ราคาแอร์บ้าน

เตรียมตัวให้พร้อมในร้อนนี้! เช็ก ราคาแอร์บ้าน ให้ดี แบบไหนคุ้ม แบบไหนดี?

เครื่องปรับอากาศ หรือ แอร์ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับต้น ๆ ที่ได้รับความนิยม และมีกันเกือบจะทุกบ้าน เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยคลายความร้อนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากบ้านเรานั้นมีอากาศร้อนตลอดทั้งปี ทำให้หลายบ้านต้องใช้แอร์เป็นตัวช่วย โดยเฉพาะหน้าร้อนที่จะมีอากาศร้อนมากเป็นพิเศษ และสำหรับหน้าร้อนนี้ใครที่กำลังมองหาแอร์บ้านอยู่ วันนี้เราจะพาไปเช็ก ราคาแอร์บ้าน กันว่าแต่ละขนาดมีราคาเท่าไหร่?

ทำความรู้จักกับเครื่องปรับอากาศแต่ละประเภท แบบไหนเหมาะสำหรับการใช้งานของคุณ?

· แอร์ติดผนัง หรือที่หลายคนเรียกว่าแอร์บ้าน เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะเหมาะสำหรับการใช้งานในบ้าน ติดตั้งไว้ที่ผนังเพื่อกระจายความเย็นไปทั่วห้อง มีขนาดไม่ใหญ่มาก ออกแบบมาให้มีดีไซน์ที่สวยงามและทันสมัยมากขึ้นเพื่อความกลมกลืนกับผนังและดูสวยงาม

· แอร์ตั้งพื้น มีขนาดใหญ่กว่าแอร์ติดผนัง ใช้สำหรับตั้งพื้น ต้องต่อคอมเพรสเซอร์และท่อต่อแอร์ หลายคนมักเข้าใจว่าเคลื่อนย้ายได้แต่ความจริงแล้วไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ก่อนติดตั้งควรเลือกทำเลให้ดี นิยมใช้งานตามหน่วยงามหรือสำนักงานต่าง ๆ 

· แอร์ตู้ เป็นแอร์ขนาดใหญ่ทรงสูงมีลักษณะคล้ายตู้ ให้ความเย็นในวงกว้าง นิยมใช้ตามอาคารหรือสถานที่ที่ให้บริการต่าง ๆ เช่น สนามบิน อาคารรองรับ ฯลฯ 

· แอร์ฝังติดเพดาน เป็นแอร์ขนาดเล็กแบบฝังติดเข้าไปในเพดานเป็นระดับเดียวกัน เดินท่อแอร์ด้านบน นิยมติดตั้งตามทางเดิน 

· แอร์แบบเคลื่อนที่ เป็นแอร์อเนกประสงค์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันนี้ มีขนาดกะทัดรัด ปรับระดับความเย็นได้ ทำงานโดยใช้ไฟฟ้า ให้ลมเย็นเหมือนกับแอร์ ใช้งานได้ทั้งในห้องและพื้นที่โล่ง

· แอร์แบบหน้าต่าง แอร์ชนิดนี้อาจไม่ค่อยได้เห็นในบ้านเราสักเท่าไหร่เพราะไม่ค่อยได้รับความนิยม เนื่องจากเป็นแบบเก่าที่นิยมใช้งานแค่ในบางประเทศเท่านั้น เช่น ประเทศญี่ปุ่น

ราคาแอร์บ้าน ติดผนัง มีแบบไหนบ้าง แต่ละแบบราคาเท่าไหร่?

แอร์บ้านติดผนัง

· 9,000 BTU เหมาะสำหรับห้องขนาด 15 ตารางเมตร ราคาอยู่ที่ประมาณ 11,000 – 15,000 บาท

· 12,000 BTU เหมาะสำหรับห้องขนาด 15-25 ตารางเมตร ราคาอยู่ที่ประมาณ 12,500 – 18,000 บาท  

· 18,000 BTU เหมาะสำหรับห้องขนาด 25-30 ตารางเมตร ราคาอยู่ที่ประมาณ 17,000 – 26,000 บาท

· 21,000 BTU เหมาะสำหรับห้องขนาด 30-35 ตารางเมตร ราคาอยู่ที่ประมาณ 21,000 – 41,000 บาท 

ราคาแอร์บ้านติดผนัง ระบบอินเวอร์เตอร์

· 9,000 BTU ราคาอยู่ที่ประมาณ 12,000 – 24,000 บาท

· 12,000 BTU ราคาอยู่ที่ประมาณ 13,000 – 27,000 บาท  

· 18,000 BTU ราคาอยู่ที่ประมาณ 18,000 – 35,000 บาท

· 21,000 BTU ราคาอยู่ที่ประมาณ 21,000 – 45,000 บาท

เคล็ดลับการเลือกซื้อแอร์บ้าน เลือกอย่างไรให้คุ้มค่าและดีต่อการใช้งาน

· เลือกขนาด BTU ที่เหมาะสมกับพื้นที่ห้อง ข้อนี้ถือว่าจำเป็นมาก เพราะหากเลือกแอร์ BTU น้อยในห้องขนาดใหญ่จะทำให้แอร์กระจายความเย็นได้ไม่ทั่วถึงและทำให้แอร์ทำงานหนักจนเกินไป จึงควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับพื้นที่ห้องด้วย

· เลือกประเภทที่เหมาะกับการใช้งาน แต่ละประเภทมีการใช้งานไม่เหมือนกัน จึงควรดูให้แน่ใจก่อนว่าต้องการแอร์มาติดตั้งที่บริเวณไหนของบ้านเพื่อเลือกได้อย่างเหมาะสม เช่น ใช้สำหรับห้องนอน เหมาะสำหรับแอร์ติดผนัง

· เลือกรุ่นที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เพราะเป็นรุ่นที่มีการรับรองแล้วว่าประหยัดไฟ ช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้านลงได้

· เลือกจากระบบการทำงาน มีให้เลือก 2 ใหญ่ ๆ คือ แอร์บ้านทั่วไปและแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ โดยแอร์แบบทั่วไปจะทำความเย็นให้ถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้เรื่อย ๆ โดยไม่ตัด ทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานอยู่ตลอดเวลา ข้อดีคือ ทำให้เย็น แต่ค่อนข้างกินไฟ ส่วนระบบอินเวอร์เตอร์ คอมเพรสเซอร์จะตัดเมื่อทำความเย็นได้ถึงรอบ ช่วยประหยัดไฟได้มากกว่า

· เลือกจากบริการติดตั้ง ราคาแอร์บ้านแต่ละร้านไม่เหมือนกัน มีทั้งราคาที่รวมค่าคิดตั้ง หมายถึง การติดตั้งให้ฟรี และราคาแอร์เปล่าแบบไม่รวมค่าติดตั้ง ก่อนเลือกซื้อจึงควรเช็กราคาให้ดีก่อนว่ารวมค่าติดตั้งหรือไม่ รวมถึงสอบถามเกี่ยวกับบริการหลังการขายด้วย เช่น การรับประกัน  

เพื่อให้หน้าร้อนนี้ไม่ร้อนอีกต่อไป หากว่าคุณกำลังมองหาแอร์บ้านรุ่นไหนหรือยี่ห้อไหนอยู่ สามารถเลือกซื้อกันได้ มีการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้อย่างทันสมัย ส่วนราคาจะขึ้นอยู่กับรุ่นและระบบการทำงาน ราคาแอร์บ้าน

ที่นอนเป่าลม

ที่นอนเป่าลม ดีจริงไหม? จะรู้ได้อย่างไรว่าแบบไหนที่เหมาะสำหรับการใช้งานของตนเอง?

ปัจจุบันนี้ ที่นอนเป่าลม ได้รับความนิยมขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เป็นที่นอนแบบพกพาที่หลายคนที่พกติดบ้านไว้เพื่อใช้งานต่าง ๆ สำหรับใครที่กำลังมองหาที่นอนพกพา หรือ ที่นอนปิกนิค ไว้ใช้งานแบบอเนกประสงค์อยู่ก็ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ส่วนจะมีแบบไหนให้เลือกซื้อบ้าง และแบบไหนที่เหมาะสำหรับกับการใช้งานของคุณ ไปดูกันเลย

ประเภทของ ที่นอนเป่าลม มีแบบไหนบ้าง? ต่างกันอย่างไร?

· แบบอเนกประสงค์ เป็นที่นอนทรงเหลี่ยมแบบพกพาที่มีให้เลือกหลายขนาด เช่น ขนาด 2.5 ฟุต, 3.5 ฟุต, 4.5 ฟุต, 5 ฟุต, 6 ฟุต สามารถเลือกใช้งานได้ตามขนาดที่ต้องการ เช่น หากต้องการใช้งาน 2 คนควรเลือกขนาด 5 ฟุตขึ้นไป เพราะมีขนาดใหญ่และรองรับน้ำหนักได้ดีกว่า 

· แบบใช้งานในรถยนต์ ออกแบบมาให้เหมาะสำหรับการใช้งานในรถยนต์โดยเฉพาะ ช่วยให้นอนหลับได้อย่างสบายโดยไม่ต้องกลัวว่าจะกลิ้งหล่นจากเบาะ เพราะมีเบาะรองตรงที่พักเท้าด้านหลัง ทำให้มีพื้นที่ด้านหลังเหลือเยอะ และสามารถนอนพักผ่อนได้ เหมาะสำหรับการเดินทางไกล เป็นที่นอนพกพาที่สามารถพกติดรถไว้ใช้งานได้

· โซฟาเป่าลม ออกแบบมาให้มีดีไซน์พิเศษกว่าแบบทั่วไปเพื่อการนอนพักผ่อนที่สบายมากขึ้น มีพนักพิงหลังและพนักพิงแขนให้ ส่วนมากแล้วจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ เช่น ขนาด 5 ฟุตหรือ 6 ฟุต

· ที่นอนแบบเป่าลมป้องกันแผลกดทับ เป็นที่นอนสำหรับผู้ป่วยหรือผู้ป่วยติดเตียง เพราะการนอนมากเกินไปจะทำให้เกิดแผลกดทับได้ ที่นอนแบบเป่าลมจึงออกแบบมาเพื่อช่วยป้องกันแผลกดทับจากการนอนนาน ๆ และช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้ 

เคล็ดลับการเลือกซื้อที่นอนเป่าลมให้ตรงกับความต้องการและนอนได้สบาย

· เลือกจากขนาด เพราะมีหลายขนาดจึงควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งานของตนเองเพื่อช่วยประหยัดพื้นที่ เช่น การเลือกที่นอนสำหรับใช้ในเต็นท์ หากเป็นเต็นท์เดี่ยว เหมาะสำหรับขนาด 3.5 ฟุต แต่หากเป็นเต็นท์ใหญ่หรือเต็นท์ครอบครัวเหมาะสำหรับขนาด 6 ฟุต เพราะมีขนาดใหญ่และรองรับการนอนได้หลายคน

· เลือกจากความสูงของที่นอน เป็นอีกหนึ่งข้อสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากเลือกที่นอนที่ต่ำเกินไปอาจรองรับน้ำหนักได้ไม่เพียงพอ และหากเลือกสูงเกินไปอาจส่งผลต่อการใช้งานได้ จึงควรเลือกขนาดที่พอดีหรือสูงจากพื้นประมาณ 15 เซนติเมตร

· เลือกจากการรับน้ำหนัก แต่ละรุ่นจะมีรองรับน้ำหนักได้ไม่เท่ากัน จึงควรดูก่อนว่ารุ่นนั้น ๆ สามารถรับน้ำหนักได้เพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะขนาดสำหรับใช้งาน 2 คน ส่วนในการใช้งานควรคำนวณน้ำหนักของผู้ใช้งานให้พอดี

· เลือกจากฟังก์ชันเสริม เช่น บางรุ่นออกแบบมาพร้อมกับหมอนหนุนแบบเป่าลม เมื่อสูบลมแล้วสามารถนอนได้เลย ไม่ต้องพกหมอนเพิ่ม หมดปัญหาลืมหมอน และช่วยประหยัดพื้นที่จัดเก็บลงได้ 

· เลือกจากตัวล็อก เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากจุกลมมีตัวล็อกจะช่วยป้องกันลมออกได้อีกหนึ่งชั้น

· เลือกจากวัสดุที่ผลิต วัสดุที่นิยมใช้มี 3 ชนิดหลัก ๆ ได้แก่ PVC, PU และ Nylon เพราะเป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง ทนทาน ไม่แตกง่าย และรองรับแรงกระแทกได้ดี

· เลือกจากขนาดหลังพับเก็บ ควรดูว่าเมื่อพับเก็บแล้วมีขนาดเท่าไหร่ เพราะหากพับเก็บแล้วมีขนาดใหญ่เกินไปจะทำให้พกพาไม่สะดวกและกินพื้นที่จัดเก็บได้ เนื่องจากเป็นที่นอนพกพาจึงควรมีขนาดกำลังดี

สิ่งที่ไม่ควรทำในการใช้ ที่นอนเป่าลม

· ใช้งานหลายคน เพราะจะทำให้น้ำหนักเกินและทำให้ที่นอนเกิดความเสียหายหรือแตกได้

· กระโดดเล่น เพราะจะทำให้แรงดันลมด้านในและทำให้รั่วหรือแตกได้ง่าย

· ชอบนั่งขอบที่นอน เพราะจะทำให้แรงดันเกินการบีบตัวและปริออกได้ง่าย

· สูบลมอ่อนหรือแข็งจนเกินไป หาสูบลมอ่อนเกินไปจะทำให้รับน้ำหนักได้ไม่ดี หากสูบลมแข็งเกินไปจะทำให้เด้งเกินไปเวลานอน

หากว่าคุณเป็นชอบแคมป์ปิ้งและกำลังมองหาที่นอนปิกนิกไว้เป็นที่นอนเสริมที่บ้านหรือบนรถยนต์ ที่นอนเป่าลมก็ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานได้ดีและหาซื้อได้ง่ายด้วย ที่นอนเป่าลม

บันไดอลูมิเนียม

บันไดอลูมิเนียม มีแบบไหนบ้าง? ควรใช้งานอย่างไรให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ?

 บันได เป็นเครื่องมือช่างที่สำคัญสำหรับช่างทุกประเภทและเป็นอุปกรณ์ที่หลายคนมีติดบ้านไว้เพื่อใช้งานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการปืนขึ้นไปเก็บของ หาของ ซ่อมแซม หรืออื่น ๆ โดยที่นิยมคือ บันไดอลูมิเนียม เพราะมีความแข็งแรงและมีความทนทานสูง ใช้งานได้นาน ไม่เสื่อมสภาพง่าย และรองรับน้ำหนักได้ดี แต่ทราบหรือไม่ว่าความจริงแล้วมีกี่ประเภท และแต่ละประเภทเหมาะสำหรับการใช้งานแบบไหน ไปดูกันเลย

ประเภทของบันได มีแบบไหนบ้าง แต่ละแบบเหมาะสำหรับการใช้งานแบบไหน?

· Step Ladder เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งสำหรับงานช่างและการใช้งานในบ้านทั่วไป ออกแบบมาเป็นทรง A มีความสูงให้เลือกหลายระดับ เป็นชนิดที่หลายคนนิยมมีติดบ้านไว้ 

· Extension Ladders เป็นแบบพาดสำหรับช่างที่ทำงานในที่สูง เช่น งานก่อสร้าง ใช้สำหรับพาดกับผนัง ต้นเสา หรือหลังคาเพื่อปีนขึ้นไปใช้งาน เป็นชนิดที่ขึ้น – ลงแบบทางเดียว ต้องอาศัยความชำนาญในการใช้งานพอสมควรเพราะค่อนข้างอันตราย

· Multi-Purpose Ladder เป็นแบบ 4 ท่อนที่สามารถปรับรูปแบบการใช้งานได้ตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานแบบพาด ใช้แบบทรง A หรือทำเป็นนั่งร้านก็ได้ และอื่น ๆ 

· Telescoping Ladders เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมในตอนนี้เพราะสามารถยืดหดได้ เมื่อหดแล้วมีขนาดไม่ใหญ่ พกพาง่าย ใช้งานสะดวก และไม่กินพื้นที่จัดเก็บ อีกทั้งเวลาที่ยืดออกแล้วยังสามารถใช้งานได้หลายทรงและยืดได้สูงด้วย

· Platform Ladders เป็นแบบทางเดียวที่นิยมใช้ในโรงงานหรือโกดัง ด้านบนมีชั้นวางของและมีที่ป้องกันการตกขณะใช้งานด้วย โดยจะช่วยซัพพอร์ตในช่วงหลัง ช่วยให้ปีนเก็บของหรือหาของได้ง่ายและปลอดภัยขึ้น

· แบบกันไฟ ใช้สำหรับงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ ออกแบบมาด้วยวัสดุที่ป้องกันกระแสไฟฟ้าได้ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยขณะใช้งานได้ดี

การเลือกซื้อ บันไดอลูมิเนียม ควรพิจารณาจากอะไรบ้าง?

· เลือกให้ตรงกับประเภทใช้งาน แต่ละประเภทมีลักษณะและการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน จึงควรเลือกประเภทที่ตรงกับการใช้งานของตัวเอง เช่น ต้องการใช้งานทั่วไปในบ้าน เช่น เปลี่ยนหลอดไฟ เหมาะสำหรับบันไดอลูมิเนียมทรง A เพราะใช้งานง่าย และมีความปลอดภัย แต่หากใช้สำหรับงานช่างก่อสร้างเหมาะสำหรับแบบพาดหรือแบบยืดหดได้

· เลือกจากความสูงที่ต้องการ หลายคนคิดว่าจะต้องสูงเสมอไป แต่ความจริงแล้วแบบเตี้ยสำหรับใช้หยิบของก็มีเช่นกัน มีให้เลือกตั้งแต่ 3 ขั้นขึ้นไป 

· เลือกจากคุณภาพและความแข็งแรง ควรเลือกรุ่นที่มีคุณภาพดีและมีความแข็งแรงสูง ผลิตจากวัสดุอย่างดี เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย

· เลือกจากระบบความปลอดภัย เช่น ยางรองกันลื่น เพื่อช่วยป้องกันการเคลื่อนจากพื้นที่ลื่น หรือระบบล็อกเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้พับเข้าหากัน

· เลือกจากการรับรองน้ำหนัก ควรเลือกรุ่นที่รองรับน้ำหนักได้อย่างเพียงพอ เช่น รับน้ำหนักได้สูงสุด 120 กิโลกรัม, รับน้ำหนักได้สูงสุด 150 กิโลกรัม เพราะหากขึ้นใช้งานแล้วอาจทำให้น้ำหนักเกินได้

เรื่องควรรู้ในการใช้งาน ใช้บันไดอลูมิเนียมอย่างไรให้ปลอดภัยและห่างไกลอุบัติเหตุ

· กางให้เข้าล็อกก่อนใช้งาน ก่อนใช้งานควรกางออกหรือยืดออกให้สุด เพื่อให้เข้าล็อกก่อนใช้งาน เพราะหากกางไม่สุดหรือไม่เข้าล็อกจะทำให้พับหรือเลื่อนได้

· หากชำรุดไม่ควรใช้ หากพบว่ามีการชำรุดที่ส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ควรใช้งานเพราะเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย นอกจากนี้ยังรวมถึงความเก่าและไม่ได้มาตรฐานด้วย

· ตั้งบนพื้นที่เรียบเสมอกัน ควรตั้งบนพื้นเรียบที่เสมอกัน ไม่เปียกหรือลื่น

· ไม่โยกหรือเอี้ยวตัวขณะใช้งาน หากต้องการใช้งานทางด้านซ้ายหรือขวา ควรวางตำแหน่งใหม่ ไม่ควรเอื้อมหรือเอี้ยวตัวเพราะทำให้น้ำหนักถ่ายเทและพลิกหล่นได้

· ไม่ควรใช้งานเมื่อเท้าเปียก เพราะจะทำให้ลื่นจนบาดเจ็บได้ และเสี่ยงต่อไฟดูดด้วย

· ไม่ควรขึ้นหลายคน ควรขึ้นใช้งานทีละคน เพราะหากขึ้นหลายคนอาจทำให้น้ำหนักเกินได้

· ควรใช้งานด้วยความระมัดระวังทุกครั้ง ควรเหยียบให้เต็มเท้า ทรงตัวให้ดี และใช้งานด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัย

บันไดอลูมิเนียม มีให้เลือกหลายประเภทมากขึ้น อีกทั้งยังออกแบบมาให้ทันสมัยขึ้นด้วย หากสนใจแบบไหนก็สามารถสั่งซื้อมาใช้งานกันได้ บันไดอลูมิเนียม

เก้าอี้ทํางาน

เก้าอี้ทํางาน นั่งอย่างไรให้ห่างไกลจากโรคออฟฟิศซินโดรม และอาการปวดเมื่อยต่าง ๆ  

ปัญหาสำหรับชาวออฟฟิศที่พบได้บ่อย ๆ คือ อาการปวดเมื่อยตามร่างกายหรือโรคออฟฟิศซินโดรม ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะคนที่นั่งทำงานติดต่อกันเป็นเวลาและนั่งถูกไม่วิธี ส่งผลต่อกระดูกสันหลัง และกระดูกหรือกล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ ส่งผลให้มีอาการปวดเมื่อย หรือบางรายกระดูกบิดงอผิดรูปจนต้องรักษาด้วยการผ่าตัด เพื่อป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรมและอาการปวดเมื่อยต่าง ๆ ไม่ให้เกิดขึ้นกับคุณ เรามีวิธีเลือกซื้อ เก้าอี้ทํางาน และการใช้งานมาบอกกัน ว่าควรใช้งานอย่างไรให้ห่างไกลออฟฟิศซินโดรม

ประเภทของ เก้าอี้ทํางาน และประโยชน์ใช้งาน แบบไหนที่เหมาะกับการใช้งานของคุณ?

· เก้าอี้อเนกประสงค์ เป็นเก้าอี้สำนักงานแบบทั่วไป เช่น เก้าอี้พับได้ เก้าอี้พลาสติก เก้าอี้ไม้ ฯลฯ สำหรับการใช้งานอเนกประสงค์เพื่อใช้รับแขกหรือจัดกิจกรรมต่าง ๆ ข้อดีของเก้าอี้ประเภทนี้คือ มีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย และมีขนาดไม่ใหญ่มาก ทำให้ใช้งานได้สะดวกและไม่กินพื้นที่จัดเก็บ นิยมใช้นั่งแบบชั่วคราว ไม่นิยมใช้นั่งทำงานเป็นเวลานาน 

· เก้าอี้แบบมีพนักพิง เป็นเก้าอี้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เรียกว่ามีทุกออฟฟิศเลยก็ว่าได้ เป็นเก้าอี้ที่ออกแบบมาให้มีพนักพิงหลัง บางรุ่นมีพนักพิงแขนและที่รองคอให้ด้วย ผลิตจากวัสดุหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้หนัง เก้าอี้ผ้า กำมะหยี่ และอื่น ๆ ส่วนมากแล้วจะออกแบบมาเป็นล้อเลื่อนที่สามารถหมุนได้ 360 องศา และสามารถปรับเอนได้ ทำให้นั่งสบาย ช่วยรองรับสรีระในการนั่งได้ดี 

· เก้าอี้ผู้บริหาร เป็นเก้าอี้ที่มีขนาดใหญ่กว่าเก้าอี้แบบทั่วไป ออกแบบมาอย่างสวยงาม หรูหรา ส่วนมากแล้วจะผลิตจากหนัง มีพนักพิงหลัง พนักพิงแขน ที่รองคอให้ บางรุ่นมีที่รองขาให้ด้วย เพื่อการนั่งทำงานที่สบาย

· เก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ เป็นเก้าอี้สำนักงานที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบันนี้ เนื่องจากคนหันมาสนใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น เป็นเก้าอี้ที่ออกแบบมาตามหลักสรีรวิทยาเพื่อรองรับสรีระการนั่งอย่างถูกวิธีได้อย่างตรงจุด มีลักษณะคล้ายกับแบบมีพนักพิง แต่จะมีแผ่นรองหลังเพิ่มเข้ามาเพื่อช่วยป้องกันกระดูกสันหลังบิดงอ เป็นเก้าอี้ที่ช่วยให้นั่งได้ถูกท่ามากขึ้นและช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นออฟฟิศซินโดรมได้

ท่านั่งควรเลิก! หากไม่อยากเสี่ยงเป็นออฟฟิศซินโดรม

· นั่งไขว่ห้าง สำหรับคนที่ชอบนั่งไขว่ห้างคงต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะการนั่งไขว่ห้างคือการทิ้งน้ำที่ก้นข้างใดข้างหนึ่ง เมื่อก้นรับน้ำหนักมาก จะทำให้กระดูกสันหลังคดและเสียรูปได้

· นั่งหลังงอหรือหลังค่อม การนั่งหลังงอหรือหลังค่อมเป็นเวลานานจะทำให้กระดูกผิดรูปได้ ส่งผลให้ปวดที่บริเวณสะโพกและไหล่

· นั่งไม่เต็มเก้าอี้ การนั่งไม่เต็มเก้าอี้นาน ๆ จะทำให้ก้นรับน้ำหนักมากจนเกินไปจนปวดหลังและไหล่ ควรนั่งให้เต็มเก้าอี้และพิงหนังพิงหลังเพื่อถ่ายเทน้ำหนัก

· นั่งขาลากพื้นหรือขาลอย การนั่งที่ถูกวิธีควรนั่งให้ระดับสายตาพอดีกับหน้าจอ ไม่ควรนั่งสูงหรือต่ำจนเกินไป เพราะจะทำให้ขาลอยหรือขาลากพื้น และทำให้ปวดหลังและปวดขาได้

· เอาหมอนรองหลังเป็นประจำ หากเลือกหมอนที่มีขนาดใหญ่เกินไปหรือไม่ได้รูปจะทำให้กระดูกสันหลังงอได้เหมือนกัน

สิ่งที่ไม่ควรทำในการใช้เก้าอี้ทำงาน เสี่ยงพังเร็วแถมเสื่อมสภาพง่าย

· ปรับระดับเล่นบ่อย การปรับเก้าอี้เล่นบ่อย ๆ จะทำให้โช๊คเสียเร็วและทำให้เก้าอี้เสื่อมสภาพได้

· ชอบนั่งโยกเก้าอี้ การโยกเก้าอี้บ่อย ๆ หรือลงน้ำหนักที่ผนังพิงหลังมากเกินไปจะทำให้พนักพิงหลังเสื่อมสภาพเร็วหรือหักได้ อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการหงายท้องด้วย

· นั่งไม่ถูกวิธี ควรนั่งให้ถูกวิธี ไม่ขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ เช่น นั่งกอดเข่า นั่งขัดสมาด หรือนั่งหลายคน

· ใช้งานบนพื้นที่ไม่เสมอกัน ควรวางเก้าอี้บนพื้นที่เรียบเสมอกันเพื่อการรับน้ำหนักที่ดีและควรหลีกเลี่ยงการใช้งานบนพื้่นคอนกรีตเพราะจะทำให้ลูกล้อเสื่อมสภาพเร็ว

สำหรับใครที่นั่งทำงานนาน ๆ ก็อย่าลืมเลือกซื้อเก้าอี้ทํางานที่ถูกประเภทและเหมาะกับการใช้งานของตนเอง เพื่อการนั่งทำงานที่สบาย และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคออฟฟิศซินโดรมลงได้ เก้าอี้ทํางาน

ที่นอน 5 ฟุต

ที่นอน 5 ฟุต ใหญ่แค่ไหน? นอนได้กี่คน? ควรเลือกอย่างไร?

ที่นอน 5 ฟุต เป็นขนาดที่กำลังพอดีและกำลังได้รับความนิยม เพราะไม่เล็กเกินไปและไม่ใหญ่เกินไป สำหรับใครที่มีแพลนจะเลือกซื้อแต่ไม่แน่ใจว่าเหมาะสำหรับการใช้งานของตัวเองหรือไม่ เราก็มีวิธีการเลือกซื้อมาบอกกันว่าความจริงแล้วเหมาะสำหรับการใช้งานแบบไหน นอนกี่คนถึงจะดี และควรเลือกซื้อแบบไหนให้นอนหลับได้สบาย ไม่ปวดหลัง และคุ้มค่ากับราคาที่ต้องจ่ายมากที่สุด

ที่นอนมีแบบไหนบ้าง แต่ละขนาดเรียกว่าอะไร?

· Single Size Bed มีขนาด 3 ฟุต และ 3.5 ฟุต เป็นขนาดที่เหมาะสำหรับการนอน 1 คน มีขนาดค่อนข้างเล็ก เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่ไม่มาก นิยมใช้ในหอพัก 

· Queen Size Bed มีความกว้าง 5 ฟุต ยาว 6.5 ฟุต เป็นประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เหมาะสำหรับการใช้งาน 1 – 2 คน สำหรับใครที่ชอบเตียงใหญ่ ๆ นอนสบาย ๆ นอน 1 คนก็ถือว่ากำลังดี ใหญ่จนเกินไป หรือจะนอน 2 คนก็นอนได้พอดี เป็นขนาดที่นิยมใช้ทั่วไป เช่น คอนโด อะพาร์ตเมนต์ โรงแรม รีสอร์ต 

· King Size Bed มีขนาด 6 ฟุต เป็นเตียงขนาดใหญ่ที่สามารถนอนได้ 2 – 3 คน เป็นเตียงครอบครัว นอนได้ทั้งพ่อ แม่ และลูก เป็นเตียงที่มีขนาดใหญ่มากที่สุด 

ประเภทของ ที่นอน 5 ฟุต มีแบบไหนบ้าง แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร?

· สปริง เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะรองรับน้ำหนักได้ดี มีให้เลือก 3 แบบ โดยแบบที่ได้รับความนิยมที่สุดคือ Pocket Spring เพราะเป็นสปริงที่ทำงานแบบอิสระ รองรับน้ำหนักได้ดี ช่วยลดการเสียดสีของสปริง ทำให้เสียงไม่ดังเมื่อพลิกตัว กระจายน้ำหนักได้ เมื่อพลิกตัวจึงไม่รบกวนคนข้าง ๆ ส่วนแบบ Offset Spring เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมรองลงมา มีความยืดหยุ่นต่ำกว่า และกระจายน้ำหนักได้น้อยกว่า ทำให้เวลาพลิกตัวสะเทือนไปรบกวนคนข้าง ๆ ได้ ส่วนแบบ Bonnell Spring เป็นชนิดที่มีราคาถูกที่สุด รองรับน้ำหนักได้ค่อนข้างดี แต่มีความเสียดสีต่ำและมีการกระจายตัวต่ำ ทำให้เสียงดังเวลานอนหรือพลิกตัว เมื่อพลิกตัวจะสะเทือนไปทั้งเตียง 

· ยางพารา เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมมากเช่นกัน แต่มีราคาค่อนข้างสูง เป็นชนิดที่นิยมใช้เพื่อสุขภาพ ผลิตจากยางพารา มีการกระจายน้ำหนักที่ดี ช่วยลดอาการปวดหลัง เมื่อนอนแล้วจะรับเข้ากับสรีระการนอนได้ดี ทำให้ไม่ปวดหลังหรือปวดตัว มีน้ำหนักค่อนข้างเบา เคลื่อนย้ายสะดวก สามารถม้วนเก็บได้โดยไม่เสียทรง 

· ฟองน้ำอัด เป็นชนิดที่คล้าย ๆ กับแบบยางพารา แต่จะรองรับน้ำหนักได้น้อยกว่าและมีความยืดหยุ่นน้อยกว่า มีราคาที่ถูกกว่า ผลิตจากฟองน้ำโดยการนำมาอัดขึ้นรูป มีน้ำหนักไม่มาก 

· ใยมะพร้าว เป็นชนิดที่ผลิตจากใยมะพร้าวโดยการนำมาอัดขึ้นรูป มีทั้งแบบใยมะพร้าว 100% และใยมะพร้าวผสมฟองน้ำ มีน้ำหนักค่อนข้างเบา มีความยืดหยุ่นต่ำ ค่อนข้างแข็ง มีราคาค่อนข้างสูง เหมาะสำหรับคนที่ชอบนอนที่นอนแบบแข็ง ๆ 

เทคนิคการเลือกซื้อ ควรพิจารณาจากอะไรบ้าง?

· จำนวนผู้ใช้งาน ขั้นแรกควรพิจารณาจากจำนวนผู้ใช้งานก่อน เพราะที่นอน 5 ฟุตเหมาะสำหรับการใช้งานเพียง 1 – 2 คนเท่านั้น แต่หากมีผู้ใช้งานมากกว่า 2 คน ควรเลือกใช้ขนาด 6 ฟุตแทน

· วัสดุที่ใช้ผลิต วัสดุที่แต่ละชนิดมีประโยชน์การใช้งานที่แตกต่างกัน บางชนิดนุ่ม บางชนิดแข็ง จึงควรเลือกชนิดที่เหมาะสมกับการนอน เช่น คนที่มีปัญหาเรื่องปวดหลังควรเลือกใช้แบบยางพารา หรือหากใครที่เป็นภูมิแพ้หรือแพ้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงแบบใยมะพร้าว เพราะผลิตจากธรรมชาติจึงมีโอกาสเกิดไรฝุ่นสูงกว่าชนิดอื่นเมื่อใช้งานไปนาน ๆ 

· ความสูง ที่นอน 5 ฟุตมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 7 – 16 นิ้ว แต่ละรุ่นจะมีขนาดไม่เท่ากัน ในการเลือกซื้อควรคำนวณความสูงกับความสูงของเตียงนอน ให้อยู่ที่ประมาณ 40 – 55 เซนติเมตร เพื่อให้ขึ้น – ลงง่าย และเปลี่ยนผ้าปูง่าย

· ขนาดของห้องนอน เตียง Queen Size หรือเตียง 5 ฟุตเหมาะสำหรับห้องนอนที่มีขนาดประมาณ 4 x 6 เมตร ช่วยให้ห้องไม่แคบจนเกินไป

เพราะการนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ จึงควรเลือกที่นอน 5 ฟุตที่ตรงกับการใช้งานของตัวเองมากที่สุด เพื่อการนอนหลับที่สบายและประโยชน์การใช้งานในระยะยาว ที่นอน 5 ฟุต

ปลั๊กไฟ

เลือก ปลั๊กไฟ ให้ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างตรงใจ ปลอดภัยไม่มีความกังวล

ในการเลือกซื้อ ปลั๊กไฟ ถือเป็นเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญและไม่ควรมองข้าม เนื่องจากถ้าเลือกผิดได้ของที่ไม่มีมาตรฐานก็สามารถเกิดอันตรายขึ้นได้ เพราะมีตัวอย่างให้ได้เห็นหลายต่อหลายครั้งจากข่าวที่มีอุบัติเหตุ โดยสาเหตุมาจากปลั๊กพ่วงไฟฟ้าแล้วความเสียหายก็อาจจะหมายถึงทรัพย์สินและชีวิตได้เลยทีเดียว การไม่ประมาทเอาไว้ก่อนน่าจะดีกว่า นอกจากความรอบคอบของผู้ใช้งานเองแล้ว การมีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานการใช้งานก็สามารถทำให้ได้รับความปลอดภัย อีกทั้งยังมีความมั่นใจทุกครั้งที่ใช้งาน ถึงแม้ว่าของถูกมักจะถูกใจใครหลาย ๆ คนอีกด้วย แต่ซื้อของถูกก็ต้องได้คุณภาพด้วย ถูกในที่นี้ก็คือ การมีราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพ โดยเฉพาะปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและยังเคยสร้างความเสียหายร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตมาแล้วจากในข่าวที่นำเสนอให้เห็นถึงสาเหตุและปัญหา ซึ่งไม่คุ้มค่าเลยที่จะเอาชีวิตและทรัพย์สินไปเสี่ยง

เลือกปลั๊กไฟอย่างไรดี ให้มั่นใจว่ามีความปลอดภัยอย่างแท้จริง

1. ปลั๊กไฟควรมีระบบป้องกันต่าง ๆ อย่างครบครัน อย่างเช่นสายดินป้องกันไฟรั่ว, ระบบตัดไฟหรือฟิวส์ที่พร้อมตัดไฟทันทีเมื่อเกิดความร้อนสะสม, มีระบบเบรกเกอร์ในตัว, เต้ารับผลิตจากพลาสติกป้องกันการลามไฟ แบบABS เนื่องจากอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด อาจจะเกิดขึ้นได้ถ้าหากเกิดความประมาท การมีระบบป้องกันและช่วยตัดไฟ ก็สามารถรักษาชีวิตและทรัพย์สินเอาไว้ได้ ความเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบางทีเป็นสิ่งที่ประเมินความคุ้มค่าไม่ได้เลย โดยเฉพาะเมื่อต้องเกิดความสูญเสีย

2. เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. โดยทาง มอก.จะกำหนดมาตรฐานตั้งแต่การผลิต แต่ก็อาจจะมีผู้ผลิตบางราย หรือมีการนำเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย แล้วมาวางจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าสินค้าที่ได้มาตรฐาน ดังนั้นก่อนการตัดสินใจซื้อควรพิจารณาว่าตัวแทนจำหน่ายน่าไว้วางใจหรือไม่และได้รับอนุญาตนำมาจำหน่ายอย่างถูกต้องไหม

3. การเลือกซื้อปลั๊กไฟ ควรเลือกดูกำลังไฟในขนาดที่เหมาะสม ซึ่งจะมีสเปคบอกว่ารองรับไฟได้กี่วัตต์ เพราะว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละประเภทใช้พลังงานไฟฟ้าไม่เท่ากัน อย่างเช่นการชาร์จโทรศัพท์ แท็บเล็ต และพัดลมเล็กก็จะใช้กำลังไฟฟ้าน้อยกว่า เครื่องซักผ้า เตารีดไอน้ำ หรือเตาไฟฟ้า เป็นต้น

4. ฟังก์ชั่นต่าง ๆ ที่สามารถอำนวยความสะดวกได้อย่างใจคนรุ่นใหม่ อย่างเช่น เต้ารับ 2 ที่ รองรับทั้งปลั๊กขาแบน และขากลม 2 ขา และ 3 ขา สูงสุดมากถึง 4 ช่องแล้วยังเพิ่มฟังก์ชั่นสามารถเสียบ USB ได้อีกด้วย

ใช้งานปลั๊กและรางปลั๊กไฟอย่างไรให้ถูกวิธี

– ไม่ควรเสียบอุปกรณ์ไฟฟ้า จำนวนหลายชนิดพร้อมกัน เนื่องจากโดยปกติแล้วรางปลั๊กไฟจะสามารถรองรับได้เท่าที่มีบอกเอาไว้ว่ากี่วัตต์ ถ้าถูกใช้งานเกินกำลังก็อาจจะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรขึ้นได้ หรือในกรณีปลั๊กไฟมีความยาวไม่เพียงพอก็ไม่ควรต่อซ้อนกันหลายตัว เพราะอาจจะทำให้เกิดการใช้ไฟฟ้าเกินกำลังได้เช่นกัน ถ้าหากเป็นการใช้ชั่วคราวนั้นได้ แต่ไม่ควรใช้ต่อพ่วงกันแบบถาวร ที่สำคัญไม่ควรใช้ต่อกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกำลังไฟฟ้ามาก

– การเสียบปลั๊กไฟเข้ากับเต้ารับควรให้แน่นสนิท ถ้าเกิดอาการหลวม ๆ และหลุดง่าย ไม่ควรใช้งานเพราะถ้ามีประกายไฟสปาร์คขึ้นก็จะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ง่าย โดยเฉพาะคนที่มักลืมและเสียบปลั๊กทิ้งไว้ทั้งวัน หรือทั้งคืน อย่างให้ความสูญเสียเกิดจากความประมาทเลยน่าจะดีกว่า

– ควรหลีกเลี่ยงการวางรางปลั๊กไฟไว้ในที่ชื้น หรือมีน้ำ เนื่องจากว่าบริเวณสายไฟอาจมีรอยรั่วขึ้นได้ เมื่อสัมผัสกับความชื้นก็อันตราย อาจจะเกิดไฟฟ้าช็อตได้ ถ้ากระแสไฟฟ้าสูงอาจถึงชีวิต และมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ป้องกันเอาไว้ดีกว่าแน่นอน

การเลือกปลั๊กไฟที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อปกป้องตัวเองและคนที่รัก โดยเฉพาะคนในครอบครัว เด็กและคนชรา เป็นต้น เวลาเลือกซื้อมาใช้งานควรเลือกแต่ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้มาตรฐาน มอก. ถึงแม้จะมีราคาแพงกว่าสักหน่อยก็คุ้มค่ามากกว่าเมื่อต้องเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝัน ทั้งการสูญเสียทรัพย์สินและรุนแรงถึงแก่เสียชีวิต จะกลายเป็นเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย ที่สำคัญไปกว่าของคุณภาพก็คือการใช้งานอย่างชาญฉลาด ไม่ประมาทและไม่มักง่าย ใช้อย่างถูกขั้นตอนและวิธีการ เมื่อเลิกใช้งานควรถอดปลั๊ก ปิดสวิตส์ให้เรียบร้อย รับรองว่าปลอดภัย สบายใจหายห่วงได้อย่างแน่นอน ปลั๊กไฟ

ที่นอน 3.5 ฟุต

ที่นอน 3.5 ฟุต เลือกที่นอนดี…สุขภาพดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วยการยกระดับของการพักผ่อน

เพราะการนอนหลับคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ก็ต้องนอนหลับให้สนิท แต่ก็ต้องยอมรับว่าหลาย ๆ คนมักจะเกิดปัญหาด้านการนอนไม่หลับ จนบางครั้งต้องพึ่งการกินยานอนหลับ ตื่นเช้าขึ้นมาก็ไม่มีความรู้สึกสดชื่นเอาเสียเลย เนื่องจากว่าการนอนหลับมีความสัมพันธ์กับสุขภาพ การอดนอน หรือนอนไม่หลับจึงนำมาซึ่งปัญหาด้านสุขภาพ บางครั้งอาจจะไม่ใช่ปัญหาความเครียดจากการงานเลย แต่กลับเป็นสิ่งใกล้ตัวอย่างที่นอน เพราะคิดว่าที่นอนแบบไหนก็เหมือน ๆ กัน แต่แท้ที่จริงแล้วไม่ใช่เลย ที่นอนที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น ที่นอน 3.5 ฟุต ขนาดเล็กนอนคนเดียว หรือที่นอนขนาดใหญ่ก็ต้องเลือก โดยจะส่งผลถึงสุขภาพ โดยเฉพาะหลัง คอ บ่าและไหล่ เมื่อเกิดอาการปวดมักจะส่งผลถึงการนอนหลับ ถ้าปล่อยให้เกิดอาการเรื้อรัง อาจจะกลายเป็นอาการของโรคกระดูก ที่รักษาได้ยากขึ้น ดังนั้นควรเริ่มตั้งแต่สิ่งง่าย ๆ อย่างที่นอนดูไหมว่าคุณภาพชีวิตจะดีขึ้นอย่างไรบ้าง…

3 วิธีการเลือกสรรที่นอนดี มีคุณภาพ เพื่อให้ได้สุขภาพที่ดีอย่างแท้จริง

1. ขนาดที่นอน ควรเลือกให้เหมาะสมทั้งความกว้างและความยาว เพื่อให้สามารถนอนได้อย่างเต็มอิ่มทุกอิริยาบถ เพราะเมื่อเกิดความสบายใจก็จะส่งผลให้นอนหลับสบายได้มากขึ้น ที่นอนที่ดีเริ่มตั้งแต่ขนาดนอนคนเดียวควรเป็นที่นอน 3.5 ฟุตขึ้นไป ร่างกายสามารถเคลื่อนไหวแบบอิสระในระหว่างที่กำลังนอนหลับอยู่ ไม่ต้องผวาตื่นบ่อยครั้ง

2. ความนุ่ม-แข็งของที่นอน นุ่มยวบเกินไปก็ไม่ดี หรือที่นอนแข็งเกินไปก็ไม่ดีเช่นกัน เพราะจะส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังได้ง่าย ต้องเลือกรูปแบบที่ได้การรับรองมาตรฐานตั้งแต่การผลิต

3. วัสดุที่นำมาผลิตที่นอน โดยในปัจจุบันต้องเน้นไปถึงเรื่องการก่อให้เกิดไรฝุ่นด้วยหรือไม่ เพราะมีอันตรายต่อสุขภาพมากขึ้น เจอฝุ่นควันนอกบ้านยังพอทน อย่าให้ต้องมาเผชิญแม้กระทั่งตอนนอนเลยน่าจะดีกว่า ทางเลือกสำหรับการเลือกที่นอนอย่างที่นอนยางพาราที่สามารถช่วยทั้งในเรื่องไรฝุ่นและไม่ทำให้ปวดหลัง เนื่องจากมีความยืดหยุ่นรับกับสรีระร่างกายได้อย่างลงตัว

ที่นอนเพื่อสุขภาพดี ช่วยลดความเสี่ยงในอะไรได้บ้าง?

– ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจและโรคภูมิแพ้ เพราะการนอนแบบเดิม ๆ มักเป็นที่นอนที่ก่อให้เกิดไรฝุ่นตัวจิ๋วแต่ร้ายกาจอย่างมาก พร้อมทำลายระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะเมื่อเข้าไปสะสมอยู่ในปอด ซึ่งเป็นสิ่งยากที่จะกำจัดได้หมดจดได้ เพราะไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ถ้าได้ของคุณภาพก็จะสามารถลดความเสี่ยงลงได้อย่างมากทีเดียว ยิ่งในปัจจุบันยังเพิ่มในส่วนของฝุ่น PM 2.5ที่เล็กกว่าไรฝุ่นเพิ่มเข้ามาอีก การป้องกันและรักษาสุขภาพเอาไว้ก่อนจะดีกว่าไหม… 

– ลดการเผชิญกับเชื้อราบนที่นอน ซึ่งอาจจะมาจาก เหงื่อไคล น้ำลาย หรือน้ำ ควรเลือกแบบที่มีการเคลือบกันน้ำ ด้วยได้ยิ่งดี สามารถเช็ดทำความสะอาดแบบแห้งไวไม่ทิ้งคราบจนเกิดเชื้อรา ซึ่งอาจจะส่งผลไปถึงเชื้อราในร่มผ้าและเชื้อราบนหนังศีรษะได้ แล้วการที่ต้องนำเอาออกจากห้องนอนเพื่อไปตา หรือซักก็ไม่สะดวกเหมือนผ้า เนื่องจากมีน้ำหนักค่อนข้างมาก

– ลดความเสี่ยงจากโรคกระดูกทับเส้น ซึ่งเกิดจากอาการปวดหลังและร้าวไปถึงกระดูกต้นคอ การเลือกนวดก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ จึงมักจะไม่ได้ผล เป็นเพียงการหายปวดชั่วคราวเท่านั้น การเปลี่ยนที่นอนเป็นทางแก้ปัญหาที่ถูกต้องทางหนึ่ง แต่ต้องเลือกรูปแบบที่มีคุณภาพจริง ๆ 

การเลือกซื้อที่นอนในปัจจุบันนี้มีความสะดวกสบายมากขึ้น เพราะสามารถสั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ตได้เลย โดยมีหลากหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดเล็กแบบที่นอน 3.5 ฟุต หรือขนาดใหญ่ 5-6 ฟุต โดยผ่านนวัตกรรมเพื่อปกป้องสุขภาพ ลดอาการปวดเมื่อย นอนสบายและหลับได้อย่างเต็มตื่นมากขึ้น เพราะการพักผ่อนอย่างเต็มที่ได้นั้น ก็คือการนอนหลับสนิท อาจจะต้องจ่ายแพงขึ้นอีกสักหน่อย แต่เพื่อผลดีในระยะยาวก็ต้องถือว่าคุ้มค่า นอกจากนี้ควรเพิ่มในเรื่องของการออกกำลังกายและเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ เข้าไปในตารางกิจวัตรประจำวันด้วย สุขภาพร่างกายก็จะดีละแข็งแรงได้อย่างแท้จริง   ที่นอน 3.5 ฟุต

ตู้เชื่อมไฟฟ้า

ตู้เชื่อมไฟฟ้า กำลังไฟสูง…วัสดุเกรดดีมีคุณภาพ คุ้มค่ากับการใช้งาน

เรื่องของอุปกรณ์งานช่าง เป็นสิ่งที่จำเป็นมากเช่นกัน โดยเฉพาะในยุคที่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการประหยัด เมื่อดำเนินการเรื่องอะไรได้ด้วยตนเองก็ต้องทำ ดีกว่าการต้องเสียเงินจ้าง งานเชื่อมก็เป็นอีกประเภทหนึ่งที่สามารถทำได้เองในหลาย ๆ เรื่อง อย่างในเรื่องงานเชื่อมโลหะ ซึ่งต้องอาศัยอุปกรณ์ไฟฟ้า เพราะมีความสะดวกรวดเร็ว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเลือก ตู้เชื่อมไฟฟ้า ที่สามารถทุ่นแรงได้อย่างมากและสารพัดประโยชน์ อีกทั้งราคายังถือว่ามีความคุ้มค่ากับการใช้งานอีกด้วย นอกจากนี้ยังทำให้มีอาชีพช่างเพิ่มขึ้นอีกก็ได้ ถ้าหากใครที่ฝึกทำงานช่าง ซ่อมแซมวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่เป็นประจำก็เกิดความชำนาญและยึดเป็นอีกอาชีพหนึ่งได้ อาทิ การเชื่อมรั้วเหล็ก ประตูและอลูมิเนียมต่าง ๆ ได้อย่างมืออาชีพ โดยควรเลือกตู้เชื่อมที่มีคุณภาพทำจากวัสดุเกรดดี เพื่อให้สามารถใช้งานได้นาน

5 คุณสมบัติคุ้มค่าถ้าเลือกใช้งานตู้เชื่อมไฟฟ้าวัสดุของแท้เกรดพรีเมียม

1. มีการควบคุมการใช้งานของเครื่องด้วยระบบดิจิทัล จึงมีคุณภาพสูงได้ทุกงาน ไม่มีกระตุก หรือกระชาก จึงสามารถช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดกับลวดเชื่อม ทุกงานเชื่อมของช่างมืออาชีพและแม้จะเป็นช่างมือใหม่ก็มีความเสถียรและเนี๊ยบได้อย่างแน่นอน จึงมีรอยต่อที่สวยงามได้มาตรฐานรวมถึงความปลอดภัยจากระบบป้องกันและตัดไฟกระชาก ควบคุมระบบเปิด-ปิดด้วยสวิตช์อย่างดีและมีพัดลมระบายอากาศที่สามารถระบายความร้อนได้ไว จึงไม่ทำให้เกิดความร้อนสะสมมากเกินไป

2. ตู้เชื่อมไฟฟ้ามีขนาดกะทัดรัด เคลื่อนย้ายได้สะดวก ใช้งานง่ายขึ้น รวมถึงการจัดเก็บสายไฟและอุปกรณ์งานเชื่อม ต่าง ๆ ก็ทำได้สะดวก เพราะความสะดวกเป็นอีกปัจจัยที่มีความสำคัญ งานต่าง ๆ สามารถแล้วเสร็จ 

3. ฟังก์ชั่นการใช้งานตอบโจทย์การใช้ชีวิตในแบบคนรุ่นใหม่ได้ดี อย่างเช่นช่องเสียบ USB เพื่อต่อชาร์จโทรศัพท์หรือเครื่องเล่น ลำโพง เพื่อให้นายช่างได้เปิดฟังเพลงไปด้วยในขณะทำงานเพราะการเปิดเพลงในขณะทำงานสามารถเพิ่มความเพลิดเพลินจนลืมเหนื่อยได้อย่างไม่น่าเชื่อ

4. หน้าจอแสดงผลแบบมีความชัดเจน อ่านง่ายสบายตาพร้อมฟังก์ชั่นการทำงานที่ตอบโจทย์นายช่างมืออาชีพได้อย่างจัดเต็ม ใช้งานได้อย่างหลากหลายรูปแบบทั้งในและนอกสถานที่ โดยเฉพาะบางรุ่นยังมีระบบสำรองไฟฟ้าให้อีกด้วย เพื่อการทำงานได้อย่างต่อเนื่องแม้ในเวลาไฟดับ 

5. มีอุปกรณ์งานเชื่อมต่าง ๆ มาให้พร้อมใช้งาน ไม่ต้องเสาะหาเพิ่มให้เสียเวลา ทั้ง สายเชื่อม, สายดิน, แปรงลวด,ถุงมือและหน้ากากเชื่อมพร้อมด้ามจับ ซึ่งอุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้มีความสำคัญมากในขณะทำงาน นอกจากให้ความสะดวกแล้วยังสามารถป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการทำงานได้อีกด้วย

ตู้เชื่อมไฟฟ้าเหมาะสำหรับใครบ้าง คุ้มค่าจริงหรือไม่

– นายช่างที่เปิดร้านรับซ่อมแซมอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้งานตู้เชื่อมอยู่เป็นประจำ อย่างเช่น ร้านรับทำเหล็กดัด ประตู หน้าต่าง ราวตากผ้า หรืออุดรอยรั่วของข้อต่อที่ทำจากเล็ก ลวด อลูมีเนียม เป็นต้น ถือว่าเป็นอุปกรณ์สำคัญและขาดไม่ได้สำหรับนายช่างทุกคน

– งานช่างไม่ได้มีเอาไว้สำหรับช่างมืออาชีพเท่านั้น แต่สำหรับพ่อบ้าน-แม่บ้านสมัยใหม่ก็สามารถเรียนรู้งานช่างได้ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างและการซ่อมแซมของใช้ภายในบ้าน ลงทุนหลักพันอาจจะสามารถประหยัดได้ในหลักหมื่น หรือมากกว่านั้น เพราะถ้าสำรวจการชำรุดของสิ่งต่าง ๆ ภายในบ้านแล้วและจำเป็นต้องใช้งานจากตู้เชื่อม น่าจะมากกว่าบ้านละจุดแน่นอน อย่างเช่นกลอนประตูหลุด เหล็กรั้วหน้าบ้านหักงอ หรือต้องการเชื่อมประตูในบางจุด ซึ่งบางครั้งเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ ซึ่งไม่อยากเสียเวลาจ้างช่าง

นอกจากคุณภาพที่ตัวตู้เชื่อมไฟฟ้าควรจะมีแล้ว ในปัจจุบันอาจจะต้องเพิ่มในส่วนของข้อดีอื่น ๆ เข้ามาประกอบด้วยเพื่อสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้มากขึ้น อย่างเช่น การลดขั้นตอน การลดเสียงดังในขณะทำงาน เพื่อไม่ให้เกิดมลภาวะทางเสียงให้กับเพื่อนบ้าน มีโครงสร้างการทำงานที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน เพียงเปิด-ปิด เครื่องก็สามารถนำไปใช้งานได้สะดวกรวดเร็ว เคลื่อนย้ายที่สำหรับการทำงานได้สะดวก ซึ่งหลาย ๆ ครั้งการพิจารณาและตัดสินใจซื้อก็เพราะฟังก์ชั่นเสริมต่าง ๆ เพราะการทำงานของเครื่องไม่ค่อยมีความแตกต่างกันสักเท่าไร ถ้าเทียบในรุ่นและราคาระดับเดียวกัน การสั่งซื้อในปัจจุบันนี้ก็สะดวกง่ายดาย เพียงสั่งซื้อแบบออนไลน์ก็สามารถรอรับของได้เลย แต่ควรเลือกสเปคที่ต้องการจริง ๆ ก่อนตัดสินใจต้องอ่านรายละเอียดสินค้าให้เข้าใจ แล้วจะเลือกได้ไม่พลาด ตู้เชื่อมไฟฟ้า

เครื่องดูดฝุ่น xiaomi

บ้านสะอาด ปลอดภัย ไร้ฝุ่นไปกับ เครื่องดูดฝุ่น xiaomi

เชื่อว่าหลายคนคงประสบปัญหาฝุ่นภายในบ้านอยู่ไม่น้อย ยิ่งช่วงที่อากาศร้อนและแห้งแบบนี้ นอกจากฝุ่น PM 2.5 ภายนอกแล้ว ทุกครั้งที่เราเปิดแอร์ ฝุ่นละอองเหล่าสามารถเข้ามาในห้องของเราได้ ดังนั้นหลายคนจึงอาการแสบคอ หรือไอ จาม แม้จะอยู่ภายในห้อง ใช้ไม้กวาดกวาดฝุ่นออกแล้ว แต่ฝุ่นก็ยังฟุ้งเต็มห้อง วันนี้เราเลยมีตัวช่วยดี ๆ อย่าง เครื่องดูดฝุ่น xiaomi มาแนะนำทุกคนกัน 

แต่ว่าเรามาทำความรู้จักกับเครื่องดูดฝุ่นกันก่อนดีกว่า เครื่องดูดฝุ่นเป็นนวัตกรรมที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นเครื่องทุ่นแรงของเรา ไม่ต้องเหนื่อยในการพยายามกำจัดฝุ่นที่ไม่หมดไปเสียที ช่วยให้บ้านสะอาดและปลอดภัยต่อฝุ่นละอองมากขึ้น รวมไปถึงยังช่วยขจัดมลภาวะที่ไม่ดี สำหรับหลายคนที่มีอาการเป็นภูมิแพ้ แพ้ฝุ่นละอองต่าง ๆ ก็สามารถช่วยได้อีกด้วย ซึ่ง เครื่องดูดฝุ่น xiaomi เป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์ได้ดีมาก ๆ และมีประสิทธิภาพหลากหลาย

§ เครื่องดูดแบบด้ามจับ

เครื่องดูดฝุ่นแบบด้ามจับ ลักษณะคล้ายไม้ถูพื้น รูปทรงเพรียวสามารถจับใช้สอยได้สะดวก คล่องตัว สามารถใช้แบตเตอรี่ ไม่ต้องใช้ปลั๊กให้สายไฟขวางทาง เหมาะกับการทำความสะอาดห้องต่าง ๆ ได้ดี อีกทั้งยังสามารถปรับเป็นแบบมือถือเดี่ยวได้อีกด้วย 

§ พื้นผิวที่สามารถใช้ได้หลากหลายที่ 

ไม่ว่าจะเป็น กระเบื้องพื้นห้อง พรม ไม้เนื้อแข็ง หรือแม้แต่บนรถยนต์ก็สามารถนำเข้าไปดูดฝุ่นได้ แม้ในพื้นที่แคบก็สามารถใช้เครื่องนี้ไปดูดฝุ่นได้เช่นกัน

§ ขนาดถังเก็บฝุ่นใหญ่ 

สามารถรองรับฝุ่นได้เยอะมาก ทำให้สามารถทำความสะอาดพื้นที่ขนาดใหญ่ได้อย่างสะดวก ไม่ต้องหยุดพักเพื่อทิ้งฝุ่น ช่วยให้การทำความสะอาดเสร็จรวดเร็วมากยิ่งขึ้น 

§ หัวแปรงที่หลากหลาย

มีหัวแปรงให้เปลี่ยนถึง 3 แบบ สามารถเลือกให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละจุดได้เป็นอย่างดี 

§ มีประสิทธิภาพในการดูดสูง

มีกำลังในการดูดสิ่งต่าง ๆ ได้มากถึง 14000 pa สามารถดูดได้ตั้งแต่ ฝุ่นทั่วไป ก้นบุหรี่ เศษอาหาร ลูกแก้วหรือแม้กระทั่งเปลือกแตงโม เรียกได้ว่าทำงานได้ครอบคลุมมากเลยทีเดียว ช่วยประหยัดเวลาในการทำความสะอาดมากยิ่งขึ้น

§ สามารถกรองฝุ่นได้ถึง 3 ชั้น 

หากใครที่กังวลว่าจะไม่สามารถดูดฝุ่นขนาดเล็กได้ ก็หมดกังวลไปได้ เพราะเครื่องดูดฝุ่นได้ถึง 3 ชั้น สามารถถอดเพื่อซักล้างได้ตลอดเวลา 

§ สำหรับคนที่มีอาการภูมิแพ้ไรฝุ่น 

สามารถเลือกเครื่องดูดฝุ่น xiaomi แบบสุญญากาศที่สามารถกรองไรฝุ่นได้มากถึง 99.97% โดยใช้ระบบกรอง HEPA 5 เหมาะกับเด็กและผู้ที่บอบบาง ช่วยให้บ้านของเราปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

§ ความจุของแบตเตอรี่

สามารถจุแบตเตอรี่ได้อย่างยาวนานและใช้เวลาชาร์ตแค่ระยะสั้นเท่านั้น สามารถใช้งานในแต่ละรอบได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องชาร์ตบ่อย

การดูแลรักษาความสะอาด

1. ควรหมั่นนำตัวกรองฝุ่นมาทำความสะอาดอยู่เสมอ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ อาจจะทำให้เกิดการอุดตันของเครื่องดูดฝุ่นได้ ไม่ควรใช้น้ำอุ่น หรือน้ำที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 45 องศาขึ้นไป เมื่อถอดตัวกรองมาแล้ว ใช้แปรงถูเบา ๆ และนำไปตากให้แห้งในบริเวณที่ร่ม

2. เก็บไว้ในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท หลังใช้งานเครื่องดูดฝุ่นและทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ควรนำไปเก็บไว้ในพื้นที่โปร่งที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก จะช่วยให้มอเตอร์ของเครื่องดูดฝุ่นสามารถระบายความร้อนได้ดีมากยิ่งขึ้น

วิธีตรวจสอบเมื่อเครื่องดูดฝุ่นมีปัญหาหรือแรงตก

1. ตรวจสอบว่ามีฝุ่นตกค้างอยู่ในส่วนของตัวถังกรองฝุ่นหรือไม่

2. ตรวจสอบปลั๊กไฟว่ายังคงสภาพการใช้งานดีอยู่หรือเปล่า

3. ตรวจสอบฟิลเตอร์กรองฝุ่น นำมาทำความสะอาดและใส่กลับเข้าไปใหม่

4. ตรวจสอบสายดูดฝุ่น หากมีการชำรุดหรือรั้ว

หากใครที่กำลังอยากจะหาเครื่องดูดฝุ่นดี ๆ สักตัว เครื่องดูดฝุ่นของ xiaomi นับว่าสามารถตอบโจทย์ได้อย่างดีแน่นอน เพราะนอกจากคุณภาพของตัวเครื่องที่ดีและมีประสิทธิภาพมากแล้ว ยังออกแบบมาให้สามารถใช้ได้กับทุกพื้นที่ หรือทุกความต้องการอีกด้วย ใครที่เบื่อกับการทำความสะอาดบ้านแบบเดิม ๆ ลองให้เครื่องดูดฝุ่นนี้เป็นผู้ช่วยของคุณ เพราะนอกจากจะทุ่นแรงได้เยอะแล้ว ยังทำให้เรามีเวลาไปทำกิจกรรมอย่างอื่นได้อีกด้วย ที่สำคัญคุณภาพคุ้มเกินราคาแน่นอน   เครื่องดูดฝุ่น xiaomi

ลําโพง jbl

“ หูฟัง และ ลําโพง jbl ” สินค้าจากแบรนด์ดังที่ฟังกี่ทีก็มั่นใจในคุณภาพเสียงได้

JBL เป็นแบรนด์ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องเสียงที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ.1946 โดยผู้ก่อตั้ง JBL ก็คือ James B. Lansing วิศวกรทางเสียงที่ได้ชื่อว่ามีชื่อเสียงในยุคหนึ่ง โดยชีวิตของเค้านั้นหลงใหลอยู่กับเครื่องเสียงมาอย่างยาวนาน โดยจุดเริ่มต้นของ JBL คือการที่เค้าแยกออกมาทำบริษัทของตนเอง โดยตั้งชื่อบริษัทว่า Lansing sound หลังจากที่ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัท Altec Lansing sound มาก่อนหน้านี้ แต่ถึงแม้ว่าเค้าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านเครื่องเสียง แต่ในด้านธุรกิจนั้นเค้าไม่สามารถพาบริษัทให้ประสบความสำเร็จได้ ส่งผลให้แค่ 3 ปีของการดำเนินธุรกิจล้มเหลวลงอย่างไม่เป็นท่า และทำให้เค้าต้องจบชีวิตลงเนื่องจากความกดดันที่เกิดจากหนี้สินจากการล้มละลาย ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายเหลือเกิน เพราะหากว่า James B. Lansing ยังมีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้เค้าคงจะมีโอกาสได้เห็นความสำเร็จของ ลําโพง jbl ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่า 70 ปี

ทำไม “หูฟังและลำโพง JBL” ถึงเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยม 

1.การันตีคุณภาพเครื่องเสียงด้วยรางวัล Grammy และ Oscar ประเภทสาขาเทคโนโลยีทางด้านเสียง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้อุตสาหกรรมทางด้านดนตรีทั่วโลกถูกขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้ลูกค้าไว้วางใจ และมั่นใจได้ถึงคุณภาพและประสิทธิภาพของตัวสินค้า

2.ตัวเลือกสินค้าที่มีให้เลือกซื้อ เลือกใช้งานมากมาย เนื่องจาก JBL มีการผลิตสินค้าคุณภาพที่มีฟังก์ชันการใช้งานหลากหลายออกมาเสนอตลาดอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นหูฟังสำหรับการเล่นเกม การออกกำลังกาย หรือลําโพงบลูทูธ JBL และอื่น ๆ อีกมากมายที่บอกเลยว่าตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกคนได้อย่างแน่นอน

3.ดีไซน์ในการออกแบบของทั้งหูฟังและลำโพง ตลอดจนสินค้าอื่น ๆ ของ JBL นั้นมีเอกลักษณ์ สวยงาม และลงตัว ถูกใจผู้ใช้งานทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นหญิงชาย วัยรุ่นหรือคนวัยทำงาน

6 วิธีการเลือกลำโพงอย่างไรให้โดนใจและได้คุณภาพ

1.เลือกขนาดลำโพงให้ตรงกับความต้องการในการใช้งาน หากขนาดห้องกว้างก็ควรเลือกลำโพงที่มีขนาดใหญ่ ห้องมีขนาดเล็กก็เลือกลำโพงที่มีขนาดเล็กเหมาะสมกับห้อง

2.หากเป็นลำโพงไร้สาย ควรให้ความสำคัญกับความจุของแบตเตอรี่ เพราะยิ่งความจุแบตเตอรี่มาก ก็จะยิ่งทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น

3.เลือกซื้อลำโพงที่มีคุณภาพดี แบรนด์น่าเชื่อถือ มีประสิทธิภาพไว้ใจได้ เช่น ลำโพงของ JBL เป็นต้น

4.เลือกซื้อลำโพงที่มีการรับประกันสินค้า เพื่อเป็นการช่วยป้องกันปัญหาที่เกิดจากการผลิตจากโรงงาน 

5.ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับลำโพงที่สนใจ ทั้งคุณสมบัติและราคา โดยอาจจะมีการเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของลำโพงหลาย ๆ แบบ

6.รูปแบบการใช้งานสมบุกสมบัน หรือมากน้อยอย่างไร เพราะหากต้องพกพาออกไปข้างนอกบ่อย ๆ ก็ควรจะซื้อลำโพงชนิดพกพา แต่หากไม่จำเป็นต้องพกพาไปด้านนอกก็ควรเลือกชนิดที่มีสาย เพื่อง่ายต่อการดูและรักษา

2 ลําโพง jbl คุณภาพดีที่บอกเลยว่าต้องแนะนำ

1. ลำโพงบูลทูธ Harman Kardon Onyx Studio 5 จัดได้ว่าเป็นลำโพงแบบพกพาที่มีพลังเสียงคุณภาพที่ยอดเยี่ยมมาก โดยสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่านบลูทูธ มีแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุ
พรีเมี่ยมแท้ ทำให้เมื่อสัมผัสจะให้ความรู้สึกมั่นคงแข็งแรงดี น่าใช้งานเป็นอย่างยิ่ง และที่สำคัญอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือหรือไอแพด ก็สามารถที่จะเชื่อมต่อลำโพง Harman Kardon Onyx Studio 5 ได้ 2 ตัวในเวลาเดียวกัน

2. ลําโพงบลูทูธ jbl Charge Essential Portable waterproof speaker เป็นลำโพงพกที่เรียกได้ว่าครบจบในตัวเดียว เพราะนอกจากจะให้เสียงที่ทรงพลังในสไตล์ JBL แล้วนั้น ยังมีคุณสมบัติกันน้ำได้ลึกถึง 1 เมตร โดยป้องกันน้ำได้ไม่เกิน 30 นาที เป็น Power bank ในตัว และยังใช้งานได้สูงสุดถึง 20 ชั่วโมงอีกด้วย ตลอดจนสามารถสตรีมมิ่งเพลงได้แบบไร้สาย ผ่านทั้งมือถือและแท็บเล็ตได้สูงสุดถึง 2 เครื่อง

เลือกซื้อลำโพงให้ได้โดนใจและใช้งานได้นานนั้น ไม่เพียงแต่มีรายละเอียดที่ต้องให้ความสำคัญเฉพาะแค่ตอนซื้อเท่านั้น แต่ยังต้องให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาระหว่างการใช้งานอีกด้วย เพื่อเป็นการยืดระยะเวลาในการใช้งานได้ยาวนานขึ้นได้นั่นเอง ลําโพง jbl