ปฏิทินตั้งโต๊ะ

เลือกซื้อ ปฏิทินตั้งโต๊ะ แบบไม่จำเจ มีแบบไหนบ้าง? แต่ละแบบดีอย่างไร?

เมื่อเริ่มเข้าสู่ปีใหม่สิ่งที่มักจะเปลี่ยนตามไปด้วยก็คือ พุทธศักราช หรือปี พ.ศ. และเมื่อเปลี่ยนศักราชใหม่สิ่งที่จะต้องเปลี่ยนตามไปด้วยก็คือ ปฏิทิน เพราะวันและเดือนต่าง ๆ ก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย ไม่สามารถใช้ของปีเก่า จึงต้องใช้ปฏิทินใหม่สำหรับปีต่อไป เพื่อใช้ดูวันที่และวันสำคัญต่าง ๆ โดยปฏิทินที่นิยมใช้ชนิดหนึ่งเลยก็คือ ปฏิทินตั้งโต๊ะ เพราะมีขนาดค่อนข้างเล็ก ใช้งานง่าย และมีความสวยงาม วันนี้จึงจะพาไปอัพเดตกันว่ามีแบบไหนให้เลือกบ้าง เพื่อให้เลือกได้เหมาะกับสไตล์ของตนเองมากขึ้น และสามารถนำไปตกแต่งห้องได้ด้วย

ประเภทของปฏิทิน แต่ละแบบต่างกันอย่างไร? แบบไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ

ปฏิทินพกพา เป็นปฏิทินขนาดเล็กที่มีขนาดเพียง 9 x 5.5 เซนติเมตร หรือมีขนาดเท่ากับนามบัตรหรือบัตรเครดิตเท่านั้นเอง ผลิตจากกระดาษแข็ง มีหลายลวดลาย มีความสวยงาม โดยในนั้นจะมีครบทั้ง 12 เดือน พกติดตัวได้ง่าย สามารถพกใส่กระเป๋าสตางค์ได้ 

ปฏิทินตั้งโต๊ะ มีขนาดประมาณ 6 x 8 นิ้ว นิยมใช้ตั้งไว้บนโต๊ะทำงาน เพราะเป็นปฏิทินแบบห่วงที่เปิดใช้งานง่าย มีการนำรูปภาพต่าง ๆ มาพิมพ์เพื่อความสวยงามทั้งสองด้าน ส่วนมากแล้วจะผลิตออกมา 3 แบบ ได้แก่ แบบ 7 แผ่น มีทั้งหมด 14 หน้า, แบบ 8 แผ่น มี 16 หน้า และแบบ 14 แผ่น มี 28 หน้า เป็นปฏิทินตั้งโต๊ะ 2564 ที่บริษัทหรือหน่วยงามต่าง ๆ นิยมมาแจกในช่วงปลายปี

ปฏิทินแขวน เป็นชนิดที่พบได้บ่อย มีขนาด 15×21 นิ้ว เป็นชนิดที่ร้านค้าหรือห้างหุ้นส่วนนิยมมาแจกลูกค้า เป็นปฏิทินจันทรคติของไทยที่นิยมพิมพ์รูปพระพุทธรูปหรือพระมหากษัตริย์ ข้อดีคือ มีตัวหนังสือใหญ่ มองเห็นง่าย 

ปฏิทินจีน เป็นปฏิทินที่มีเอกลักษณ์เป็นสีน้ำเงิน – แดง มีลักษณะคล้ายกับปฏิทินแขวน นิยมใช้ในทางโหราศาสตร์จีนต่าง ๆ เช่น ดูดวงหรือดูฤกษ์ยาม แบ่งออกเป็น 3 แบบ ได้แก่ ปฏิทินจีนแบบรายเดือน ปฏิทินน่ำเอี้ยง และปฏิทินแบบมีภู่

ปฏิทินโปสเตอร์ เป็นปฏิทินแบบแผ่นเดียว ที่มีขนาดเท่ากับโปสเตอร์ ออกแบบมาอย่างสวยงาม มีวันที่บอกครบ 12 เดือนในแผ่นเดียว นำไปใส่กรอบรูปตกแต่งผนังได้

ปฏิทินแบบตั้งโต๊ะ มีแบบไหนให้เลือกบ้าง แต่ละแบบมีประโยชน์อย่างไร

แบบรูปภาพ เป็นแบบที่นิยมใช้ทั่วไป นิยมพิมพ์รูปภาพต่าง ๆ ลงไปทั้ง 2 ด้าน ด้านหนึ่งจะเป็นรูปภาพแบบเต็มใบ ส่วนอีกด้านจะเป็นวันที่และตกแต่งรูปภาพหรือภาพวาด เป็นชนิดที่เห็นได้บ่อยที่สุด

แบบมินิ เป็นปฏิทินขนาดเล็กที่ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูน่ารักไปหมด หากใครที่ชอบสไตล์มินิมอล เล็ก ๆ น่ารัก ๆ ไม่ควรพลาดเลย เพราะเป็นปฏิทินตั้งโต๊ะ 2564 ที่นอกจากจะดูน่ารักแล้วยังช่วยประหยัดพื้นที่บนโต๊ะได้ด้วย มีให้เลือกทั้งแบบสีพื้นและแบบมีลวดลาย ส่วนขนาดของแบบมินิก็ประมาณครึ่งฝ่ามือเท่านั้นเอง

แบบการ์ตูนไดคัท เป็นปฏิทินขนาดเล็กที่มีขนาดใกล้เคียงกับแบบมินิ แต่จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าหน่อย ออกแบบมาเป็นรูปการ์ตูนหรือรูปทรงต่าง ๆ และไดคัทให้พอดีกับรูปทรงเพื่อความน่ารักและน่าใช้งานมากขึ้น

แบบไม้ จะมีลักษณะแตกต่างจากปฏิทินตั้งโต๊ะแบบทั่วไป ผลิตจากไม้ โดยจะแยกออกเป็นฐานไม้ ตัวเลขลูกเต๋าบอกวันที่ และแท่นไม้บอกเดือน เป็นชนิดที่สามารถใช้ได้ทุกปีโดยการหมุนเปลี่ยนวันที่ได้เอง

แบบ Post-it เป็นอีกชนิดที่นิยม ออกแบบมาเป็นวันที่แบบกระดาษ Post-it สามารถดึงออกมาจดบันทึกหรือใช้งานต่าง ๆ ได้ ในหนึ่งชุดนั้นมีหลายแผ่น สามารถสลับเปลี่ยนวันที่ได้

แบบ Note ออกแบบมาให้มีพื้นที่เหลือไว้สำหรับจดบันทึก มีขนาดค่อนข้างกว้าง ใช้จดบันทึกได้

แบบห่วง เป็นแบบที่สามารถ DIY ได้เอง มี 3 ห่วงหลัก ๆ ให้เลือกเปลี่ยน ได้แก่ เดือน และวันที่ 2 หลัก สามารถใช้ซ้ำได้ทุกปี มีดีไซน์เก๋ ใช้ตกแต่งห้องได้

แบบอะลูมิเนียม เป็นชนิดที่เหมาะสำหรับสายดาร์ก เป็นสไตล์ดิบ ๆ ที่ผลิตจากอะลูมิเนียม โดยอะลูมิเนียมแผ่นหลังจะเป็นตัวเลข ส่วนแผ่นหน้าออกแบบมาให้เลื่อนเลือกได้ตามวันที่ต่าง ๆ สามารถใช้ซ้ำได้ทุกปี ข้อดีคือ มีความทนทานสูง ไม่เสื่อมสภาพง่าย ดูแลง่าย และใช้งานได้นาน

สำหรับใครที่ในปีนี้ยังไม่มีปฏิทินก็สามารถหาซื้อปฏิทินตั้งโต๊ะแบบต่าง ๆ ไปใช้กันได้ มีทั้งแบบ 12 เดือนและแบบ 15 เดือน มีให้เลือกตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักร้อยเลย ปฏิทินตั้งโต๊ะ

กระติกน้ำร้อน

เรื่องควรรู้ในการเลือก กระติกน้ำร้อน จะรู้ได้อย่างไรว่าแบบไหนที่เหมาะสำหรับการใช้งานของเรา?

กระติกน้ำร้อน เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวขนาดเล็กที่เชื่อว่าหลาย ๆ บ้านจะต้องมีอยู่แล้ว เพราะเป็นอุปกรณ์ต้มน้ำร้อนที่ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชงเครื่องดื่ม ใช้ต้มอาหาร ใช้ลวกภาชนะ ใช้ชงนมผง และอื่น ๆ ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็มีวางขายหลายแบบ แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าแบบไหนที่เหมาะสำหรับการใช้งานของเรา? วันนี้จะพาไปเลือกซื้อกันว่าควรเลือกอย่างไร และแบบไหนที่ดีสำหรับคุณ

การเลือกกระติกน้ำร้อนแบบง่าย ๆ ควรเลือกจากอะไรบ้าง?

เลือกจากความจุ ขนาดสำหรับใช้งานในบ้านที่เราใช้กันทั่วไปนั้นมีความจุประมาณ 2 – 4 ลิตร แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละบ้านด้วย ขนาด 1 – 2 ลิตร เหมาะสำหรับการใช้งาน 1 – 2 คน แต่หากใช้งานบ่อยเหมาะสำหรับกระติกน้ำร้อน 2.5 ลิตร ส่วนบ้านใครที่มีสมาชิกหลายคนเหมาะสำหรับขนาด 3 – 4 ลิตร แต่หากต้องการใช้สำหรับรับรองแขกเหมาะสำหรับขนาด 4 ลิตรขึ้นไป เพราะจุได้มากกว่า

เลือกจากวัสดุ วัสดุที่ใช้ผลิตมีหลายชนิด แต่ที่นิยมคือ สแตนเลส เพราะกักเก็บความร้อนได้ ทำความสะอาดง่าย และที่สำคัญคือ ไม่เป็นสนิมง่ายด้วย

มีระบบ Keep Warm เป็นระบบรักษาอุณหภูมิที่ช่วยกักเก็บความร้อนเอาไว้ได้นานขึ้น แม้ว่าจะถอดปลั๊กออกไปแล้วแต่น้ำก็ยังร้อนอยู่หลายชั่วโมง ช่วยให้ไม่ต้องเสียบปลั๊กทิ้งไว้ตลอดเวลา

ระบบตัดไฟอัตโนมัติ เป็นระบบความปลอดภัยที่ควรพิจารณาอันดับต้น ๆ เพราะหากน้ำในกาต้มน้ำหมดจะทำให้เกิดความร้อนและไฟฟ้าลัดวงจรได้ แต่หากมีระบบตัดไฟอัตโนมัติ เมื่อตรวจพบว่ามีความร้อนสูง ระบบจะตัดไฟเองอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัย

มีระบบช่วยประหยัดพลังงาน รุ่นที่ประหยัดพลังงานจะกินไฟน้อยกว่า และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า

เลือกจากฟังก์ชันเสริม เช่น ฟังก์ชัน Re-boil ที่ช่วยเร่งการต้มน้ำให้เดือดเร็วยิ่งขึ้น, ระบบต้มน้ำและรักษาความร้อนอัตโนมัติ, ปรับระดับอุณหภูมิได้หลายระดับ, ระบบล้างกระติกอัตโนมัติ, ระบบแจ้งเตือนเมื่อน้ำใกล้หมด 

เลือกรุ่นที่มีปุ่มล็อกป้องกันเด็ก เพราะหากเด็กไปกดจะทำให้น้ำร้อนลวกได้

เลือกรุ่นที่มีมาตรฐานมอก. เป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ควรมีในเครื่องใช้ไฟฟ้าในทุกรุ่น เพื่อเป็นเครื่องยืนตัวว่าสินค้านั้นผ่านมาตรฐานการผลิตและมีความปลอดภัย

ข้อควรระวังในการใช้กระติกน้ำร้อน ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย?

เติมน้ำแค่พอดี ไม่เติมล้นจนเกินไป ในกาต้มน้ำมีขีดบอกเอาไว้ว่าควรใส่น้ำแค่ปริมาณไหน ควรใส่แต่พอดี ไม่ใส่เลยขีด เพราะเมื่อปิดฝาแล้วจะทำให้น้ำล้นออกมาได้ ไม่ว่าจะเป็นกระติกน้ำร้อน 2.5 ลิตร หรือกระบอกใส่น้ำร้อนขนาดใดก็ตาม

ปิดฝาให้สนิทหลังเติมน้ำ หลังจากที่เปิดฝาเติมน้ำควรปิดให้สนิทเพื่อป้องกันฝุ่นละลองและสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ตกลงไป โดยเฉพาะแมลงและสิ่งสกปรกต่าง ๆ 

ไม่ปล่อยให้น้ำแห้ง ก่อนต้มน้ำร้อนทุกครั้งควรตรวจดูให้ดีว่าระดับน้ำอยู่ที่ปริมาณไหน หากน้ำอยู่ต่ำกว่าขีดล่าง หรือน้ำน้อยเกินไปควรเติมน้ำเพิ่มเพื่อป้องกันน้ำแห้ง

เปลี่ยนน้ำเป็นประจำ ควรเปลี่ยนน้ำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง เพราะแม้จะเป็นน้ำที่ต้มแล้วแต่หากใช้ไปนาน ๆ ก็ทำให้เกิดการตกตะกอนได้เช่นกัน

หมั่นทำความสะอาดหม้อต้มอยู่เสมอ ควรทำความสะอาดอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อลดการสะสมของคราบตะกรัน

ไม่เสียบปลั๊กไฟทิ้งไว้เป็นเวลานาน เมื่อน้ำเดือดแล้วควรถอดปลั๊กออก ไม่ควรเสียบทิ้งไว้เป็นเวลานาน เพราะจะทำให้กินไฟและเสี่ยงต่ออันตราย

ล็อกตัวกดเมื่อไม่ใช้งาน หากใช้งานเสร็จแล้วควรล็อกตัวกดเพื่อป้องกันเด็ก ๆ ไปกดเล่น

ตั้งไว้ในที่ที่ปลอดภัยและพ้นจากมือเด็ก เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

กระติกน้ำร้อน เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานหากเลือกใช้รุ่นที่มีคุณภาพและใช้อย่างถูกวิธี สำหรับใครที่มีกาต้มน้ำอยู่ที่บ้าน ก็อย่าลืมเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ และตรวจเช็คดูว่าน้ำด้านในสกปรกหรือไม่ หมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ หากไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานควรเทน้ำออกให้หมด และทำความสะอาด ไม่ควรคาน้ำไว้ เพราะจะทำให้น้ำเสียและเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ กระติกน้ำร้อน

เตาปิ้งย่างไฟฟ้า

สายปิ้งย่างควรรู้! เลือก เตาปิ้งย่างไฟฟ้า อย่างไรให้ย่างได้อร่อย และใช้งานได้นาน ๆ 

ต้องยอมรับว่าอาหารปิ้งย่างนั้นได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจริง ๆ เพราะไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ยังคงเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอยู่เสมอ และดูเหมือนว่าจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับใครที่ชอบทานอาหารปิ้งย่างและอยากได้ เตาปิ้งย่างไฟฟ้า ดี ๆ ติดบ้านไว้ใช้สักเตา แต่ไม่รู้ว่าควรเลือกแบบไหนดี วันนี้เราจะพาไปเลือกซื้อกันว่าควรใช้แบบไหนดี แบบไหนใช้แล้วช่วยทำให้อาหารอร่อยขึ้น และแบบไหนที่เหมาะสำหรับการใช้งานของคุณ

ประเภทของเตาปิ้งย่างแบบไฟฟ้าและประโยชน์ใช้งาน

เตาปิ้งย่างแบบกระทะ เป็นเตาสำหรับคนที่ชอบปิ้งย่างโดยเฉพาะ เพราะมีพื้นที่ให้ปิ้งย่างเยอะ เหมาะสำหรับการปิ้งย่างเนื้อสัตว์ อาหารทะเล เห็ด ไส้กรอก ลูกชิ้น ฯลฯ

เตาปิ้งย่างพร้อมหม้อ เป็นเตาสำหรับคนที่เลือกไม่ได้ว่าจะทานแบบปิ้งย่างหรือทานแบบต้มดี ออกแบบมาให้มีทั้งหม้อต้มและกระทะสำหรับปิ้งย่าง เลือกทานได้ตามชอบได้ทั้ง 2 แบบ

เตาปิ้งย่างไร้ควัน เป็นเตาที่ใช้ตะแกรงปิ้งย่าง เป็นเตาปิ้งย่างไฟฟ้าไร้ควันที่นิยมใช้ย่างบาร์บีคิว หมูปิ้ง ไก่ย่าง ลูกชิ้นปิ้ง ฯลฯ เหมาะสำหรับการย่างอาหารแบบเสียบไม้หรือชิ้นใหญ่

เคล็ดลับการเลือก เตาปิ้งย่างไฟฟ้า สำหรับนักปิ้งย่างตัวจริง! 

เลือกจากวัสดุ วัสดุที่ใช้ผลิตมีหลายชนิด เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานควรเลือกวัสดุที่มีความทนทานและมีคุณภาพดี และควรทราบการทำงานของวัสดุแต่ละประเภทด้วย เช่น วัสดุเคลือบอะลูมิเนียม เป็นเตาที่ร้อนค่อนข้างเร็ว และมีความทนทาน หรือจะเป็นเตาอินฟราเรดที่ช่วยทำให้อาหารปิ้งย่างอร่อยขึ้นได้ ช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอม แต่จะร้อนช้ากว่าเตาแบบอื่น ๆ 

เลือกเตาที่มีสารเคลือบไม่ติดหม้อหรือกระทะ เพื่อบอกลาปัญหาอาหารติดกระทะควรเลือกรุ่นที่เคลือบสารป้องกันการติดกระทะหรือเทฟลอน เพราะไม่ทำให้อาหารติดกระทะและทำความสะอาดง่าย

เลือกเตาที่มีคุณสมบัตินำความร้อนและกักเก็บความร้อนได้ดี เตาที่นำความร้อนได้ดีจะทำให้ร้อนเร็วและกักเก็บความร้อนไว้ได้นาน แม้จะปิดเตาแล้วแต่อาหารก็ยังคงอุ่นอยู่

เลือกจากขนาด ควรเลือกขนาดที่เพียงพอต่อการใช้งาน เพราะหากเลือกขนาดเล็กเกินไปจะทำให้ย่างได้น้อย แต่หากเลือกขนาดใหญ่เกินไปจะทำให้ใช้งานได้ไม่คุ้มค่า

เลือกจากดีไซน์ ปัจจุบันนี้เตาไฟฟ้าและเตาปิ้งย่างไฟฟ้าไร้ควันมีให้เลือกหลายดีไซน์ มีทั้งแบบทรงกลม ทรงรี และทรงเหลี่ยม เลือกตามสไตล์ที่ชอบกันได้เลย

เลือกจากกำลังไฟ หากมีกำลังไฟมากก็จะปรับอุณหภูมิได้สูง ร้อนเร็ว เช่น 1,500 วัตต์, 2,000 วัตต์ แต่ในทางกลับกันก็กินไฟมากกว่า ควรเลือกรุ่นที่ประหยัดไฟควบคู่กันไปด้วย

เลือกเตาที่ทำความสะอาดได้ง่าย ควรเป็นรุ่นที่ถอดออกมาล้างได้ เพราะจะทำความสะอาดได้ง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องปลั๊กไฟ

เลือกเตาที่มีรูระบายน้ำมัน เพื่อช่วยระบายน้ำมันออกและช่วยให้อาหารไม่อมน้ำมัน

เลือกเตาที่ได้มาตรฐาน ควรเลือกเตาที่มีมาตรฐานมอก. และได้มาตรฐาน เพราะปลอดภัยและช่วยให้อุ่นใจได้มากกว่า

เลือกเตาที่มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ เมื่อเกิดความร้อนสูงเตาจะตัดไฟได้เองอัตโนมัติ ช่วยป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟไหม้ได้

เรื่องน่ารู้ในการใช้เตาปิ้งย่างไฟฟ้าและการทำความสะอาดอย่างถูกวิธี

ไม่ใช้ของมีคมกับหม้อหรือกระทะ เพราะจะทำให้ผิวเป็นรอย และทำให้เทฟลอนหลุดออกได้ เช่น ส้อม มีด

ควรทำความสะอาดหลังใช้ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ข้ามวัน หลังใช้งานแล้วทำความสะอาดได้เลย ช่วยให้ล้างออกง่ายกว่า

ไม่ใช้สก๊อตไบรท์หรือฝอยขัดหม้อขัด หากเป็นคราบที่ฝังลึกควรใช้น้ำยาขจับคราบราดก่อนทำความสะอาด จะช่วยให้คราบอาหารหลุดง่ายขึ้น ไม่ควรใช้สก๊อตไบรท์หรือฝอยขัดหม้อขัด เพราะจะทำให้เป็นรอยและทำให้เทฟลอนหลุด

ถอดปลั๊กไฟก่อนนำไปทำความสะอาด เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน

สำหรับใครที่เป็นสายปิ้งย่างอย่าลืมเลือกซื้อเตาปิ้งย่างไฟฟ้าให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ และควรใช้งานอย่างถูกวิธีเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น เตาปิ้งย่างไฟฟ้า

เตารีดไอน้ำ

เตารีดไอน้ำ รีดเรียบ รีดเร็ว รีดง่าย ทางเลือกใหม่สำหรับพ่อบ้านแม่บ้านที่รักความสะดวกสบาย 

เตารีด เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นสำหรับทุกบ้านเพื่อใช้รีดเสื้อผ้าให้เรียบและดูน่าสวมใส่อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าทำงาน ชุดนักเรียน หรือเสื้อผ้าอื่น ๆ เพราะหากใส่เสื้อผ้าที่ยับเกินไปจะทำให้ดูไม่ค่อยสุภาพได้ โดยเตารีดที่นิยมใช้ในปัจจุบันนี้คือ เตารีดไอน้ำ เพราะเป็นเทคโนโลยีการรีดแบบใหม่ที่ช่วยให้รีดได้เรียบขึ้น เร็วขึ้น และถูกใจคุณพ่อบ้านแม่บ้านมากขึ้น ส่วนจะมีแบบไหนให้เลือกใช้บ้าง ไปดูกัน

ประเภทของ เตารีดไอน้ำ แบบต่าง ๆ และการใช้งาน

แบบพกพา เป็นเตารีดขนาดเล็กที่ออกแบบมาสำหรับพกพา ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก ทำงานโดยใช้แบตเตอรี่ รีดเรียบด้วยระบบไอน้ำที่มีรูปล่อยไอน้ำหลายรู มาพร้อมกับถังน้ำในตัว ร้อนเร็วไม่ต้องรอนาน ส่วนมากแล้วจะเป็นเตารีดไอน้ำแบบยืนที่เพียงถูกับเสื้อผ้าที่แขวนไว้ก็เรียบแล้ว ใช้รีดได้ทั้งเสื้อผ้า ผ้าม่าน ผ้าห่ม และโซฟา บางรุ่นออกแบบมาให้พับเก็บได้เพื่อการพกพาที่สะดวกยิ่งขึ้น

แบบทั่วไป มีลักษณะเหมือนเตารีดแห้ง แต่ทำงานด้วยระบบไอน้ำ มีด้ามจับถนัดมือ ใช้รีดได้ทั้งแบบแนวนอนและแนวตั้ง รีดไอน้ำต่อเนื่องได้นาน มีช่องใส่น้ำในตัว มีระบบป้องกันน้ำหยด

แบบแยกหม้อต้ม เป็นเตารีดแบบไอน้ำที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่เป็นแบบแยกหม้อต้ม มีแรงดันน้ำที่สูง ช่วยให้รีดผ้าได้เรียบยิ่งขึ้นและเร็วยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือ รีดได้มากขึ้นด้วยถังน้ำขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับบ้านที่มีเสื้อผ้าเยอะหรือมีสมาชิกหลายคน

แบบอุตสาหกรรม เป็นเตารีดที่นิยมใช้ในงานอุตสาหกรรมหรือร้านซักรีด เหมาะสำหรับรีดเสื้อผ้าในปริมาณมาก มีถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ รีดได้ในปริมาณมาก กระจายความร้อนได้อย่างทั่วถึง

แบบยืน เป็นเตารีดที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบันนี้ เพราะเป็นเตารีดไอน้ำแบบยืนที่รีดได้ง่ายในแนวตั้ง มีถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ สามารถปรับระดับไอน้ำได้ เรียบง่าย รีดเร็ว มาพร้อมกับที่แขวนเสื้อผ้าในตัว 

การเลือกซื้อเตารีดไอน้ำ ควรเลือกแบบไหนดี?

เลือกรุ่นที่ตรงกับการใช้งาน หากใช้งานในบ้านเหมาะสำหรับแบบทั่วไปหรือแบบยืน แต่หากเป็นคนที่เดินทางบ่อยเหมาะสำหรับแบบพกพา

เลือกจากแรงดันไอน้ำ หากมีแรงดันสูงจะช่วยให้รีดได้เรียบยิ่งขึ้น

เลือกรุ่นที่ช่วยขจัดคราบหินปูนได้ น้ำที่ใส่ไว้นาน ๆ จะก่อให้เกิดหินปูนได้ เมื่อนำมารีดจะทำให้น้ำไม่สะอาดและเปื้อนเสื้อผ้าได้

เลือกรุ่นที่มีระบบป้องกันน้ำหยด เพื่อช่วยให้เสื้อผ้าไม่เป็นรอยด่างจากคราบน้ำที่หยดลงไป

เลือกจากกำลังไฟ หากมีกำลังไฟมากจะทำความร้อนได้เร็ว ไม่ต้องรอนาน

เลือกรุ่นที่มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ เมื่อเตารีดมีความร้อนสูงจะตัดไฟได้เองอัตโนมัติ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน

มีมาตรฐาน มอก. เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลยไม่ว่าจะเลือกซื้อเตารีดประเภทไหนก็ตาม ควรมีมอก. หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน

ข้อควรระวังในการใช้เตารีดแบบไอน้ำ ใช้อย่างไรให้ดีต่อเสื้อผ้า?

ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับผ้าแต่ละชนิด เตารีดไอน้ำจะทำความร้อนได้เร็วกว่าแบบอื่น ๆ จึงควรปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับเนื้อผ้าและไม่ควรเปิดไฟแรงจนเกินไป

ใช้น้ำสะอาดแทนน้ำประปา เพราะน้ำประปาจะทำให้เกิดคราบหินปูนหรือคราบตะกรันได้ง่าย

รีดจากด้านในช่วยถนอมสีผ้าได้มากกว่า ควรกลับด้านรีดจากด้านในเพื่อช่วยให้ผ้าสีสดอยู่เสมอ

ไม่รีดทับกระดุมหรือเครื่องประดับ เพราะมีความร้อนสูง จะทำให้กระดุมหรือเครื่องประดับละลายได้

ควรเปลี่ยนน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยประมาณอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพราะหากไม่เปลี่ยนน้ำจะทำให้เกิดคราบตะกรัน

เทน้ำออกเมื่อไม่ใช้งานเป็นเวลานาน หากไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานควรเทน้ำทิ้งเพื่อป้องกันการเกิดคราบหินปูน และเพื่อความสะอาดของน้ำและถังน้ำ

สำหรับคุณพ่อบ้านแม่บ้านคนไหนที่เบื่อกับการรีดผ้าแบบเดิม ๆ ที่รีดเท่าไหร่ก็ไม่เรียบสักที สามารถเปลี่ยนมาใช้เตารีดไอน้ำเพื่อการรีดผ้าที่ง่ายขึ้นได้ ช่วยประหยัดแรงและประหยัดเวลาได้เยอะเลย เตารีดไอน้ำ

กรอบรูป

เทคนิคการเลือกซื้อกรอบรูปออนไลน์ เลือกอย่างไรไม่ให้พลาด!

กรอบรูป เป็นของตกแต่งยอดนิยมที่เชื่อว่าหลายบ้านจะต้องมีกันอยู่แล้ว เพราะใช้ตกแต่งบ้านให้ดูมีสไตล์ขึ้นได้จากรูปภาพแนวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพสี ภาพวาด ภาพธรรมชาติ ภาพคน ภาพสัตว์ หรืองานศิลปะอื่น ๆ ก็สามารถนำมาใส่กรอบเพื่อตั้งโชว์หรือตกแต่งติดผนังได้ แต่จะเลือกซื้ออย่างไรดีล่ะ? ให้เข้ากับสไตล์ตกแต่งบ้านของตนเองและเข้ากับรูปภาพแต่ละสไตล์ วันนี้จึงมีเทคนิคดี ๆ มาเอาใจคนชอบช้อปปิ้งออนไลน์เพื่อให้เลือกซื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น

ความแตกต่างของ กรอบรูป แต่ละประเภท แบบไหนที่เหมาะสำหรับการใช้งานของคุณ?

กรอบลอย เป็นกรอบแบบไม่มีขอบที่นิยมใช้กับภาพถ่ายแนวศิลปะที่ใช้การพิมพ์ภาพกระดาษโฟโต้แล้วเคลือบทับอีกชั้นด้วยฟิล์มเพื่อให้ดูสวยงาม หรือจะไม่เคลือบก็ได้ มีหลากสไตล์ เป็นกรอบที่นิยมใช้ตกแต่งบ้านโดยการแขวนติดไว้ที่ผนัง แตกต่างจากกรอบแบบทั่วไปที่จะมีขอบอยู่ด้านข้าง ความพิเศษของกรอบลอยคือ แถบด้านข้างรอบด้านสามารถเลือกความหนาได้ว่าต้องการให้หนาหรือบางแค่ไหน สามารถตกแต่งสีด้านข้างได้

กรอบไม้จริง ผลิตจากไม้จริงหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นไม้สัก ไม้ไผ่ และอื่น ๆ นิยมใช้ทั้งแบบธรรมชาติที่ไม่ได้ตกแต่งหรือเคลือบผิวเพิ่มเติม และแบบที่มีการเคลือบผิว เพ้นท์สี หรือแกะสลักลงไปเพื่อความสวยงาม มีความทนทานสูง แต่มีน้ำหนักค่อนข้างมาก ราคาก็ค่อนข้างสูงเช่นกัน

กรอบไม้พลาสติก ผลิตจากพลาสติกขนาดต่าง ๆ สามารถเลือกความหนาของกรอบได้ มีให้เลือกหลายโทนสี มีทั้งโทนสีเข้ม สีอ่อน และสีสันสดใส ข้อดีคือ มีน้ำหนักเบาและมีราคาไม่แพง

กรอบอะลูมิเนียม เป็นกรอบสไตล์โมเดิร์นที่เหมาะสำหรับการตกแต่งบ้านในสไตล์โมเดิร์น ดีไซน์เรียบหรูดูแพง มีให้เลือกหลายสี อาทิ สีดำ สีเงิน สีทอง สีเทา ฯลฯ

กรอบอะคริลิก เป็นกรอบใส 2 ด้านที่ผลิตจากอะคริลิก สามารถใส่ภาพได้ทั้ง 2 ด้าน มีความทนทาน ไม่แตกง่าย มีน้ำหนักเบา ทำความสะอาดง่าย เหมาะสำหรับตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น

กรอบกระจก ผลิตจากกระจกใสทั้งสองด้าน ใส่ภาพได้ทั้งด้าน มีความใสและคมชัดสูง แต่จะแตกค่อนข้างง่าย ควรใช้งานด้วยความระมัดระวัง

กรอบหลุยส์ เป็นกรอบรูปติดผนังแบบสวยงามที่ออกแบบมาอย่างหรูหรา นิยมใช้ใส่ภาพงานแต่ง งานรับปริญญา หรืองานสำคัญต่าง ๆ มีให้เลือกทั้งสีเงิน สีทอง และแบบไม้ 

กรอบกระดาษแข็ง เป็นกรอบที่เห็นได้บ่อยตามงานอีเวนท์หรือตามงานประกาศต่าง ๆ ผลิตจากกระดาษแข็งหุ้มด้วยพลาสติกใส เป็นกรอบที่นิยมใช้เป็นของระลึกในงานต่าง ๆ 

เลือกซื้อ กรอบรูป ออนไลน์อย่างไรให้ถูกใจและตรงกับความต้องการ?

1.เลือกจากประเภท ควรเลือกประเภทที่เข้ากับสไตล์การตกแต่งของตัวเอง เช่น ต้องการกรอบรูปติดผนังใส่ภาพวาดศิลปะ เหมาะสำหรับกรอบอะลูมิเนียมหรือกรอบลอย เพราะช่วยให้ภาพวาดดูโดดเด่นขึ้นได้

2.วัดขนาดของรูปภาพก่อนเลือกซื้อ ควรวัดขนาดภาพที่ต้องการใส่กรอบก่อนว่ามีขนาดเท่าไหร่เพื่อเลือกซื้อได้ถูกต้อง เช่น ขนาด A4, A3, A2, A1 ฯลฯ

3.เลือกจากทรง เช่น หากต้องการกรอบแบบตั้งโต๊ะในแนวนอน ควรเลือกกรอบทรงแนวนอน เพราะออกแบบขาตั้งมาในแนวนอน หากเลือกกรอบแนวตั้งจะทำให้ตั้งไม่ได้ เนื่องจากเป็นคนละทรงกัน

4.เลือกวัสดุที่มีคุณภาพดี ควรเลือกวัสดุที่มีคุณภาพดี ทนทาน เพราะจะช่วยให้ใช้งานได้นาน

5.เลือกจากร้านที่น่าเชื่อถือ ควรเลือกร้านที่มีรีวิวการสั่งซื้อและคะแนนที่ดี ไม่ควรมีชื่อเสียงในทางที่ไม่ดี

การดูแลรักษากรอบรูปให้มีสภาพเหมือนใหม่และใช้งานได้นาน ๆ 

จัดไว้ในที่ที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นแบบตั้งหรือแบบวางควรจัดไว้ในที่ที่เหมาะสม ไม่วางขวางทางเดิน หรือประตูที่มีการเปิด – ปิดบ่อย ๆ 

หลีกเลี่ยงความชื้นและแสงแดด เพราะจะทำให้ภาพถ่ายและกรอบบางประเภทมีสีซีดและเกิดเชื้อราจากความชื้นได้

หมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ ควรปัดฝุ่นหรือเช็ดทำความสะอาดอยู่เสมอเพื่อความสะอาด

ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดให้ถูกประเภท หากเป็นกรอบกระจกควรใช้น้ำยาเช็ดกระจกเช็ดทำความสะอาดให้ทั่ว

และนี่คือวิธีดี ๆ ในการเลือกซื้อกรอบรูปออนไลน์ที่ได้นำมาฝากกัน หากใครกำลังมองหากรอบแบบไหนอยู่ก็วัดขนาดแล้วสั่งซื้อมาตกแต่งบ้านหรือห้องกันได้เลย กรอบรูป

เครื่องสูบน้ำ

เครื่องสูบน้ำ แต่ละประเภททำงานอย่างไร มีหลักในการเลือกซื้ออย่างไร?

เครื่องสูบน้ำ เป็นอุปกรณ์ที่เราเห็นกันบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทางการเกษตร อุตสาหกรรม หรือการใช้งานในบ้าน โดยมีหน้าที่หลักในการสูบน้ำหรือถ่ายเทของเหลวต่าง ๆ จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง มีพลังในการดูดสูง สามารถดูดน้ำ หรือ ปั๊มน้ำได้ในปริมาณมาก เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเบาแรงและประหยัดเวลาการทำงานลงได้มาก นิยมใช้ในช่วงฤดูฝน เพราะเป็นช่วงที่น้ำเยอะและต้องการการระบายเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมขัง ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็มีทั้งหมด 4 ประเภทด้วยกัน ได้แก่

แบบเหวี่ยงหนีศูนย์ หรือที่หลายคนเรียกว่าปั๊มหอยโข่ง เป็นเครื่องที่นิยมใช้ทางการเกษตรและการระบายน้ำทั่วไป ทำหน้าที่ส่งน้ำออกทางท่อ ข้อดีคือ สามารถใช้ได้ทั้งน้ำแรงดันต่ำและแรงดันสูง ส่วนการทำงานมีทั้งระบบเครื่องยนต์และแบบมอเตอร์ไฟฟ้า

แบบท่อสูบ หรือท่อพญานาค ซึ่งที่เรียกแบบนี้ก็เพราะว่าท่อของปั๊มชนิดนี้มีขนาดยาวยื่นออกมา แต่ส่วนมากแล้วจะยาวไม่เกิน 7 เมตร ใช้สำหรับสูบน้ำหรือระบายน้ำก็ได้ มีแรงสูบสูง เป็นชนิดที่นิยมใช้ทางการเกษตรในการสูบน้ำออกจากบ่อหรือไร่นา สามารถสูบได้ปริมาณมาก ปากท่อมีขนาดกว้าง ทำงานได้เร็ว

แบบมีลูกสูบ สำหรับบ้านใครที่ใช้ปั๊มสูบน้ำน่าจะคุ้นเคยกับเครื่องชนิดนี้ เพราะเป็นปั๊มน้ำที่นิยมใช้งานตามบ้าน เนื่องจากเป็นเครื่องที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก และมีขนาดท่อค่อนข้างเล็ก ทำให้สูบน้ำได้ไม่เยอะ 

แบบมีใบพัดอยู่ใต้น้ำ หรือที่หลายคนเรียกว่าแบบเทอร์ไบน์ เป็นเครื่องขนาดใหญ่ที่มีใบพัดอยู่ใต้น้ำ มีประสิทธิภาพในการสูบสูง นิยมใช้เจาะบ่อบาดาล

หลักการเลือกซื้อเครื่องสูบน้ำ 

เลือกประเภทที่เหมาะสมกับการใช้งาน แต่ละประเภทผลิตออกมาให้มีประโยชน์การใช้งานที่แตกต่างกัน จึงควรเลือกประเภทที่เหมาะกับการใช้งานเป็นหลัก เช่น ต้องการใช้สำหรับสูบน้ำออกจากบ่อกุ้ง บ่อเลี้ยงปลา เหมาะสำหรับเครื่องสูบน้ำแบบท่อสูบ เพราะท่อมีขนาดยาว สามารถวางพาดปากบ่อได้ ช่วยให้ดูดน้ำออกหรือเข้าได้เร็ว แต่หากต้องการใช้ในการระบายน้ำเหมาะสำหรับแบบหอยโข่ง สามารถต่อสายยางเพื่อดูดน้ำออกได้ง่าย 

เลือกขนาดที่เหมาะกับการใช้งาน เพราะมีหลายขนาดให้เลือกใช้งาน มีตั้งแต่ขนาดเล็กสำหรับใช้สูบน้ำในบ่อที่มีขนาดไม่ใหญ่ และเครื่องขนาดใหญ่สำหรับใช้สูบน้ำหรือระบายน้ำในบ่อที่มีขนาดใหญ่ จึงควรดูให้ดีว่าพื้นที่ใช้งานนั้นเหมาะสำหรับขนาดไหน หากใช้งานทั่วไปขนาดเล็กหรือขนาดกลางก็ถือว่าทำงานได้ดี แต่หากใช้ทำการเกษตรหรือการสูบน้ำโดยเฉพาะ ควรเลือกรุ่นที่มีขนาดใหญ่ เพราะมีกำลังการสูบน้ำที่มากกว่าและสูบได้เร็วกว่า ช่วยให้ไม่เสียเวลาในการใช้งาน

เลือกจากระบบการทำงาน แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ แบบเครื่องยนต์และแบบมอเตอร์ไฟฟ้า โดยแบบเครื่องยนต์จะทำงานโดยใช้น้ำมันเบนซินหรือน้ำมันดีเซลในการทำงาน ส่วนมากแล้วจะเป็นเครื่อง 4 จังหวะ เป็นเครื่องดูดน้ำพลังสูงมีระยะส่งน้ำไกล และสามารถสูบน้ำลึกได้หลายเมตร เป็นเครื่องอเนกประสงค์ที่ใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ปั๊มน้ำสำหรับอาคารบ้านเรือนหรือใช้ทางการเกษตร ส่วนแบบมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานโดยใช้ไฟฟ้า

เลือกจากความจุของถังน้ำมัน ขนาดของถังน้ำมันมีผลต่อการใช้งาน เพราะหากถังมีขนาดเล็ก จุน้ำมันได้น้อย จะทำให้สูบได้ไม่นาน แต่หากถังมีขนาดใหญ่จะใส่น้ำมันได้เยอะ และใช้งานได้นานกว่า

เลือกมอเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ ถือเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกซื้อ เพราะมอเตอร์เป็นอุปกรณ์ชิ้นหลักในการทำงาน หากมอเตอร์คุณภาพไม่ดี ร้อนง่าย ก็จะทำให้เครื่องพังเร็ว ควรเลือกมอเตอร์ที่มีคุณภาพสูง ทนทาน เพื่อใช้งานได้นาน ๆ 

เลือกวัสดุที่มีคุณภาพ แข็งแรง ทนทาน เพราะน้ำแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน มีทั้งน้ำแบบทั่วไป น้ำโคลน และน้ำที่มีสารเคมีหรือสารต่าง ๆ ที่ทำให้วัสดุตัวเครื่องหรือท่อเกิดความเสียหายเมื่อใช้งานไปนาน ๆ ได้ 

เครื่องสูบน้ำ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งการสูบ ปั๊ม และระบาย ใช้ได้กับน้ำและของเหลวทุกชนิด หากต้องการนำไปใช้งานแบบไหน อย่าลืมเลือกซื้อให้ถูกประเภทกันด้วย เครื่องสูบน้ำ

ผ้าใบกันแดด

อยากได้ ผ้าใบกันแดด ควรเลือกซื้อแบบไหนดี? แบบไหนกันแดดได้ดีที่สุด?

ผ้าใบเป็นของใช้อเนกประสงค์ที่นอกจากจะมีไว้เพื่อช่วยกันแดดกันฝนที่บ้าน ร้านค้า หรืออาคารได้แล้ว ยังสามารถนำไปกางเพื่อกันแดดและกันลมกลางแจ้งได้ ไม่ว่าจะเป็นการไปแคมป์ปิ้ง ร้านค้าตลาดนัด การจัดกิจกรรมกลางแจ้ง การออกบูทสินค้า และอื่น ๆ หากใครที่กำลังมองหา ผ้าใบกันแดด ไว้เพื่อใช้งานต่าง ๆ อยู่ เราจะพาไปเลือกซื้อกันว่าควรเลือกอย่างไร และแบบไหนที่กันแดดได้ดีที่สุด

รู้จักประเภทของผ้าใบก่อนเลือกใช้ แบบไหนกันแดดได้ และแบบไหนกันแดดไม่ได้

· ผ้าใบใส สำหรับใครที่ต้องการผ้าใบไว้กันแดดควรมองข้ามผ้าใบชนิดไปเลย เพราะเป็นผ้าใบกันน้ำที่สามารถกันน้ำเข้าหรือน้ำซึมได้ 100% ผลิตจากพลาสติก PVC โปร่งแสง แต่แสงลอดผ่านได้ 100% เป็นผ้าใบที่มีความยืดหยุ่นสูง ไม่ฉีกขาดง่าย ผิวของผ้าใบจะเรียบเนียน มันวาว และมีเนื้อที่นิ่ม นิยมใช้สำหรับคลุมของหรือทำเป็นหลังคา เพื่อป้องกันฝนหรือละอองน้ำ

· ผ้าใบทาโพลีนหรือผ้าใบสกายไลท์ สำหรับกันแดดคงต้องผ่านผ้าใบชนิดนี้ไปอีกเช่นกัน เพราะโครงสร้างผลิตจากเส้นใยเคลือบด้วยพลาสติกใส เป็นผ้าใบแบบโปร่งแสง ที่แสงลอดผ่านได้ สามารถกันน้ำได้ 100% แต่จะมีความยืดหยุ่นไม่เท่าผ้าใบใส ผิวมันและค่อนข้างด้าน นิยมใช้ทำกันสาด เหมาะสำหรับบ้านหรืออาคารที่ต้องการทำกันสาดแต่ไม่ต้องการให้บ้านทึบ และมีแสงสว่าง

· ผ้าใบคูนิล่อน เป็นผ้าใบที่เหมาะสำหรับการใช้กันแดดมากที่สุด เพราะแสงลอดผ่านได้เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ช่วยป้องกันรังสียูวีได้ดี ผลิตจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ มีความยืดหยุ่นสูง ทนทาน ไม่ขาด ทนต่อแรงดึงหรือแรงลมได้ดี ส่วนเนื้อผ้าจะเรียบเนียนและค่อนข้างนิ่ม ไม่กระด้าง สามารถกันน้ำซึมเข้าได้ 100% เป็นชนิดที่นิยมนำมาทำกันสาดมากที่สุด เพราะทนทาน มีสีให้เลือกเยอะกว่าประเภทอื่น แต่สีของผ้าใบกันแดดจะมีผลต่อการลอดผ่านของแสงแดดด้วย

จุดเด่นของวัสดุที่นำมาทำผ้าใบแต่ละชนิด

· PVC Coated Polyester เป็นวัสดุที่นิยมนำมาผลิตผ้าใบมากที่สุด ผลิตจากเส้นใย Polyester และเคลือบด้วย PVC เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกันแดดหรือกันลม สามารถกันแดดได้ดี มีแสงลอดผ่านได้ประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์ ทนความร้อนได้ 70 องศาเซลเซียสโดยจะขึ้นอยู่กับการผลิตของแต่ละยี่ห้อ และปัจจุบันนี้ได้มีการนำเทคโนโลยี FR หรือสารกันไฟมาใช้กับผ้าใบแบบ PVC Coated Polyester เพื่อป้องกันไฟลาม และช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานได้ ส่วนอายุการใช้งานจะอยู่ที่ประมาณ 15 ปี

· PTFE Coated Glass Fiber เป็นวัสดุที่มีความทนทานสูงและมีความแข็งแรง ผลิตจากใยแก้วเคลือบด้วย PTFE ทนต่อความร้อนได้สูงและทนไฟได้มากถึง 380 องศาเซียลเซส ข้อดีของวัสดุประเภทนี้คือ คงรูป และไม่เปลี่ยนสี หมายถึง หากซื้อมาสีอะไรก็จะเป็นสีนั้นและคงสภาพเดิมเอาไว้ได้นานมากถึง 45 ปี

การเลือกซื้อ ผ้าใบกันแดด ควรเลือกอย่างไร?

· เลือกจากทรงผ้าใบและการใช้งาน ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่าจะนำไปใช้ทำอะไร เพราะผลิตออกมาหลายแบบ หากต้องการใช้บังแดดหรือกันสาด ก็มีกันสาดแบบสำเร็จรูปพร้อมติดตั้งให้เลือกซื้อ แต่หากต้องการใช้งานแบบอเนกประสงค์ก็มีแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าให้เลือกใช้งาน

· เลือกจากประเภทของผ้าใบ หลัก ๆ แล้วจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แบบกันแดด, แบบไม่กันแดด และแบบกันน้ำกับแบบไม่กันน้ำ

· เลือกขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งาน ควรวัดขนาดที่ต้องการใช้ก่อนว่ามีขนาดเท่าไหร่เพื่อเลือกซื้อได้ถูกต้อง เนื่องจากมีหลายขนาดให้เลือก

· เลือกจากความหนาของผ้าใบ แม้จะเป็นผ้าใบชนิดเดียวกันแต่ความหนาของผ้าอาจไม่เหมือนกัน รวมถึงความโปร่งแสงด้วย จึงควรเลือกความหนาที่ตรงกับความต้องการ เพราะมีผลต่อการใช้งาน ส่วนมากแล้วผ้าใบกันน้ำจะมีน้ำหนักเบากว่าแบบกันแดด

· เลือกจากคุณภาพสินค้า เพราะมีผลิตมาหลายเกรด จึงควรเลือกชนิดที่คุณภาพดี แข็งแรง ทนทาน เพื่อการใช้งานที่นานยิ่งขึ้น

สำหรับใครที่กำลังมองหาผ้าใบกันแดดอยู่ก็อย่าลืมเลือกซื้อให้ถูกประเภท เพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการป้องกันแสงแดด ช่วยให้ไม้ร้อนและยังกันน้ำกันฝนได้อีกด้วย ผ้าใบกันแดด

สติ๊กเกอร์

รู้จักสติ๊กเกอร์ก่อนใช้งาน แต่ละแบบเหมาะสำหรับการใช้งานแบบไหน ดูแลอย่างไรให้ติดทน

เคยรู้สึกไหมว่าทำไม สติ๊กเกอร์ ที่สั่งทำหรือที่ซื้อมานั้นมีประสิทธิภาพไม่เหมือนกัน ทำไมบางชนิดโดนน้ำได้ไม่เป็นอะไร แต่ทำไมบางชนิดถึงโดนน้ำไม่ได้ หรือมีผิวที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าวัสดุที่ใช้ผลิตนั้นมีหลายประเภท และวัสดุแต่ละประเภทมีประสิทธิภาพที่ไม่เหมือนกัน สำหรับใครที่คิดจะสั่งทำหรือกำลังจะเลือกซื้อสำหรับตกแต่ง วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักข้อดีของแต่ละประเภทกันว่าแต่ละแบบดีอย่างไร และแบบไหนที่ตรงกับความต้องการของคุณ จะใช่แบบที่คุณกำลังคิดอยู่หรือไม่?

รู้จักกับประเภทต่าง ๆ ของสติ๊กเกอร์ก่อนใช้ แต่ละแบบเหมาะสำหรับงานแบบไหน?

· PVC Sticker เป็นชนิดที่มีความทนทานสูง สามารถกันน้ำได้ 100% และทนความร้อนได้มากถึง 40 องศาเซลเซียส โดยวัสดุที่ใช้มีอยู่ 4 แบบด้วยกัน ได้แก่ แบบใส แบบขาวเงา แบบขาวนวล และแบบกาว เหมาะสำหรับการใช้ทำฉลากสินค้า หรือติดโฆษณาทั่วไป นิยมใช้ทำฉลากเครื่องดื่ม เพราะถึงเปียกน้ำก็ไม่เป็นอะไร ทนทาน และคงสภาพเดิมไว้ได้อยู่เสมอ อีกทั้งยังเป็นชนิดที่ไม่ฉีกขาดง่ายอีกด้วย 

· Paper Sticker เป็นชนิดที่มีราคาถูกที่สุดเนื่องจากผลิตมาจากกระดาษ มี 4 ประเภท ได้แก่ กระดาษกึ่งมันกึ่งด้าน กระดาษขาวด้าน กระดาษขาวเงา และกระดาษคราฟ นิยมผลิตเป็นโลโก้ บาร์โค้ด หรือฉลากสำหรับติดผลไม้ สามารถกันน้ำละอองน้ำได้ 40% ไม่กันน้ำ ฉีกขาดได้ง่าย แต่ทนความร้อนได้สูง 90 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับการทำฉลากสินค้าแห้ง

· PP Sticker เป็นชนิดที่นิยมใช้กันมากที่สุดและได้ยินชื่อกันบ่อยที่สุด เนื่องจากมีความทนทานสูงและสามารถกันน้ำได้ 100% เนื้อสวย เมื่อพิมพ์ออกมาแล้วดูสวยงาม เงางาม คมชัด โดดเด่น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประเภทของหมึกและเครื่องพิมพ์ด้วย ใช้ทำสติ๊กเกอร์ได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นฉลากสินค้าอุปโภคบริโภค ใช้สำหรับติดรถยนต์ หรือใช้ตกแต่งทั่วไป ทนต่อความร้อนได้สูง 90 องศาเซลเซียส 

· PET Sticker เป็นชนิดที่กันน้ำและกันความร้อนได้สูงที่สุด มีความทนทานมากที่สุด สามารถกันน้ำได้ 100% และทนความร้อนได้มากถึง 200 องศาเซลเซียส นิยมใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความร้อนสูง เช่น ไมโครเวฟ กาต้มน้ำ หม้อหุงข้าว ฯลฯ แต่ราคาก็จะสูงกว่าแบบอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

· แบบกันปลอม เป็นชนิดที่มีคุณภาพสูง สามารถกันน้ำและความทนความร้อนได้แบบ 100% จุดเด่นคือ เมื่อกระทบกับแสงไฟจะเป็นสีรุ้ง มีตัวอักษรติดอยู่ เมื่อลอกแล้วตัวอักษร Void ก็ยังคงติดอยู่ ใช้สำหรับกันปลอมสินค้าโดยเฉพาะ นิยมใช้กับสินค้าที่มีราคาสูง จะติดไว้ที่ข้างกล่องหรือบนตัวผลิตภัณฑ์

· แบบสุญญากาศ เป็นชนิดที่เห็นได้บ่อย โดยเฉพาะผู้ที่ใช้รถใช้ถนน เพราะนิยมใช้ติดกระจกรถ หรือกระจกทั่วไป เป็นแบบสุญญากาศที่ติดเข้ากระจกได้ดี เมื่อลอกออกแล้วไม่เป็นรอย โดนน้ำได้ ทนความร้อนได้ประมาณ 40 – 60 องศาเซลเซียส

· แบบซีทรู เป็นชนิดที่สามารถมองเห็นได้ทั้ง 2 ทาง นิยมใช้ติดโฆษณาบนรถประจำทาง รถไฟฟ้า ฯลฯ เพราะเมื่อติดแล้วคนที่อยู่ด้านในจะสามารถมองเห็นด้านนอกได้ ส่วนคนด้านนอกก็จะเห็นโฆษณาต่าง ๆ ได้แบบทั่วไป เป็นชนิดที่กันน้ำได้และทนความร้อนได้ค่อนข้างดี ทนความร้อนได้ 60 องศาเซลเซียส

5 สติ๊กเกอร์ ขายดี และได้รับความนิยมอยู่เสมอ

1. แบบฉลากสินค้า เป็นชนิดที่ขายดีที่สุด เพราะใช้ติดฉลากสินค้าได้ทุกประเภท สามารถออกแบบลวดลายได้เอง หรือจะเลือกซื้อแบบสำเร็จก็ได้ 

2. ลายการ์ตูน เป็นที่นิยมในปัจจุบันนี้ นิยมมานำตกแต่งบนอุปกรณ์ต่าง ๆ โต๊ะ เก้าอี้ ประตู หน้าต่าง กระจก เป็นต้น

3. แบบแทททู เป็นประเภทที่นิยมมานานแล้วและยังคงได้รับความนิยมอยู่ เพราะมีลวดลายที่หลากหลายและทันสมัย นำมาติดบนร่างกายได้

4. แบบสัญลักษณ์ เป็นลายสัญลักษณ์ต่าง ๆ ใช้ได้ทั้งในการทำงานและการตกแต่งทั่วไป

5. แบบขอบคุณ เป็นที่นิยมสำหรับพ่อค้าแม่ค้า ใช้สำหรับติดที่สินค้าหรือกล่องเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า

ได้ทราบถึงประเภทต่าง ๆ ของstickerกันไปแล้ว หากใครที่สั่งทำหรือจะหาซื้อมาใช้ก็อย่าลืมดูให้ดีกว่าเป็นประเภทไหนและใช้วัสดุแบบไหน เพื่อให้ตรงกับการใช้งานมากที่สุด และควรเก็บให้ห่างจากความร้อน เปลวไฟ แสงแดด และความชื้น แค่นี้อายุการใช้งาน ของสติ๊กเกอร์คุณ ก็จะยาวขึ้น และ คงความสวยงามไว้ได้อีกนาน

สติ๊กเกอร์

เครื่องตีแป้ง

อยากได้เครื่องตีแป้งควรเลือกซื้อแบบไหนดี และควรใช้งานอย่างไร? 

ปัจจุบันนี้เราสามารถทำอาหารหรือเบเกอรี่ต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย และผลิตออกมาให้ใช้งานได้สะดวกสบายมากขึ้นในราคาที่จับต้องได้ หลายคนจึงใช้เวลาว่างอยู่ที่บ้านในการขนมหรือเบเกอรี่ สำหรับใครที่ชื่นชอบการทำอาหาร แต่ไม่รู้ว่าควรเลือกซื้อ เครื่องตีแป้ง หรือ เครื่องผสมอาหารอย่างไรดี เราก็มีเคล็ดลับง่าย ๆ มาบอกกันว่าควรเลือกจากอะไรบ้าง และควรดูแลอย่างไรให้ใช้งานนาน ๆ 

เทคนิคการเลือกซื้อ เครื่องตีแป้ง ควรดูที่อะไรบ้าง?

ขนาดของโถตีแป้ง เป็นสิ่งแรก ๆ ที่ไม่ควรมองข้ามไปเลย เพราะหากเลือกโถเล็กไปจะทำให้ตีแป้งหรือผสมอาหารได้น้อย แต่หากใหญ่เกินไปก็กินพื้นที่และไม่เหมาะกับการใช้งาน จึงควรถามตัวเองก่อนว่าต้องการนำไปใช้ทำอะไร หากใช้ทำขนมทานเองที่บ้านก็ไม่จำเป็นต้องเลือกโถที่มีขนาดใหญ่มาก แต่หากใช้สำหรับทำขนมขายควรเลือกโถที่มีขนาดใหญ่หน่อย เพื่อผสมได้เยอะและไม่ต้องผสมหลายครั้ง 

เปลี่ยนหัวปั่นได้ เพราะไม่ได้ใช้ตีแป้งได้อย่างเดียว แต่เป็นเครื่องผสมอาหารที่ใช้ผสมส่วนผสมต่าง ๆ ได้ด้วย จึงควรเลือกรุ่นที่เปลี่ยนหัวได้เพื่อการใช้งานที่หลากหลาย  เช่น หัวตะกร้อ หัวตะขอ เกลียวปั่น ฯลฯ  

ความเร็วและในตีแป้ง ควรเลือกรุ่นที่ปรับระดับความเร็วในการตีแป้งได้ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน

เลือกจากวัสดุ ควรเลือกวัสดุคุณภาพดีและทนทาน เช่น สเตนเลส ช่วยป้องกันการเกิดสนิมได้

กำลังไฟ หากมีกำลังไฟเยอะก็จะช่วยให้ตีได้เร็วขึ้น แรงขึ้น แต่หากมีกำลังไฟน้อยก็จะมีกำลังในการตีลดลง

เสียงขณะทำงาน ควรเลือกรุ่นที่เสียงเงียบหรือไร้เสียงรบกวน เพราะหากเสียงดังเกินไปจะรบกวนการใช้งานได้

ฟังก์ชันการใช้งาน แต่ละรุ่นจะมีฟังก์ชันที่ต่างกันออกไป ควรเลือกฟังก์ชันที่เหมาะสมกับการใช้งานของตนเองเป็นหลัก เช่น แยกเครื่องปั่นออกจากเครื่องได้ มีตัวจับเวลา มีระบบตีแป้งอัตโนมัติ มีระบบล็อกอัตโนมัติ ฯลฯ

ทำความสะอาดง่าย ไม่ติดภาชนะ ควรเลือกวัสดุที่ป้องกันการติดโถและทำความสะอาดได้ง่าย 

เลือกจากดีไซน์ ปัจจุบันนี้มีให้เลือกหลายดีไซน์และหลายขนาด มีทั้งขนาดเล็กสำหรับพกพาและขนาดใหญ่ ดีไซน์สวยทันสมัย เลือกได้ตามใจชอบ

ข้อควรระวังในการใช้ เครื่องตีแป้ง ใช้อย่างไรให้ปลอดภัยและใช้ได้นาน 

ใส่แป้งหรือส่วนผสมในปริมาณที่พอดี ไม่ควรใส่ส่วนผสมต่าง ๆ ลงไปมากเกินไป เพราะจะทำให้กระเด็นออกนอกโถได้ ควรใส่ในปริมาณที่พอดีหรือตามปริมาณที่ระบุไว้

ปิดที่ตีแป้งทุกครั้งเมื่อเลิกใช้งาน หากต้องการหยุดพักควรปิดที่ตีแป้งก่อนทุกครั้ง ไม่ควรวางไว้ขณะที่เครื่องทำงานอยู่ ไม่ว่าจะวางบนขอบโถหรือวางบนโต๊ะก็ตาม เพราะแรงสั่นสะเทือนจะทำให้เกิดแรงเหวี่ยงได้ ทำให้เกิดอันตราย

ถอดปลั๊กออกทุกครั้ง และไม่วางหัวปั่นทิ้งไว้ด้านนอก เมื่อใช้งานเสร็จแล้วควรถอดปลั๊กออกทุกครั้งและไม่วางที่ตีแป้งไว้ด้านนอก เพื่อป้องกันเด็กเล็กไปจับหรือกดเล่น

ล็อกให้แน่นหนาก่อนเริ่มใช้งาน ก่อนใช้งานควรเช็กหัวตีแป้งและโถให้ดีว่าล็อกเข้าที่แล้วหรือยังเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน

เลือกหัวตีหรือเกลียวปั่นให้ถูกประเภทใช้งาน หัวตีแป้งหรือหัวผสมอาหารแต่ละประเภทออกแบบมาให้มีการใช้งานที่แตกต่างกัน จึงควรเลือกใช้งานให้ถูกประเภทเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องทำงานหนักจนเกินไป

หลีกเลี่ยงการใช้งานใกล้กับน้ำ เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ทำงานโดยใช้ไฟฟ้าจึงควรหลีกเลี่ยงการใช้งานใกล้กับบริเวณที่มีน้ำ และควรระวังไม่ให้หัวปั่นตกลงไปในน้ำ หากหล่นใส่น้ำควรรีบปิดสวิตช์และถอดปลั๊กออก

ทำความสะอาดหลังใช้งานทุกครั้ง เมื่อใช้งานเสร็จแล้วควรเช็ดและล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ข้ามวันเพราะจะทำให้คราบสกปรกต่าง ๆ จับและทำความสะอาดยาก

หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการทำขนมหรือชอบทำอาหารอยู่แล้ว เครื่องตีแป้งก็เป็นเครื่องครัวดี ๆ ที่ควรมีติดบ้านไว้ เพราะใช้งานได้ทั้งการตีแป้ง นวดแป้ง และการผสมอาหาร เครื่องตีแป้ง

ปฏิทิน 100 ปี

ปฏิทิน 100 ปี คืออะไร ทำไมถึงต้องมีมากถึง 100 ปี และทำไมถึงเป็นที่นิยม?

เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยสงสัยกันว่าทำไมถึงมี ปฏิทิน 100 ปี มีไว้ทำอะไร และทำไมเราถึงต้องดูย้อนหลังไปไกลถึง 100 ปี ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าเรื่องวัน เดือน ปีนั้นมีผลต่อมนุษย์หลายอย่าง โดยหลักการนับวันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ใหญ่ ๆ ได้แก่ แบบจันทรคติ เป็นแบบไทยโบราณที่จะนับวันตามการโคจรรอบดวงจันทร์ ใน 1 ปีจะมีทั้งหมด 354 วัน หรือประมาณเดือนละ 29 วันเศษ เมื่อวนมาครบหนึ่งปีก็จะเพิ่มเข้าไปอีก 1 เดือน ทำให้มีวันเพิ่มเป็น 384 วัน แบบจันทรคติจะเรียกเดือนต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน จะเรียกว่าเดือนอ้าย เดือนยี่ เดือนสาม เดือนสี่ เดือนห้า เดือนหก เดือนเจ็ด เดือนแปด เดือนเก้า เดือนสิบ เดือนสิบเอ็ด และเดือนสิบสอง ส่วนแบบสุริยคติจะนับจากเวลาที่โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ ใน 1 ปีนับได้ 365 วัน เป็นประเภทที่นิยม 

ประโยชน์ของปฏิทิน 100 ปี ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

ใช้สำหรับทำนาย และนับวันตามโหราศาสตร์ เป็นปฏิทินที่ได้รับความนิยมทางด้านโหราศาสตร์เพื่อใช้ในการคำนวณวัน เป็นคัมภีร์พยากรณ์ที่ใช้ตรวจดูวันเวลาย้อนหลังเพื่อทำนายดวงชะตาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นดวงชะตาบ้านเมือง หรือดวงชะตาคน 

ใช้ในการหาฤกษ์งามยามดี บ้านเรามีความเชื่อว่าก่อนจะทำการสิ่งใดจะต้องมีฤกษ์งามยามดีเสียก่อน เพื่อให้ทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ราบรื่น นิยมใช้หาฤกษ์ในงานมงคลต่าง ๆ เช่น การตอกเสาเข็ม การหาฤกษ์วันขึ้นบ้านใหม่ การหาฤกษ์แต่งงาน หรือการทำธุรกิจต่าง ๆ ที่ควรทำในวันที่ฤกษ์ดี

ใช้พยากรณ์ดวงชะตาล่วงหน้า การพยากรณ์ดวงชะตาจะต้องคำนวณจากวันและเวลาในอดีตด้วย ไม่ได้คำนวณจากวันในอนาคตเพียงอย่างเดียว วัน เดือน ปี เกิด ราศี หรือเวลาตกฟากต่าง ๆ จึงมีผลต่อดวงชะตา สำหรับใครที่เคยไปตรวจเช็คดวงชะตาหรือเคยไปดูดวงอาจจะเคยเห็นท่านโหรเปิดดูคำทำนายผ่านตากันมาบ้างแล้ว

ช่วยให้ทราบวันสำคัญทางพุทธศาสนาในอดีตและปัจจุบัน จะเห็นว่าวันสำคัญต่าง ๆ มีการเปลี่ยนแปลงได้ จากสมัยก่อนที่เคยมีตอนนี้ก็ไม่มีแล้ว หรือเปลี่ยนไปเป็นวันอื่นตามเวลาใหม่แล้ว จึงช่วยให้ทราบได้ว่าในอดีตบ้านเรานั้นมีวันสำคัญอะไรบ้าง จึงไม่ได้เป็นของที่นิยมใช้สำหรับโหราศาสตร์เพียงอย่างเดียว แต่คนทั่วไปก็สามารถหาซื้อมาใช้ได้เช่นกัน

ช่วยให้ทราบวันหยุดต่าง ๆ สามารถดูวันหยุดประจำปีล่วงหน้าได้ เช่น วันหยุดราชการที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนจะมีการเพิ่มหรือลดต้องรอดูกันอีกที โดยทั่วไปแล้วใน 1 ปีจะกำหนดให้มีวันหยุดได้ไม่เกิน 13 วัน ไม่นับรวมวันหยุดราชการ ช่วยให้ทราบวันหยุดล่วงหน้าและวางแผนการใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น

เนื้อหาครอบคลุม ไม่ได้มีเพียงแค่วันและเดือนเท่านั้น แต่ยังมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่ครอบคลุมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นข้างขึ้น – ข้างแรม วันหยุดราชการ วันหยุดเทศกาล วันพระ วันมงคล ปกติมาส ปกติวาร อธิกมาส อธิกวาร อธิกสุรทิน และอื่น ๆ 

ความแตกต่างของปฏิทิน 100 ปี จันทรคติไทยกับสุริยคติไทย

จันทรคติไทย เป็นปฏิทินที่ดูจากปรากฏการณ์ข้างขึ้นข้างแรม แบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่ แบบจันทรคติราชการ เป็นแบบดั้งเดิมที่มีการใช้กันมานานแล้ว แต่ไม่เป็นที่นิยมเพราะไม่มีการคำนวณที่แน่นอน ต่อมารัชกาลที่ 4 หรือพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่และทรงนำมาใช้ในพระสงฆ์ไทยคณะธรรมยุตินิกาย ใช้ชื่อว่า จันทรคติปักขคณนา มีความแม่นยำกว่าแบบจันทรคติราชการ

สุริยคติไทย โดยได้เปลี่ยนจากแบบจันทรคติไทย เมื่อปี พ.ศ. 2431 หรือในสมัยรัชกาลที่ 5 และได้ตั้งชื่อเดือนทั้งหมด 12 เดือนโดย กรมพระยาเทววงศ์วโรปการ มีการอ้างวันตรงตามเกรกอเรียน คือมี 365 หรือ 366 วันใน 1 ปี ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ยังมีการใช้งานกันอยู่ แต่จะนิยมใช้แบบสุริยคติสากลมากกว่า 

ปัจจุบันนี้มีการออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น ทันสมัยมากขึ้น ด้วยการออกแบบและการจัดพิมพ์ต่าง ๆ ทำให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น หากใครที่สนใจหรือยากหาซื้อมาไว้เรียนเกี่ยวกับทางด้านโหราศาสตร์ ใช้ดูดวง หาฤกษ์ หรืออื่น ๆ ก็สามารถหาซื้อปฏิทิน 100 ปีมาใช้ได้ มีให้เลือกหลายแบบ หลายปี และมีเรื่องที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง 

ปฏิทิน 100 ปี