เครื่องตัดหญ้า

อยากได้เครื่องตัดหญ้า เลือกอย่างไรให้ถูกใจและได้ความคุ้มค่า

หลาย ๆ บ้านรู้สึกดีที่มีพื้นที่ทำสนามหญ้าหน้าบ้าน หรือ ทำไว้หลังบ้าน แต่พอหญ้าขึ้นสูงจนรกก็อาจจะมีสัตว์มีพิษอันตรายมาอาศัยอยู่ได้เหมือนกัน จึงจำเป็นที่จะต้องตัดหญ้าให้โล่งเตียนบ้าง แต่งานตัดหญ้าไม่ใช่เรื่องง่ายหากต้องตัดด้วยมือ การใช้เครื่องมืออย่าง เครื่องตัดหญ้า เข้าช่วยก็จะเป็นการผ่อนแรงและประหยัดเวลาได้มากกว่า 

แต่ทว่าหลายคนไม่รู้ว่าจะเลือกซื้ออุปกรณ์เครื่องมือชิ้นนี้อย่างไรดี เพราะรูปแบบของเครื่องก็มีให้เลือกเยอะและยังมีลักษณะใบมีดที่ไม่เหมือนกันอีก เราจึงมีคำแนะนำในเรื่องนี้มาฝากกัน

รู้จักประเภทก่อนเลือกซื้อ เครื่องตัดหญ้า

สำหรับเครื่องตัดหญ้าที่มีใช้และวางจำหน่ายกันอยู่ในท้องตลาดปัจจุบันจะมี อยู่ 3 ประเภทด้วยกัน นั่นคือ

1.แบบใช้ไฟฟ้า

ประเภทนี้เป็นเครื่องตัดหญ้าไฟฟ้าจะเป็นแบบที่มีสายปลั๊กให้เสียบ ซึ่งเวลาใช้งานจะต้องเสียบปลั๊กอยู่ตลอด

· ข้อดี: ระบบไฟและการทำงานนั้นจะมีความเสถียร เพราะใช้ไฟฟ้าทำให้เครื่องสามารถทำงานได้อย่างสม่ำเสมอโดยกำลังของเครื่องไม่ลดลงและในด้านราคาแบบนี้จะราคาค่อนข้างถูก

· ข้อเสีย: เครื่องตัดหญ้าไฟฟ้าจะใช้ได้ในพื้นที่จำกัดเท่านั้น เนื่องจากต้องเสียบปลั๊กไฟ หากพื้นที่สนามเป็นบริเวณกว้าง สายไฟอาจยาวไม่พอ

2.แบบใช้แบตเตอรี่

ประเภทนี้ระบบส่งกำลังไฟจะมาจากแบตเตอรี่ ซึ่งก็จะทำให้เครื่องสามารถตัดหญ้าได้ตามต้องการ

· ข้อดี: รูปแบบนี้ใช้งานได้ทุกสถานที่ เคลื่อนย้ายไปใช้งานตรงไหนก็ได้ เพราะไม่มีสายไฟ ถึงสนามหญ้าจะกว้าง ก็สามารถใช้งานได้ทุกบริเวณแบบไร้ปัญหา

· ข้อเสีย: ระบบการส่งกำลังไฟจะไม่เสถียร เพราะถ้าแบตเตอรี่กำลังไฟอ่อนการส่งกำลังในการตัดก็จะเบาลง รวมไปถึงราคาของแบตเตอรี่นั้นค่อนข้างสูง จึงอาจทำให้สิ้นเปลืองมากกว่าแบบใช้ไฟฟ้า

3.แบบใช้น้ำมัน

ประเภทนี้จะใช้ระบบส่งกำลังขับของตัวมอเตอร์จากน้ำมัน ทำงานเหมือนเครื่องยนต์ของรถยนต์

· ข้อดี: รูปแบบนี้มีกำลังแรงตัดที่สูงกว่าทั้ง 2 แบบที่กล่าวมา จึงเบาแรงผู้ใช้งานมากกว่าและประหยัดเวลาในการตัดหญ้ามากกว่า

· ข้อเสีย: กระบวนการจัดเตรียมก่อนใช้งานจะยุ่งยากกว่า เพราะจะต้องมีการเติมน้ำมัน อีกทั้งราคาน้ำมันที่ต้องเติมนั้นถ้าเทียบกับแบบไฟฟ้าแล้วจะสูงกว่า ทำให้แบบนี้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากกว่านั่นเอง

ควรเลือกลักษณะใบมีดอย่างไรดี

อีกหนึ่งส่วนที่จะต้องพิจารณาเลือกด้วยก็คือ ส่วนของใบมีดเครื่องตัดหญ้าจะมีลักษณะใบมีดให้เลือกใช้งานอยู่ 3 แบบด้วยกัน คือ

· ใบมีดแบบโลหะ: จะมีความคมสูง สามารถตัดหญ้าให้ขาดได้ง่าย แต่ในขณะเดียวกันลักษณะใบมีดตัดแบบนี้ก็เหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์เคยใช้งานมาก่อน เพราะด้วยใบมีดมีความคมสูง จึงมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเวลาใช้งานตามมาด้วยนั่นเอง

· ใบมีดแบบพลาสติกหรือเรซิ่น: ในส่วนของความคมนั้นจะน้อยกว่าแบบโลหะ แต่ก็ปลอดภัยกว่า เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป

· ใบมีดแบบเชือกไนลอน: ในส่วนของความคมนั้นจะน้อยกว่าทั้ง 2 แบบข้างต้นที่กล่าวมา แต่ในเรื่องความปลอดภัยแบบนี้จะถือว่าปลอดภัยที่สุด ในเรื่องของการตัดนั้นจริง ๆ ก็ถือว่าทำได้ดี ขึ้นอยู่กับกำลังของมอเตอร์ หากใช้ในบ้านเรือนทั่วไปแบบนี้จะตอบโจทย์ที่สุด

ลักษณะของที่จับก็เป็นอีกส่วนที่ต้องพิจารณาสำหรับ เครื่องตัดหญ้า

ปัจจุบันเครื่องตัดหญ้ามีดีไซน์ใหม่ ๆ ออกมาเพื่อให้เกิดความสะดวกในการใช้งาน จึงมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของส่วนมอเตอร์หรือมีดีไซน์ตัวด้ามจับใหม่บ้าง ซึ่งในส่วนของด้ามจับนี้ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ต้องพิจารณาดูด้วย เพราะบางรุ่นเวลาใช้งานจริงจะรู้สึกว่าจับไม่ถนัด โดยหลัก ๆ แล้วด้ามจับจะมีอยู่ 2 แบบคือ

· U Shape: ลักษณะด้ามจับจะเป็นรูปตัว U แบบนี้จะเหมาะกับการใช้งานตัดหญ้าในพื้นที่ราบ ไม่ชัน

· ด้ามจับแบบสองมือ: แบบนี้เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ที่หลากหลายกว่า ถ้าต้องตัดหญ้าในพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวางแบบนี้จะดีกว่าแบบตัว U  

นี่คือวิธีการพิจารณาเลือกซื้อเครื่องตัดหญ้าที่คุณควรรู้ หากพิจารณาตามนี้ก็จะทำให้คุณสามารถเลือกเครื่องที่ตรงใจคุณที่สุดได้ ซึ่งนั่นก็หมายถึงความคุ้มค่าที่คุณจะได้รับตามมาด้วยจากอุปกรณ์ที่คุณถูกใจนั่นเอง พบกับบทความที่จะช่วยให้ความรู้ และ สาระ เกี่ยวกับบ้าน และ ไลฟ์สไตล์ได้ที่นี่ เครื่องตัดหญ้า

หลอดไฟ led

หลอดไฟ led เลือกซื้ออย่างไรให้ตรงใจและตอบโจทย์การใช้งาน

ในวันนี้ตามอาคารบ้านเรือนต่าง ๆ นิยมใช้ หลอดไฟ led ในการให้แสงสว่างกันมากขึ้น ส่วนหนึ่งนั้นเพราะว่าหลอด led สามารถให้ ความสว่าง มากกว่าหลอดไฟทั่วไป อีกทั้งยังประหยัดไฟกว่าและยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานด้วย แต่ทว่าหลอด led ก็มีให้เลือกหลายแบบด้วยกัน จนบางทีก็รู้สึกสับสนว่าจะเลือกแบบไหนดี ครั้งนี้เราจึงมีคำแนะนำในการเลือกซื้อหลอด led มาบอกกัน

อาคารที่พักอาศัยควรใช้หลอดไฟสักกี่วัตต์และควรใช้จำนวนเท่าไหร่

ก่อนจะซื้อหลอดไฟ led มาใช้สิ่งที่เราควรเข้าใจก่อนก็คือ แต่ละจุดภายในที่พักอาศัยมีความต้องการแสงสว่างที่แตกต่างกัน บางมุมภายในบ้านไม่จำเป็นต้องสว่างมากก็ได้ จะได้ช่วยประหยัดไฟ ส่วนมุมไหนของบ้านที่จำเป็นต้องใช้บ่อย หรือเป็นจุดอันตรายก็จำเป็นจะต้องให้สว่างมากขึ้นสักหน่อย

ตรงนี้จึงเป็นเหตุผลที่เราควรเลือกจำนวนวัตต์ของหลอดไฟให้เหมาะสมกับการใช้งานภายในบ้าน ซึ่งจะช่วยทำให้บ้านสว่างสดใส ดูสวยงาม ปลอดภัยและประหยัดไฟไปด้วยในเวลาเดียวกัน ซึ่งหลักเบื้องต้นในการพิจารณาเรื่องวัตต์ของหลอดไฟแอลอีดีนั้น เราจะคำนวณจากพื้นที่และความสูงของห้อง เช่น

· ห้องทำงาน: ถ้ามีพื้นที่ทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 15 ตร.ม. ความสูงอยู่ที่ 2.5 เมตร พื้นที่ประมาณนี้หากใช้เป็นหลอดไฟ led 5 วัตต์ ก็ควรใช้จำนวน 10 หลอด แต่ถ้าใช้เป็นหลอด 7 วัตต์ จำนวนก็ลดลงมาแค่ 6 หลอดก็น่าจะเพียงพอแล้ว

· ห้องนอน: ถ้ามีพื้นที่ทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 25 ตร.ม. ความสูงอยู่ที่ 2.5 เมตร ก็ควรใช้หลอดไฟแอลอีดี 7 – 7.5วัตต์ และใช้จำนวน 4 หลอดก็น่าจะเพียงพอแล้ว

· ห้องนั่งเล่น: ถ้ามีพื้นที่ทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 20 ตร.ม. ความสูงอยู่ที่ 2.5 เมตร ก็ควรใช้หลอดไฟ 9 วัตต์ ประมาณ 4 หลอดเพื่อให้ห้องมีความสว่างพร้อมกับมีบรรยากาศที่สดใสมากขึ้นอย่างนี้เป็นต้น

องค์ประกอบในการเลือกซื้อ หลอดไฟ led มีอะไรบ้าง

เมื่อเรารู้แล้วว่า เราจะติดตั้งหลอดไฟตรงไหนของบ้าน ติดห้องไหน ใช้กี่วัตต์และจำนวนเท่าไหร่ ต่อมาก็ต้องมาดูในส่วนอื่น ๆ ที่เป็นองค์ประกอบในการเลือก จะได้เลือกซื้อได้อย่างเหมาะสม ซึ่งก็จะมี

สีของแสงจาก หลอดไฟ led

โดยปกติแล้วหลอดไฟจะมีการแบ่งโทนสีของแสงจากหลอดไฟออกเป็น 3 แบบ คือ

1. Warm white – สีจะออกโทนแดงส้ม ซึ่งจะเป็นโทนสีอบอุ่น

2. Cool white – สีจะออกโทนขาว ให้ความรู้สึกเย็นสบายตา และเราจะรู้สึกว่าสว่างกว่าแบบที่ 1 

3. Day light – สีจะออกโทนขาวอมฟ้า จะให้ความรู้สึกเป็นแสงธรรมชาติเหมือนตอนกลางวัน

ทีนี้จะเลือกสีไหนก็ต้องพิจารณาด้วยว่า ห้องที่เราจะนำหลอดไปติดตั้งนั้นเป็นห้องไหน และต้องการแสงประมาณไหนถึงจะดูดีมีความเหมาะสม

ขั้วของหลอดไฟ

ขั้วของหลอดไฟนั้นมีทั้งแบบขั้วเกลียว แบบเกลียวเล็กก็มี หรือแม้แต่ แบบขั้วเสียบก็มี ดังนั้น ต้องซื้อให้ตรงกับขั้วหลอดด้วยไม่อย่างนั้นจะใส่ด้วยกันไม่ได้

รูปทรง

ปัจจุบันหลอดไฟ led มีดีไซน์รูปทรงออกมาหลายแบบ เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับบ้าน แต่โดยหลัก ๆ แล้วก็จะมีอยู่ 3 ทรง นั่นคือ

· ทรงกลม: เหมาะจะใช้กับโคมไฟหรือโคมโป๊ะ แบบนี้จะให้แสงในองศาที่กว้าง

· ทรงยาว: สามารถใช้ทดแทนหลอดฟลูออเรสเซนต์ได้ เหมาะสำหรับติดตั้งให้แสงสว่างทั่วไป

· ทรงจำปา: เหมาะสมสำหรับใช้กับโคมไฟประดับ แสงจะให้ออกมาคล้าย ๆ แสงแทน คือจะออกสลัว ๆ ใช้เพิ่มบรรยากาศ

ความใสและความขุ่น

ผิวเคลือบของหลอด led จะมีให้เลือกทั้งแบบใสและแบบขุ่น ซึ่งผิวเคลือบหลอดนั้นมีผลต่อการให้แสง หลอดใสนั้นจะให้การกระจายแสงที่มาก จึงเหมาะกับโคมไฟที่มีการออกแบบพิเศษเพื่อให้แสงไฟที่สวยงาม ส่วนหลอดแบบขุ่นนั้นจะเน้นให้แสงที่สม่ำเสมอ จึงเหมาะกับการใช้ทั่วไป

ทั้งหมดนี้คือหลักการเลือกซื้อหลอดไฟ led ซึ่งถ้าพิจารณาตามที่กล่าวมานี้ จะทำให้คุณสามารถเลือกซื้อได้ง่ายมากขึ้น และสามารถซื้อได้อย่างไม่มีผิดพลาดเหมาะสมกับการใช้งาน อย่างไรก็ดี ก็ควรจะดูด้วยว่าหลอดไฟนั้น ๆ มีการรับรองมาตรฐานหรือไม่ มีเครื่องหมาย มอก. และฉลากเบอร์ 5 ประหยัดไฟด้วยหรือเปล่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณได้หลอดไฟที่ตอบโจทย์คุณมากที่สุดนั่นเอง ติดตาม บทความ และ เนื้อหาสาระมากมายเกี่ยวกับบ้าน และ ไลฟ์สไตล์ ได้ที่นี่

หลอดไฟ led

แผงโซล่าเซลล์

รู้หรือไม่ การติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ที่บ้าน ให้ประโยชน์ได้มากกว่าที่คุณคิด

อย่างที่รู้กันว่าทรัพยากรธรรมชาติอย่างก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน และน้ำมันนั้นมีอยู่อย่างจำกัด แต่สิ่งที่เป็นพลังธรรมชาติอย่างแสงอาทิตย์นั้นกลับมีอยู่อย่างไม่จำกัด และสามารถนำมาทำประโยชน์ได้มากมาย สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดเลยก็คือ การผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเราจะต้องใช้ แผงโซล่าเซลล์ เป็นตัวนำความร้อนจากแสงอาทิตย์มาเปลี่ยนเป็นพลังงานกระแสไฟฟ้า

ปัจจุบันการใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาเป็นทางเลือกในการผลิตไฟฟ้ามีการพัฒนาก้าวล้ำไปมาก จนสามารถเข้าถึงได้ในระดับครัวเรือน แม้ว่าต้นทุนอาจจะยังสูงอยู่บ้าง แต่การติดตั้งโซล่าเซลล์ไว้ที่บ้านก็ให้ประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน แต่จะมีอะไรบ้างนั้นมาติดตามกัน 

แผงโซล่าเซลล์ ช่วยคุณประหยัดค่าไฟไปได้อีกหลายบาท

แน่นอนเลยว่าคนที่คิดจะซื้อโซล่าเซลล์มาติดตั้งใช้งานในที่พักอาศัยแบบต่าง ๆ นั้นล้วนมีเป้าประสงค์แรกในเรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องไฟฟ้า ซึ่งก็เป็นจริงดังนั้น การติดตั้งอุปกรณ์ตรงนี้อาจจะต้องลงทุนสูงในช่วงแรกก็จริง แต่ถ้ามองกันในระยะยาวแล้วถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะสามารถช่วยคุณประหนัดค่าไฟฟ้าต่อเดือนและต่อปีไปได้หลายบาทเลยทีเดียว

เป็นพลังงานสะอาด ดีต่อการดูแลโลก

สิ่งที่ชัดเจนมากของการแปรเปลี่ยนพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์มาใช้ในการกระบวนการผลิตไฟฟ้าก็คือ ดีต่อสภาพแวดล้อมมากขึ้น เพราะพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานสะอาด ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งถ้าเรามีการติดตั้งโซล่าเซลล์ไว้ที่บ้าน หรือที่อาคารสำนักงานของเรา ก็จะเท่ากับเป็นการช่วยลดมลพิษจากโรงงานผลิตไฟฟ้าได้ด้วยอีกทางหนึ่ง

โดยปกติแล้วถ้าเราใช้ไฟฟ้าจากโรงงานผลิตไฟฟ้าที่ส่งต่อมายังการไฟฟ้า แบบที่เราใช้กันอยู่ทั่วไปในปัจจุบันนั้น เราก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการทำลายโลกโดยไม่รู้ตัว เพราะกระบวนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าตามปกติแล้วจะต้องมีการปล่อย Co2 หรือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่อากาศ และก๊าซนี้จะลอยขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศของโลก ซึ่งทำให้โลกร้อนขึ้น และสภาพแวดล้อมจะมีมลพิษสะสม

หากว่าเราเปลี่ยนมาผลิตกระแสไฟฟ้ากันเองได้ผ่านการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ไว้ที่บ้านหรือที่อาคารสำนักงานกันเยอะ ๆ ก็เท่ากับว่าโรงไฟฟ้าสามารถลดจำนวนการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าลงได้ นั่นเท่ากับว่าก็จะลดการปล่อย Co2 สู่ชั้นบรรยากาศได้ด้วย

แผงโซล่าเซลล์ ติดตั้งง่าย ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าได้แทบทุกชนิด

หลายคนเข้าใจว่าการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์นั้นทำได้ยากมีขั้นตอนซับซ้อน ซึ่งไม่จริงเลย ปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาไปมากขึ้น อุปกรณ์หลาย ๆ อย่างผลิตได้ง่ายทำให้ต้นทุนถูกลง และสามารถลดความซับซ้อนของงานติดตั้งลงไปได้มากทีเดียว นั่นทำให้การติดตั้งอุปกรณ์ในส่วนนี้ทำได้ง่ายมากขึ้น ใช้เวลาไม่นาน เพียงวันเดียวก็สามารถติดตั้งเสร็จได้อย่างง่ายดาย

นอกจากจะติดตั้งได้ไม่ยากแล้ว การใช้งานจริงก็สามารถใช้งานได้ทันทีและ สามารถที่จะใช้จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้อย่างหลากหลาย เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านทั่วไปใช้ได้หมด ไม่ว่าจะเป็นหลอดไฟให้แสงสว่างภายในบ้าน ทีวี พัดลม ตู้เย็น แอร์ สามารถเชื่อมต่อได้หมด

ปลอดภัยไร้กังวล และคุ้มค่ากว่าที่คิด

หลายคนอาจจะกังวลเรื่องของการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่บ้าน เพราะกลัวว่าระบบไฟฟ้าภายในบ้านจะไม่เสถียร จนทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเสียหายหรือเกิดระบบไฟฟ้าลัดวงจรได้ง่าย รวมไปถึงบางคนยังกังวลว่า ต้นทุนในการติดตั้งสูงเกินไปอาจจะไม่คุ้มค่าการลงทุน

ซึ่งความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่หลายคนกังวลดังที่กล่าวมาข้างต้นนี้ อาจจะเป็นไปได้ในสมัยก่อน แต่ปัจจุบันนี้ไม่ใช่อีกต่อไป องค์ความรู้ในเรื่องการใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้าในทุกวันนี้พัฒนาไปมาก ระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าเสถียรมากขึ้นจนเทียบเท่ากับการจ่ายไฟฟ้าตามปกติ 

ส่วนในเรื่องความคุ้มค่านั้นก็ถือว่าคุ้มค่าแน่นอน เพราะอายุการใช้งานของแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์นั้น 1 ชุดอยู่ได้ยาวนานถึง 20 ปีเลยทีเดียว 

คุณคงจะได้รับทราบกันแล้วว่า การติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ไว้ที่บ้านหรือที่อาคารสำนักงานนั้นให้ประโยชน์ได้ในหลาย ๆ ด้านจริง ๆ เป็นประโยชน์ทั้งกับตัวเรา กับสังคมและโลกของเราด้วย ดีแบบนี้คุณน่าจะลองซื้อหามาติดตั้งดูบ้างก็ดีนะ ช่วยประหยัดค่าไฟได้เยอะเลย ติดตามอ่านบทความสาระดีได้อีกมากมายได้ที่นี

แผงโซล่าเซลล์

บลูทูธ

5 เรื่องที่ต้องรู้ในการเลือกซื้อลำโพงแบบบลูทูธ เลือกอย่างไรได้เสียงที่ดีดังใจ

ในระยะ 3 – 4 ปีที่ผ่านมานี้กระแสความนิยมลำโพงไร้สาย หรือลำโพง บลูทูธ (Bluetooth Speaker) นั้นได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเครื่องเสียงที่มีอิทธิพลสูง กับการใช้งานฟังเพลงในปัจจุบัน ซึ่งในตอนนี้ลำโพงไร้สายแบบนี้ก็มีหลากหลายแบบ หลากหลายแบรนด์ให้เลือก มีทั้งลำโพงเข็น ลำโพงคอม ลำโพงแบบพกพา 

เมื่อมีเยอะแบบนี้ จึงมี 5 เรื่อง ที่คุณจำเป็นจะต้องรู้ ก่อนที่จะทำการเลือกซื้อ เพื่อให้คุณได้ลำโพงที่ให้คุณภาพเสียงดี ประสิทธิภาพการเชื่อมต่อเสถียร จะมีอะไรบ้างนั้น มาติดตามกันได้เลย

1.สถานที่ในการเปิดใช้ลำโพง บลูทูธ

เรื่องของสถานที่ หรือขนาดของพื้นที่นั้น เป็นปัจจัยหลักที่คุณควรจะต้องคำนึงถึงก่อนเลย เพราะการจะเลือกซื้อลำโพงบลูทูธ ขนาดไซส์เล็ก หรือไซส์ใหญ่ ก็จะต้องพิจารณาจากปัจจัยเรื่องพื้นที่ก่อน ขนาดของพื้นที่นั้นมีผลอย่างมากต่อเรื่องความดังเบา และคุณภาพของเสียง รวมไปถึงเรื่องการส่งสัญญาณเชื่อมต่อ bluetooth ระหว่างอุปกรณ์ฟังเพลงด้วย ยกตัวอย่างเช่น

· ใช้ภายในห้องนอน: พื้นที่ห้องนอนนั้น ขนาดไม่กว้างอยู่แล้ว อยู่ได้ 1 – 2 คน แบบนี้ใช้ลำโพงขนาดไซส์เล็กสุดเลยก็เพียงพอแล้ว วางตำแหน่งลำโพงให้ห่างจากเราไปไม่เกิน 1 เมตร แค่นี้ก็ได้คุณภาพระดับเสียงที่พอเหมาะสมแล้ว

· ใช้ภายในห้องนั่งเล่น: พื้นที่ห้องนั่งเล่น หรือโถงขนาดกลาง ๆ พื้นที่จะอยู่ประมาณ 10-20 ตร.ม. จุคนได้ประมาณ 3 – 5 คน แบบนี้จะใช้ลำโพงขนาดเล็ก ก็ยังให้เสียงที่คมชัดได้อยู่

· ใช้ในพื้นที่กลางแจ้ง: เป็นการล้อมวงปาร์ตี้ พื้นที่จุคน ประมาณ 5 – 10 คน แบบนี้ใช้ลำโพงขนาดกลาง ก็ให้เสียงที่ดังกระหึ่มแล้ว

2.ความจำเป็นในการพกพา บลูทูธ

จุดเด่นของลำโพง bluetooth ก็อยู่ที่เรื่องการเชื่อมต่อไร้สาย ทำให้สามารถพกพาใช้งานในสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ไม่มีสายมาเกะกะให้เป็นภาระ ทำให้ปัจจัยเรื่องการพกพา กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่ต้องคำนึงถึงด้วยเวลาที่จะเลือกซื้อ 

หากคุณต้องการพกพาติดตัวไปกับกระเป๋าเป้ หรือกระเป๋าสะพาย หรือ โดยสารรถสาธารณะ ลำโพงขนาดเล็ก หรือขนาดกลาง ก็จะเหมาะสมที่สุด แต่ถ้าปกติคุณเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว และต้องมีการใช้ลำโพงนอกสถานที่เสมอ แบบนี้จะเลือกได้ทุกไซส์ ทุกขนาดเลย ตั้งแต่เล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ แต่ถ้าคุณไม่สามารถเปิดลำโพงในที่สาธารณะได้ อีกตัวเลือกนึงที่ช่วยคุณได้ คือ หูฟังบลูทูธ ที่จะทำให้คุณสะดวกสบายฟังเพลงได้ทุกที่ และ ไม่รบกวนคนรอบข้าง

3.ความสมบุกสมบันในการใช้งาน

เราจำเป็นที่จะต้องนำลำโพงบลูทูธไปใช้ในสถานที่ และสภาพแวดล้อมแบบไหนบ้าง ตรงนี้ก็ต้องคำนึงถึงด้วย บางคนพกพาไปฟังที่ริมทะเล ริมสระน้ำ กลุ่มนี้ก็จะมีโอกาสที่จะสัมผัสน้ำ ความชื้น ส่วนบางคนพกพาไปใช้ในเวลาตั้งแคมป์ตามสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ ก็อาจจะต้องสัมผัสทราย ฝุ่นโคลน 

ถ้าต้องนำไปใช้ในพื้นที่เหล่านี้ ก็แนะนำว่า ให้เลือกซื้อลำโพงแบบที่กันน้ำกันฝุ่นได้ไปเลย ปัจจุบันมีหลายแบรนด์ที่มีดีไซน์พิเศษ นอกจากจะกันน้ำได้แล้ว ยังสามารถนำไปลอยน้ำ หรือใช้บนผิวน้ำได้ด้วย แต่แน่นอน ราคาของลำโพงแบบนี้ก็จะสูงขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ คุณจึงต้องพิจารณาลักษณะการใช้งานตรงนี้ด้วย ถ้าไม่ได้ใช้สมบุกสมบันมากนัก เลือกแบบทั่วไปก็พอ จะได้เซฟเงินขึ้นอีก

4.เรื่องของแบตเตอรี่

แบตเตอรี่ของลำโพงบลูทูธ จะมีให้เลือกหลายความจุ ถ้าคุณเป็นคนฟังนาน และไม่ค่อยมีเวลามาชาร์จไฟบ่อย ๆ ก็ให้เลือกแบบที่มีความจุแบตเตอรี่เยอะ ๆ อย่างความจุที่สามารถฟังได้ 15 – 20 ชั่วโมง ถ้าฟังไม่นาน และมีเวลาดูแลชาร์จไฟอาจเลือกความจุที่ประมาณ 6 – 7 ชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว ตรงนี้ก็มีผลต่อเรื่องของราคาด้วยเช่นกัน

5.ฟีเจอร์และลูกเล่น 

ปัจจัยนี้ ก็เป็นส่วนเสริม ที่ควรจะต้องนำมาพิจารณาด้วย เพื่อความคุ้มค่า ลำโพงบางรุ่นอาจมีการเพิ่มฟีเจอร์การเชื่อมต่อลำโพงหลายตัวได้ บางรุ่นก็อาจจะเปลี่ยนตัวเองเป็น Power Bank ได้ด้วย ซึ่งดีต่อคนที่ต้องการชาร์จมือถือไปในตัว ปัจจัยเหล่านี้ ก็ควรจะพิจารณาควบคู่กันไปด้วย ซึ่งจะช่วยทำให้คุณได้ลำโพงตัวเก่ง ที่มีคุณสมบัติสูง ตามความต้องการ

นี่คือ 5 สิ่งที่คุณควรจะต้องรู้เอาไว้ก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อลำโพงบลูทูธ ถ้าพิจารณาตามหลักนี้ โอกาสที่คุณจะเลือกลำโพงที่เสียงดี ตอบโจทย์การใช้งาน มีฟีเจอร์เจ๋ง ๆ แบบคุ้มราคาที่จ่ายไป ก็มีสูงขึ้นแล้ว ลองนำไปใช้กันดูนะ

อย่าลืมติดตามบทความ สาระความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ และ เทคโนโลยี ที่จะช่วยให้ชีวิตของคุณง่ายมากขึ้น และ อัพเดทเทรนสินค้าใหม่ๆ ไปกับเรา ได้ที่นี่

บลูทูธ

เครื่องกรองน้ำ

อยากซื้อเครื่องกรองน้ำไว้ที่บ้าน แต่เป็นมือใหม่ ควรเลือกอย่างไรดี

ถึงแม้เราจะได้รับคำยืนยันว่าน้ำประปาบริโภคได้ก็จริง แต่ก็ยังรู้สึกไม่แน่ใจสักเท่าไหร่ เพราะมีหลายครั้งที่น้ำประปาอาจมีสิ่งปนเปื้อนอยู่ด้วย ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากกระบวนการส่งน้ำหรือความผิดพลาดบางประการ นั่นจึงทำให้หลาย ๆ คนคิดว่าควรซื้อ เครื่องกรองน้ำ มาไว้ใช้ที่บ้าน แต่ด้วยความเป็นมือใหม่ ไม่รู้จะเลือกซื้อแบบไหนดี ทำให้ไม่กล้าตัดสินใจ ครั้งนี้เราจึงมีคำแนะนำมาฝาก

เครื่องกรองน้ำ จะซื้อให้ตรงความต้องการก็ควรรู้จักประเภท

ในปัจจุบันเครื่องกรองน้ำที่มีวางจำหน่ายกันอยู่ทั่วไปนั่นไม่ได้มีอยู่ประเภทเดียว ซึ่งการที่มีหลายประเภทนี่เองที่ทำให้เรามักเลือกกันไม่ถูกว่า เราควรใช้แบบไหนดี ดังนั้น เราควรมีทำความรู้จักประเภทที่กรองน้ำกันก่อน ซึ่งจะมีอยู่ 3 ประเภทดัวยกันคือ

1.ระบบ Reverse Osmosis

โดยทั่วไปแล้ว เราจะเรียกกันสั้น ๆ ว่า เครื่องกรองน้ำ ro ประเภทนี้จะเป็นเครื่องที่มีระบบกรองแบบความละเอียดสูง ซึ่งจะสามารถกรองได้ละเอียดถึง 5 ขั้นตอนเลยทีเดียว นั่นทำให้เครื่องกรองระบบนี้จะมีความซับซ้อนในระบบการกรองมากพอสมควร แต่ในด้านประสิทธิภาพการกรองนั้นก็ถือว่าดีที่เดียว สามารถกรองได้สะอาดถึง 99.99% เรียกว่ากรองสะอาดจนได้น้ำบริสุทธิ์จริง ๆ

อย่างไรก็ตามแม้เครื่องกรองน้ำ ro จะกรองได้ละเอียดมาก แต่นั่นก็มีส่วนทำให้แร่ธาตุในน้ำบางอย่างที่จำเป็นต่อร่างกายสูญเสียไปในระหว่างการกรองด้วย ตรงนี้จึงต้องพิจารณาด้วยว่าคุณต้องการในเรื่องไหนมากกว่ากัน

2.ระบบ Ultra Violet

เป็นเครื่องกรองในระบบ UV โดยภายในจะมีหลอดไฟ UV ฉายแสงทำการกรองสิ่งสกปรก เชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ ในน้ำออกมา แบบนี้ให้ความสะอาดบริสุทธิ์ของน้ำได้ดีและยังคงเรื่องของแร่ธาตุในน้ำเอาไว้ได้ด้วย สามารถใช้ได้ทั้งครัวเรือนหรือในอาคารสำนักงานต่าง ๆ 

3.ระบบ Ultrafiltration

เป็นเครื่องกรองในระบบ UF ซึ่งเป็นระบบที่พัฒนาต่อยอดมาจากเครื่องกรองในระบบ UV อีกที ระบบการกรองแบบนี้จะกรองได้ละเอียดมากขึ้น สามารถดักจับสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ได้ดีมากขึ้น แม้แต่สิ่งปนเปื้อนที่เล็กขนาด 0.01 ไมครอน ก็สามารถที่จะดักจับได้ ช่วยทำให้น้ำสะอาดบริสุทธิ์ โดยยังคงแร่ธาตุในน้ำไว้ได้เหมือนเดิม

ไส้กรองเป็นอีกสิ่งที่ต้องเลือก

นอกจากประเภทและระบบของเครื่องกรองแล้ว อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันสำหรับการพิจารณาเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำก็คือ ส่วนของไส้กรอง ซึ่งจริง ๆ แล้วจะมีให้เลือกเยอะมาก ทั้ง

· ไส้กรองแบบคาร์บอน – ได้รับความนิยมสูงสุด ใช้ได้กับเครื่องกรองทุกประเภท อายุการใช้งานประมาณ 1 ปี

· ไส้กรองแอนทราไซต์ – ทำมาจากถ่านหิน น้ำหนักเบา ช่วยกรองพวกตะกอนโคลน สนิมเหล็กต่าง ๆ ได้ดี อายุการใช้งานประมาณ 1 ปี

· ไส้กรองเรซิ่น – แบบนี้จะเด่นเรื่องของการลดความกระด้างของน้ำ อายุการใช้งานประมาณ 6 – 8 เดือน

· ไส้กรองทรายปะการัง – แบบนี้จะโดดเด่นในเรื่องของการช่วยเพิ่มค่า PH ในน้ำอายุการใช้งานประมาณ 1 ปี

และยังมีไส้กรองอีกหลากหลายแบบมาก ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีความโดดเด่นและคุณสมบัติเฉพาะตัว เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณต้องเลือกด้วย

องค์ประกอบอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณาในการเลือกซื้อ เครื่องกรองน้ำ

นอกจากประเภทและตัวไส้กรองแล้ว การจะเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำให้ตอบโจทย์คุณมากที่สุดก็จะต้องพิจารณารายละเอียดแวดล้อมร่วมกันไปด้วยทั้งเรื่องของ

· สภาพของน้ำ – คุณภาพของน้ำในแต่ละพื้นที่นั้นจริง ๆ มีความแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องใช้เครื่องกรองน้ำที่มีคุณภาพ และ วิธีที่ต่างกัน

· ขนาดของเครื่องกรอง – ต้องดูจำนวนสมาชิกภายในบ้านและความถี่ในการใช้น้ำ ถ้าสมาชิกน้อย ใช้กรองเฉพาะน้ำดื่มเท่านั้น เครื่องเล็กหรือขนาดกลางก็คงเพียงพอแล้ว  เนื่องจากหากคนเยอะแต่ซื้อเครื่องขนาดเล็กปริมาณการกรองต่อครั้งอาจไม่เพียงพอ และ ปริมาณการใช้น้ำที่เยอะเกินขนาดเครื่องกรองอาจทำให้ต้องเปลี่ยนไส้กรองบ่อย

· มาตรฐานการรับรอง – แนะนำว่าไม่ควรเน้นเรื่องราคาถูกแต่ควรเน้นที่ได้มาตรฐานรับรองจาก ISO 9001 หรือได้รับสัญลักษณ์ของ NFS เคียงคู่ด้วยจะดีที่สุด

เกณฑ์มาตราฐานน้ำทุกชนิด

ลองมาดูข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องเกณฑ์มารตรฐานน้ำทุกชนิดของประเทศไทยที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ว่ามีข้อกำหนดอะไรบ้าง

-เกณฑ์คุณภาพน้ำดื่มของ WHO (ปี 2527)

-เกณฑ์คุณภาพน้ำบริโภคในชนบท*

-เกณฑ์คุณภาพน้ำประปา กรมอนามัย (ปี 2543)**

*กำหนดโดยคณะกรรมการบริหารโครงการจัดให้มีน้ำสะอาดในชนบททั่วราชอณาจักร **ประกาศกรมอนามัย เรื่องเกณฑ์คุณภาพน้ำประปา ปี2543 ***กำหนดให้มีปลายท่อ 0.2 – 0.5 mg/L ใช้ในระบบการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปา

ตอนนี้เชื่อว่าคุณพ่อบ้านแม่บ้านน่าจะได้ข้อมลหรือหลักในการพิจารณาการเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำกันไปพอสมควรแล้ว และคงจะช่วยทำให้รู้วิธีในการเลือกซื้อให้เหมาะสมตรงกับการใช้งานกันมากขึ้นแล้ว อย่างไรก็ดี ก็ควรจะพิจารณาเรื่องของงบประมาณที่ตนเองมีไว้ด้วย แนะนำว่าให้เลือกให้สอดคล้องกับงบประมาณด้วยก็จะเกิดความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

สามารถติดตามเนื้อหาสาระดีๆ ที่จะช่วยให้ชีวิตประจำวันของคุณสะดวกสบายได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงอัพเดทบทความไลฟ์สไตล์ ใหม่ๆที่น่าสนใจได้ได้ทุกอาทิตย์กับเราที่นี่

เครื่องกรองน้ำ

หูฟัง z8

หูฟัง z8 Bone Conduction จาก Eenten นวัตกรรมหูฟังดีไซน์สปอร์ตยุค 2020

Headphones หรือหูฟัง จัดว่าเป็นหนึ่ง Gadget ที่สำคัญและมีความจำเป็นต่อไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนยุคนี้ไปแล้ว ซึ่งปัจจุบันหูฟังที่กำลังเป็นกระแสและได้รับความสนใจกันมากก็คือ หูฟัง z8 อันเป็นหูฟังไร้สายแบบ Bone Conduction หูฟังสไตล์นี้มีความเจ๋งตรงไหน และถ้าจะเลือกซื้อต้องดูอย่างไรมาพบคำตอบกัน

Bone Conduction Headphones นวัตกรรมเพื่อไลฟ์สไตล์ยุคสมัย

หูฟังแบบเดิม ๆ ส่วนมากแล้วดีไซน์ของตัวบอดี้ดูค่อนข้างเรียบ มีขนาดใหญ่ สวมใส่ลำบากและมีน้ำหนักเยอะ แถมมีสายที่ดูเกะกะ ทำให้มีปัญหาในการพกพาและจัดเก็บไม่น้อย และยิ่งยุคนี้เป็นยุคที่เน้นการเชื่อมต่อที่ไร้สายด้วย วันนี้จึงเกิดหูฟังไร้สาย z8 Bone Conduction Headphones ที่เราเห็นกันอยู่ขึ้นมา ซึ่งนับเป็นนวัตกรรมหูฟังแบบใหม่ที่เฉียบทั้งดีไซน์และการใช้งาน

เทคโนโลยีการส่งสัญญานเสียงที่แตกต่าง

หูฟังแบบ z8 Bone Conduction เป็นหูฟังบลูทูธไร้รุ่นหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้หูฟังแบบนี้พิเศษและแตกต่างจากหูฟังไร้สายแบบทั่วไปก็คือ เรื่องของเทคโนโลยีที่ใช้ 

Headphones ตัวนี้มีความพิเศษแตกต่างตรงที่ “ผู้ใช้งานสามารถได้ยินเสียงเพลงจากหูฟังโดยไม่ต้องสอดเข้าไปในหู” เพราะมีการใช้เทคโนโลยีใหม่ในการช่วยให้ตัวหูฟังสามารถส่งคลื่นความถี่เสียงผ่านกระดูก และจากกระดูกของเราก็จะส่งต่อไปยังประสาทรับเสียงที่สมองของเรา ทำให้เราได้ยินเสียงเพลงและเสียงพูดต่าง ๆ ได้นั่นเอง

หูฟัง z8 นวัตกรรมที่ปลอดภัยมั่นใจได้

หลายคนอาจจะกังวลว่า หูฟังที่ทำการส่งสัญญาณความถี่เสียงผ่านกระดูกแบบนี้ หากใช้ไปนาน ๆ จะส่งผลอะไรต่อร่างกายหรือเปล่า และจะเป็นอันตรายไหม ก็ต้องบอกว่าวางใจในเรื่องนี้ได้เลย นวัตกรรมหูฟังแบบใหม่นี้แท้ที่จริงแล้วเป็นการนำหลักการของเครื่องช่วยฟังของผู้สูงอายุมาประยุกต์ใช้ ซึ่งเทคโนโลยีนี้ก็มีมานานแล้ว

อีกทั้งเมื่อนำมาพัฒนาออกมาเป็นหูฟังบลูทูธแล้ว หลาย ๆ ค่ายอย่างค่าย Eenten ก็มีการวิจัยและทดสอบซ้ำอีกครั้งเพื่อดูผลลัพธ์การใช้งานว่าปลอดภัยและไม่ส่งผลต่อร่างกายจริงหรือไม่ ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาก็ยืนยันได้ว่าปลอดภัยและไม่ส่งผลต่อร่างกายอย่างแน่นอน

นอกจากหูฟัง Eenten z8 นั้นจะมีการทดสอบว่าปลอดภัยแล้ว ยังส่งผลดีต่อแก้วหูของเราอีกด้วย เพราะหูฟัง z8 นั้นไม่ต้องสอดเข้าไปในหู นั่นหมายความว่าเสียงนั้นจะไม่ผ่านแก้วหู เมื่อสัญญาณเสียงไม่ผ่านหูชั้นนอกและชั้นกลาง จึงทำให้เป็นการถนอมแก้วหูของเราไปในตัวด้วยนั่นเอง ถือว่านวัตกรรมใหม่ที่น่าสนใจและใช้งานสะดวกมากเลยทีเดียว

เหมาะกับการใช้งานแบบไหน

หูฟังแบบนี้ส่วนใหญ่จะดีไซน์ออกมาให้เป็นแนวสปอร์ต เล็กกะทัดรัด ไม่เทอะทะ เหมาะสมกับการใช้งานในเวลาออกกำลังกาย เป็นหูฟังที่เหมาะมากกับไลฟ์สไตล์แบบเคลื่อนไหว จะขยับร่างกายอย่างไรก็ไม่ต้องกังวลใจเกี่ยวกับสายหูฟังที่เกะกะ

แต่ด้วยหูฟังแบบนี้ไม่ต้องสอดเข้าไปในรูหู ทำให้หูของเรายังคงรับเสียงจากภายนอกได้ ทำให้หลายคนอาจสงสัยว่าแบบนี้ก็ไม่ปิดกั้นเสียงภายนอกน่ะสิ ถูกต้อง เสียงบรรยากาศรอบนอกนั้นเรายังคงได้ยินสลับกับเสียงเพลงจากหูฟังแน่นอน แต่นั่นกลับเป็นข้อดีที่หลายคนอาจมองข้ามไป

ขณะที่เราออกกำลังกายอย่างวิ่ง หรือปั่นจักรยานไปในที่ต่าง ๆ เราควรจะได้ยินเสียงบรรยากาศรอบข้างด้วย บางทีรถกำลังมา มีเสียงบีบแตรให้เราระวัง ถ้าเราใส่หูฟังที่ปิดเสียงรบกวนจากภายนอกทั้งหมดก็จะทำให้เราไม่ได้ยินเสียงดังกล่าวทำให้เราไม่ปลอดภัย 

แต่สำหรับใครที่ต้องการสมาธิในการออกกำลังกาย ก็ไม่ต้องกังวลใจ หูฟังแบบนี้อย่างของค่าย Eenten z8 ก็มีการเพิ่มฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนจากภายนอกที่มีในหูฟังระดับ Hi-End เพิ่มมาให้ด้วย ใครต้องการความเป็นส่วนตัวก็บอกเลยว่าไร้ปัญหา

ก็ต้องบอกเลยว่า Bone Conduction Headphones เป็นนวัตกรรมหูฟังดีไซน์สปอร์ตที่พัฒนาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนในยุค 2020 จริง ๆ หากคุณอยากลองสัมผัสกับนวัตกรรมการฟังเพลงแบบใหม่และยังไม่รู้จะเริ่มจากแบรนด์ไหน อาจจะเริ่มต้นกับหูฟัง Eenten z8 ดูก็ได้ แล้วคุณจะพบกับประสบการณ์ในการฟังเพลงแบบใหม่

พบกับบทความสินค้าเทคโนโลยี และ ไลฟ์สไตล์ ใหม่ได้ที่นี่เลย

หูฟัง z8

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเลือกยังไงให้ตรงกับความต้องการ และคุ้มค่ามากที่สุด

วันนี้เทคโนโลยีหลาย ๆ อย่างช่วยทำให้เราสะดวกสบายมากขึ้นในหลาย ๆ ด้าน สำหรับผู้สูงอายุบางท่านเริ่มที่จะมีข้อจำกัดทางด้านร่างกาย บางครั้งการเดินทางไปในที่ใกล้ ๆ อย่างไปตลาดก็ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้ามาก บางคนเหนื่อยง่าย บางคนปวดตามข้อ ทางเลือกหนึ่งที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกก็คือการใช้ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เข้าช่วยในการผ่อนแรงในการเดินทาง

หลายท่านจึงมีความคิดว่าจะซื้อรถคันเล็ก ๆ แบบนี้ให้คุณพ่อคุณแม่ที่บ้านได้ใช้ แต่ทว่าปัจจุบัน มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 3 ล้อแบบนี้ก็มีให้เลือกหลายหลาย จนบางทีก็เลือกยาก ครั้งนี้เราจึงมีคำแนะนำในเรื่องนี้มาฝากคนที่สนใจกัน

เริ่มต้นจากการพิจารณาเรื่องมอเตอร์

หากคุณมีความประสงค์จะเลือกซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ขับไปตลาด ไปซื้อของใกล้ ๆ บ้านได้สะดวกมากขึ้น เวลาเลือกซื้อสิ่งแรกที่คุณควรพิจารณาก็คือ เรื่องของมอเตอร์ที่ใช้กับรถไฟฟ้าแบบนี้ ซึ่งมักจะมีอยู่หลัก ๆ แค่ 2 แบบเท่านั้น คือ

· Brush Motor: เป็นมอเตอร์ที่จะต้องอาศัยระบบการแปรงถ่าน เพื่อช่วยในกระบวนการส่งพลังงาน กลไกตรงนี้จึงต้องมีการเสียดสีภายในอยู่โดยตลอด ในด้านราคาแล้วรถที่ใช้มอเตอร์แบบนี้ราคาจะไม่แพงนัก แต่ตัวมอเตอร์อายุการใช้งานก็จะค่อนข้างสั้น

· Brushless Motor: เป็นเทคโนโลยีมอเตอร์ของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 3 ล้อแบบล่าสุด และเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในขณะนี้ แบบนี้จะไม่ต้องใช้การแปรงถ่าน จึงทำให้ทนทานมีอายุการใช้งานที่นานขึ้น แต่แน่นอนว่าราคาก็จะสูงขึ้นด้วยเช่นกัน

หลังจากที่พิจารณาเรื่องแบบขอมอเตอร์แล้วก็ให้มาดูที่เรื่องของกำลังไฟในตัวมอเตอร์ ซึ่งถ้าคุณซื้อไว้ให้ผู้สูงอายุที่บ้านใช้เดินทางไปใกล้ ๆ เลือกกำลังไฟประมาณ 350-500w ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าจะเอาไว้ใช้งานเอง ซึ่งอาจจะต้องมีการสัญจรออกถนนใหญ่บ้าง ก็อาจจะเลือกกำลังเพิ่มขึ้นมาเป็น800-1,200w ก็ได้

สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้พึงพิจารณาไปด้วยก็คือ หากกำลังไฟมอเตอร์สูง อัตราเร่งก็จะสูง ซึ่งก็มีความเสี่ยงอันตรายมากขึ้น อีกทั้งกำลังไฟสูงในด้านราคาก็จะสูงขึ้นไปด้วยนั่นเอง

แบตเตอรี่ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ

เมื่อเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า แน่นอนเลยว่าองค์ประกอบที่สำคัญก็คือตัวแบตเตอรี่ที่ใช้เก็บไฟ ซึ่งรถแบบนี้จะมีการใช้แบตเตอรี่เป็น 2 แบบดังนี้

· Lead Acid: แบตเตอรี่แบบนี้จะประกอบขึ้นมาจากตะกั่วกับน้ำกรดในอัตรา 70/30 ในด้านคุณสมบัติแล้ว จะทนอากาศร้อนได้ มีการคายประจุไฟน้อย และราคาถูก แต่ก็มีจุดเสียอยู่ตรงที่เก็บไฟได้น้อย มีน้ำหนักมาก จะรับและจ่ายไฟฟ้าได้ช้า การชาร์จแต่ละครั้งก็จะค่อนข้างนาน

· Lithium-Ion: เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน มีน้ำหนักเบา จ่ายไฟได้แรงและเร็ว อายุการใช้งานก็นาน จุดเสียก็คือแบตเตอรี่แบบนี้ไม่ชอบความร้อน หากโดนความร้อนสูงบ่อย ๆ แบตเตอรี่ก็จะเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

ขนาดของตัวรถก็ไม่ควรมองข้าม

บางคนมองว่าจำเป็นต้องใช้ พอเห็นแล้วก็ตัดสินใจซื้อเลย โดยลืมไปว่าพื้นที่ใช้งานและที่จอดรถอาจไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่ ถ้าหากที่พักอาศัยของคุณและเส้นทางสัญจรในบริเวณบ้านเป็นซอยเล็ก ๆ ถนนไม่ได้กว้างมากนัก ก็แนะนำให้ซื้อขนาดเล็กไปเลย ซึ่งความกะทัดรัดจะทำให้ขับขี่สะดวก การตีวงเลี้ยวทำได้ง่ายและหาที่จอดก็ไม่ยาก

ส่วนบ้านใครมีที่กว้าง ถนนหนทางก็ค่อนขว้างกว้าง ซื้อแบบที่ขนาดใหญ่ขึ้นมาก็ไม่มีปัญหา แต่แน่นอนว่ารถที่ใหญ่ขึ้นก็ต้องจ่ายแพงขึ้นด้วยนั่นเอง

ระบบความปลอดภัยของรถอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องใส่ใจ

เรื่องความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องไม่ลืมพิจารณาด้วย มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าทุกคันจะมีการออกแบบระบบความปลอดภัยทั้งภายนอกและภายในมาให้ ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะมีความแตกต่างกันไปบ้าง จริง ๆ หากมีฟังก์ชันเรื่องความปลอดภัยเยอะก็น่าสนใจดี แต่ทั้งนี้ก็ต้องระวังในเรื่องความสะดวกในการใช้งานของผู้สูงอายุด้วย บางทีเยอะเกินไปผู้สูงอายุก็อาจจะสับสนได้

นี่คือหลักและวิธีการคร่าว ๆ ในการเลือกซื้อ มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ใครที่กำลังต้องการซื้ออยู่พอดีก็ลองนำไปปรับใช้กันดูแล้วคุณจะได้ของที่ถูกใจตามต้องการ หรือ ติดตามบทความเคล็ดลับ และ ความรู้ดีๆอีกมากมายได้คลิกเลย

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า

เครื่องคิดเลข

จะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องคิดเลขแบบไหนที่เหมาะการใช้งานของเรา? ควรเลือกอย่างไรดี?

เครื่องคิดเลข (calculator) เป็นเครื่องคำนวณที่ช่วยให้เราหาคำตอบเกี่ยวกับตัวเลขได้ง่ายขึ้น เป็นอุปกรณ์ที่นิยมใช้ทั้งในวัยเรียนและวัยทำงาน เช่น นักเรียน นักศึกษา นักบัญชี พ่อค้าแม่ค้า ฯลฯ มีหลายฟังก์ชันให้เลือกใช้งาน สำหรับใครที่กำลังจะเลือกซื้อเครื่องคำนวณชิ้นนี้เราก็มีวิธีการเลือกซื้อมาบอกกันว่าแบบไหนที่จะเหมาะกับการใช้งานของคุณ มีเทคนิคการเลือกอย่างไรบ้าง และเคล็ดลับดี ๆ ในการใช้เพื่อให้คุณใช้งานได้ง่ายขึ้นและคุ้มค่ายิ่งขึ้น

การเลือกซื้อเครื่องคิดเลขควรคำนึงถึงอะไรบ้าง?

· เลือกจากประเภท เครื่องคิดเลขแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ แบบทั่วไปและแบบวิทยาศาสตร์ โดยแบบทั่วไปคือเครื่องคำนวณแบบธรรมดาที่สามารถบวก ลบ คูณ หารได้ ส่วนแบบวิทยาศาสตร์คือเครื่องคำนวณที่สามารถใช้คำนวณสูตรทางคณิตศาสตร์ได้ เช่น sqrt, SIN, COS, TAN ฯลฯ 

· เลือกจากขนาดและน้ำหนัก หากต้องการใช้สำหรับพกพาควรเลือกขนาดเล็กเพราะพกพาได้สะดวกมากกว่า มีน้ำหนักเบา มีทั้งแบบมีฝาปิดและไม่มี แต่หากใช้งานบ่อย เช่น อาชีพค้าขาย ควรเลือกขนาดใหญ่ เพราะออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายกว่า หน้าจอใหญ่ ตัวหนังสือขนาดใหญ่ ปุ่มกดใหญ่ ทำให้มองเห็นได้ง่ายและ กดใช้ได้สะดวก รวดเร็วกว่า

· เลือกจากปุ่มกด แม้ตัวเครื่องจะมีขนาดเท่า ๆ กันแต่ แต่ละรุ่นก็ออกแบบมาให้มีปุ่มกดที่ไม่เหมือนกัน บางรุ่นออกแบบมามีปุ่มเล็ก บางรุ่นออกแบบมาให้มีปุ่มใหญ่ บางรุ่นมีระยะห่างของปุ่มเยอะ ช่วยอำนวยความสะดวกให้กดง่าย บางรุ่นมีระยะห่างน้อย ขึ้นอยู่กับความถนัด และ สรีระนิ้วในการใช้งานของแต่ละคน

· เลือกจากหลักตัวเลข สำหรับใครใช้คำนวณเกี่ยวกับตัวเลขเยอะ ๆ เช่น บัญชี ฯลฯ ควรเลือกรุ่นที่มีจำนวนตัวเลขหลายหลัก หรือประมาณ 10 หลักขึ้นไปเพราะถือเป็นเรื่องปกติที่จะคำนวณเกี่ยวกับตัวเลขในหลักร้อยล้าน แต่หากใช้งานมากกว่านั้นก็มีแบบตัวเลข 14 หลัก และ 12 หลัก ให้เลือกใช้ด้วยเช่นกัน แต่หากเป็นการใช้งานแบบทั่วไป ก็จะอยุ่ที่แบบไม่เกิน 10 หลัก ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานแล้ว

· เลือกจากฟังก์ชันการใช้งาน ฟังก์ชัน (function) การใช้งานต่าง ๆ เป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ใช้ควรคำนึกถึงเพราะส่งผลต่อการใช้งานด้วย เช่น ฟังก์ชันไร้เสียงช่วยให้มีสมาธิในการคิดเลข, ฟังก์ชันหน้าจอเอียงช่วยให้มองเห็นได้หลายมุม, ฟังก์ชันการตรวจสอบ 300 ขั้นที่จะช่วยให้การคำนวณซ้ำแม่นยำมากขึ้น ช่วยป้องกันการคำนวณผิดพลาดในครั้งที่ 2 ได้ หากกดตัวเลขไม่ตรงกับการคำนวณครั้งแรกจะมีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น, ฟังก์ชันโรลโอเวอร์, ฟังก์ชัน GT, ฟังก์ชัน M, ฟังก์ชัน MU , ฟังชั่นใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ หรือ แสงไฟ ฯลฯ

· เลือกแบบที่มียางรองกันลื่น ยางกันลื่นด้านล่างเป้นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้ตัวเครื่องเลื่อนไปเลื่อนมาขณะคำนวณได้ เพราะหากกำลังคิดเลขอยู่แล้วเครื่องคิดเลขเลื่อนไปเลื่อนมาอยู่บ่อยจะทำให้เสียสมาธิและมีโอกาสคิดผิดได้สูง ทำให้ต้องเสียเวลาคิดใหม่หลายรอบ

เคล็ดลับดี ๆ ในการใช้งาน เครื่องคิดเลข แต่ละปุ่มคืออะไร ใช้งานแบบไหน

· ปุ่ม C หรือปุ่ม Clear เป็นปุ่มที่ใช้สำหรับลบตัวเลขตัวล่าสุดที่กดไป โดยตัวเลขเก่าจะยังคงอยู่ไม่ได้หายไป ใช้เมื่อกดตัวเลขผิด

· ปุ่ม AC หรือปุ่ม All clear คือปุ่มที่ใช้ลบตัวเลขที่คำนวณไปทั้งหมดเพื่อเริ่มคำนวณใหม่ ตัวเลขที่คำนวณไปก่อนหน้าจะหายไปทั้งหมด หากใครที่ต้องการลบแค่ตัวล่าสุดก็ต้องระวังไม่ให้กดผิด

· MC หรือปุ่ม memory clear เป็นปุ่มที่จะล้างข้อมูลตัวเลขทั้งหมดที่ได้บันทึกไว้

· MR หรือปุ่ม memory result คือปุ่มที่ใช้คำนวณผลลัพธ์ที่คำนวณไว้ก่อนหน้าทั้งหมด 

· M- คือปุ่มที่ใช้บันทึกตัวเลขที่เราเพิ่งคำนวณเข้าไปใหม่เพื่อให้ไปแทนตัวเลขชุดเดิม 

· M+ คือปุ่มที่ใช้บวกตัวเลขล่าสุดเข้าไปในตัวเลขชุดเดิมที่คำนวณเอาไว้แล้ว 

และนี่คือฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ ที่เห็นได้บ่อยบนเครื่องคิดเลข บางคนที่ยังเรียน หรือ ต้องทำงานเกี่ยวกับตัวเลข อาจจะได้ใช้งานกันอยู่บ่อย ๆ แต่หากใครที่ยังไม่เคยใช้เลยก็สามารถลองกดใช้งานดูได้ เพราะช่วยให้การคำนวณง่ายขึ้นเยอะเลย ไม่ต้องมานั่งกดหลายรอบ สามารถคำนวณได้อย่างต่อเนื่อง ใช้คำนวณพร้อมกันได้หลายชุด มีตั้งแต่หลักร้อยต้น ๆ ไปจนถึงหลักพัน เป็นเครื่องคำนวณที่ออกแบบมาให้มีความทนทาน สามารถใช้งานได้นานหลายปี

ส่วนข้อควรระวังในการใช้งานพื้นฐานคือ ควรระวังไม่ให้หล่น ไม่ให้โดนน้ำ ไม่เก็บไว้ในที่ชื้น และอย่าลืมปิดเครื่องหลังจากใช้งานทุกครั้ง ทั้งหมดนี้คือเคล็ดลับดีๆในการเลือกซื้อเครื่องคิดเลขให้เหมาะกับการใช้งานของคุณ และ ติดตามเคล็ดลับ เนื้อหาสาระความรู้ดีๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยี และ ไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจได้อีกมากมายได้ที่นี่

เครื่องคิดเลข