่อทำน้ำแข็งอัตโนมัติได้

· ขนาดและรูปทรงน้ำแข็ง เครื่องแต่ละรุ่นจะผลิตน้ำแข็งได้ในขนาดก้อนที่ไม่เท่ากันและมีรูปทรงที่ต่างกัน จึงควรดูให้ดีก่อนว่ารุ่นนั้นผลิตน้ำแข็งขนาดก้อนตรงกับความต้องการหรือไม่ และมีรูปทรงแบบไหน เช่น ทรงสี่เหลี่ยม

· ความปลอดภัย ควรผลิตจากวัสดุที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัย ไม่เป็นสนิมง่าย และปราศจากสาร BPA หรือสารก่อมะเร็งที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

ปัจจุบันนี้เครื่องทำน้ำแข็งมีให้เลือกหลากหลายมากขึ้น มีทั้งเครื่องขนาดเล็กสำหรับพกพาที่สามารถพกพาไปทำน้ำแข็งที่ไหนก็ได้ และเครื่องขนาดใหญ่สำหรับธุรกิจ เลือกขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งานกันได้เลย ส่วนราคาจะอยู่ที่ประมาณ 2 พันบาทไปจนถึงหลักหมื่น เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้คุณทำน้ำแข็งทานเองที่บ้านได้ง่ายขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะต้องการแบบไหน ขนาดเท่าไหร่ก็เลือกเองได้

เครื่องทําน้ําแข็ง ปัจจุบันนี้ก็สามารถทำน้ำแข็งได้ง่ายขึ้นแล้วผ่าน เครื่องทำน้ำแข็ง ที่สามารถทำน้ำแข็งก้อนง่ายๆได้ในเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น