หูฟัง z8

หูฟัง z8 Bone Conduction จาก Eenten นวัตกรรมหูฟังดีไซน์สปอร์ตยุค 2020

Headphones หรือหูฟัง จัดว่าเป็นหนึ่ง Gadget ที่สำคัญและมีความจำเป็นต่อไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนยุคนี้ไปแล้ว ซึ่งปัจจุบันหูฟังที่กำลังเป็นกระแสและได้รับความสนใจกันมากก็คือ หูฟัง z8 อันเป็นหูฟังไร้สายแบบ Bone Conduction หูฟังสไตล์นี้มีความเจ๋งตรงไหน และถ้าจะเลือกซื้อต้องดูอย่างไรมาพบคำตอบกัน

Bone Conduction Headphones นวัตกรรมเพื่อไลฟ์สไตล์ยุคสมัย

หูฟังแบบเดิม ๆ ส่วนมากแล้วดีไซน์ของตัวบอดี้ดูค่อนข้างเรียบ มีขนาดใหญ่ สวมใส่ลำบากและมีน้ำหนักเยอะ แถมมีสายที่ดูเกะกะ ทำให้มีปัญหาในการพกพาและจัดเก็บไม่น้อย และยิ่งยุคนี้เป็นยุคที่เน้นการเชื่อมต่อที่ไร้สายด้วย วันนี้จึงเกิดหูฟังไร้สาย z8 Bone Conduction Headphones ที่เราเห็นกันอยู่ขึ้นมา ซึ่งนับเป็นนวัตกรรมหูฟังแบบใหม่ที่เฉียบทั้งดีไซน์และการใช้งาน

เทคโนโลยีการส่งสัญญานเสียงที่แตกต่าง

หูฟังแบบ z8 Bone Conduction เป็นหูฟังบลูทูธไร้รุ่นหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้หูฟังแบบนี้พิเศษและแตกต่างจากหูฟังไร้สายแบบทั่วไปก็คือ เรื่องของเทคโนโลยีที่ใช้ 

Headphones ตัวนี้มีความพิเศษแตกต่างตรงที่ “ผู้ใช้งานสามารถได้ยินเสียงเพลงจากหูฟังโดยไม่ต้องสอดเข้าไปในหู” เพราะมีการใช้เทคโนโลยีใหม่ในการช่วยให้ตัวหูฟังสามารถส่งคลื่นความถี่เสียงผ่านกระดูก และจากกระดูกของเราก็จะส่งต่อไปยังประสาทรับเสียงที่สมองของเรา ทำให้เราได้ยินเสียงเพลงและเสียงพูดต่าง ๆ ได้นั่นเอง

หูฟัง z8 นวัตกรรมที่ปลอดภัยมั่นใจได้

หลายคนอาจจะกังวลว่า หูฟังที่ทำการส่งสัญญาณความถี่เสียงผ่านกระดูกแบบนี้ หากใช้ไปนาน ๆ จะส่งผลอะไรต่อร่างกายหรือเปล่า และจะเป็นอันตรายไหม ก็ต้องบอกว่าวางใจในเรื่องนี้ได้เลย นวัตกรรมหูฟังแบบใหม่นี้แท้ที่จริงแล้วเป็นการนำหลักการของเครื่องช่วยฟังของผู้สูงอายุมาประยุกต์ใช้ ซึ่งเทคโนโลยีนี้ก็มีมานานแล้ว

อีกทั้งเมื่อนำมาพัฒนาออกมาเป็นหูฟังบลูทูธแล้ว หลาย ๆ ค่ายอย่างค่าย Eenten ก็มีการวิจัยและทดสอบซ้ำอีกครั้งเพื่อดูผลลัพธ์การใช้งานว่าปลอดภัยและไม่ส่งผลต่อร่างกายจริงหรือไม่ ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาก็ยืนยันได้ว่าปลอดภัยและไม่ส่งผลต่อร่างกายอย่างแน่นอน

นอกจากหูฟัง Eenten z8 นั้นจะมีการทดสอบว่าปลอดภัยแล้ว ยังส่งผลดีต่อแก้วหูของเราอีกด้วย เพราะหูฟัง z8 นั้นไม่ต้องสอดเข้าไปในหู นั่นหมายความว่าเสียงนั้นจะไม่ผ่านแก้วหู เมื่อสัญญาณเสียงไม่ผ่านหูชั้นนอกและชั้นกลาง จึงทำให้เป็นการถนอมแก้วหูของเราไปในตัวด้วยนั่นเอง ถือว่านวัตกรรมใหม่ที่น่าสนใจและใช้งานสะดวกมากเลยทีเดียว

เหมาะกับการใช้งานแบบไหน

หูฟังแบบนี้ส่วนใหญ่จะดีไซน์ออกมาให้เป็นแนวสปอร์ต เล็กกะทัดรัด ไม่เทอะทะ เหมาะสมกับการใช้งานในเวลาออกกำลังกาย เป็นหูฟังที่เหมาะมากกับไลฟ์สไตล์แบบเคลื่อนไหว จะขยับร่างกายอย่างไรก็ไม่ต้องกังวลใจเกี่ยวกับสายหูฟังที่เกะกะ

แต่ด้วยหูฟังแบบนี้ไม่ต้องสอดเข้าไปในรูหู ทำให้หูของเรายังคงรับเสียงจากภายนอกได้ ทำให้หลายคนอาจสงสัยว่าแบบนี้ก็ไม่ปิดกั้นเสียงภายนอกน่ะสิ ถูกต้อง เสียงบรรยากาศรอบนอกนั้นเรายังคงได้ยินสลับกับเสียงเพลงจากหูฟังแน่นอน แต่นั่นกลับเป็นข้อดีที่หลายคนอาจมองข้ามไป

ขณะที่เราออกกำลังกายอย่างวิ่ง หรือปั่นจักรยานไปในที่ต่าง ๆ เราควรจะได้ยินเสียงบรรยากาศรอบข้างด้วย บางทีรถกำลังมา มีเสียงบีบแตรให้เราระวัง ถ้าเราใส่หูฟังที่ปิดเสียงรบกวนจากภายนอกทั้งหมดก็จะทำให้เราไม่ได้ยินเสียงดังกล่าวทำให้เราไม่ปลอดภัย 

แต่สำหรับใครที่ต้องการสมาธิในการออกกำลังกาย ก็ไม่ต้องกังวลใจ หูฟังแบบนี้อย่างของค่าย Eenten z8 ก็มีการเพิ่มฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนจากภายนอกที่มีในหูฟังระดับ Hi-End เพิ่มมาให้ด้วย ใครต้องการความเป็นส่วนตัวก็บอกเลยว่าไร้ปัญหา

ก็ต้องบอกเลยว่า Bone Conduction Headphones เป็นนวัตกรรมหูฟังดีไซน์สปอร์ตที่พัฒนาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนในยุค 2020 จริง ๆ หากคุณอยากลองสัมผัสกับนวัตกรรมการฟังเพลงแบบใหม่และยังไม่รู้จะเริ่มจากแบรนด์ไหน อาจจะเริ่มต้นกับหูฟัง Eenten z8 ดูก็ได้ แล้วคุณจะพบกับประสบการณ์ในการฟังเพลงแบบใหม่

พบกับบทความสินค้าเทคโนโลยี และ ไลฟ์สไตล์ ใหม่ได้ที่นี่เลย

หูฟัง z8

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเลือกยังไงให้ตรงกับความต้องการ และคุ้มค่ามากที่สุด

วันนี้เทคโนโลยีหลาย ๆ อย่างช่วยทำให้เราสะดวกสบายมากขึ้นในหลาย ๆ ด้าน สำหรับผู้สูงอายุบางท่านเริ่มที่จะมีข้อจำกัดทางด้านร่างกาย บางครั้งการเดินทางไปในที่ใกล้ ๆ อย่างไปตลาดก็ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้ามาก บางคนเหนื่อยง่าย บางคนปวดตามข้อ ทางเลือกหนึ่งที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกก็คือการใช้ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เข้าช่วยในการผ่อนแรงในการเดินทาง

หลายท่านจึงมีความคิดว่าจะซื้อรถคันเล็ก ๆ แบบนี้ให้คุณพ่อคุณแม่ที่บ้านได้ใช้ แต่ทว่าปัจจุบัน มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 3 ล้อแบบนี้ก็มีให้เลือกหลายหลาย จนบางทีก็เลือกยาก ครั้งนี้เราจึงมีคำแนะนำในเรื่องนี้มาฝากคนที่สนใจกัน

เริ่มต้นจากการพิจารณาเรื่องมอเตอร์

หากคุณมีความประสงค์จะเลือกซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ขับไปตลาด ไปซื้อของใกล้ ๆ บ้านได้สะดวกมากขึ้น เวลาเลือกซื้อสิ่งแรกที่คุณควรพิจารณาก็คือ เรื่องของมอเตอร์ที่ใช้กับรถไฟฟ้าแบบนี้ ซึ่งมักจะมีอยู่หลัก ๆ แค่ 2 แบบเท่านั้น คือ

· Brush Motor: เป็นมอเตอร์ที่จะต้องอาศัยระบบการแปรงถ่าน เพื่อช่วยในกระบวนการส่งพลังงาน กลไกตรงนี้จึงต้องมีการเสียดสีภายในอยู่โดยตลอด ในด้านราคาแล้วรถที่ใช้มอเตอร์แบบนี้ราคาจะไม่แพงนัก แต่ตัวมอเตอร์อายุการใช้งานก็จะค่อนข้างสั้น

· Brushless Motor: เป็นเทคโนโลยีมอเตอร์ของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 3 ล้อแบบล่าสุด และเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในขณะนี้ แบบนี้จะไม่ต้องใช้การแปรงถ่าน จึงทำให้ทนทานมีอายุการใช้งานที่นานขึ้น แต่แน่นอนว่าราคาก็จะสูงขึ้นด้วยเช่นกัน

หลังจากที่พิจารณาเรื่องแบบขอมอเตอร์แล้วก็ให้มาดูที่เรื่องของกำลังไฟในตัวมอเตอร์ ซึ่งถ้าคุณซื้อไว้ให้ผู้สูงอายุที่บ้านใช้เดินทางไปใกล้ ๆ เลือกกำลังไฟประมาณ 350-500w ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าจะเอาไว้ใช้งานเอง ซึ่งอาจจะต้องมีการสัญจรออกถนนใหญ่บ้าง ก็อาจจะเลือกกำลังเพิ่มขึ้นมาเป็น800-1,200w ก็ได้

สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้พึงพิจารณาไปด้วยก็คือ หากกำลังไฟมอเตอร์สูง อัตราเร่งก็จะสูง ซึ่งก็มีความเสี่ยงอันตรายมากขึ้น อีกทั้งกำลังไฟสูงในด้านราคาก็จะสูงขึ้นไปด้วยนั่นเอง

แบตเตอรี่ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ

เมื่อเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า แน่นอนเลยว่าองค์ประกอบที่สำคัญก็คือตัวแบตเตอรี่ที่ใช้เก็บไฟ ซึ่งรถแบบนี้จะมีการใช้แบตเตอรี่เป็น 2 แบบดังนี้

· Lead Acid: แบตเตอรี่แบบนี้จะประกอบขึ้นมาจากตะกั่วกับน้ำกรดในอัตรา 70/30 ในด้านคุณสมบัติแล้ว จะทนอากาศร้อนได้ มีการคายประจุไฟน้อย และราคาถูก แต่ก็มีจุดเสียอยู่ตรงที่เก็บไฟได้น้อย มีน้ำหนักมาก จะรับและจ่ายไฟฟ้าได้ช้า การชาร์จแต่ละครั้งก็จะค่อนข้างนาน

· Lithium-Ion: เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน มีน้ำหนักเบา จ่ายไฟได้แรงและเร็ว อายุการใช้งานก็นาน จุดเสียก็คือแบตเตอรี่แบบนี้ไม่ชอบความร้อน หากโดนความร้อนสูงบ่อย ๆ แบตเตอรี่ก็จะเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

ขนาดของตัวรถก็ไม่ควรมองข้าม

บางคนมองว่าจำเป็นต้องใช้ พอเห็นแล้วก็ตัดสินใจซื้อเลย โดยลืมไปว่าพื้นที่ใช้งานและที่จอดรถอาจไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่ ถ้าหากที่พักอาศัยของคุณและเส้นทางสัญจรในบริเวณบ้านเป็นซอยเล็ก ๆ ถนนไม่ได้กว้างมากนัก ก็แนะนำให้ซื้อขนาดเล็กไปเลย ซึ่งความกะทัดรัดจะทำให้ขับขี่สะดวก การตีวงเลี้ยวทำได้ง่ายและหาที่จอดก็ไม่ยาก

ส่วนบ้านใครมีที่กว้าง ถนนหนทางก็ค่อนขว้างกว้าง ซื้อแบบที่ขนาดใหญ่ขึ้นมาก็ไม่มีปัญหา แต่แน่นอนว่ารถที่ใหญ่ขึ้นก็ต้องจ่ายแพงขึ้นด้วยนั่นเอง

ระบบความปลอดภัยของรถอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องใส่ใจ

เรื่องความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องไม่ลืมพิจารณาด้วย มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าทุกคันจะมีการออกแบบระบบความปลอดภัยทั้งภายนอกและภายในมาให้ ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะมีความแตกต่างกันไปบ้าง จริง ๆ หากมีฟังก์ชันเรื่องความปลอดภัยเยอะก็น่าสนใจดี แต่ทั้งนี้ก็ต้องระวังในเรื่องความสะดวกในการใช้งานของผู้สูงอายุด้วย บางทีเยอะเกินไปผู้สูงอายุก็อาจจะสับสนได้

นี่คือหลักและวิธีการคร่าว ๆ ในการเลือกซื้อ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ใครที่กำลังต้องการซื้ออยู่พอดีก็ลองนำไปปรับใช้กันดูแล้วคุณจะได้ของที่ถูกใจตามต้องการ หรือ ติดตามบทความเคล็ดลับ และ ความรู้ดีๆอีกมากมายได้คลิกเลย

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า

เครื่องคิดเลข

จะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องคิดเลขแบบไหนที่เหมาะการใช้งานของเรา? ควรเลือกอย่างไรดี?

เครื่องคิดเลข (calculator) เป็นเครื่องคำนวณที่ช่วยให้เราหาคำตอบเกี่ยวกับตัวเลขได้ง่ายขึ้น เป็นอุปกรณ์ที่นิยมใช้ทั้งในวัยเรียนและวัยทำงาน เช่น นักเรียน นักศึกษา นักบัญชี พ่อค้าแม่ค้า ฯลฯ มีหลายฟังก์ชันให้เลือกใช้งาน สำหรับใครที่กำลังจะเลือกซื้อเครื่องคำนวณชิ้นนี้เราก็มีวิธีการเลือกซื้อมาบอกกันว่าแบบไหนที่จะเหมาะกับการใช้งานของคุณ มีเทคนิคการเลือกอย่างไรบ้าง และเคล็ดลับดี ๆ ในการใช้เพื่อให้คุณใช้งานได้ง่ายขึ้นและคุ้มค่ายิ่งขึ้น

การเลือกซื้อเครื่องคิดเลขควรคำนึงถึงอะไรบ้าง?

· เลือกจากประเภท เครื่องคิดเลขแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ แบบทั่วไปและแบบวิทยาศาสตร์ โดยแบบทั่วไปคือเครื่องคำนวณแบบธรรมดาที่สามารถบวก ลบ คูณ หารได้ ส่วนแบบวิทยาศาสตร์คือเครื่องคำนวณที่สามารถใช้คำนวณสูตรทางคณิตศาสตร์ได้ เช่น sqrt, SIN, COS, TAN ฯลฯ 

· เลือกจากขนาดและน้ำหนัก หากต้องการใช้สำหรับพกพาควรเลือกขนาดเล็กเพราะพกพาได้สะดวกมากกว่า มีน้ำหนักเบา มีทั้งแบบมีฝาปิดและไม่มี แต่หากใช้งานบ่อย เช่น อาชีพค้าขาย ควรเลือกขนาดใหญ่ เพราะออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายกว่า หน้าจอใหญ่ ตัวหนังสือขนาดใหญ่ ปุ่มกดใหญ่ ทำให้มองเห็นได้ง่ายและ กดใช้ได้สะดวก รวดเร็วกว่า

· เลือกจากปุ่มกด แม้ตัวเครื่องจะมีขนาดเท่า ๆ กันแต่ แต่ละรุ่นก็ออกแบบมาให้มีปุ่มกดที่ไม่เหมือนกัน บางรุ่นออกแบบมามีปุ่มเล็ก บางรุ่นออกแบบมาให้มีปุ่มใหญ่ บางรุ่นมีระยะห่างของปุ่มเยอะ ช่วยอำนวยความสะดวกให้กดง่าย บางรุ่นมีระยะห่างน้อย ขึ้นอยู่กับความถนัด และ สรีระนิ้วในการใช้งานของแต่ละคน

· เลือกจากหลักตัวเลข สำหรับใครใช้คำนวณเกี่ยวกับตัวเลขเยอะ ๆ เช่น บัญชี ฯลฯ ควรเลือกรุ่นที่มีจำนวนตัวเลขหลายหลัก หรือประมาณ 10 หลักขึ้นไปเพราะถือเป็นเรื่องปกติที่จะคำนวณเกี่ยวกับตัวเลขในหลักร้อยล้าน แต่หากใช้งานมากกว่านั้นก็มีแบบตัวเลข 14 หลัก และ 12 หลัก ให้เลือกใช้ด้วยเช่นกัน แต่หากเป็นการใช้งานแบบทั่วไป ก็จะอยุ่ที่แบบไม่เกิน 10 หลัก ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานแล้ว

· เลือกจากฟังก์ชันการใช้งาน ฟังก์ชัน (function) การใช้งานต่าง ๆ เป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ใช้ควรคำนึกถึงเพราะส่งผลต่อการใช้งานด้วย เช่น ฟังก์ชันไร้เสียงช่วยให้มีสมาธิในการคิดเลข, ฟังก์ชันหน้าจอเอียงช่วยให้มองเห็นได้หลายมุม, ฟังก์ชันการตรวจสอบ 300 ขั้นที่จะช่วยให้การคำนวณซ้ำแม่นยำมากขึ้น ช่วยป้องกันการคำนวณผิดพลาดในครั้งที่ 2 ได้ หากกดตัวเลขไม่ตรงกับการคำนวณครั้งแรกจะมีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น, ฟังก์ชันโรลโอเวอร์, ฟังก์ชัน GT, ฟังก์ชัน M, ฟังก์ชัน MU , ฟังชั่นใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ หรือ แสงไฟ ฯลฯ

· เลือกแบบที่มียางรองกันลื่น ยางกันลื่นด้านล่างเป้นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้ตัวเครื่องเลื่อนไปเลื่อนมาขณะคำนวณได้ เพราะหากกำลังคิดเลขอยู่แล้วเครื่องคิดเลขเลื่อนไปเลื่อนมาอยู่บ่อยจะทำให้เสียสมาธิและมีโอกาสคิดผิดได้สูง ทำให้ต้องเสียเวลาคิดใหม่หลายรอบ

เคล็ดลับดี ๆ ในการใช้งาน เครื่องคิดเลข แต่ละปุ่มคืออะไร ใช้งานแบบไหน

· ปุ่ม C หรือปุ่ม Clear เป็นปุ่มที่ใช้สำหรับลบตัวเลขตัวล่าสุดที่กดไป โดยตัวเลขเก่าจะยังคงอยู่ไม่ได้หายไป ใช้เมื่อกดตัวเลขผิด

· ปุ่ม AC หรือปุ่ม All clear คือปุ่มที่ใช้ลบตัวเลขที่คำนวณไปทั้งหมดเพื่อเริ่มคำนวณใหม่ ตัวเลขที่คำนวณไปก่อนหน้าจะหายไปทั้งหมด หากใครที่ต้องการลบแค่ตัวล่าสุดก็ต้องระวังไม่ให้กดผิด

· MC หรือปุ่ม memory clear เป็นปุ่มที่จะล้างข้อมูลตัวเลขทั้งหมดที่ได้บันทึกไว้

· MR หรือปุ่ม memory result คือปุ่มที่ใช้คำนวณผลลัพธ์ที่คำนวณไว้ก่อนหน้าทั้งหมด 

· M- คือปุ่มที่ใช้บันทึกตัวเลขที่เราเพิ่งคำนวณเข้าไปใหม่เพื่อให้ไปแทนตัวเลขชุดเดิม 

· M+ คือปุ่มที่ใช้บวกตัวเลขล่าสุดเข้าไปในตัวเลขชุดเดิมที่คำนวณเอาไว้แล้ว 

และนี่คือฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ ที่เห็นได้บ่อยบนเครื่องคิดเลข บางคนที่ยังเรียน หรือ ต้องทำงานเกี่ยวกับตัวเลข อาจจะได้ใช้งานกันอยู่บ่อย ๆ แต่หากใครที่ยังไม่เคยใช้เลยก็สามารถลองกดใช้งานดูได้ เพราะช่วยให้การคำนวณง่ายขึ้นเยอะเลย ไม่ต้องมานั่งกดหลายรอบ สามารถคำนวณได้อย่างต่อเนื่อง ใช้คำนวณพร้อมกันได้หลายชุด มีตั้งแต่หลักร้อยต้น ๆ ไปจนถึงหลักพัน เป็นเครื่องคำนวณที่ออกแบบมาให้มีความทนทาน สามารถใช้งานได้นานหลายปี

ส่วนข้อควรระวังในการใช้งานพื้นฐานคือ ควรระวังไม่ให้หล่น ไม่ให้โดนน้ำ ไม่เก็บไว้ในที่ชื้น และอย่าลืมปิดเครื่องหลังจากใช้งานทุกครั้ง ทั้งหมดนี้คือเคล็ดลับดีๆในการเลือกซื้อเครื่องคิดเลขให้เหมาะกับการใช้งานของคุณ และ ติดตามเคล็ดลับ เนื้อหาสาระความรู้ดีๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยี และ ไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจได้อีกมากมายได้ที่นี่

เครื่องคิดเลข