เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย อุปกรณ์ช่วยทำความสะอาด งานบ้านไม่ใช่สิ่งที่น่าเบื่ออีกต่อไป

งานบ้านเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่เพื่อสุขลักษณะที่ดีจำเป็นต้องทำความสะอาดบ้านเป็นประจำ สำหรับคนที่มีบ้านหลังใหญ่ ๆ ทุกครั้งที่ต้องทำความสะอาดบ้านจึงถือเป็นงานหินที่เล่นเอาเหนื่อยหอบ ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันได้มีการคิดค้นอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านช่วยทุ่นแรงในการทำความสะอาดให้เสร็จเร็วยิ่งขึ้น อุปกรณ์ที่ช่วยให้เราไม่ต้องออกแรงกวาดบ้านลดมูลภาวะของการฟุ้งกระจายของฝุ่นคือเครื่องดูดฝุ่น โดยมีทั้งเครื่องดูดฝุ่นทั่วไปมีสายต่อตรงกับไฟฟ้า และ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ซึ่งสองแบบมีข้อแตกต่างกันดังนี้

เครื่องดูดฝุ่นทั่วไป 

· ข้อดี สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับไฟฟ้าโดยตรง นอกจากนี้ดีไซน์ตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ แรงดูดของเครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้จึงแรงตามไปด้วย ทำให้มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดได้เป็นอย่างดี 

· ข้อเสีย เครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้มีเสียงดังรบกวนจึงไม่ค่อยเหมาะกับการใช้ในบางสถานการณ์ เช่น บ้านที่มีคนอาศัยอยู่จำนวนมาก หรือบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงขี้ตกใจ เนื่องจากตัวเครื่องมีขนาดใหญ่จึงมีน้ำหนักมากทำให้เคลื่อนย้ายลำบาก ไม่สะดวกในการใช้ทำความสะอาดในบริเวณที่มีพื้นที่แคบ ๆ 

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย 

· ข้อดี มีน้ำหนักเบาทำให้ออกแรงในการใช้งานน้อยไม่เมื่อย มีเสียงรบกวนน้อยกว่าเครื่องดูดฝุ่นแบบทั่ว ๆ ไป สามารถทำความสะอาดได้ทุกซอกทุกมุมของบ้าน อีกทั้งยังใช้งานง่ายเคลื่อนย้ายสะดวก 

· ข้อเสีย เครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้ก็มีระยะเวลาการทำงานมีข้อจำกัด เนื่องจากเป็นเครื่องดูดฝุ่นที่ใช้ระบบแบตเตอรี่ทำให้ต้องชาร์จไฟก่อนใช้งาน การทำความสะอาดตัวเครื่องต้องทำบ่อย ๆ เนื่องจากตัวเครื่องมีขนาดเล็กทำให้ถังเก็บฝุ่นเต็มเร็ว และไม่เหมาะกับการทำความสะอาดในบริเวณที่มีพื้นที่กว้าง ๆ 

วิธีเลือกให้ตรงสเปคการใช้งาน

1. เลือกขนาดไซส์ที่จับถนัด เครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้ถูกดีไซน์การออกแบบมาให้มีด้ามจับที่ถนัดมือในการทำความสะอาด โดยพละกำลังแขนของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากันการเลือกขนาดของเครื่องจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ หากเลือกขนาดใหญ่เกินไปแทนที่จะช่วยทุ่นแรงอาจเป็นการเพิ่มภาระได้

2. ระยะเวลาการทำงานของเครื่อง อย่างที่ทราบกันดีว่าเครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้ทำงานโดยใช้ระบบแบตเตอรี่เป็นส่วนใหญ่ ทำให้ต้องชาร์จไฟทุกครั้งก่อนเริ่มการใช้งาน หากพื้นที่ในการทำความสะอาดมีขนาดกว้างควรเลือกเครื่องแบบที่มีความจุของแบตเตอรี่เยอะ ๆ เพื่อการใช้งานที่ยาวนานไม่ต้องชาร์จไฟบ่อย แต่ถ้ามีพื้นที่ขนาดเล็กควรซื้อเครื่องขนาดเท่าความจำเป็นที่ต้องใช้

3. เครื่องที่มีถังเก็บฝุ่นได้เยอะ เนื่องจากเป็นเครื่องดูดฝุ่นที่มีขนาดเล็กจับถนัดมือจึงทำให้ดีไซน์ถังเก็บฝุ่นมีขนาดเล็ก บางครั้งในกรณีที่ต้องดูดฝุ่นจำนวนเยอะ จึงทำให้ถังเก็บฝุ่นเต็มเร็วต้องทำความสะอาดอยู่บ่อย ๆ 

หลังจากที่เราทราบวิธีการเลือกเครื่องดูดฝุ่น เบื้องต้นแล้ว ต่อไปมาดูกันว่าต้องเลือกเครื่องดูดฝุ่นแบบไหนให้ตรงกับที่ต้องการใช้งาน และทำไมต้องเลือกเครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้มาช่วยทุนแรงการทำความสะอาดบ้าน ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้มีการพัฒนาเครื่องดูดฝุ่นอยู่ตลอดเวลา เช่น บางรุ่นใช้ดูดฝุ่นทำความสะอาดในรถได้ บางรุ่นใช้ดูดฝุ่นบนพรมหนา ๆ ได้ หรือบางรุ่นสามารถใช้ทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ได้เช่นกัน และนี้คือเหตุผลว่าทำไมเราต้องมีเครื่องดูดฝุ่นไว้ใช้งานในบ้าน

· ด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัยสะดวกสบาย จึงทำให้รู้สึกเพลิดเพลินกับการทำความสะอาด

· เป็นเครื่องดูดฝุ่นเพียงเครื่องเดียวแต่สามารถทำความสะอาดได้หลายอย่าง ทั้งทำความสะอาดพื้นทั่วไป ทำความสะอาดพรม หรือเฟอร์นิเจอร์

· ช่วยดูดฝุ่นละอองและไรฝุ่นต่าง ๆ ลดการกระจายของฝุ่น ป้องกันการเกิดภูมิแพ้ที่มาจากฝุ่น เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

สำหรับเครื่องดูดฝุ่นที่มีนวัตกรรมมาแรงในตอนนี้คงหนี้ไม่พ้น เครื่องดูดฝุ่นของแบรนด์ xiaomi ที่มีนวัตกรรมสุดล้ำเหนือกว่าใคร ๆ เนื่องจากมีขนาดเล็กน้ำหนักเบาเคลื่อนย้ายสะดวก แรงดูดสูง มีความแข็งแรงทนทาน สามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์ในบ้านเกือบทุกอย่าง และนอกจากแบรนด์ xiaomi ก็ยังมีเครื่องดูดฝุ่นอีกหลายแบรนด์ที่ขยันสร้างและพัฒนาผลงานออกมาวางจำหน่ายสู่ท้องตลาดอยู่เรื่อย ๆ  เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย

ตู้แช่แข็ง

7 วิธีในการเลือก ตู้แช่แข็ง เพื่อให้เหมาะสำหรับการใช้งานของคุณ

ตู้แช่แข็ง คือ ตู้แช่ที่มีไว้สำหรับแช่อาหารต่าง ๆ เป็นการถนอมอาหารวิธีหนึ่ง โดยมีลักษณะการทำงานที่คล้ายคลึงกับตู้เย็นแต่สามารถเก็บความเย็นได้ดีกว่า เพราะมีระบบการทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพในการแช่แข็ง เก็บถนอมอาหารไว้ได้นาน เนื่องจากตู้แช่มีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง จึงเหมาะสำหรับแช่ถนอมอาหารไว้ในระยะยาวสามารถเก็บรักษา สี กลิ่น รส และโภชนาการคุณค่าทางอาหารได้เป็นอย่างดี ตัวอย่างตู้แช่ที่เราเห็นกันอยู่บ่อย ๆ เช่น ตู้แช่แข็งของ haier

ปัจจุบันตู้แช่ได้ถูกดีไซน์ออกมาหลัก ๆ มีอยู่ 2 แบบคือ ทรงต่ำ และทรงตั้ง หากสังเกตตามห้างสรรพสินค้านิยมใช้ตู้แช่ทรงต่ำ เพื่อให้สามารถหยิบจับสินค้าแช่แข็งได้ง่ายอีกทั้งยังสามารถโชว์ผลิตภัณฑ์สินค้าในตู้แช่ให้เห็นได้ชัด ส่วนตู้แช่ทรงตั้งนิยมใช้ตามร้านอาหารทั่วไปเนื่องจากร้านอาหารใหญ่ ๆ จำเป็นต้องสต็อกวัตถุดิบของสดจำนวนมากจึงต้องมีตู้แช่แข็งเพื่อไว้เก็บถนอมอาหารสดต่าง ๆ โดยตู้แช่ทั้งสองแบบมีความแตกต่างกันดังต่อไปนี้

· ตู้แช่ทรงต่ำ 

– มีพื้นที่การใช้สอยภายในตู้ค่อนข้างเยอะ จึงสามารถบรรจุอาหารได้เยอะ 

– ประตูเปิด-ปิด อยู่ในแนวตั้ง ด้วยน้ำหนักของประตูจึงมีส่วนช่วยในการซีลให้แน่นขึ้นลดการกระจายตัวของความเย็นไม่ให้ไหลออก

– ประหยัดพลังงานมากกว่าเนื่องจากมีอุณหภูมิคงที่ตลอด เพราะไม่มีปุ่มละลายน้ำแข็ง

– หากเกิดกรณีไฟดับตู้แช่ทรงต่ำสามารถรักษาระดับความเย็นไว้ได้ยาวนานกว่า

– ประสิทธิภาพในแช่แข็งดีกว่าเนื่องจากการไหลเวียนในตู้แข็งน้อยมาก

– การหยิบจับอาหารในตู้แช่ค่อนข้างยุ่งยาก เนื่องจากเป็นการวางซ้อนกันจึงทำให้ต้องรื้อค้นอาหารที่แช่อยู่ข้างบนออกก่อน

· ตู้แช่ทรงตั้ง 

– มีรูปทรงที่ง่ายต่อการจัดเตรียมสถานที่จัดวาง ด้วยรูปทรงของตู้ที่ตั้งสูงจึงประหยัดพื้นที่ใช้สอย สามารถจัดวางอาหารในตู้แช่ได้อย่างเป็นระเบียบเพราะมีชั้นวางของ จึงง่ายต่อการหยิบจับ

– ตู้แช่ทรงตั้งสามารถวางของในลักษณะแนวตั้งได้ เพราะมีประตูเปิด-ปิด อยู่ด้านข้าง

– ค่อนข้างมีเสียงดังรบกวนมากว่าตู้แช่ทรงต่ำ

– ส่วนการควบคุมอุณหภูมิหรือการกระจายความเย็นยังทำได้ไม่ดีเท่าตู้แช่ทรงต่ำ

7 วิธีเลือกตู้แช่แข็งให้เหมาะสำหรับการใช้งานของคุณ

1. พื้นที่ความจุ เป็นสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงก่อนการตัดสินใจซื้อเพื่อการใช้งานที่คุ้มค่า เริ่มจากการสำรวจความต้องการใช้งานก่อน โดยสังเกตได้จากจำนวนสมาชิกในครอบครัวว่ามีกี่คน หรือสำรวจสิ่งของที่ต้องการแช่จากขนาดและจำนวนต่าง ๆ จากนั้นจึงจะสามารถตัดสินใจได้ว่าต้องการตู้แช่ที่มีขนาดใหญ่หรือขนาดเล็ก

2. โครงสร้างรูปแบบของตู้แช่ ควรเป็นตู้แช่ที่ทำมาจากวัสดุที่มีประสิทธิภาพ มีระบบความปลอดภัยที่ได้มารตราฐาน และมีความแข็งแรงทนทาน อีกทั้งยังต้องคำนึกถึงพื้นที่ในการจัดวางตู้แช่อีกด้วย

3. การละลายของน้ำแข็ง ควรเลือกตู้แช่ที่ใช้เวลาในการละลายน้ำแข็งไม่นาน หรือเลือกแบบที่ละลายอัตโนมัติ

4. การประหยัดพลังงาน เพื่อรักษาความสดใหม่ของอาหารให้คงอยู่ ตู้แช่จึงต้องทำงานอยู่ตลอดเวลาจำเป็นต้องเลือกตู้แช่ที่ประหยัดพลังงาน โดยมองหาสัญลักษณ์ประหยัดไฟเบอร์ 5 

5.  ฉนวนกันความร้อน ควรเป็นตู้แช่แข็งที่มีฉนวนกันความร้อนที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันความร้อนภายนอกไหลเวียนเข้ามาภายในตู้ช่วยประหยัดพลังงานอีกทางหนึ่ง

6. ความปลอดภัย ควรเลือกตู้แช่ที่ดีมีคุณภาพและได้มาตราฐาน เช่น มีระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อเกิดความผิดปกติ หรือเลือกตู้แช่ที่สามารถเก็บความเย็นได้นานกรณีไฟดับ

7. เสียงรบกวน หากต้องซื้อตู้แช่มาตั้งไว้ตามจุดต่าง ๆ ภายในบ้านต้องคำนึงเสียงที่จะดังรบกวนด้วย ควรเลือกที่ระดับเดซิเบลต่ำ ๆ เพื่อจะได้ไม่สร้างความรำคาญให้กับคนในบ้าน

ตู้แช่ในปัจจุบันถูกออกแบบฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย เช่น การนำเทคโนโลยีแช่แข็งอย่างรวดเร็วมาช่วยลดอุณหภูมิให้เร็วขึ้นกว่าเดิม บางรุ่นมีสัญลักษณ์ไฟแจ้งเตือนบอกอุณหภูมิทั้งภายในและภายนอก มีไฟส่องสว่างช่วยให้มองเห็นของในตู้ และมีล้อหมุนรอบทิศทำให้เคลื่อนย้ายสะดวกตัวอย่างเช่น ตู้แช่แข็ง haier หากคุณกำลังตัดสินใจซื้อตู้แช่เพื่อช่วยในการถนอมอาหาร ควรศึกษาถึงประโยชน์ ข้อดี-ข้อเสีย และความคุ้มค่าให้รอบคอบก่อนการตัดสินใจ ตู้แช่แข็ง

smart tv

มาทำความรู้จัก Smart tv 7 ข้อ ก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อ

smart tv คือการผสมผสานระหว่างทีวีกับคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน โดยมีลักษณะเหมือนกับทีวีระบบดิจิตอลทั่วไป แต่เพิ่มความทันสมัยให้กับทีวีให้สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ ผู้ใช้งานจึงสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันความบันเทิงต่าง ๆ ใช้งานได้เหมือนกับสมาร์ทโฟนทั่วไป จึงสร้างความบันเทิงในการรับชมทีวีให้ได้อรรถรสมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างสมาร์ททีวีที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันคือ Smart TV Samsung สามารถดูหนัง ดูซีรี่ส์ Netflix หรือเล่นเกม ได้ง่าย ๆ จากทีวีเพียงเครื่องเดียว

ทำความรู้จักสมาร์ททีวี 7 ข้อ ก่อนตัดสินใจซื้อ

1. เทคโนโลยีด้านจอภาพ ทีวีสมัยก่อนมีลักษณะเป็นจอแก้วตู้สี่เหลี่ยมหนาขนาดใหญ่ใช้พื้นที่ในการจัดวางค่อนข้างเยอะ ปัจจุบันได้มีการพัฒนาทีวีให้ทันสมัยยิ่งขึ้นปรับรูปแบบให้มีลักษณะจอแบนและมีน้ำหนักเบา พัฒนาหน้าจอให้เป็นแบบ LCD แบบ LED หรือแบบ OLED ที่มีความบางและความยืดหยุ่น สามารถแสดงสีภาพของหน้าจอได้อย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังสามารถพัฒนาหน้าจอให้โค้งได้เพื่อความสมจริงของภาพที่รับชม

2. ความละเอียดของจอภาพ ความละเอียดของ smart tv ในท้องตลาดมีให้เลือกมากมายหลายแบบ ดังนี้

· HD ความละเอียดเท่ากับ 1366 x 768 Pixel ซึ่งเป็นความละเอียดตามค่ามารตราฐานของหน้าจอทีวีทั่วไป 

· Full HD ความละเอียดเท่ากับ 1920 x 1080 Pixel เป็นความละเอียดของหน้าจอทีวีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ช่วยเพิ่มการรับชมผ่านระบบดิจิตอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

· UHD หรือ 4K ความละเอียดเท่ากับ 3840 x 2160 Pixel ซึ่งมีความละเอียดสูงกว่า Full HD มากถึง 4 เท่า แสดงภาพหน้าจอได้อย่างคมชัดและสมจริงมากยิ่งขึ้น 

· K TV ความละเอียดสูงสุดถึง 7680 x 4320 Pixel มากกว่า Full HD 16 เท่า ความละเอียดของจอภาพสูงมาก

3. ระบบปฏิบัติการ ประสิทธิภาพการใช้งานของ smart tv ในปัจจุบันมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการคล้ายกับสมาร์ทโฟน เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบปฏิบัติการของสมาร์ททีวีมีหลายแบบดังนี้

· ระบบ Android TV เป็นระบบที่ถูกพัฒนาให้ใช้งานกับสมาร์ททีวีได้อย่างใกล้เคียงกับสามาร์ทโฟนในปัจจุบัน สามารถใช้งานผ่านแอปพิเคชันต่าง ๆ ได้ 

· ระบบ Web OS เป็นระบบที่ควบคุมอุปกรณ์การเชื่อมต่อต่าง ๆ หรือ User Interface ให้มีความง่ายต่อการใช้งาน

· ระบบ Tizen เป็นระบบที่สามารถเชื่อมต่อและแชร์ข้อมูลระหว่างอุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ กับสมาร์ททีวีได้

· ระบบ Firefox จุดเด่นคือเป็นระบบบราวเซอร์ที่สามารถปรับแต่งและเพิ่มลูกเล่นได้ตามใจ

4. ขนาดของทีวีที่เหมาะสม โดยทั่วไปพื้นที่ใช้สอยและจำนวนสมาชิกของแต่ละบ้านนั้นมีไม่เท่ากัน การเลือกขนาดของทีวีจึงต้องเหมาะสมกับระยะห่างของการนั่งดูทีวี ซึ่งปัจจุบันได้มีการผลิตสมาร์ททีวี ออกมาหลายขนาดเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการ เช่น 

– ทีวีหน้าจอขนาดต่ำกว่า 32 นิ้ว ลงมา ระยะห่างควรอยู่ที่ 1.5 เมตร

– ทีวีหน้าจอขนาด 32-39 นิ้ว ระยะห่างควรอยู่ที่ 1.5 ถึง 2 เมตร

– ทีวีหน้าจอขนาด 40-45 นิ้ว ระยะห่างควรอยู่ที่ 2 ถึง 2.5 เมตร

– ทีวีหน้าจอขนาด 46-55 นิ้ว ระยะห่างควรอยู่ที่ 2.5 ถึง 3 เมตร

– ทีวีหน้าจอขนาด 56 นิ้วขึ้นไป ระยะห่างควรอยู่ที่ 3 เมตรขึ้นไป

5. การเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยี DLNA แน่นอนว่าสมาร์ททีวีคือการผสมผสานระหว่างทีวีกับอินเทอร์เน็ต ดังนั้นจึงสามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบเครือข่ายของอินเทอร์เน็ตได้ นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับ สมาร์ทโฟน แล็ปท็อป กล้องถ่ายรูป หรือโน๊ตบุ๊ค ให้แสดงภาพผ่านหน้าจอทีวีได้

6. พอร์ตการเชื่อมต่อ เนื่องจากพฤติกรรมการใช้งานสมาร์ททีวีของแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน เช่น การเชื่อมต่อโฮมเธียเตอร์ หรือเครื่องเล่น DVD ฉนั้นเพื่อความสะดวกในการใช้งานที่หลากหลาย ควรเลือกพอร์ตการเชื่อมต่อให้สามารถใช้งานได้มากพอสมควร เช่น HDMI, S-Video, AV, DVI, VGA, Component, Audio, USB

7. ระบบเสียง การรับชมสื่อบันเทิงให้ได้อรรถรสจำเป็นต้องมีคุณภาพเสียงที่ดี เสียง sound effect ต่าง ๆ เหมาะสมกับรายการที่รับชม โดยพิจารณาจากการทดลองเพิ่มระดับความดังของเสียง เสียงที่ดีควรดังชัดเจนลำโพงไม่แตก ทั้งเสียงพูด เสียงเบส สามารถปรับเสียงให้เหมาะสมกับประเภทรายการที่รับชมได้

ปัจจุบันสมาร์ททีวีได้ถูกผลิตออกมาจำหน่ายหลายแบรนด์ เช่น สมาร์ททีวี Samsung, สมาร์ททีวี Sony หรือ สมาร์ททีวี LG เป็นต้น โดยแต่ละแบรนด์มีลูกเล่นที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่จุดเด่นของนวัตกรรมของแบรนด์ สมาร์ททีวีถือเป็นอุปกรณ์สื่อบันเทิงอย่างหนึ่ง และถือเป็นจุดศูนย์รวมของคนครอบครัวให้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน การมี สมาร์ททีวี ดี ๆ สักเครื่องหนึ่งจึงช่วยเพิ่มสีสันในการรับชมได้เป็นอย่างดี

smart tv

ผ้าปูที่นอน

จัดห้องนอนให้สวยกว่าที่เคยด้วย ผ้าปูที่นอน ที่เหมาะกับห้องของคุณ

ห้องนอนถือว่าเป็นห้องที่สำคัญมากในบ้านเลยทีเดียว เพราะเป็นห้องที่เราใช้เวลาในการพักผ่อนที่ยาวนานมาก เป็นพื้นที่ที่เราจะผ่อนคลายมากที่สุด ดังนั้นเราจึงควรจัดห้องนอนของเราให้น่านอนและสบายตัวมากที่สุด แต่ว่าองค์ประกอบอะไรบ้างที่จะช่วยให้ห้องนอนของเราสวย สบายตา ให้ความผ่อนคลายและอยากพักผ่อนกับเรา ที่แน่ ๆ ก็คือ ผ้าปูที่นอน นั่นเอง แต่ว่าผ้าปูที่นอนนั้นก็มีหลากหลายรูปแบบ เราควรเลือกแบบไหนที่จะเหมาะกับห้องของเรามากที่สุด

ขั้นตอนในการเลือกผ้าปูที่นอนให้เหมาะสมกับห้อง

1. เลือกให้เหมาะกับขนาดของเตียง 

เตียงนั้นมีหลากหลายขนาดตั้งแต่ 3.5 ฟุต 5 ฟุต 6 ฟุต ดังนั้นเมื่อจะเลือกซื้อผ้าปูที่ควรตรวจสอบขนาดเตียงเสียก่อน เช่น หากเตียงขนาด 6 ฟุต ก็ควรซื้อ ผ้าปูที่นอนขนาด 6 ฟุต เพราะหากซื้อผ้าปูที่ขนาดไม่ตรงกับเตียงมาจะส่งผลให้เรานอนหลับไม่สบายตัว ดังนั้นการเลือกขนาดให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอันดับแรกในการเลือกผ้าปู และเมื่อซื้อมาแล้วควรดูผ้าปูที่สามารถเข้ามุมของเตียงได้พอดี เมื่อปูแล้วผ้าปูตึงรับกับเตียง

2. เลือกให้ดีต่อสุขภาพ 

หากใครเป็นภูมิแพ้ อาจจะต้องระวังในเรื่องของการเลือกผ้าปูที่นอน เพราะหากเลือกไม่ดีอาจจะได้ผ้าที่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองต่อผิวและการหายใจมาได้ ที่สำคัญหากมาจากผ้าใยสังเคราะห์ หรือมาจากธรรมชาติที่มีคุณภาพดี ก็จะช่วยให้เราสามารถมั่นใจว่าผ้าปูของเราจะไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือกักเก็บฝุ่นละอองแน่นอน

3. เลือกให้เหมาะกับสีห้อง 

การเลือกผ้าปูที่นอนให้เหมาะกับสีห้องจะช่วยทำให้บรรยากาศ โทนของห้องไปในทิศทางเดียวกัน ส่งผลให้ห้องมีความคุมโทน มีความสวยงามมากยิ่งขึ้น หรือหากใครต้องการให้ห้องนอนดูกว้างมากขึ้น ก็อาจจะใช้ผ้าปูโทนสีสว่าง เช่น สีเหลือง สีครีม สีชมพูอ่อน เป็นต้น แต่ถ้าใครชอบความน่ารัก ๆ ก็อาจจะลองใช้สีโทนพาสเทล เช่น ชมพูอ่อน เขียวอ่อน ฟ้าอ่อน หรือหากใครชอบแบบเรียบ ๆ ก็สามารถใช้สีขาวก็ดูสวยงามไปอีกแบบ แต่ถ้าสำหรับห้องที่ต้องการความเท่ ก็ควรเลือกผ้าปูที่มีสีเข้มขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำเงินเข้ม สีเทา สีน้ำตาล ก็จะช่วยแสดงให้เห็นถึงไลฟ์สไตล์ของเราได้อีกด้วย

4. เลือกให้ดูแลรักษาได้ง่าย

หากใครมีเด็กเล็กที่อาจะยังฉี่รดที่นอนอยู่บ่อย ๆ หรือไม่ค่อยมีเวลาดูแลทำความสะอาดผ้าปูที่นอนสักเท่าไหร่อาจจะเลือกผ้าปูที่สามารถกันฝุ่น กันน้ำ กันฉี่เด็ก เพื่อให้สะดวกเวลาใช้ ดูแลรักษาได้ง่าย และไม่ต้องซักผ้าปูที่นอนบ่อย ๆ ก็จะช่วยให้การใช้ชีวิตของเราสะดวกมากยิ่งขึ้น 

5. เลือกให้เข้าชุด 

ผ้าปูที่นอนกับหมอนปกติจะต้องมีการแถมกันมาเป็นเซตอยู่แล้ว แต่ถ้าใครซื้อผ้าปูมาแค่อย่างเดียว ก็จะไม่เข้าชุดกับหมอน ทำให้ลดความสวยงามลง ดังนั้นหากจะหาซื้อผ้าปูควรเลือกแบบที่จัดเป็นเซตมาแล้วรวมกับหมอนและหมอนข้าง เพราะจะช่วยให้เตียงของเราน่านอน เหมาะแก่การเป็นห้องของการพักผ่อนหย่อนใจ 

6. เลือกให้เข้ากับวัย

สำหรับวัยเด็กก็เลือกผ้าปูที่เป็นลายการ์ตูนน่ารัก ๆ ช่วยส่งเสริมจินตนาการของเด็กได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับใครที่จะซื้อให้เป็นของขวัญแก้ญาติผู้ใหญ่ อาจจะต้องเลือกลายหรือสีที่ไม่ฉูดฉาด หรือมีลวดลายที่มึนงงมากจนเกินไป ควรเลือกสีที่สบายตาและเรียบง่ายจะเหมาะกับผู้สูงอายุมากที่สุด สำหรับวัยรุ่นอาจจะต้องการผ้าปูหลากหลายหน่อย 

นี่ก็เป็นเทคนิคในการเลือกผ้าปูที่นอนที่หลายคนสามารถเอาไปลองปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเองได้  ไม่ว่าจะเป็นการเลือกขนาดป้าปูตั้งแต่ 3.5 ฟุต จนถึง ผ้าปูที่นอน 6 ฟุต หวังว่าแต่ละคนจะได้ที่นอนที่สวยถูกใจและนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่และเพียงพอในห้องนอนที่สวยงามอีกด้วย ใส่ใจกับผ้าปูสักนิด แล้วรับรองว่าชีวิตการนอนของเราจะดีมากยิ่งขึ้น ผ้าปูที่นอน

วอลเปเปอร์ติดผนัง

วิธีเลือก วอลเปเปอร์ติดผนัง ให้ได้ห้องสวยเหมือนเป็นห้องใหม่ 

ใครกำลังอยากจะแต่งห้องใหม่ให้น่าอยู่ เพราะห้องเก่าสภาพเสื่อมโทรม เก่า หรือผนังสีหลุดลอก มีรอยแปะของเทปกาวหรือเจาะรูต่าง ๆ ไม่สวยแล้ว อยากจะตกแต่งห้องใหม่แต่ก็กังวลกับงบประมาณที่จะตามมา เพราะว่าการที่จะรีโนเวทห้องใหม่นั้นก็มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง วันนี้เราเลยมีตัวช่วยดี ๆ ราคาไม่แพง แถมให้ผลลัพธ์ห้องที่สวยเหมือนใหม่มาฝากทุก ๆ คน นั่นก็คือ วอลเปเปอร์ติดผนัง นั่งเอง 

หลายคนอาจจะคิดว่าแค่หาอะไรมาแปะผนังจะทำให้ห้องดูเหมือนใหม่ได้อย่างไร แล้วควรเลือกลายแบบไหนที่จะเหมาะสมกับห้องของเรา มีเทคนิคในการเลือกง่าย ๆ ได้ดังนี้ 

เลือก วอลเปเปอร์ติดผนัง ให้เหมาะสมกับขนาดห้อง 

หากห้องที่ต้องการจะตกแต่งขนาดเล็กเพื่อให้ขนาดใหญ่ขึ้นและดูน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ลักษณะของวอลเปเปอร์ ที่ควรใช้ ควรจะเป็นสีเรียบ ๆ โทนสว่าง จะทำให้ห้องดูกว้างมากขึ้นและสดใสมากยิ่งขึ้น หรือหากมีลวดลาย ก็ไม่ควรเป็นลวดลายที่เยอะมากเกินไปจะทำให้ห้องดูรกรุงรัง แต่ถ้าหากต้องการให้ห้องเล็กลง สามารถใช้โทนสีมืด หรือใช้แบบที่มีลวดลายของข้างเยอะจะช่วยให้ห้องดูเล็กลง อาจจะใช้เป็นแบบสติ๊กเกอร์ PVC ลายออกแนวลอฟท์ ก็จะทำให้ดูเท่ห์มากยิ่งขึ้น 

เลือกให้เหมาะกับการใช้งานของห้อง

– ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก สามารถใช้รูปแบบของวอลเปเปอร์ติดผนังที่มี Texture ที่โดดเด่นเพื่อเสริมความสวยงามให้กับห้องของคุณ อาจจะใช้ลายอิฐที่ให้ความทันสมัยและทำให้ผนังดูมีมิติไม่น่าเบื่ออีกด้วย แต่ถ้าอยากเพิ่มความไฮโซให้กับห้องก็สามารถเลือกแบบพื้นผิวเมทัลลิค เพื่อเพิ่มความหรูหราให้กับห้องได้อีกด้วย 

– ภายนอก สามารถใช้วอลเปเปอร์ลายไม้เพื่อใช้ติดผนังด้านนอกได้ เป็นการเพิ่มความสวยงามให้กับผนังของบ้าน และที่สำคัญราคาถูกกว่าไม้เทียมแต่ยังให้ความรู้สึกถึงความเป็นไม้แต่อาจจะต้องเลือกแบบที่กันน้ำและสามารถเช็ดทำความสะอาดได้ หรือจะเลือกเป็นแบบผนังลายอิฐก็เหมาะสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศเก่า ๆ เท่ ๆ 

–  ห้องนอน การติดวอลเปเปอร์ติดผนังห้องนอนสามารถเลือกใช้ได้หลากหลายรูปแบบตามความชอบ หากเป็นห้องนอนเด็กก็สามารถใช้ลวดลายการ์ตูนสีสันต่าง ๆ ได้ เหมาะแก่การติดที่ห้องเด็ก เพราะสามารถติดทับบนพื้นผิวผนังเก่าได้ทันที ไม่ต้องทาสีใหม่ให้เกิดกลิ่นสารเคมีในห้องของเด็กอีกด้วย สำหรับผู้ใหญ่ก็อาจจะใช้ลายหลุยส์ หรือลวดลายที่ Premium ขึ้นมา เพื่อทำให้ห้องนอนน่าอยู่และดูหรูหรามากยิ่งขึ้น แต่ถ้าใครชอบความเรียบง่ายก็สามารถเลือกแบบที่มีลวดลายน้อยลงก็ได้

– ห้องครัว สามารถเลือกใช้วอลเปเปอร์ติดผนังแบบเรียบ ๆ ได้แต่ควรเน้นที่การทำความสะอาดเช็ดออกได้ง่าย เพราะภายในหองครัวอาจจะเกิดการทำอาหารและเกิดการกระเด็นของคราบน้ำมัน หรือเศษอาหารต่าง ๆ ดังนั้นจึงควรเลือกที่กันน้ำและสามารถทำความสะอาดได้ง่าย เช่น สติ๊กเกอร์อะลูมิเนียมที่สามารถป้องกันน้ำมันกระเด็นได้ แล้วยังง่ายในการถอดแล้วเปลี่ยนใหม่อีกด้วย 

– ฝ้าเพดาน นอกจากที่จะติดผนังแล้ว วอลเปเปอร์สามารถที่จะใช้ติดฝ้าเพดานได้ หากรู้สึกว่าฝ้าเพดานมีความจำเจมากแล้วล่ะก็ ก็สามารถเลือกแบบ 3D อิฐผนังสติ๊กเกอร์โฟมที่สามารถ DIY ได้โดยการนำไปติดฝ้าเพดาน อาจจะเป็นฝ้าเพดานห้องนอน ห้องรับแขก เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับห้องอีกด้วย 

เลือกวอลเปเปอร์ติดผนังที่มีคุณภาพ 

สิ่งสำคัญของวอลเปเปอร์นั้นคือกาวที่สามารถติดได้แน่นทนทานแล้วสำคัญสามารถแก้ออกได้ง่ายอีกด้วย ดังนั้นจึงควรตรวจสอบให้ดีเสียก่อนก่อนที่จะติดลงไปบนผนังจริง ๆ 

นี่ก็เป็นวิธีในการเลือกวอลเปเปอร์ให้เหมาะสมกับห้องของคุณ หวังว่าหลายคนจะได้ไอเดียใหม่ ๆ ให้กับการแต่งห้องของตัวเอง และได้ห้องที่เหมือนใหม่ตามสไตล์ที่ชอบในราคาที่ประหยัดได้เยอะขึ้นมากเลยทีเดียว ถ้าใครยังไม่เคยลองซื้อมาใช้ อาจจะลองซื้อมาใช้ในพื้นที่ขนาดเล็ก ๆ ก่อน เพื่อทดสอบการติดตั้งด้วยตน แล้วหากพอใจก็สามารถลองใช้แบบที่ใหญ่มากขึ้นได้ ขอให้ทุกคนสนุกกับการแต่งห้องด้วยวอลเปเปอร์ วอลเปเปอร์ติดผนัง

เครื่องสีข้าวขนาดเล็ก

ทำความรู้จัก เครื่องสีข้าวขนาดเล็ก พร้อมประโยชน์ดี ๆ เพื่อเกษตรกรไทย

จากในอดีตที่คนไทยใช้ครกในการตำข้าว เพื่อเปลี่ยนจากข้าวเปลือกมาเป็นข้าวซ้อมมือและข้าวสาร แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป แน่นอนว่าได้มีเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาทำให้ลดการใช้แรงงานคนและเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการผลิตข้าวสาร โดยตัวช่วยลดแรงงาน คือ เครื่องสีข้าวขนาดเล็ก เครื่องสีขาวที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในชุมชนหรือครอบครัวเกษตรกรที่ต้องการสีข้าวเพื่อส่งขายด้วยตัวเอง ซึ่งเครื่องสีข้าวที่ออกแบบมาให้มีขนาดเล็กนับเป็น เครื่องมือ ที่มีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากช่วยทุ่นแรงเกษตรกรแล้วยังนำมาซึ่งรายได้อีกด้วย

ทำความรู้จักเครื่องสีข้าวขนาดเล็ก

หากพูดถึงเครื่องสีข้าว เชื่อว่าหลายคนน่าจะนึกถึงเครื่องสีข้าวขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ภายในโรงสีข้าว แต่ในยุคที่เทคโนโลยีต่าง ๆ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้ต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เพราะปัจจุบันมีเครื่องสีข้าวขนาดกะทัดรัด มาพร้อมคุณสมบัติใกล้เคียงเครื่องสีขนาดใหญ่ โดยคุณสมบัติของเครื่องสีขนาดเล็ก คือ สามารถสีข้าวเปลือกที่ได้จากการเก็บเกี่ยวมาเป็นข้าวสารสำหรับหุงรับประทาน โดยส่วนใหญ่จะมีช่องแยกโดยช่องหนึ่งจะเป็นข้าวสารไหลออกมา ส่วนอีกช่องจะแยกรำและแกลบออกมา ทำให้จัดการง่าย โดยเครื่องสีขนาดมินิมีให้เลือกหลายกำลังการผลิต ตั้งแต่ 1 ตัน ไปจนถึงประมาณ 10 ตันต่อวัน แต่ส่วนใหญ่แล้วหากเป็นเครื่องขนาดเล็ก กำลังในการสีข้าวเปลือกจะไม่เกิน 120 กิโลกรัมต่อชั่วโมง แม้จะเป็นตัวเลขไม่สูงมากหากเทียบกับเครื่องสีข้าวขนาดใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นตัวเลขน่าพอใจ อีกทั้งยังมอบผลผลิตเป็นข้าวสารขนาดกำลังดีและสีสันสวยงาม

จุดเด่นของเครื่องสีข้าวขนาดเล็กที่เกษตรกรไทยควรเลือกเป็นเจ้าของ

แม้จะเป็นเครื่องสีข้าวขนาดมินิ แต่บอกเลยว่าอัดแน่นด้วยคุณสมบัติไม่น้อยหน้าเครื่องใหญ่ โดยเครื่องสีขนาดเล็กมีจุดเด่นที่เกษตรกรไทยควรหามาไว้ครอบครอง ดังนี้

1. ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา

ขึ้นชื่อว่าเป็นเครื่องสีข้าวขนาดมินิ แน่นอนว่าย่อมได้เปรียบเรื่องขนาด เพราะเหมือนเป็นการย่อส่วนเครื่องสีข้าวขนาดใหญ่ให้มีขนาดกะทัดรัดกว่าเดิมมาก ทำให้สามารถตั้งวางในพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ไม่เปลืองเนื้อที่ ที่สำคัญหากต้องการเคลื่อนย้ายก็สามารถย้ายได้สะดวก คล่องตัวเพราะน้ำหนักที่เบากว่านั่นเอง

2. ราคาประหยัด เกษตรกรเป็นเจ้าของได้ง่ายกว่าเดิม

แน่นอนว่าเครื่องสีข้าวขนาดใหญ่มาพร้อมราคาแพงทำให้เกษตรกรไม่สามารถเป็นเจ้าของได้ แต่เครื่องสีข้าวขนาดเล็กมีความได้เปรียบเรื่องราคาอย่างเห็นได้ชัด เพราะเพียงมีงบประมาณหลักพันก็สามารถเป็นเจ้าของเครื่องสีข้าวได้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่เครื่องสีขนาดเล็กจะมีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น ซึ่งทำให้เกษตรกรผู้มีงบประมาณจำกัดสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้น

3. ออกแบบมาเพื่อใช้งานสะดวก 

แม้จะเป็นเครื่องสีขาวขนาดกะทัดรัด แต่บอกเลยว่าฟังก์ชันการใช้งานไม่น้อยหน้าเครื่องสีข้าวขนาดใหญ่สักเท่าไหร่ เพราะการออกแบบตัวเครื่องมักมาพร้อมระบบการทำงานต่าง ๆ เพื่อเป็นตัวช่วยทุ่นแรงเกษตรกร นั่นคือ มีระบบสำหรับแยกประเภทข้าว เช่น ข้าวเปลือก ข้าวกล้อง ข้าวสาร พร้อมช่องแยกรำ แกลบ และปลายข้าว เพื่อการจัดการง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บางรุ่นยังสามารถแยกขนาดเมล็ดข้าวได้อีกด้วย

4. ใช้งานง่ายเพราะใช้ไฟบ้าน 

เนื่องจากเครื่องสีขนาดเล็กมักใช้งานโดยมอเตอร์ไฟฟ้า ดังนั้น ส่วนใหญ่จึงออกแบบมาให้สามารถใช้ร่วมกับไฟบ้านได้ โดยไม่ต้องติดตั้งหรือเดินสายใหม่ให้ยุ่งยาก และไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์มากมายในการประกอบตัวเครื่อง ที่สำคัญด้วยความเป็นเครื่องสีขนาดเล็กทำให้การบำรุงรักษาง่ายกว่าเครื่องขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าอย่างแน่นอน

5. ใช้งานหลากหลาย ไม่ใช่แค่สีข้าวเท่านั้น

แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นเครื่องสีข้าว แต่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่มากกว่าการสีข้าว นั่นคือ สามารถใช้ในการบดพริก การโม่แป้ง ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย เรียกได้ว่าลงทุนครั้งเดียวแต่สามารถใช้ประโยชน์ได้แบบคุ้ม ๆ 

นอกจากประโยชน์มากมายของเครื่องสีข้าวขนาดเล็กที่มีดีไม่แพ้เครื่องสีข้าวขนาดใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นก่อนตัดสินใจซื้ออย่าลืมพิจารณาโครงสร้างเครื่องสีข้าว นั่นคือ ตัวเครื่องควรแข็งแรง มั่นคง เมื่อใช้งานแล้วไม่โยกเยก ไม่สั่นคลอน เครื่องมือต่าง ๆ ติดตั้งมาอย่างครบถ้วน ไม่มีอะไหล่ส่วนใดหลุดออก เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลเรื่องการใช้งานอย่างปลอดภัย ที่สำคัญควรเลือกยี่ห้อทนทาน มีการรับประกันตัวเครื่อง และสามารถสีข้าวเปลือกออกมาได้เม็ดสวย ไม่แตกหัก เพื่อการใช้งานยาวนานและเพิ่มมูลค่าข้าวสารได้เป็นอย่างดี

เครื่องสีข้าวขนาดเล็ก

JBL

JBL ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์เครื่องเสียงดี ๆ ที่ของมันต้องมี 

ในทุก ๆ วันเชื่อว่าสิ่งที่หลายคนขาดไม่ได้ ก็คืออุปกรณ์เครื่องเสียง ไล่ตั้งแต่หูฟัง ไปยันลำโพง ที่หลายคนต้องได้ใช้กันแน่นอน เพราะสังคมในปัจจุบันคนส่วนใหญ่นิยมใช้เวลาอยู่ในโลกของตัวเองอยู่บ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ออกกำลังกาย เล่นกีฬา พักผ่อนนอกสถานที่ หรือจะนอนชิล ๆ อยู่กับบ้าน หลายคนจะชอบใส่หูฟัง หรือเปิดลำโพงให้มีเสียงเพลงที่ชอบ เพื่อปลุกเร้าอารมณ์หรือจะฟังรายการที่โดนใจเพลิน ๆ ฆ่าเวลาระหว่างรอคอยอะไรสักอย่าง ชีวิตของแต่ละคนจึงต้องมีการใช้งานเกี่ยวเครื่องเสียงเสมอ สิ่งเหล่านี้กลายเป็นของที่จำเป็นในชีวิตประจำวันไปแล้ว จะดีกว่าไหมหากเราลองมองหาเครื่องเสียงที่นอกจากจะฟังเพลงได้ดีแล้วล่ะก็ ยังมีคุณภาพที่ดีให้เมาะสมกับกิจกรรมของเราอย่าง jbl เครื่อง เสียงที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ 

เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์อันดับ 1 ของบรรดาเครื่องเสียงเลยก็ว่าได้ นอกจากคุณภาพของเสียงที่สูงแล้ว ก็คือการออกแบบมาให้เหมาะกับผู้ใช้งานได้อย่างหลากหลาย สามารถเลือกใช้งานได้เหมาะสมกับกิจกรรมของตัวเราเลยทีเดียว

· คนรักการออกกำลังกายและเล่นกีฬา

เหมาะสำหรับหูฟังที่พกพาง่าย ที่สำคัญดีไซน์ต้องสวมใส่แล้วสะดวกสบาย ไม่รู้สึกต้องคอยกังวลเวลาจะทำกิจกรรมอีกด้วย ที่สำคัญสามารถกันน้ำได้อีกด้วย เพราะเวลาเราออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นคือเหงื่อ ดังนั้นเราจึงควรเลือกหูฟังที่กระชับเข้ากับร่างกายของเรา สวมใส่สบายและแนบแน่น โดยตัวเกี่ยวหูที่สามารถยืดหยุ่นได้ แต่ยังคงให้คุณภาพเสียงที่ดี และใช้งานได้อย่างยาวนานโดยไม่ต้องชาร์ตไฟ ซึ่งหูฟังสำหรับคนกลุ่มนี้ของ เจบีแอลสามารถใช้งานได้นานมากที่สุดถึง 8 ชั่วโมงและชาร์จ 10 นาทีสามารถใช้งานต่อได้ 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว พร้อมทั้งยังมีระบบเซ็นเซอร์ที่ปิดเปิดเองได้เมื่อสวมใส่หรือถอดออกมา

· หูฟังสำหรับเกมเมอร์ 

คนอีกกลุ่มนึงที่ขาดอุปกรณ์เครื่องเสียงไม่ได้คือนักเกมเมอร์ทั้งหลายที่ต้องใช้ในการสตรีมมิ่งเกมส์ ซึ่งการมีหูฟังที่ดีจะช่วยส่งเสริมให้การเล่นเกมส์ของเราสมูทมากยิ่งขึ้น ซึ่งหูฟังสามารถเล่นได้ถึง 24 ชั่วโมง สามารถทนเหงื่อได้เป็นอย่างดี และให้เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ รับรองว่าประสิทธิภาพในการทำงานคุ้มเกินราคาแน่นอน 

· หูฟังสำหรับฟังเพลงทั่วไป

ก็มีหลากหลายดีไซน์ให้เราได้เลือกใช้ ที่เน้นคือการพกพาง่าย ใส่สบาย สามารถชาร์จไฟใช้ได้ในระยะเวลาที่ยาวนาม เสียงดี มีคุณภาพ มีทั้งหูฟังแบบอินเอียร์ ฟังไร้สาย โดยเชื่อมต่อทางบลูทูธ ให้เราสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องมานั่งแก้สายหูฟังที่พันกันตลอดอีกด้วย

· ลำโพงกลางแจ้ง

ลำโพงของเจบีแอล นั้นมีให้เลือกหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นลำโพงขนาดใหญ่ที่คุณภาพเสียงอัดแน่น หรือรวมถึงลำโพงขนาดเล็กลงสามารถพกพาเมื่อเราจะไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด หรือใช่งานนอกสถานที่ได้ ซึ่งคุณสมบัติที่สำคัญคือสามารถกันน้ำได้ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะทำกิจกรรมอะไร หรือไปเที่ยวที่ไหน ทะเล ภูเขา น้ำตก ก็สามารถพกลำโพงแบบพกพาไปด้วยได้ ซึ่งในบางดีไซน์ถูกออกแบบให้พกพาสะดวก ไม่ว่าจะการทำให้มีขนาดเล็ก หรือทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างง่ายดาย และนอกจากนี้ยังมีดีไซน์อื่น ๆ ที่มีความทันสมัยและสวยงาม ที่สำคัญคือแบตเตอร์รี่ที่อึดมาก ใช้งานได้อย่างยาวนาน ไม่ว่าเราจะปาร์ตี้หรือสังสรรค์อะไรก็ไม่สะดุด ใช้บลูทูธในการเชื่อต่อได้เลย แต่ก็ต้องเลือกให้เหมาะกับขนาดพื้นที่ที่จะไปด้วย เพราะความดังของลำโพงก็ต้องสอดคล้องกับขนาดพื้นที่ 

จะเห็นได้ว่าแบรนด์เจบีแอล นั้นพยายามสร้างมาเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นหูฟังหรือ jbl ลําโพง จึงเหมาะกับคนที่ชอบฟังเพลงหรือต้องใช้หูฟังบ่อย ๆ ก็ลองหาเครื่องเสียงดี ๆ แบบนี้มาใช้ก็ได้ ราคาไม่แพงอย่างที่คิดแน่นอน แต่สิ่งที่เราจะได้ไปคือเสียงที่มีคุณภาพ ฟังได้อย่างเพลิดเพลิน รับรองว่าการฟังเพลงของเราจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ใครยังไม่มีไม่ได้แล้ว หรือถ้าใครยังไม่มั่นใจจะลองหาเครื่องเสียงราคาที่ถูกที่สุดมาลองก่อนก็ได้ไม่เสียหาย JBL

แผ่นอะคริลิค

แผ่นอะคริลิค พลาสติกใส ประยุกต์ใช้ได้งานคุณภาพที่หลากหลาย

แผ่นอะคริลิค หรือพลาสติกใสซึ่งก็เป็นชื่อที่นิยมเรียกกันและยังนำมาใช้งานกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับงานต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่มีความโปร่งใส ทนทานแข็งแรงแล้วยังมีความยืดหยุ่นจึงทนต่อแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม ดังนั้นจึงได้รับความนิยมโดยเฉพาะงานด้านการออกแบบป้ายโฆษณา กระจก และงานที่สามารถสรรสร้างตามแนวทางของความเป็นศิลปะ ต่อมายังได้ถูกพัฒนาให้ผลิตออกมาในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสะดวกต่อการนำมาใช้ โดยให้มีตัวเลือกได้มากขึ้นด้วยการใส่สีต่าง ๆ ลงไปเพื่อให้ได้แผ่นอะคริลิคหลากสีสันนอกจากแผ่นอะคริลิคใส จึงได้กลายเป็นทางเลือกที่ลงตัว เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ได้ในทุกความต้องการ

5 คุณสมบัติที่ดี ของแผ่นอะคริลิค…ที่ใช้งานได้ดีและมีความปลอดภัย

1. มีความแข็งแรงทนทานและยังมีความยืดหยุ่นสามารถรับแรงกระแทกได้ดีจึงนิยมนำมาใช้งานบางอย่างแทนกระจก อย่างเช่น ตู้ใสอย่างตู้สำหรับเลี้ยงปลาเพื่อความสวยงาม กรอบรูปติดผนัง-ตั้งโต๊ะ แท่นวางทับเอกสารในรูปแบบต่าง ๆ  สามารถวางไว้โชว์ในที่ที่ต้องการได้อย่างไร้กังวล ไม่ว่าจะในบ้าน หรือตามสถานที่ต่าง ๆ พลั้งเผลอชนก็ไม่เกิดการแตกร้าว นอกจากนี้นิยมนำมาทำหลังคาและแทนกระจกแก้วในงานตกแต่งต่าง ๆ 

2. เป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบา มีวางจำหน่ายเป็นแผ่นเพื่อสะดวกต่อการนำมาใช้งานในด้านศิลปะและการตกแต่ง เพราะเนื้อแผ่นอะคริลิคสามารถแกะสลัก ระบายสี ชิลค์สกรีน เป็นลวดลายต่าง ๆ ได้ สำหรับแผ่นหลากสีสันนำมาประยุกต์ใช้ได้หลายงาน อย่างเช่น สื่อการสอนสำหรับเด็ก ๆ งานตกแต่งบอร์ดและผนังห้อง หรือใช้สำหรับพรีเซนต์งาน เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถนำแผ่นมาเชื่อมต่อให้เป็นเนื้อเดียวกันได้แบบเรียบเนียน ดังนั้นจึงได้รับความนิยมนำมาใช้ในงานขึ้นรูปงานโมเดลต่าง ๆ หรือกล่องสำหรับบรรจุโมเดล

3. ทนต่อความร้อนสูง และไม่ละลายได้ง่ายเหมือนพลาสติกทั่วไป และเป็นฉนวนจึงสามารถกันความร้อนได้ดี เหมาะกับการนำมาใช้ทำอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องการคุณสมบัติทนต่อความร้อน อย่างเช่น กระจกรถยนต์ หน้าจอโทรศัพท์มือถือ เคาน์เตอร์ในห้องครัว เป็นต้น 

4. เป็นวัสดุที่ไม่ทำปฏิกิริยากับ น้ำมัน แก็สและสารระเหย จึงมีความมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยได้เกินร้อย ไม่ว่าจะนำมาใช้งานในสถานที่ใด ๆ อย่างเช่นในห้องครัวจะนำมาเป็นแผ่นรองโต๊ะ ฐานรองเตา ก็สามารถใช้งานได้อย่างสบายใจแน่นอน

5. แผ่นอะคริลิคใสจะมีความใสที่แสงสามารถส่องทะลุได้ถึงกว่า 90 % จึงเหมาะกับงานที่ต้องการวัสดุโปร่งใสและต้องการให้แสงส่องถึงได้ อย่างเช่น ตู้ปลา ตู้สวนหย่อมจัดสวนถาดเพื่อความสวยงามและต้องการแสงแดดส่องถึง หลังคาในบางส่วนที่ต้องการแสงแดด เป็นต้น

วิธีรักษาและซ่อมแซมแผ่นอะคริลิคให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น

– แผ่นอะคริลิคสามารถเกิดฝุ่นได้ง่ายพอ ๆ กับแผ่นพลาสติกทั่วไปและแผ่นกระจกแก้ว การทำความสะอาดฝุ่นก็ไม่ยุ่งยาก สามารถปัด เช็ดฝุ่นได้ตามปกติ หรือจะเลือกใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ก็ยิ่งดี เพื่อป้องกันการเกิดรอยขีดข่วนบนพื้นผิว

– สำหรับพื้น ผนัง หรือชิ้นงานที่สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ สามารถเช็ดด้วยน้ำยาทำความสะอาดได้ โดยนำมาผสมน้ำแล้วใช้ฟองน้ำเช็ด ตามด้วยผ้าสะอาดเช็ดให้แห้งอีกครั้ง ข้อควรระวังคือ ควรเลือกใช้ผ้าที่ไม่มีขน อย่างผ้าชามัวร์ หรือผ้านาโนเพื่อความสะอาดที่หมดจดเหมือนใหม่

– สำหรับบางชิ้นงานที่ไม่สามารถใช้น้ำยาล้างได้ ก็สามารถเลือกใช้แอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดแทนได้แล้วค่อยนำผ้าแห้งมาเช็ดให้เกิดความเงางามได้เช่นกัน 

– สำหรับแผ่นอะคริลิคที่ต้องถูกสัมผัสบ่อยครั้งจนเกิดคราบและรอยมือ สามารถใช้แอลกอฮอล์ หรือนำมันก๊าดชุบสำลีเช็ดคราบอันไม่พึงประสงค์เหล่านั้นออกได้

– การซ่อมชิ้นงานที่อาจเกิดแตกร้าว หรือหัก ควรใช้กาวอะคริลิค หรือน้ำยาประสานสำหรับเชื่อมอะคริลิคโดยเฉพาะ ไม่ควรใช้กาวทั่วไป 

แผ่นอะคริลิคที่มีประโยชน์ในงานด้านต่าง ๆ หลากหลายเช่นนี้ โดยการเลือกสรรได้ตามขนาดและความหนาที่ลงตัวกับงานต่าง ๆ รับรองได้ว่าจะถูกใจและต้องเลือกใช้ในงานต่อ ๆ ไปอีกอย่างแน่นอน สามารถเลือกและสั่งซื้อได้สะดวกง่ายดายในทางออนไลน์ เพราะยุคนี้การติดต่อสื่อสารมีความสะดวกและทำชีวิตให้ง่ายขึ้น เลือกได้ทั้งอะคริลิคใส เงา ดำ ขาวและหลากสีที่ต้องการ ครบครันทุกความต้องการไม่ว่างานเล็ก หรืองานใหญ่

แผ่นอะคริลิค

ผ้าม่าน

เอาใจคนชอบแต่งบ้านด้วยผ้าม่าน 5 แบบ เพื่อการเนรมิตบ้านสวยให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น

สำหรับคนรักการตกแต่งบ้าน เชื่อว่าการได้จัดบ้านให้สวยงามน่าอยู่ ถือเป็นความสุขที่ยากจะหาอะไรมาเปรียบ และเพื่อเป็นการเอาใจคนรักการตกแต่งบ้าน จึงขอพาคนรักบ้านไปทำความรู้จัก ผ้าม่าน ชนิดต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะกับสไตล์บ้าน ซึ่งม่านถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยทำให้บ้านของคุณน่าอยู่และดูอบอุ่น แถมยังทำหน้าที่เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญที่ทำให้บ้านสวยงามยิ่งขึ้นอีกด้วย

ทำความรู้จัก’ ผ้าม่าน ‘ ประเภทต่าง ๆ แบบไหนบ้างที่เหมาะกับบ้านคุณ

1. ม่านจีบ

หากต้องการเติมเต็มบ้านให้ดูหรูหราร่วมสมัยและดูอบอุ่นอ่อนโยน แนะนำให้เลือกใช้ม่านจีบ ลักษณะของม่านชนิดนี้ ด้านบนจะจับจีบ ทำให้ผ้าม่านดูมีมิติและลักษณะม่านเป็นลอน ๆ จุดเด่นของม่านชนิดนี้คือสามารถเข้ากับบ้านได้หลายสไตล์ จะบ้านโมเดิร์นก็ได้หรือจะบ้านสไตล์วินเทจก็ดี แถมยังมีดีไซน์ให้เลือกมากมายจึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมในยุคนี้

2. ม่านพับ

อีกหนึ่งตัวเลือกเพื่อการเนรมิตบรรยากาศให้ดูมีสไตล์ นั่นคือ การใช้ม่านพับ เวลาพับเก็บม่านจะดูเป็นชั้น ๆ ซ้อนกันสวยงาม และเป็นระเบียบเรียบร้อย จุดเด่นคือติดตั้งง่าย แต่ข้อควรระวังคือควรทำความสะอาดบ่อย ๆ เพราะอาจเป็นแหล่งสะสมของฝุ่น

3. ม่านม้วน

หลายคนน่าจะคุ้นตากับผ้าม่านหน้าต่างประเภทนี้ เพราะเป็นที่นิยมในการตกแต่งบ้านและออฟฟิศสมัยใหม่ จุดเด่นคือเมื่อใช้ตกแต่งบ้านมักทำให้บ้านดูโมเดิร์น ร่วมสมัย นอกจากนี้ยังประหยัดพื้นที่ ไม่เกะกะ และทำความสะอาดได้ค่อนข้างง่าย ที่สำคัญยังมีให้เลือกทั้งแบบทึบแสงที่สามารถบังตาและกันแสงแดดได้มากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงแบบกรองแสงแดดที่จะทำให้แสงแดดทอดเข้ามาภายในบ้านได้มากยิ่งขึ้น

4. ม่านไม้ไผ่

ใครที่รู้ตัวว่าชอบธรรมชาติและนิยมตกแต่งบ้านให้ได้บรรยากาศหมือนอยู่รีสอร์ทไม้ แนะนำให้เลือกใช้ม่านชนิดนี้ เพราะแค่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นม่านที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติมาก ๆ แต่หากนึกไม่ออกลองนึกถึงร้านอาหารญี่ปุ่นที่นิยมตกแต่งร้านด้วยม่านไม้ไผ่ ข้อดีคือเนรมิตบรรยากาศรอบบ้านให้ดูผ่อนคลาย อีกทั้งยังใช้งานได้นาน แต่ถึงอย่างนั้นให้ระมัดระวังเรื่องฝุ่นและอาจเก่าง่ายหากดูแลรักษาไม่ดีพอ

5. มู่ลี่

อีกหนึ่งประเภทม่านที่น่าจะรู้จักกันดี ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วนิยมใช้บริเวณห้องน้ำและห้องครัว จุดเด่นของมู่ลี่คือความแข็งแรง ไม่ดักฝุ่น สามารถใช้ในห้องน้ำและห้องครัวได้เพราะทนความชื้นได้ค่อนข้างดี และยังทำความสะอาดง่ายเพียงหมั่นใช้ผ้าชุบน้ำเช็ด 

การดูแลรักษาผ้าม่านให้ใช้งานในแบบยาว ๆ 

เมื่อได้ม่านที่ถูกใจแล้ว อย่าลืมดูแลรักษาม่านให้สะอาดและดูเหมือนใหม่เสมอ เพราะฉะนั้นลองมาดูวิธีดูแลรักษาม่านให้สะอาดและใช้งานได้นานกันดีกว่า

– ทำความสะอาดม่านเสมอ

เทคนิคง่าย ๆ ในการเนรมิตม่านให้เหมือนใหม่เสมอ นั่นคือ การทำความสะอาดม่านเป็นประจำ โดยควรทำความสะอาดเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อให้มีสีสันสวยงาม ไม่ซีดเร็วจนเกินไป แต่ขอควรระวัง คือ ม่านแต่ละชนิดมีวิธีทำความสะอาดไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นควรศึกษาให้ดีก่อนว่าต้องใช้วิธีเช็ด วิธีซักมือ หรือวิธีซักเครื่อง เพื่อยืดอายุการใช้งาน

– ฆ่าเชื้อด้วยแสงแดด

แม้ว่าผ้าม่านหน้าต่างมักถูกวางในตำแหน่งซึ่งมีแสงแดดส่องถึงอยู่แล้ว แต่หากบ้านใดติดตั้งไว้ในมุมที่ไม่ค่อยเจอแสงแดด แนะนำให้นำม่านไปตากแดดบ้าง เพื่อฆ่าเชื้อโรค หรือใครที่ถอดออกมาทำความสะอาดก็อย่าลืมตากแดดให้แห้งสนิทเพื่อลดความชื้นและบอกลาปัญหาเชื้อรา

– การดูดฝุ่นก็สำคัญ

เมื่อสังเกตว่าม่านเริ่มมีฝุ่นจับเยอะ แนะนำให้ใช้เครื่องดูดฝุ่นเพื่อลดจำนวนฝุ่นบนม่าน เนื่องจากฝุ่นเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่น ภูมิแพ้ และระบบทางเดินหายใจ ดังนั้น นอกจากการทำความสะอาดด้วยการซักแล้วควรทำความสะอาดด้วยการดูดฝุ่นร่วมด้วย

เชื่อว่าคนรักการแต่งบ้านน่าจะพอได้ไอเดียในการเลือกซื้อผ้าม่านเพื่อให้เหมาะกับบ้านบ้างแล้ว ไหนจะยังได้เทคนิคดี ๆ ในการดูแลม่านให้สวยเหมือนใหม่ รับรองได้เลยว่าหากนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ บ้านของคุณจะสะอาดและน่าอยู่ยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน  ผ้าม่าน

โคมไฟตั้งโต๊ะ

แนะนำ โคมไฟตั้งโต๊ะ 4 แบบ แบบไหนบ้างนะที่เหมาะกับบ้านคุณ 

โคมไฟ อุปกรณ์ให้ความสว่างที่เชื่อว่าต้องมีทุกบ้านทุกครอบครัว เพราะโคมไฟเป็นตัวช่วยให้แสงสว่างที่สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาเอื้อมถึง มีรูปแบบให้เลือกมากมาย ที่สำคัญยังมากด้วยประโยชน์ด้านการใช้งาน โดยเฉพาะ โคมไฟตั้งโต๊ะ ที่แม้จะมาพร้อมขนาดมินิแต่กลับอัดแน่นด้วยจุดเด่นดี ๆ และสำหรับใครที่กำลังมองหาโคมไฟสำหรับตั้งโต๊ะ ลองมาดูกันว่าจุดเด่นของโคมไฟประเภทนี้คืออะไรและมีโคมไฟแบบใดบ้างที่เหมาะกับบ้านคุณ

จุดเด่นของการเลือกใช้โคมไฟตั้งโต๊ะภายในบ้าน

– น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก

จุดเด่นสำคัญของการเลือกใช้โคมไฟประเภทตั้งโต๊ะ คือการเป็นตัวช่วยส่องแสงสว่างที่มีน้ำหนักเบา ใช้งานง่าย ไม่ต้องประกอบอุปกรณ์เชื่อมต่อให้ยุ่งยาก ที่สำคัญยังเคลื่อนย้ายสะดวกทำให้ติดตั้งได้ทุกที่ภายในบ้าน โดยไม่ทำให้เปลืองพื้นที่เลยแม้แต่น้อย

– ให้ความสว่างโดยไม่รบกวนคนอื่น

แม้โคมไฟจะเป็นอุปกรณ์ให้แสงสว่าง แต่กลับเป็นอุปกรณ์ที่ให้แสงสว่างในพื้นที่จำกัดหรือพื้นที่ขนาดเล็ก ทำให้การใช้โคมไฟจะไม่รบกวนคนอื่น เหมาะอย่างยิ่งหากตั้งภายในห้องนอนหรือมุมอ่านหนังสือเล็ก ๆ ภายในห้อง

– ตัวช่วยเสริมบรรยากาศห้อง

นอกจากคุณสมบัติการเป็นอุปกรณ์ให้แสงสว่างแล้ว โคมไฟยังเป็นเฟอร์นิเจอร์ชั้นดีที่ช่วยเสริมบรรยากาศภายในห้องให้ดูหรูหราและมีมิติยิ่งขึ้น ทำให้หลายคนนอกจากนำโคมไฟมาใช้ในการอ่านหนังสือแล้วยังใช้เป็นไอเท็มตกแต่งห้องอีกด้วย

แนะนำโคมไฟตั้งโต๊ะ 4 แบบ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในบ้านคุณ

1. โคมไฟตั้งโต๊ะ อ่านหนังสือ

โคมไฟประเภทนี้แน่นอนว่ามาพร้อมจุดเด่นการเป็นโคมไฟที่ออกแบบมาเพื่ออ่านหนังสือโดยเฉพาะ โดยโคมไฟตั้งโต๊ะ อ่านหนังสือ แม้จะไม่ได้ให้แสงสว่างเทียบเท่าหลอดไฟภายในบ้าน แต่มักมาพร้อมแสงสว่างที่มากในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ ไฟที่ใช้ยังเป็นไฟถนอมสายตา ทำให้สามารถอ่านหรือเขียนหนังสือได้นานโดยไม่มีอาการปวดตา รวมถึงบางรูปแบบยังออกแบบมาให้ปรับแสงสว่างได้ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถปรับระดับแสงได้ตามต้องการ ตอบโจทย์การใช้งานได้มากยิ่งขึ้น

2. โคมไฟทูอินวัน ตั้งโต๊ะก็ได้ หนีบที่โต๊ะก็ดี

เพื่อการนำเสนอสินค้าที่ใช้งานสะดวกและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ทำให้สินค้าอย่างโคมไฟมีการพัฒนาดีไซน์เพื่อให้โดนใจกลุ่มเป้าหมายที่สุด จึงได้มีโคมไฟแบบหนีบเพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ข้อดีของโคมไฟประเภทนี้คือสามารถใช้หนีบตามขอบโต๊ะและหัวเตียงได้ มาพร้อมตัวหนีบขนาดใหญ่เพื่อให้หนีบได้กับหลากหลายวัสดุ นอกจากนี้ยังน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย ที่สำคัญยังปรับได้หลายทิศทางทำให้สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย

3. โคมไฟประดับบ้าน เพื่อทุกมุมสวยงามน่าอยู่

โคมไฟประเภทนี้ไม่เพียงแต่ออกแบบมาเพื่อให้แสงสว่างเท่านั้น เพราะยังเน้นการออกแบบให้รูปลักษณ์ดูทันสมัย สวยงาม น่ามอง จนกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งของบ้าน ทำให้โคมไฟประเภทนี้มักเน้นเรื่องดีไซน์เป็นหลัก เพื่อให้เหมาะกับบ้านทุกสไตล์ เช่น โคมไฟสไตล์โมเดิร์น โคมไฟสไตล์วินเทจ โคมไฟสไตล์มินิมอล ฯลฯ ซึ่งจะเน้นความสวยงามมากกว่าการเป็นอุปกรณ์ให้ความสว่าง แต่ถึงอย่างนั้นหลายบ้านก็ยังเลือกใช้เพื่อเพิ่มบรรยากาศบ้านให้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

4. โคมไฟแอลอีดี โคมไฟสามมิติ

อีกหนึ่งประเภทโคมไฟสำหรับตั้งโต๊ะที่นิยมเห็นจำหน่ายมากในปัจจุบัน แม้จะไม่ใช่โคมไฟที่เหมาะกับการอ่านหนังสือ แต่มีจุดเด่นคือดึงดูดสายตา สวยงาม และมักมาพร้อมดีไซน์แปลกใหม่ ตั้งแล้วโดดเด่นทุกพื้นที่โดยเฉพาะตอนกลางคืน แม้จะไม่ใช่โคมไฟที่เน้นให้แสงสว่างแต่กลับมาพร้อมลูกเล่นสุดเจ๋ง นั่นคือ เมื่อกดเปิดจะปรากฏเป็นลวดลายต่าง ๆ เช่น รูปตัวการ์ตูนที่ชื่นชอบ รูปสัตว์น่ารัก ๆ เป็นต้น และจะปรากฏเป็นรูปร่างสิ่งนั้น ๆ แบบสามมิติ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการตกแต่งห้องให้มีสไตล์และทำให้ภายในห้องไม่ดูมืดเกินไปนั่นเอง

โคมไฟตั้งโต๊ะแต่ละชนิดมาพร้อมการใช้งานที่แตกต่างกันตามวัตถุประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟที่เน้นเรื่องการใช้งานและเพื่อความสวยงาม โดยก่อนตัดสินใจเลือกซื้อควรพิจารณาวัตถุประสงค์การใช้งานเสียก่อน ที่สำคัญควรเลือกโคมไฟที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน เพื่อการใช้งานยาวนานและตอบโจทย์มากที่สุด โคมไฟตั้งโต๊ะ