ราคาแอร์

เคล็ดลับการเลือกซื้อแอร์ให้ได้ราคาที่ถูกใจ ราคาแอร์เท่าไหร่ที่ตรงกับความต้องการของคุณ?

เมื่อเข้าสู่หน้าร้อนเต็มตัวแบบนี้ สิ่งที่หลายคนขาดไม่ได้เลยก็คือ เครื่องปรับอากาศ หรือแอร์ เพราะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยดับร้อนในช่วงหน้าร้อนนี้ได้เป็นอย่างดีและได้รับความนิยมสูง ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็สามารถสั่งซื้อได้ง่ายขึ้น และเลือกรุ่นที่ชอบได้ตามความต้องการ สำหรับใครที่มีแพลนจะติดแอร์แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกแอร์รุ่นไหนดี และมี ราคาแอร์ แบบไหนให้เลือกบ้าง เรามีเคล็ดลับดี ๆ มาบอกกัน

รู้จักประเภทของเครื่องปรับอากาศก่อนซื้อ แบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ?

แอร์ติดผนัง หรือแอร์บ้าน เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะนอกจากจะติดตามบ้านแล้วยังนิยมติดในคอนโด โรงแรม รีสอร์ท ห้องทำงาน ห้องเรียน และอื่น ๆ เป็นแอร์ที่ติดตั้งติดกับผนังห้อง จุดเด่นคือ กระจายความเย็นได้อย่างทั่วถึง ปัจจุบันนี้มีให้เลือกหลายรุ่น หลายราคา โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่หลักพันปลาย ๆ 

แอร์ตั้งพื้น เหมาะกับการใช้งานในสำนักงาน ร้านอาหาร ห้องทำงาน ห้องประชุม ฯลฯ เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่จำกัด ข้อดีคือ ไม่กินพื้นที่ แต่แอร์ประเภทนี้จะกระจายความเย็นได้เฉพาะบริเวณอยู่เท่านั้น จะกระจายความเย็นได้ไม่ทั่วถึงเหมือนแอร์ติดผนัง แต่มีข้อดีตรงที่ความเย็นจะไม่พุ่งเข้าหาตัวโดยตรง 

แอร์ฝังเพดาน เป็นชนิดที่ติดฝังบนเพดานเพื่อกระจายความเย็น นิยมใช้ในโรงแรม หรือติดที่บริเวณทางเดิน มีขนาดค่อนข้างเล็ก

แอร์ตู้ มีทรงสูงและมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ ให้ความเย็นได้เฉพาะจุด นิยมใช้ในร้านอาหาร สนามบิน สำนักงาน ฯลฯ เคลื่อนย้ายได้

แอร์เคลื่อนที่ กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันนี้ เพราะมีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป ออกแบบมาให้มีล้อเลื่อน เคลื่อนย้ายได้สะดวก ให้ลมที่เย็นได้เหมือนลมจากแอร์ แต่จะให้ความเย็นได้เฉพาะจุด ใช้งานได้ทั้งพื้นที่โล่งและในห้อง

เลือกซื้อแอร์อย่างไรให้ได้ ราคาแอร์ ที่ถูกใจและถูกลง?

ซื้อในช่วงหน้าหนาว เพราะเป็นช่วงที่มีอากาศหนาว ทำให้ยอดขายตกลง หลาย ๆ ร้านจึงปรับราคาลงหรือจัดโปรโมชันเพื่อจำหน่ายในราคาที่ถูกลงกว่าเดิม เป็นช่วงที่มีโอกาสสูงที่จะได้แอร์ในราคาประหยัด อีกทั้งในช่วงสิ้นปียังมักจะมาพร้อมกับโปรโมชันและสิทธิพิเศษต่าง ๆ ด้วย

ซื้อในช่วงลดราคาหรือมีโปรโมชัน หากใครรอถึงหน้าหนาวในช่วงสิ้นปีไม่ไหวแนะนำให้รอซื้อในช่วงที่มีโปรโมชัน เพราะปัจจุบันนี้มีการจัดโปรกันทุกเดือน มีการนำแอร์มาลดราคาให้เลือกซื้อหลายรุ่นหลายยี่ห้อกันเลย หากเล็งรุ่นไหนไว้ก็เตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อม

เลือกแอร์ที่มีขนาดพอดีกับพื้นที่ห้อง ไม่ว่าแอร์จะดีแค่ไหนแต่หากขนาด BTU ของแอร์ไม่เหมาะกับพื้นที่ห้องก็จะทำให้เกิดปัญหาในการใช้งานได้ เพราะหากเลือกซื้อแอร์ที่มี BTU สูง ๆ ในห้องขนาดเล็กก็จะทำให้จ่ายแพงไปโดยเปล่าประโยชน์เพราะยิ่ง BTU มากก็ยิ่งมีราคาแอร์ที่สูงขึ้น แต่หากเลือกแอร์ที่มี BTU น้อยมาติดตั้งในห้องขนาดใหญ่ก็จะทำให้แอร์ทำงานหนักและเย็นไม่ทั่วถึง นอกจากนี้ยังทำให้เปลืองไฟด้วย

เลือกรุ่นที่ทันสมัยและตอบโจทย์การใช้งาน แอร์มีการออกรุ่นใหม่ ๆ อยู่ทุกปี ควรเลือกรุ่นที่ทันสมัยเพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น เพราะแอร์รุ่นใหม่ ๆ มักจะมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ช่วยให้ใช้งานได้นานและไม่ตกรุ่น

เลือกยี่ห้อที่ได้มาตรฐาน เพราะมาตรฐานการผลิตมีผลต่อการใช้งาน โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัย ที่หากสินค้าคุณภาพดีก็จะช่วยให้รู้สึกปลอดภัยมากขึ้น และสินค้ามีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาต่าง ๆ 

เลือกฟังก์ชันที่เหมาะสมกับราคา หากเป็นรุ่นที่มีฟังก์ชันทันสมัยขึ้นก็จะมีราคาที่สูงขึ้นตามไปด้วย หากเป็นแอร์บ้านทั่วไปราคาจะอยู่ที่ประมาณ 9,000 – 10,000~ บาท แต่หากเป็นรุ่นที่ทันสมัยราคาก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขึ้นอยู่กับความสะดวกในการใช้งาน

ได้ทราบเคล็ดลับการซื้อให้ได้ราคาแอร์ที่ถูกลงกันไปแล้ว หากใครที่สนใจก็มีให้เลือกหลายรุ่น แถมยังมาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัยด้วย เช่น ฟังก์ชันก์ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับการนอนหลับ ที่จะช่วยปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับการนอนหลับของคุณ ช่วยให้นอนหลับสบายมากขึ้น ราคาแอร์

เครื่องปั่น

รู้จักเครื่องปั่นน้ำผลไม้ประเภทต่าง ๆ ต่างกันอย่างไร แบบไหนที่เหมาะกับคุณ?

เครื่องปั่นน้ำผลไม้ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่เป็นที่นิยมมานานและยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอ เพราะมีรุ่นใหม่ ๆ ผลิตออกมาให้เลือกใช้กันอย่างทันสมัย ใช้งานง่าย หลายคนจึงเลือกซื้อมาติดบ้านไว้เพื่อปั่นน้ำผลไม้หรือเครื่องดื่มอื่นไว้ดื่มให้ชื่นใจ สำหรับร้อนนี้ใครกำลังมองหา เครื่องปั่น ดี ๆ ไว้ใช้งานสักตัวหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าแบบไหนที่จะเหมาะกับการใช้งานของตนเอง เราก็มีประเภทต่าง ๆ มาบอกกันว่ามีแบบไหนบ้าง และแต่ละแบบเหมาะสำหรับการใช้งานแบบไหน?

ประเภทของ เครื่องปั่น แต่ละแบบเหมาะสำหรับการใช้งานแบบไหน?

แบบสมูทตี้ เป็นประเภทที่นิยมในปัจจุบันนี้ ใช้สำหรับปั่นเครื่องดื่มแบบสมูทตี้โดยเฉพาะ ใบมีดมีความคมสูง สามารถปั่นออกมาได้เนื้อที่เนียนสวยแบบสมูทตี้

แบบพกพา ทำงานได้โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า สามารถปั่นเครื่องดื่มได้หลากหลาย โถปั่นออกแบบมาให้คล้ายกับแก้วน้ำ สามารถดื่มจากโถปั่นได้ ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก พกพาง่าย ทำความสะอาดได้ง่าย

แบบอเนกประสงค์ เป็นแบบที่นิยมใช้กันทั่วไป เป็นประเภทที่นิยมใช้มากที่สุด เพราะสามารถปั่นได้แบบอเนกประสงค์ ไม่ว่าจะปั่นน้ำผลไม้ น้ำผัก ปั่นอาหาร ปั่นธัญพืช ปั่นเนื้อสัตว์ และอื่น ๆ ก็สามารถปั่นได้ในความละเอียดที่ต้องการ

แบบเชิงพาณิชย์ เป็นเครื่องปั่นพลังสูงที่นิยมใช้ในเชิงพาณิชย์ เช่น ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม โรงแรม ภัตตาคาร รีสอร์ต และอื่น ๆ เพราะมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ มีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย มีพลังการปั่นสูง ทำให้เนื้อเนียนละเอียด และเก็บเสียงได้ดี

แบบปั่น บด สับ ใช้สำหรับเตรียมส่วนผสมต่าง ๆ ในการทำอาหาร เช่น การสับเนื้อสัตว์ การบดเครื่องเทศ การผสมอาหาร การปั่นพริก กระเทียม และอื่น ๆ 

อยากได้เครื่องปั่นสักเครื่องหนึ่ง ควรดูที่อะไรบ้าง เลือกอย่างไร?

เลือกประเภทที่ตรงกับการใช้งาน หากต้องการนำไปใช้สำหรับค้าขายเหมาะสำหรับแบบเชิงพาณิชย์เพราะมีพลังการปั่นที่มากกว่า ปั่นไม่นานก็ได้เนื้อที่เนียนละเอียดน่าทาน แต่หากต้องการใช้งานทั่วไปเหมาะสำหรับแบบอเนกประสงค์ ส่วนใครที่ชอบความสะดวกและใช้ในการเดินทางเหมาะสำหรับแบบพกพา

เลือกโถที่ขนาดเหมาะกับการใช้งาน โถปั่นมีความจุให้เลือกหลายขนาด หากใช้งาน 1 – 2 คนเหมาะสำหรับขนาด 1 ลิตร แต่หากใช้งานบ่อย เหมาะสำหรับขนาด 2 ลิตรขึ้นไป

เลือกยี่ห้อที่ได้มาตรฐาน ควรมีมาตรฐานรับรองความปลอดภัยเพื่อคุณภาพที่ดีในการใช้งานและความปลอดภัยของผู้ใช้งานด้วย

เลือกวัสดุที่แข็งแรง ทนทาน วัสดุควรทนต่อความร้อนหรือความเย็นได้ดี ไม่แตกง่าย แข็งแรง ทนทาน

เลือกจากฟังก์ชันการใช้งาน ปัจจุบันนี้มีฟังก์ชันใหม่ ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานได้มากขึ้น เช่น การทำ โจ๊ก นมถั่วเหลือง มิลค์เชค น้ำผักผลไม้ สมูทตี้ ฯลฯ

การดูแล เครื่องปั่น และ ข้อควรระวังในการใช้งาน

ตั้งบนพื้นที่เรียบเสมอกัน เพราะในขณะปั่นเครื่องจะใช้แรงเหวี่ยงสูง จึงควรตั้งบนพื้นที่เรียบเสมอกันเพื่อป้องกันตัวเครื่องล้มหรือหล่นจนเกิดความเสียหาย

ใส่อาหารหรือเครื่องดื่มในปริมาณที่พอดี ไม่มากจนเกินไป ควรเหลือพื้นที่ไว้สำหรับแรงเหวี่ยงด้านบนในการปั่นด้วย เพื่อให้อาหารปั่นละเอียดได้อย่างทั่วถึง ไม่ควรใส่จนเต็มโถเพราะจะทำให้ปิดไม่ได้และทำให้ปั่นได้ไม่ละเอียด

ปิดฝาก่อนเปิดใช้งาน หลังจากใส่อาหารที่ต้องการปั่นลงไปแล้วควรปิดฝาให้สนิทเพื่อป้องกันอาหารกระเด็นออกมานอกโถปั่นจนหกเลอะเทอะ

ไม่นำของมีคมหรืออุปกรณ์อื่น ๆ เข้าไปในโถปั่นขณะเครื่องทำงาน เช่น ช้อน มีด หลอด ฯลฯ เพราะจะทำให้ใบมีดปั่นโดนและแตกหักได้ นอกจากนี้ยังทำให้ใบมีดบิ่นด้วย

ทำความสะอาดหลังใช้งาน หลังใช้งานควรถอดทำความสะอาดและเช็ดให้แห้งก่อนเก็บเข้าที่เพื่อถนอมใบมีดให้คมอยู่เสมอและช่วยป้องกันสนิม ไม่ควรแช่ทิ้งไว้

ถอดปลั๊กเมื่อเลิกใช้งาน หลังจากเลิกใช้งานแล้วควรยกโถออกจากตัวเครื่องและถอดปลั๊กออกทุกครั้งเพื่อป้องกันเด็ก ๆ ไปกดเล่น

ได้ทราบถึงการทำงานของเครื่องปั่นชนิดต่าง ๆ กันไปแล้ว หากต้องการใช้งานแบบไหนก็สั่งซื้อมาใช้กันได้ ช่วยให้คุณทำอาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ช่วยประหยัดเวลาในการเตรียมอาหารลงได้ และไม่เปลืองแรงด้วย 

 เครื่องปั่น

ปฎิทินเมือง 2564

ต้นกำเนิดปฏิทิน และ พ.ศ. ของปฏิทินไทย เกร็ดความรู้ที่หลายคนยังไม่เคยรู้ 

เชื่อว่าทุกคนย่อมคุ้นเคยกับปฏิทินที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน ติดอยู่บนฝาผนังบ้าน หรือแม้แต่ที่เปิดใช้งานกันในโทรศัพท์มือถือกันเป็นอย่างดี แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ต้นกำเนิดและที่มาที่ไป ว่าเครื่องมือที่บอกวัน เดือน ปีนี้มีต้นกำเนิดมาจากที่ไหน และ ปฎิทินเมือง 2564 ของไทยเรานั้นมีที่มาอย่างไร ทำไม พ.ศ. ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันถึงไม่เหมือนกับ ค.ศ. ที่ใช้กันในสากล วันนี้เราได้นำเอาเกร็ดความรู้มาสร้างความกระจ่างให้ทุกคนกัน 

ปฏิทิน มีต้นกำเนิดครั้งแรกมาจากชาวบาบิโลนในสมัยโบราณที่คิดค้นการกำหนดวัน เดือน ปี โดยสังเกตการเปลี่ยนแปลงของดวงจันทร์หรือข้างขึ้น ข้างแรม นั่นเอง โดยเมื่อข้างขึ้นและข้างแรมหมุนเวียนมาครบ 1 รอบก็จะนับเป็น 1 เดือน และเมื่อวนครบ 12 รอบก็จะครบ 12 เดือนก็จะเป็นก็คือ 1 ปี ซึ่งการนับวัน เดือน ปีเช่นนี้ก็คือ รูปแบบของปฏิทินจันทรคติที่เรารู้จักกันดีและใช้งานมาจนถึงปัจจุบันนั่นเอง และก็สอดคล้องกับการใช้งานของปฏิทินในประเทศไทยของเรา ส่วนความแตกต่างของปี ค.ศ. ซึ่งใช้ในปฏิทินสากลกับปี พ.ศ. ของปฎิทินเมือง 2564 ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ก็เนื่องมาจากการนับปี ค.ศ. หรือคริสต์ศักราช เป็นการเริ่มนับจากปีที่พระเยซูทรงประสูติเป็นปี ค.ศ. 1 ตามความเชื่อของศาสนาคริสต์ซึ่งจะแตกต่างจากพุทธศักราชซึ่งนับตั้งแต่ปีที่พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานตามความเชื่อของศาสนาพุทธเป็น พ.ศ. 1 ซึ่ง ค.ศ. 1 จะห่างจากพุทธศักราชที่เริ่มนับไปแล้ว 543 ปี จึงเป็นที่มาของความแตกต่างระหว่าง ค.ศ. สากลกับ พ.ศ. ที่ไทยเราใช้กันอยู่นั่นเอง  

ปฎิทินเมือง 2564

อธิบายถึงต้นกำเนิดและความเป็นมาของปฏิทินกันแล้ว ก็มาดูรูปแบบของปฏิทินที่เราใช้งานในปัจจุบันกันบ้าง ที่ปัจจุบันก็ได้มีการออกแบบปฏิทินสากล รวมถึงปฎิทินเมือง 2564 ที่ใช้ในประเทศไทยออกมา มากมายหลายแบบ เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งาน ได้แก่ 

ปฏิทินตั้งโต๊ะ ไอเทมที่ต้องมีของเหล่าคนทำงานออฟฟิศทั้งหลาย ซึ่งได้มีการออกแบบลวดลายที่หลากหลาย ทั้งแบบเป็นทางการ ใส่วันหยุดราชการรวมถึงวันหยุดตามธนาคารเอาไว้ เพื่อสะดวกแก่การวางแผนการทำงาน มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รวมถึงลายการ์ตูนน่ารัก ๆ และภาพดารานักแสดงที่กำลังได้รับความนิยมทั้งไทยและเทศให้เลือกมากมาย 

ปฏิทินแขวน ที่นิยมแขวนกันอยู่ตามฝาผนังบ้าน เนื่องจากตัวหนังสือขนาดใหญ่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน อีกทั้งยังบอกรายละเอียดตามจันทรคติได้อย่างครบถ้วน ทั้งข้างขึ้น ข้างแรม วันพระ ฤกษ์ยาม รวมถึงวันหยุดตามประเพณีทั้งประเพณีไทยไปจนถึงประเพณีจีน 

ปฏิทินจีน อีกหนึ่งปฏิทินที่นิยมใช้และมีติดบ้านสำหรับครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีน รวมไปถึงร้านค้าและผู้ประกอบอาชีพค้าขายรวมถึงเจ้าของธุรกิจ เนื่องจากมีการกำหนดรายละเอียดของฤกษ์ยามและวันมงคลต่าง ๆ เอาไว้อย่างครบถ้วน อาทิ วันเปิดกิจการ เปิดร้าน ฤกษ์แต่งงาน วันหมั้น วันขึ้นบ้านใหม่ วันออกรถ วันคลอดบุตร ไปจนถึงเลขมงคล รวมถึงการพยากรณ์ดวงชีวิตหรือดวงชะตาก็สามารถใช้ปฏิทินจีนตรวจดูเบื้องต้นได้ 

ปฏิทินแพลนเนอร์ เหมาะแก่การใช้งานสำหรับคนที่ชอบหรือต้องการใช้จดบันทึก เนื่องจากมีช่องขนาดใหญ่ให้สามารถบันทึกและจดสิ่งสำคัญลงไปได้ นิยมผลิตด้วยกระดาษที่เขียนง่าย ถนอมสายตาและมีน้ำหนักเบา พกพาได้สะดวก เหมาะกับทั้งคนทำงานและนักเรียนนักศึกษา ช่วยให้การบริหารจัดการแผนงาน และทำตาม To do list ต่าง ๆ ได้ลื่นไหลขึ้น 

ปฏิทิน DIY ตั้งโต๊ะ ที่นอกจากจะบอกวัน เดือน ปีแล้ว ยังใช้เป็นไอเทมประดับบ้านหรือโต๊ะทำงานได้อีกด้วย ปัจจุบันถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็กทำให้ประหยัดพื้นที่ตั้งวางและสามารถดึงและใส่วันที่เองได้ ทำให้มีลูกเล่นน่าสนใจ ไม่น่าเบื่อ 

เมื่อทราบถึงที่มาที่ไป ต้นกำเนิดของปฏิทิน รวมถึงปฏิทินประเภทต่าง ๆ กันแล้ว ก็เชื่อว่าทุกคนคงจะเลือกซื้อและเลือกใช้ ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์รวมถึงความต้องการของตัวเองได้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้การวางแผนงานเป็นไปได้อย่างราบรื่นไม่ผิดพลาด อีกทั้งปฏิทินที่มีการบอกฤกษ์ยามยังเป็นประโยชน์กับคนที่วางแผนทำกิจการและงานมงคลต่าง ๆ ให้สามารถกำหนดวันที่ตามวันมงคลได้ง่ายดายยิ่งขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อความสบายใจ เพราะเมื่อมีความสบายใจในการวางแผนงานเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ทำก็มักจะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี 

 ปฎิทินเมือง 2564

กันสาด

กันสาด สู้แดด ท้าลมฝน จะฤดูไหนก็รับมือได้ เลือกอย่างไรให้เข้ากับบ้าน?

เมื่อใกล้เข้าสู่หน้าฝนแล้วอุปกรณ์ที่หลาย ๆ บ้านนึกถึงก็คือ กันสาด เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยรับมือในหน้าฝนได้เป็นอย่างดี ช่วยป้องกันให้ของในบ้านไม่เปียกและช่วยคลายความกังวลเวลาที่ไม่อยู่บ้านแล้วฝนตกได้ แต่ประโยชน์จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้มีแค่กันฝนเพียงอย่างเดียวแต่ยังมีอีกหลายอย่าง สำหรับใครที่กำลังจะติดตั้งแต่ไม่รู้ว่าควรใช้แบบไหนดี เราก็มีข้อดีของวัสดุแต่ละประเภทมาบอกกัน เพื่อช่วยให้คุณเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น

ความแตกต่างของ กันสาด แต่ละประเภท แบบไหนที่เหมาะกับหลังคาบ้านคุณ?

ไวนิล หรือผ้าใบกันแดด เป็นชนิดที่นิยมใช้มานานและในปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นที่นิยมอยู่ เพราะมีความทนทานสูง ทนต่อแรงลมและแรงกระแทกได้ดี มีความแข็งแรง ผลิตจากแผ่น PVC ช่วยป้องกันความร้อนได้เป็นอย่างดี มีความยืดหยุ่น ป้องกันการรั่วซึมได้ดี ไม่เป็นตัวนำเชื้อเพลิง นิยมติดตั้งในทรงลาดต่ำ ออกแบบหลังคาได้หลายทรง ที่สำคัญคือ มีน้ำหนักเบาและติดตั้งง่าย ช่วยให้โครงสร้างหลังคาไม่รับน้ำหนักมากจนเกินไป

โพลีคาร์บอเนต เป็นชนิดที่นิยมเช่นกัน ดีไซน์เรียบหรู นิยมติดตั้งกับบ้านสไตล์โมเดิร์น เป็นแบบโปร่งแสงที่ติดตั้งแล้วไม่ทำให้บ้านทึบ น้ำหนักเบา ช่วยป้องกันรังสียูวีได้ 100% ทำให้บ้านไม่ร้อน เย็นสบาย ทนความร้อนได้ดี ติดไฟยาก ทนความร้อนได้สูงถึง 120 องศาเซลเซียส 

ไฟเบอร์กลาส เป็นแบบโปร่งแสงที่ติดตั้งร่วมกับหลังคาแบบมาตรฐานได้ ทนความร้อนได้ดี มีน้ำหนักเบา ไม่เสื่อมสภาพง่าย มีราคาไม่แพง

เมทัลชีท เป็นชนิดที่ติดตั้งง่าย เพราะออกแบบมาเป็นแผ่นยาว ๆ แบบไม่มีรอยต่อ ใช้เวลาการติดตั้งน้อย มีความทนทานสูง แต่กันการรั่วซึมได้ค่อนข้างน้อย

อะคริลิก เป็นชนิดโปร่งแสงเช่นกัน จุดเด่นคือ ช่วยป้องกันรังสียูวีได้แบบ 100% เหมาะสำหรับการติดตั้งเพื่อป้องกันแสงแดด ช่วยลดอุณหภูมิลงได้ ที่สำคัญคือ สีไม่ซีดหรือเหลืองง่าย

กระเบื้อง เป็นชนิดที่ป้องกันความร้อนได้ดี มีความทึบแสง ช่วยให้บ้านไม่ร้อน ช่วยป้องกันการรั่วซึมได้ ระบายความร้อนได้ดี

การเลือกกันสาด ควรเลือกจากอะไรบ้าง?

1.เลือกจากประเภทของวัสดุ วัสดุแต่ละประเภทมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน บางชนิดป้องกันความร้อนได้ดี บางชนิดป้องกันการรั่วซึมของฝนได้ดี บางชนิดโปร่งแสง บางชนิดโปร่งใส บางชนิดทึบแสง ในการเลือกใช้จึงควรเลือกแบบที่ตรงกับความต้องการเป็นหลักเพราะมีผลต่อการอยู่อาศัยด้วย นอกจากนี้ยังรวมถึงการเลือกกันสาดหน้าต่างด้วย

2.เลือกจากรูปแบบการใช้ แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ คือ แบบแนวดิ่ง นิยมใช้ป้องกันแสงแดดในตอนเช้าและตอนเย็น แบบแนวราบและแบบผสม ออกแบบมาให้ป้องกันความร้อนได้ตลอดทั้งวัน ปรับได้หลายองศา 

3.เลือกจากสี หากเป็นสีทึบจะช่วยป้องกันแสงแดดได้ดี แต่จะทำให้บ้านดูสว่างน้อยลง ส่วนโทนสว่างจะช่วยให้บ้านดูไม่มืด

4.เลือกจากโครงสร้างของหลังคา มีหลายประเภท อาทิ สแตนเลส มีความทนทานสูง รับน้ำหนักได้ดี ไม่เป็นสนิม, ไม้จริง มีความแข็งแรง สวยงาม แต่ทนทานน้อยกว่าชนิดอื่น, ไม้เทียม มีความแข็งแรง ทนทาน สวยงาม แต่มีราคาสูง

5.เลือกจากอายุการใช้งาน หากเป็นการติดตั้งแบบถาวรเหมาะสำหรับวัสดุที่มีความทนทานสูง ช่วยป้องกันแดด ลม ฝน ได้ดี แต่หากติดตั้งชั่วคราวเหมาะสำหรับวัสดุที่เบาและรื้อออกได้ง่าย

ประโยชน์ของกันสาดที่มีมากกว่าที่คิด

ช่วยป้องกันฝนและการรั่วซึม ประโยชน์หลักเลยก็คือ การป้องกันฝนสาด เพราะหากไม่มีจะทำให้ฝนสาดเข้าตัวบ้านได้ง่าย เช่นเดียวกันกับกันสาดหน้าต่างที่ช่วยป้องกันฝนสาดเข้าห้องหรือภายในบ้านได้

ช่วยป้องกันแสงแดด เพราะมีคุณสมบัติเด่นในการป้องกันแสงแดด บางชนิดสามารถป้องกันได้สูงถึง 100% หลายบ้านจึงนิยมติดตั้งเพื่อช่วยป้องกันแสงแดดนั่นเอง 

ติดตั้งเพื่อทำเป็นหลังคาเพิ่มเติมได้ นอกจากการกันแดดและกันฝนแล้วนิยมติดตั้งโดยการต่อเติมหลังคาออกไปเพื่อใช้งานอื่น ๆ ด้วย เช่น ทำเป็นหลังคาโรงจอดรถ ช่วยป้องกันฝนสาดใส่รถเวลาฝนตก หรือจะทำเป็นหลังคาโรงเรือนสวนชานบ้านให้กับต้นไม้

กันสาด เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยสร้างความสะดวกสบายในการอยู่อาศัยได้ หากใครที่มีแพลนจะติดตั้งก็อย่าลืมเลือกให้เหมาะกับการใช้งานเพื่อประโยชน์ที่ดีในการใช้งาน กันสาด

หน้าต่างบานเลื่อน

หน้าต่างบานเลื่อน กับเรื่องที่ควรรู้ มีแบบไหนบ้าง เหมาะสำหรับห้องแบบไหน?

หน้าต่าง เป็นส่วนสำคัญของการสร้างบ้านที่ไม่ว่าจะออกแบบมาเป็นสไตล์ไหนก็จะต้องมีหน้าต่างอยู่ด้วย เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ห้องมีบรรยากาศที่ดีและมองเห็นวิวทิวทัศน์ หน้าต่างที่นิยมติดตั้งมีหลายแบบ โดยแบบที่เราจะมาพูดถึงในวันนี้คือ หน้าต่างบานเลื่อน เพราะเป็นนิยมในปัจจุบันทั้งการสร้างบ้านและคอนโด ส่วนจะมีแบบไหนบ้างและมีประโยชน์อย่างไร ไปดูกันเลย

ประเภทของ หน้าต่างบานเลื่อน มีแบบไหนบ้าง?

แบบเลื่อนข้างเดียว เหมาะสำหรับห้องที่มีขนาดไม่มาก นิยมติดตั้งเป็นหน้าต่าง 2 บาน โดยที่หน้าต่างหนึ่งบานจะออกแบบมาให้เลื่อนไปบรรจบกับอีกบานได้ ส่วนอีกบานจะไม่สามารถเลื่อนได้ แต่หากใครที่มีพื้นที่มากก็สามารถเพิ่มเป็น 4 บานได้ แต่บานที่อยู่ริมสุดจะเลื่อนไม่ได้ เพราะทำหน้าที่ในการรับบานเลื่อนของบ้านอื่น ๆ นั่นเอง

แบบเลื่อนสลับ คือการเลื่อนบานหน้าต่างแบบสลับ หน้าต่างทั้ง 2 ฝั่งจะสามารถเลื่อนเข้าหากันได้โดยที่จะไม่จำเป็นต้องเลื่อนไปติดที่ด้านใดด้านหนึ่ง เป็นชนิดที่นิยม สามารถติดตั้งได้หลายบาน

แบบเลื่อนออกข้างคู่ คือการเลื่อนหน้าต่างจากตรงกลางไปไว้ที่ริมทั้ง 2 ข้าง นิยมใช้กับการติดตั้งหน้าต่าง 4 บาน เป็นประเภทที่ได้รับความนิยม เพราะเปิดได้กว้าง แต่จะเหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่กว้าง

แบบเลื่อนข้าง ต่างจากแบบแรกที่จะเลื่อนไปไว้ด้านข้าง แต่แบบเลื่อนข้างจะออกแบบมาให้หน้าต่างบานตรงกลางไม่สามารถเลื่อนได้ ทำหน้าที่ในการรับบานเลื่อนแทน โดยหน้าต่างประเภทนี้สามารถติดตั้งกี่บานก็ได้แต่เวลาเลื่อนจะไปรวมกันบานตรงกลาง

ประโยชน์ดี ๆ ของหน้าต่างบานเลื่อน ดีอย่างไร ทำไมถึงเป็นที่นิยม?

ช่วยประหยัดพื้นที่ได้ หน้าต่างแบบบานเลื่อนออกแบบมาให้ใช้พื้นที่การเลื่อนเปิด – ปิดเข้าหากันในรูปแบบต่าง ๆ เหมาะสำหรับคอนโดหรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ช่วยประหยัดพื้นที่ได้ดีทั้งภายในและภายนอก

ช่วยเก็บเสียงได้ สามารถเก็บเสียงได้ดีในระดับปานกลาง แต่หากต้องการห้องที่เก็บเสียงได้มากขึ้นจะนิยมติดตั้งแบบ  2 ชั้น เพราะจะเก็บเสียงได้มากกว่า ช่วยป้องกันทั้งเสียงภายนอกและเสียงภายใน

มีความสวยงาม ตกแต่งให้เข้ากับห้องได้ หน้าต่างแบบเลื่อนมีดีไซน์ที่สวยและทันสมัย ดูกลมกลืนกับห้อง อีกทั้งยังเลือกวัสดุที่เหมาะกับการตกแต่งห้องในแต่ละสไตล์ได้ด้วย เช่น การเลือกบานหน้าต่างไม้ ที่เข้ากับบ้านสไตล์ Minimal

ดูแลง่าย ทำความสะอาดง่าย ถือเป็นจุดเด่นของหน้าต่างประเภทนี้เลยก็ว่าได้ เพราะออกแบบมาให้ทำความสะอาดได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก และทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง โดยข้อควรระวังคือ ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูงและใช้ของมีคมในการทำความสะอาด

ระบายอากาศได้ เปิด – ปิดง่าย ช่วยระบายอากาศได้ดี มีช่องกว้าง ช่วยถ่ายเทอากาศได้ เมื่อต้องการเปิดรับอากาศก็เปิดออกได้เลย ลมเข้าดี เพราะมีบานเปิดโล่งค่อนข้างใหญ่

โปร่งแสง ช่วยให้ห้องสว่าง ด้วยความที่วัสดุหลักคือกระจกจึงมีความโปร่งแสงและช่วยให้ห้องสว่างขึ้นได้ 

มองเห็นบรรยากาศภายนอกได้ เพราะหน้าต่างมีความโปร่งแสงจึงช่วยให้มองเห็นบรรยากาศภายนอกได้ เหมาะสำหรับการชมวิว โรงแรมหรือรีสอร์ทส่วนใหญ่จึงนิยมใช้หน้าต่างประเภทนี้

วัสดุที่นิยมใช้ทำหน้าต่างบานเลื่อน แต่ละแบบดีอย่างไร แบบไหนที่นิยม?

แบบกระจก ข้อดีคือ โปร่งแสง แสงสามารถลอดผ่านเข้ามาได้ ทำให้ห้องไม่มืด

แบบอะลูมิเนียม เป็นชนิดที่ได้รับความนิยม เพราะดูแลง่าย ทำความสะอาดง่าย เมื่อแสงสะท้อนเข้ามากระทบ กันการรั่วซึมได้ระดับหนึ่ง แต่มีข้อควรระวังคือเป็นวัสดุที่นำไฟฟ้า

แบบไวนิลหรือยูพีวีซี เป็นที่นิยมเช่นกัน ทนต่อความร้อน ไม่เป็นตัวนำไฟ มีความทนทาน ช่วยป้องกันการรั่วซึมและเสียงรบกวนได้ดี

แบบไม้ เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมมานานและยังนิยมใช้อยู่ในปัจจุบัน เพราะเป็นรูปแบบที่คลาสสิก ดูสวยงามแบบธรรมชาติ และทนทาน แต่ป้องกันการรั่วซึมของฝนได้ไม่ดีและติดไฟง่าย

เป็นอย่างไรกันบ้างกับหน้าต่างบานเลื่อนที่เรานำมาฝากกัน หากถูกใจแบบไหนก็เลือกมาใช้งานกันได้ ติดตั้งง่าย ไม่ยุ่งยาก มีระบบล็อกในตัว มีอายุการใช้งานที่นาน  หน้าต่างบานเลื่อน

โทรทัศน์

รู้ก่อนเลือก! โทรทัศน์ แต่ละแบบต่างกันอย่างไร แบบไหนที่เป็นที่นิยม?

โทรทัศน์ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่ได้รับความนิยมมานานและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในปัจจุบันนี้ เพราะมีหลายระบบให้เลือก หลายยี่ห้อ และหลายราคา ทำให้เข้าถึงได้ง่ายและหาซื้อมาไว้รับชมรายการต่าง ๆ ได้ สำหรับใครที่มีแพลนจะซื้อทีวีแต่ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อแบบไหนดี และแต่ละแบบต่างกันอย่างไร เราก็มีมาบอกกัน เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ประเภทต่าง ๆ ของ โทรทัศน์ มีแบบไหนบ้าง แบบไหนที่เป็นที่นิยม?

CRT TV (Cathode Ray Tube Monitor) หรือทีวีจอแก้วที่หลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เป็นระบบแอนะล็อกที่ใช้กันมานาน ด้านหลังตุง มีขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักค่อนข้างมาก ปัจจุบันนี้ไม่นิยมใช้ และไม่ได้มีวางขายแล้ว แต่หลาย ๆ บ้านก็ยังใช้กันอยู่เพราะมีความทนทานสูงทำให้ใช้งานได้อย่างยาวนาน

LCD TV (Liquid Crystal Display) ทำงานโดยใช้หลอดไฟ CCFL เป็นตัวกำเนิดแสง พัฒนามาให้มีขนาดที่เล็กลงแต่ก็ยังมีความหนาอยู่เล็กน้อย เพราะหลอด CCFL นั้นมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ จอภาพของ LCD TV จะมีสีที่ค่อนข้างจ้า และไม่จะค่อยสมจริงสักเท่าไหร่ มีราคาไม่สูงมาก

Plasma TV ทำงานโดยปล่อยแรงดันไฟเข้าไปกระตุ้นเม็ดพิกเซล สามารถกำเนิดแสงได้เอง แต่ไม่นิยมเท่าไหร่ และได้เลิกผลิตไปแล้ว เพราะมีอัตราการกินไฟที่สูงมาก อีกทั้งจอภาพยังทำให้เกิดการสะท้อนได้สูงด้วย

LED TV (Light Emitting Diode) กำเนิดแสงโดยใช้หลอดไฟ LED เป็นโทรทัศน์ที่นิยมใช้มากที่สุดในปัจจุบันนี้ เพราะให้ภาพที่สวยและเป็นธรรมชาติ ดีไซน์ปรับให้บางลงกว่า LCD TV ทำให้มีดีไซน์ที่สวยงามและประหยัดพื้นที่ น้ำหนักค่อนข้างเบา และประหยัดไฟได้มากกว่า

OLED TV (Organic Light Emitting Diode) เป็นชนิดที่พัฒนาจากมา LED TV สามารถให้กำเนิดแสงได้เอง เป็นชนิดที่นิยมผลิตแบบจอโค้ง กินไฟน้อย เป็นที่นิยมเช่นกัน

QLED TV (Quantum-Dot Light-Emitting Diode) เป็นนวัตกรรมล่าสุดในการผลิต หน้าจอมีความละเอียดสูงถึง 8K สีสันสวยงาม ช่วยปรับคอนทราสต์ได้ ทำให้ภาพออกมาดูสมจริง เป็นธรรมชาติ ดูแล้วสบายตา เป็นที่นิยมเช่นกัน แต่มีราคาที่สูง

ความแตกต่างของระบบปฏิบัติ Smart TV และ Android TV

Smart TV เป็นชื่อที่เราเรียกกันจนติดปาก แต่ทราบหรือไม่ว่าจริง ๆ แล้ว Smart TV นั้นไม่ได้มีแค่ระบบเดียวแต่ยังมี Android TV ด้วย ส่วนการทำงานจะแตกต่างกันค่อนข้างเยอะ Smart TV เป็นระบบปฏิบัติการ OS ที่จะติดตั้งแอปพลิเคชันต่าง ๆ มาให้ในเครื่อง ส่วนมากแล้วจะเป็นแอปที่ฮิต ๆ แต่จะไม่ได้มีตัวเลือกให้มากสักเท่าไหร่ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน WiFi หรือสาย LAN สามารถแชร์หน้าจอจากสมาร์ทโฟนขึ้นไปบน TV ได้ แต่ในขณะที่แชร์จะไม่สามารถใช้งานสมาร์ทโฟนในหน้าจออื่นได้ มีรีโมทคอนโทรลให้สั่งงานด้วยเสียงได้ในบางรุ่น แต่จะไม่รองรับการใช้งานบนคีย์บอร์ดภาษาไทย จะใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักและยังไม่สามารถโหลดมาใช้งานได้ ส่วนการอัพเดทระบบก็จะไม่บ่อยเท่าไหร่นัก

Android TV เป็นโทรทัศน์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนระบบ Android ใช้งานง่าย และมีแอปพลิเคชันให้เลือกหลากหลายกว่ามาก ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ง่ายผ่าน Google Play เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้หลายแพลตฟอร์ม อาทิ Firefox, Puffin TV Browser, Microsoft Edge ฯลฯ ควบคุมการทำงานได้ง่ายผ่านรีโมทคอนโทรลที่มาพร้อมกับไมโครโฟนในตัว สามารถสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Assistant ได้ เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่ช่วยให้การใช้งานต่าง ๆ ง่ายขึ้น สามารถสั่งให้เปิดแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้ยังควบคุมการทำงานในระยะไกลได้ด้วย Google Home รองรับได้ทั้งเมาส์และคีย์บอร์ด แคชหน้าจอจากสมาร์ทโฟนขึ้น TV ได้ง่ายโดยที่สมาร์ทโฟนยังใช้งานในหน้าอื่น ๆ ต่อได้ตามปกติ รองรับการเชื่อมต่อได้ทั้งแบบ Wireless, Bluetooth และพอร์ต USB

การเลือกซื้อโทรทัศน์ ควรเลือกประเภทที่เหมาะกับการใช้งานของตัวเองมากที่สุด เช่น ชอบความคมชัดสูง เหมาะกับ QLED TV และควรเลือกจากระบบปฏิบัติการด้วย เช่น หากเป็นคนที่ใช้ระบบ Android อยู่แล้ว Android TV ก็ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น แต่หากต้องการใช้งานทั่วไป Smart TV ก็ตอบโจทย์ได้ดี ส่วนขนาดควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับพื้นที่ห้อง และเว้นการรับชมได้ในระยะที่เหมาะสม และควรเลือกยี่ห้อที่มีคุณภาพและมีการรับประกันหลังการขายด้วย  โทรทัศน์

พัดลมไอเย็น hatari

รวมฟังก์ชันน่าใช้งานของ พัดลมไอเย็น hatari แบบไหนที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ?

ในช่วงที่พัดลมไอเย็นกำลังเป็นที่นิยมแบบนี้เชื่อว่าหลายคนคงเกิดความสับสนเพราะไม่รู้ว่าจะเลือกใช้ยี่ห้อไหนดี และรุ่นไหนที่จะเหมาะกับการใช้งานของตัวเอง สำหรับใครที่กำลังมองหาพัดลมไอเย็นมาช่วยดับร้อนเราก็มีหนึ่งแบรนด์ที่ถือว่าเป็นขวัญใจของพ่อบ้านแม่บ้านมานานอย่าง Hatari มาบอกว่ากัน พัดลมไอเย็น hatari นั้นดีอย่างไร มีฟังก์ชันอะไรที่น่าใช้งานบ้าง ทำไมถึงเป็นที่นิยม?

พัดลมไอเย็น hatari กับฟังก์ชันที่น่าใช้งาน ดีอย่างไร มีฟังก์ชันอะไรที่น่าสนใจบ้าง?

ทำงานด้วยระบบสัมผัสและรีโมทคอนโทรล ควบคุมการทำงานได้ง่าย ๆ ด้วยหน้าจอระบบสัมผัสที่ทัชง่ายด้วยปลายนิ้ว มาพร้อมกับรีโมทคอนโทรลควบคุมการทำงานได้ในระยะไกล ช่วยให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น

มีโหมด Temperature Display เป็นโหมดที่ช่วยแสดงอุณหภูมิบริเวณโดยรอบให้ทราบว่าขณะนี้อุณหภูมิโดยรอบอยู่ที่เท่าไหร่เพื่อปรับความเย็นได้เหมาะสม

ดักจับฝุ่นละอองในอากาศ ฝุ่นละอองที่ลอยในอากาศเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ได้ง่าย ฟังก์ชันการทำงานด้วยระบบไอโอไนเซอร์จึงช่วยดักจับฝุ่นละอองต่าง ๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศเพื่อมอบอากาศที่บริสุทธิ์

ตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อความชื้นสูง เมื่อระดับความชื้นในอากาศสูงเกินมาตรฐานที่กำหนดระบบ Cooling จะตัดการทำงานอัตโนมัติเพื่อไม่ให้บรรยากาศภายในห้องมีความชื้นสูงจนเกินไป เพราะหากมีความชื้นสูงจะก่อให้เกิดเชื้อราในห้องได้ หลังใช้งานควรเปิดหน้าต่างให้แสงแดดส่องเข้ามาในห้องเพื่อช่วยดูดความชื้นและป้องกันการเกิดเชื้อรา

มีไฟแจ้งเตือนเมื่อระดับน้ำในถังใกล้หมด สิ่งสำคัญในการทำความเย็นของพัดลมไอเย็นคือ น้ำ เพราะทำความเย็นโดยใช้แผงรังผึ้งที่มีน้ำเย็นหล่ออยู่ จากนั้นจะเกิดการระเหยแล้วเปลี่ยนเป็นไอเย็นพัดออกมา จะเป็นลมเย็น ๆ ที่คล้ายกับเครื่องปรับอากาศแต่จะเย็นน้อยกว่าเล็กน้อย ช่วยลดอุณหภูมิในห้องลงได้ 2 – 8 องศาเซลเซียส

สามารถปรับลมแรงได้หลายระดับ โดยทั่วไปแล้วพัดลมไอเย็น hatari จะปรับได้ 4 – 5 ระดับ เลือกความเย็นได้ตามที่ต้องการ

ตั้งเวลาเปิด – ปิดได้ โดยสามารถตั้งเวลาได้สูงสุด 9 ชั่วโมง เมื่อถึงเวลาแล้วเครื่องจะเปิดทำงานอัตโนมัติ เมื่อต้องการเข้ามาใช้ก็ได้บรรยากาศห้องที่เย็นไม่ต้องรอนาน

มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานจึงมาพร้อมกับระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อตรวจพบความร้อนที่ผิดปกติระบบจะตัดไฟและหยุดการทำงานทันที ช่วยป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรได้

ข้อดีของพัดลมไอเย็น ดีอย่างไร กินไฟไหม?

ให้ลมเย็นสดชื่น ไม่เหม็นอับ พัดลมไอเย็นจะต่างจากพัดลมไอน้ำที่จะมีไอน้ำลอยออกมาด้วย แต่พัดลมไอเย็นจะไม่มี จึงไม่ทำให้ห้องเกิดกลิ่นอับได้ง่าย ให้ลมเย็นสดชื่น ช่วยดับร้อนได้

ขนาดกะทัดรัด เคลื่อนย้ายสะดวก ออกแบบมาให้มีล้อเลื่อน ทำให้เคลื่อนย้ายได้สะดวก ขนาดกะทัดรัด ไม่กินพื้นที่จัดเก็บ แต่หากใครชอบดีไซน์ที่ทันสมัยทรงทาวเวอร์ก็เป็นที่นิยม เพราะประหยัดพื้นที่ได้มากกว่า

ใช้งานได้แบบอเนกประสงค์ เพราะมาพร้อมกับล้อจึงเลื่อนไปใช้งานได้อเนกประสงค์ ใช้งานได้ทั้งในห้องและพื้นที่โล่ง 

ไม่มีไอน้ำกวนใจ เพราะไม่ได้ใช้ระบบไอน้ำจึงไม่มีไอน้ำพัดออกมาโดนตัว

ประหยัดไฟได้มากกว่า พัดลมไอเย็นประหยัดไฟกว่าเครื่องปรับอากาศได้เกือบ 10 เท่า ทำให้กินไฟน้อยกว่า

การดูแลพัดลมไอเย็น hatari และเรื่องควรรู้ในการใช้งาน

1.หมั่นทำความสะอาดถังน้ำ แผงทำความเย็น และแผ่นกรองฝุ่นอยู่เสมอ

2.ตรวจสอบระดับน้ำในถังก่อนใช้ หากน้ำน้อยควรเติมก่อน

3.เปลี่ยนน้ำเป็นประจำ หากใช้งานไม่บ่อยหรือใช้ประมาณอาทิตย์ละ 1 ครั้งควรเปลี่ยนน้ำก่อนใช้เพราะอาจทำให้น้ำสกปรกหรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้

4.หากไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานควรเทน้ำออก เพราะหากใส่ไว้ในนาน ๆ จะทำให้น้ำเสีย ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ และทำให้ถังใส่น้ำสกปรกได้ ควรเทน้ำทิ้งและเป่าให้แห้งก่อนเก็บเข้าที่

สำหรับร้อนนี้ใครยังไม่มีตัวช่วยทำความเย็น พัดลมไอเย็นก็ถือเป็นตัวช่วยที่ดี เพราะใช้งานง่าย และเปิดใช้งานตรงไหนของบ้านก็ได้ แถมยังช่วยประหยัดไฟด้วย

 พัดลมไอเย็น hatari

เครื่องทําน้ำแข็งใส

เครื่องทําน้ำแข็งใส ไอเทมสำหรับหน้าร้อนที่ควรมีติดบ้าน!

สำหรับอากาศร้อน ๆ แล้วการได้อะไรเย็น ๆ มาช่วยดับร้อนถือเป็นตัวช่วยที่ดี โดยเฉพาะของหวานยอดฮิตอย่างน้ำแข็งใสที่มีรสชาติอร่อย สามารถเลือกน้ำหวานรสชาติต่าง ๆ และเครื่องเคียงได้ตามใจชอบ โดยที่นิยมคือเครื่องบดน้ำแข็งเกล็ดหิมะ เป็น เครื่องทําน้ำแข็งใส ที่บดน้ำแข็งออกมาได้ละเอียดเนียนนุ่มละมุนลิ้น จะซื้อไปทำขายก็ได้ หรือจะซื้อไปไว้ทำทานเองที่บ้านก็ดี ถ้าอย่างนั้นเราไปดูกันว่าถ้าอยากได้มาติดบ้านไว้สักเครื่องหนึ่ง ควรเลือกซื้ออย่างไรและมีเรื่องอะไรควรรู้บ้าง?

ประเภทของ เครื่องทําน้ำแข็งใส แบบไหนตอบโจทย์การใช้งานของคุณ?

1.แบบมือหมุน เป็นเครื่องระบบมือหมุนที่หมุนใช้งานได้ง่าย สามารถพกพาไปได้ทุกที่ ทำงานโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า แต่จะต้องออกแรงหมุนสักหน่อย

2.แบบไฟฟ้า เป็นประเภทที่นิยมในปัจจุบันนี้ เพราะออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ทำน้ำแข็งใสได้แบบอัตโนมัติโดยไม่เปลืองแรง ทำน้ำแข็งใสได้ในปริมาณมาก และทำได้อย่างรวดเร็ว

การเลือกซื้อเครื่องทําน้ำแข็งใส ควรพิจารณาจากอะไรบ้าง?

เลือกประเภทที่ตรงกับความต้องการ หากใช้งานไม่บ่อยและทำน้ำแข็งใสในปริมาณที่ไม่มาก เหมาะสำหรับแบบมือหมุน เพราะใช้งานง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก ยกไปทำน้ำแข็งใสตรงไหนก็ได้ แม้ไม่มีไฟฟ้าก็สามารถทำได้ แต่หากทำบ่อยและมีสมาชิกหลายคน หรือต้องการใช้สำหรับทำขายเหมาะสำหรับแบบไฟฟ้า เพราะเครื่องทำน้ำแข็งประเภทนี้ทำงานได้เร็วกว่าและทำได้ในปริมาณที่มากกว่า

เลือกขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งาน มีให้เลือกทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ หากใช้ทำไม่มากเหมาะสำหรับเครื่องขนาดเล็ก แต่หากใช้งานเยอะเหมาะสำหรับเครื่องขนาดใหญ่เพราะจุได้เยอะกว่า

เลือกจากวัสดุ วัสดุที่นิยมใช้คือ พลาสติกและสแตนเลส ควรเลือกวัสดุที่มีคุณภาพดี แข็งแรง ทนทาน และไม่เป็นสนิม 

เลือกเครื่องที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย โดยเฉพาะเครื่องระบบไฟฟ้าที่ควรมีมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อความมั่นใจตลอดการใช้งาน

เลือกจากฟังก์ชันการใช้งาน เช่น บดน้ำแข็งได้หลายประเภท บดแบบเกล็ดน้ำแข็ง บดแบบละเอียด, หยุดทำงานอัตโนมัติได้ เมื่อต้องการหยุดเครื่องระหว่างทำงานก็สามารถทำได้ด้วยการกดปุ่ม, ทำงานเงียบไร้เสียงรบกวน โดยปกติแล้วเครื่องทำน้ำแข็งจะมีเสียงที่ค่อนข้างดังเวลาทำงาน แต่หากใครที่ไม่ชอบเสียงดังก็มีรุ่นที่มีฟังก์ชันไร้เสียงรบกวนให้เลือกด้วยเช่นกัน, มีมือจับป้องกันน้ำแข็งลื่นไถล ช่วยไม่ให้เครื่องลื่นไถลขณะทำงาน ฯลฯ

เลือกจากดีไซน์และการออกแบบ เช่น ยางรองกันลื่นด้านล่าง ช่วยป้องกันเครื่องสั่นสะเทือนเวลาทำงานได้ , ฝาปิดกันน้ำแข็งหก ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำแข็งหกขณะเครื่องทำงาน ฯลฯ

ทำความสะอาดง่าย ควรเป็นเครื่องที่ถอดง่ายและประกอบง่าย เพราะจะช่วยให้ทำความสะอาดง่ายและทั่วถึง

เรื่องควรรู้และข้อควรระวังในการใช้เครื่องทําน้ำแข็งใส

เครื่องแต่ละประเภทใช้น้ำแข็งไม่เหมือนกัน มีทั้งเครื่องสำหรับน้ำแข็งแบบก้อนที่ทำตามบล็อกและน้ำแข็งบดหรือน้ำแข็งก้อนเล็ก จึงควรดูให้ดีก่อนว่าเครื่องประเภทนั้นเหมาะกับน้ำแข็งแบบไหน

ใส่น้ำแข็งในปริมาณที่พอดี ไม่มากจนเกินไป ที่ตัวเครื่องจะมีปริมาณบอกเอาไว้ว่าควรใส่น้ำแข็งแค่ไหน ควรใส่ในปริมาณที่พอดี ไม่ใส่เยอะจนเกินไปหรือใส่จนล้น

ไม่นำมือเข้าไปขณะเครื่องทำงาน ระหว่างที่เครื่องกำลังทำงานไม่ควรนำมือเข้าไปจับหรือเขี่ยน้ำแข็งด้านในเพราะอาจโดนใบมีดบาดได้

ใช้งานด้วยความระมัดระวังอยู่เสมอ ก่อนทำน้ำแข็งใสควรปิดฝาเครื่องให้เรียบร้อยก่อนเพื่อป้องกันน้ำแข็งกระเด็นออกมาด้านนอก และควรระมัดระวังอยู่เสมอเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน

ทำความสะอาดหลังใช้งาน หลังใช้งานแล้วควรทำความสะอาดทุกครั้ง ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เพราะจะทำให้เกิดความชื้นได้ง่าย ทำให้เป็นสนิมได้ ควรถอดล้างทำความสะอาด เช็ดหรือผึ่งลมให้แห้งและก่อนเข้าที่

เครื่องทําน้ำแข็งใสมีให้เลือกตั้งแต่ราคาหลักร้อยต้น ๆ ไปจนถึงหลักพัน หากชอบแบบไหนก็สามารถสั่งซื้อมาใช้กันได้ ใช้งานง่าย เพียงไม่กี่นาทีก็ได้น้ำแข็งใสอร่อย ๆ แล้ว สามารถเลือกความละเอียดของน้ำแข็งได้ หากใครชอบทานแบบบิงซูก็ปรับความละเอียดให้เป็นเกล็ดหิมะได้ ให้คุณอร่อยกับบิงซูได้ง่าย ๆ ที่บ้านด้วยรสชาติที่ชอบ

 เครื่องทําน้ำแข็งใส

ปั๊มลม

ซื้อ ปั๊มลม ต้องดูที่อะไรบ้าง แต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานแบบไหน มีข้อควรระวังอะไรบ้าง?

ปั๊มลม เป็นเครื่องมือช่างชิ้นสำคัญที่อยู่เบื้องหลังงานต่าง ๆ โดยทำหน้าที่สร้างพลังงานลมและส่งพลังงานลมเพื่อใช้งานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานอุตสาหกรรม ใช้กับที่กรอฟันทางการทันตกรรม ใช้เป่าลม พ่นสี ยิงแม็กซ์ เติมลมในงานยานยนต์ ใช้สูบลูกโป่งในงานสังสรรค์ และอื่น ๆ เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างพลังงานลมได้อย่างมหาศาล ช่วยให้ทำงานต่าง ๆ ได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น สำหรับใครที่สนใจอยากซื้อมาใช้งาน แต่ไม่รู้ว่าควรเลือกซื้อแบบไหนดี เราก็มีประเภทต่าง ๆ และประโยชน์การใช้งานมาบอกกัน รวมถึงวิธีการเลือกซื้อและข้อควรระวังในการใช้งานด้วย

ประเภทของ ปั๊มลม และการทำงาน แบบไหนที่เหมาะกับการใช้งานของคุณ?

ปั๊มโรตารี่ เป็นชนิดที่นิยมใช้กันมากที่สุด เพราะมอเตอร์ทำงานเร็ว ทำให้เติมลมได้เร็ว ไม่ต้องรอลมเข้านาน เมื่อต้องการใช้ เติมลมเข้าไม่นานก็ใช้ได้แล้ว เหมาะสำหรับการใช้งานเบา ๆ ที่ไม่หนักจนเกินไป เช่น เติมลมล้อรถ ไขน็อต ใช้ปืนลม และอื่น ๆ แต่จะไม่เหมาะกับงานที่ต้องใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้มอเตอร์ร้อนและไหม้ได้ เป็นชนิดที่ทำงานเสียงดัง ไม่เหมาะสำหรับใช้งานตามบ้านทาวน์โฮม หรือบ้านที่อยู่ติด ๆ กัน เพราะจะรบกวนเพื่อนบ้านได้

ปั๊มลมสายพาน เป็นอีกชนิดหนึ่งที่เห็นได้ค่อนข้างบ่อยเพราะมีการใช้งานกันมานานแล้ว ทำงานโดยใช้มอเตอร์กับสายพานในการอัดอากาศ โดยจะมีแรงดันลมตั้งแต่ระดับต่ำไปยังระดับสูง ข้อดีคือ เติมลมเข้าปั๊มได้ไว ไม่กี่นาทีก็สามารถใช้งานได้แล้ว แต่มีเสียงดังมาก และต้องระวังเรื่องสายพานเป็นพิเศษ 

ปั้มออยฟรี เป็นชนิดที่นิยมใช้งานมากที่สุดในตอนนี้ เพราะออกแบบมาให้มีเสียงเงียบ ทำงานเงียบโดยไม่ต้องใช้น้ำมันหล่อลื่น เติมลมเข้าถังได้ไว เหมาะสำหรับการใช้งานหลายรูปแบบ เช่น ใช้เติมลมยางรถชนิดต่าง ๆ ใช้บล็อกลม และอื่น ๆ นิยมใช้กับเครื่องกรอฟันทางการแพทย์ในงานทันตกรรม แต่จะไม่เหมาะสำหรับการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ปั๊มสกรู เป็นชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและผลิตลมได้มากที่สุด นิยมใช้ในงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ใช้ต่อเนื่องได้นานกว่าชนิดอื่น ๆ มีความทนทานสูง ผลิตแรงดันลมได้มาก แต่ด้วยความที่มีขนาดใหญ่ทำให้เคลื่อนย้ายได้ค่อนข้างยาก

เรื่องที่ควรรู้ในการเลือกซื้อปั๊มลม ควรดูที่อะไรบ้าง?

เลือกประเภทที่ตรงกับการใช้งาน เพราะปั๊มบางประเภทเหมาะสำหรับงานเบาหรืองานที่ไม่ต้องใช้ลมเยอะ แต่บางประเภทเหมาะสำหรับงานหนักหรืองานที่ต้องใช้ลมเยอะ เช่น การพ่นสีรถยนต์ ที่ต้องใช้ลมเยอะ ใช้ลมต่อเนื่อง และต้องเร็ว เพราะหากแรงลมไม่ถึงจะส่งผลต่อการพ่นสีได้ จึงควรเลือกชนิดที่เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด 

เลือกจากขนาดใช้งาน หากใช้งานทั่วไปหรือไม่ได้ใช้บ่อยเหมาะสำหรับถังขนาดเล็ก เช่น 30 ลิตร แต่หากใช้เยอะควรเลือกถังขนาดใหญ่ เช่น 100 – 150 ลิตร

วัสดุมีความทนทาน ไม่เป็นสนิมง่าย ควรเลือกปั๊มที่ได้มาตรฐานและใช้วัสดุที่มีความทนทานสูง เพราะช่วยให้ใช้งานในระยะยาวได้นานและปลอดภัย

เลือกจากความรวดเร็วในการเติมลม เพราะไม่ต้องรอนานและไม่เปลืองไฟ ส่วนมากแล้วจะใช้เวลาประมาณ 2 – 3 นาที 

เลือกจากเสียงการทำงาน หากใช้งานในพื้นที่จำกัดไม่ควรเลือกปั๊มที่มีเสียงดัง

มีระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อความร้อนสูง เมื่อมอเตอร์ทำงานหนักจะทำให้เกิดความร้อนสูง ระบบตัดไฟอัตโนมัติจะช่วยให้ปลอดภัยได้มากกว่า ช่วยป้องกันไฟไหม้ได้

ข้อควรระวังในการใช้งาน

1.ไม่ใช้งานต่อเนื่องนานเกินไป

2.หากพบว่ามอเตอร์เริ่มร้อนควรหยุดใช้

3.ไม่ควรมีเด็กอยู่ในบริเวณที่ใช้งาน โดยเฉพาะการใช้ปั๊มลมสายพานที่เด็ก ๆ อาจเอานิ้วเข้าไปจิ้มสายพานได้

4.วรรอให้ลมเข้าก่อนค่อยเปิดใช้

5.ไม่เปิดทิ้งไว้หากไม่ใช้งาน หรือไม่อยู่บ้าน

6.เลือกหัวสูบที่เหมาะสมกับการใช้งาน

7.ถอดปลั๊กเมื่อเลิกใช้งาน

จะเห็นว่าปั๊มลมนั้นไม่ได้เป็นเครื่องมือช่างเพียงอย่างเดียว แต่ยังใช้ในการแพทย์และใช้งานในบ้านได้ด้วย หากสนใจอย่าลืมให้ถูกประเภทเพื่อประโยชน์ที่ดีในการใช้งาน ปั๊มลม

ปฏิทินตั้งโต๊ะ

เลือกซื้อ ปฏิทินตั้งโต๊ะ แบบไม่จำเจ มีแบบไหนบ้าง? แต่ละแบบดีอย่างไร?

เมื่อเริ่มเข้าสู่ปีใหม่สิ่งที่มักจะเปลี่ยนตามไปด้วยก็คือ พุทธศักราช หรือปี พ.ศ. และเมื่อเปลี่ยนศักราชใหม่สิ่งที่จะต้องเปลี่ยนตามไปด้วยก็คือ ปฏิทิน เพราะวันและเดือนต่าง ๆ ก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย ไม่สามารถใช้ของปีเก่า จึงต้องใช้ปฏิทินใหม่สำหรับปีต่อไป เพื่อใช้ดูวันที่และวันสำคัญต่าง ๆ โดยปฏิทินที่นิยมใช้ชนิดหนึ่งเลยก็คือ ปฏิทินตั้งโต๊ะ เพราะมีขนาดค่อนข้างเล็ก ใช้งานง่าย และมีความสวยงาม วันนี้จึงจะพาไปอัพเดตกันว่ามีแบบไหนให้เลือกบ้าง เพื่อให้เลือกได้เหมาะกับสไตล์ของตนเองมากขึ้น และสามารถนำไปตกแต่งห้องได้ด้วย

ประเภทของปฏิทิน แต่ละแบบต่างกันอย่างไร? แบบไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ

ปฏิทินพกพา เป็นปฏิทินขนาดเล็กที่มีขนาดเพียง 9 x 5.5 เซนติเมตร หรือมีขนาดเท่ากับนามบัตรหรือบัตรเครดิตเท่านั้นเอง ผลิตจากกระดาษแข็ง มีหลายลวดลาย มีความสวยงาม โดยในนั้นจะมีครบทั้ง 12 เดือน พกติดตัวได้ง่าย สามารถพกใส่กระเป๋าสตางค์ได้ 

ปฏิทินตั้งโต๊ะ มีขนาดประมาณ 6 x 8 นิ้ว นิยมใช้ตั้งไว้บนโต๊ะทำงาน เพราะเป็นปฏิทินแบบห่วงที่เปิดใช้งานง่าย มีการนำรูปภาพต่าง ๆ มาพิมพ์เพื่อความสวยงามทั้งสองด้าน ส่วนมากแล้วจะผลิตออกมา 3 แบบ ได้แก่ แบบ 7 แผ่น มีทั้งหมด 14 หน้า, แบบ 8 แผ่น มี 16 หน้า และแบบ 14 แผ่น มี 28 หน้า เป็นปฏิทินตั้งโต๊ะ 2564 ที่บริษัทหรือหน่วยงามต่าง ๆ นิยมมาแจกในช่วงปลายปี

ปฏิทินแขวน เป็นชนิดที่พบได้บ่อย มีขนาด 15×21 นิ้ว เป็นชนิดที่ร้านค้าหรือห้างหุ้นส่วนนิยมมาแจกลูกค้า เป็นปฏิทินจันทรคติของไทยที่นิยมพิมพ์รูปพระพุทธรูปหรือพระมหากษัตริย์ ข้อดีคือ มีตัวหนังสือใหญ่ มองเห็นง่าย 

ปฏิทินจีน เป็นปฏิทินที่มีเอกลักษณ์เป็นสีน้ำเงิน – แดง มีลักษณะคล้ายกับปฏิทินแขวน นิยมใช้ในทางโหราศาสตร์จีนต่าง ๆ เช่น ดูดวงหรือดูฤกษ์ยาม แบ่งออกเป็น 3 แบบ ได้แก่ ปฏิทินจีนแบบรายเดือน ปฏิทินน่ำเอี้ยง และปฏิทินแบบมีภู่

ปฏิทินโปสเตอร์ เป็นปฏิทินแบบแผ่นเดียว ที่มีขนาดเท่ากับโปสเตอร์ ออกแบบมาอย่างสวยงาม มีวันที่บอกครบ 12 เดือนในแผ่นเดียว นำไปใส่กรอบรูปตกแต่งผนังได้

ปฏิทินแบบตั้งโต๊ะ มีแบบไหนให้เลือกบ้าง แต่ละแบบมีประโยชน์อย่างไร

แบบรูปภาพ เป็นแบบที่นิยมใช้ทั่วไป นิยมพิมพ์รูปภาพต่าง ๆ ลงไปทั้ง 2 ด้าน ด้านหนึ่งจะเป็นรูปภาพแบบเต็มใบ ส่วนอีกด้านจะเป็นวันที่และตกแต่งรูปภาพหรือภาพวาด เป็นชนิดที่เห็นได้บ่อยที่สุด

แบบมินิ เป็นปฏิทินขนาดเล็กที่ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูน่ารักไปหมด หากใครที่ชอบสไตล์มินิมอล เล็ก ๆ น่ารัก ๆ ไม่ควรพลาดเลย เพราะเป็นปฏิทินตั้งโต๊ะ 2564 ที่นอกจากจะดูน่ารักแล้วยังช่วยประหยัดพื้นที่บนโต๊ะได้ด้วย มีให้เลือกทั้งแบบสีพื้นและแบบมีลวดลาย ส่วนขนาดของแบบมินิก็ประมาณครึ่งฝ่ามือเท่านั้นเอง

แบบการ์ตูนไดคัท เป็นปฏิทินขนาดเล็กที่มีขนาดใกล้เคียงกับแบบมินิ แต่จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าหน่อย ออกแบบมาเป็นรูปการ์ตูนหรือรูปทรงต่าง ๆ และไดคัทให้พอดีกับรูปทรงเพื่อความน่ารักและน่าใช้งานมากขึ้น

แบบไม้ จะมีลักษณะแตกต่างจากปฏิทินตั้งโต๊ะแบบทั่วไป ผลิตจากไม้ โดยจะแยกออกเป็นฐานไม้ ตัวเลขลูกเต๋าบอกวันที่ และแท่นไม้บอกเดือน เป็นชนิดที่สามารถใช้ได้ทุกปีโดยการหมุนเปลี่ยนวันที่ได้เอง

แบบ Post-it เป็นอีกชนิดที่นิยม ออกแบบมาเป็นวันที่แบบกระดาษ Post-it สามารถดึงออกมาจดบันทึกหรือใช้งานต่าง ๆ ได้ ในหนึ่งชุดนั้นมีหลายแผ่น สามารถสลับเปลี่ยนวันที่ได้

แบบ Note ออกแบบมาให้มีพื้นที่เหลือไว้สำหรับจดบันทึก มีขนาดค่อนข้างกว้าง ใช้จดบันทึกได้

แบบห่วง เป็นแบบที่สามารถ DIY ได้เอง มี 3 ห่วงหลัก ๆ ให้เลือกเปลี่ยน ได้แก่ เดือน และวันที่ 2 หลัก สามารถใช้ซ้ำได้ทุกปี มีดีไซน์เก๋ ใช้ตกแต่งห้องได้

แบบอะลูมิเนียม เป็นชนิดที่เหมาะสำหรับสายดาร์ก เป็นสไตล์ดิบ ๆ ที่ผลิตจากอะลูมิเนียม โดยอะลูมิเนียมแผ่นหลังจะเป็นตัวเลข ส่วนแผ่นหน้าออกแบบมาให้เลื่อนเลือกได้ตามวันที่ต่าง ๆ สามารถใช้ซ้ำได้ทุกปี ข้อดีคือ มีความทนทานสูง ไม่เสื่อมสภาพง่าย ดูแลง่าย และใช้งานได้นาน

สำหรับใครที่ในปีนี้ยังไม่มีปฏิทินก็สามารถหาซื้อปฏิทินตั้งโต๊ะแบบต่าง ๆ ไปใช้กันได้ มีทั้งแบบ 12 เดือนและแบบ 15 เดือน มีให้เลือกตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักร้อยเลย ปฏิทินตั้งโต๊ะ