แผนที่ประเทศไทย

แผนที่ประเทศไทย เราจะใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ในทางใดบ้าง

แผนที่เป็นเครื่องมือนำทางให้กับมนุษย์มานานแล้ว นอกจากนี้ยังสามารถช่วยในด้านต่าง ๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม อย่างเช่นในเรื่องสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและสามารถสร้างศักยภาพในการหาข้อมูลทางด้านภูมิประเทศ ภูมิอากาศและรวมถึงด้านทรัพยากรอีกด้วย ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้จะมีเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาเป็นตัวเลือกเพื่อความสะดวกมากขึ้นแต่การใช้งานแผนที่ก็ยังมีความสำคัญอีกหลายประการ การใช้ แผนที่ประเทศไทย ก็เช่นกันเป็นสิ่งที่คนไทยคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก เพราะในการศึกษาจะนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน เพื่อฝึกทักษะการเรียนรู้ให้กับเด็กไทย โดยแผนที่จะมีสีสันที่สวยงานจึงเป็นตัวส่งเสริมและช่วยกระตุ้นความสนใจของเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี อีกทางหนึ่งยังช่วยเรื่องการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนการเดินทางได้สะดวกและเลือกสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์และเหมาะสมลงกับเวลาที่อาจจะมีจำกัด

ท่องเที่ยวขึ้นเหนือกับแผนที่ประเทศไทย ภาคเหนือ ไม่มีคำว่าผิดหวัง

ภาคเหนือของประเทศไทย ถือเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยมอย่างมาก เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลากหลายและวัฒนธรรมอันเก่าแก่ที่สวยงาม ให้ได้เรียนรู้ อย่างเช่น มียอดภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทยคือ ยอดดอยอินทนนท์ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยเองก็ยังชอบที่จะไปชมยอดดอยอินทนนท์ โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่มีทั้งดอกไม้งาม น้ำค้างสวยและทะเลหมอก เพื่อเป็นการพักผ่อนในวันหยุด นอกจากนี้ยังมีสถานที่ทางธรรมชาติอีกหลายแห่งที่น่าไปเที่ยวชมบรรยากาศ คือ ภูชี้ฟ้า, ขุนถ้ำนางนอนและสวนแม่ฟ้าหลวงใน จังหวัดเชียงราย, ม่อนแจ่ม ดอยหลวงเชียงดาว ดอยอ่างขางในจังหวัดเชียงใหม่, กว๊านพะเยาในจังหวัดพะเยา, แพะเมืองผีในจังหวัดแพร่หรือชมทะเลหมอก ดอกไม้ที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นต้น 

ในส่วนของการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ส่วนใหญ่จะเป็นวัด อย่างเช่น วัดพระธาตุดอยสุเทพ, วัดพระธาตุดอยตุง, วัดพระธาตุลำปางหลวง, วัดพระธาตุหริภุญชัย, วัดภูมินทร์, วัดพระธาตุช่อแฮ, วัดดอยกองู และยังมีอีกหลายแห่ง ที่สำคัญเส้นทางส่วนใหญ่เป็นเส้นทางภูเขาซึ่งมีทางลดเลี้ยวเยอะ คนที่ไม่คุ้นกับเส้นทางมักจะหลงทาง ดังนั้นต้องมีแผนที่ประเทศไทย ภาคเหนือ เพื่อเอาไว้นำทางอาจจะใช้ร่วมกับระบบ GPS ด้วยเพื่อความแม่นยำและไปไม่ผิดเส้นทาง แล้วทริปเที่ยวจะมีความสุขสนุกได้อย่างเต็มที่แน่นอน

แผนที่ประเทศไทย มีรูแบบใดให้เลือกใช้ได้บ้าง

1. ชุดบล็อกแผนที่ประเทศไทย ซึ่งมีสีสันสวยงามคุณภาพดีไม่ฉีกได้ง่าย เพราะทำมาจากโฟมยางคุณภาพช่วยในเรื่องการฝึกทักษะการใช้มือและฝึกสายตาให้กับเด็ก ๆ ได้ดีเยี่ยม และยังสามารถเรียนรู้ด้านการอ่าน การใช้ตัวอักษาไทย-ภาษาอังกฤษได้ด้วย

2. โปสเตอร์กระดาษ ชนิดติดกับผนัง หรือกระดาน สมารถนำไปใช้ได้ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน นอกจากได้เรียนรู้เกี่ยวกับแผนที่แล้วยังใช้เป็นของตกแต่งผนังได้ด้วย เพราะสีสันสดใส สวยงาม

3. แผนที่ 2 ภาษา เพื่อการเรียนรู้แบบบูรณาการ ได้ทั้งเรื่องภูมิศาสตร์ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แม้แต่กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ก็ได้เรียนรู้เช่นกันจากการฝึกสังเกตและคำนวณเรื่องของพื้นที่

4. โปสเตอร์แบบผ้าใบ เพื่อสะดวกในการแขวนตามห้องต่าง ๆ หรือพกพาได้สะดวกเมื่อออกนอกพื้นที่ โดยเฉพาะโปสเตอร์แผนที่ผ้าใบชุดกายภาพ หรือรัฐกิจ มีประโยชน์ด้านการศึกษาสภาพทางกายภาพของประเทศ อย่างเช่น แสดงค่าความสูงของความลึกของพื้นที่และน้ำทะเล โดยใช้สีต่าง ๆ รวมไปถึงแม่น้ำ อ่าวต่าง ๆ ที่สำคัญ และขอบเขตการปกครองของจังหวัดต่าง ๆ รวมถึงอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน

แผนที่ประเทศไทย ใช้งานง่าย พกพาสะดวก สามารถนำติดตัวไปได้ทั่วไทย เมื่อต้องเดินทาง หรือใช้เพื่อการเรียนรู้ในสถานศึกษา หรือแม้แต่ที่บ้าน หาซื้อได้สะดวกและราคาไม่แพง ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุที่นำมาทำ คุ้มค่ากับการลงทุนแน่นอน อย่างน้อยเป็นคนไทยควรทราบเกี่ยวกับข้อมูลของประเทศไทย เพื่อการเผยแพร่ความรู้ให้กับชาวต่างชาติได้อย่างถูกต้อง ถือเป็นการสร้างชื่อเสียงได้อีกด้านหนึ่งเมื่อมีข้อมูลมากพอ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับจังหวัดและสถานที่ต่าง ๆ ว่าอยู่ในภาคใด จังหวัดไหนของประเทศก็ตาม ถ้าหากสื่อสารได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอื่นด้วย โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาสากลก็จะยิ่งเป็นที่ยอมรับให้กับคนทั่วโลกได้เป็นอย่างดีทีเดียว

ติดตามบทความ เนื้อหาสาระดีๆ เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ไปพร้อมกับเราได้ ที่นี่

แผนที่ประเทศไทย

ตํานานสมเด็จนเรศวรมหาราชภาค 2

ตํานานสมเด็จนเรศวรมหาราชภาค 2 หนังไทยสุดยิ่งใหญ่ที่จะประกาศอิสรภาพในใจคุณ

หากจะกล่าวถึงภาพยนตร์ไทยที่มีความยิ่งใหญ่ ทุ่มทุนทั้งเรื่องงบประมาณและเวลาในการสร้าง ก็คงไม่มีเรื่องไหนจะเทียบเท่ากับ “ตำนานสมเด็จนเรศวรมหาราช” เป็นแน่ นี่คือ ภาพยนต์ แห่งสยามประเทศที่สร้างความภาคภูมิให้กับผู้สร้างสรรค์ ให้กับนักแสดง และชาวสยามที่เป็นผู้รับชมทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตํานานสมเด็จนเรศวรมหาราชภาค 2  ตอนประกาศอิสรภาพ

สำหรับตำนานสมเด็จนเรศวรมหาราชภาค 2 นี้เป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่องมาจากตำนานสมเด็จนเรศวรมหาราชภาค 1 ตอนองค์ประกันหงสา นั่นคือ เริ่มต้นขึ้นในช่วงปีพุทธศักราช 2106 อันเป็นปีที่พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง (แสดงโดย สมภพ เบญจาธิกุล) ทรงยกพลกรีฑาทัพเข้าตีอโยธาศรีรามเทพนคร ด้วยไพร่พลทหารจำนวนมหาศาล 

แม้จะเข้าตีอโยธาไม่แตกพ่าย แต่ก็สามารถเข้ายึดครองเมืองพิษณุโลก อันเป็นเมืองรองที่สำคัญได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งนั่นทำให้ สมเด็จพระมหาธรรมราชา (แสดงโดย ฉัตรชัย เปล่งพานิช) ต้องยอมอ่อนน้อมถ่อมตนต่อพระเจ้างหงสาบุเรงนอง และต้องส่งสมเด็จพระนเรศวรไปเป็นองค์ประกัน

เมื่อพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองสวรรคตในปีพุทธศักราช 2124 พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง(แสดงโดย จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์) เสวยราชย์สืบแทน และได้สถาปนา “มังสามเกียด” ขึ้นเป็นรัชทายาทในนาม “พระมหาอุปราชา” ซึ่งในการสืบเสวยราชย์ในครั้งนี้ตามราชประเพณี เมืองประเทศราชทั้งหลายจะต้องมาเข้าพิธีแสดงความสวามิภักดิ์ ทุกเมืองก็มาหมดยกเว้นเจ้าฟ้าเมืองคัง

นั่นจึงเป็นเหตุให้พระเจ้านันทบุเรงไม่พอพระทัย จึงรับสั่งให้พระราชบุตร พระมหาอุปราชา พระราชนัดดานัดจินหน่อง และสมเด็จพระนเรศวร ร่วมมือกันเข้าตีเมืองคัง การรบในศึกนั้นเหมือนจะง่าย แต่เหตุการณ์หาเป็นเช่นนั้นไม่ พระมหาอุปราชาและนัดจินหน่อง ไม่ว่าจะรบตีอย่างไรก็มิอาจหักเอาเมืองคังได้ จนมาถึงสมเด็จพระนเรศวรที่พระองค์ทรงรู้จักที่จะใช้กลศึกจึงทำให้หักตีเอาเมืองคังได้สำเร็จ

การที่สมเด็จพระนเรศวรรบชนะเมืองคังในครั้งนี้ เหมือนจะเป็นเรื่องที่ดี แต่กลับกลายเป็นว่ายิ่งทวีความอิจฉาริษยาและความเกลียดชังที่พระมหาอุปราชามีกับพระองค์มาตั้งแต่วัยเยาว์เพิ่มมากขึ้น ครั้งเวลาต่อมาฝ่ายพม่าเกิดศึกอังวะ พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง ต้องออกปราบปราม จึงได้มีรับสั่งให้พระมหาอุปราชาอยู่เฝ้าเมืองหงสา และได้มีรับสั่งให้สมเด็จพระนเรศวรมาช่วยในศึกนี้

พอสมเด็จพระนเรศวรเคลื่อนทัพมาหมายจะช่วยรบ พระมหาอุปราชากลับคิดการเป็นทุรยศจะลอบปลงพระชนม์พระนเรศวรที่พักทัพอยู่ที่เมืองแครง แต่ข่าวการลอบปลงพระชนม์ได้ล่วงรู้ถึงพระนเรศวรเสียก่อน นั่นจึงเป็นที่มาของตำนานสมเด็จนเรศวรมหาราชภาค 2 ซึ่งเป็นการประกาศอิสรภาพตัดสัมพันธไมตรีกับหงสาวดีอย่างสิ้นเชิง

สำหรับภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่เรื่องนี้ มีความอลังการงานสร้าง และความพิถีพิถันในการถ่ายทำแบบสุด ๆ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ได้ให้ความใส่ใจในทุกรายละเอียดของหนัง ตั้งแต่การคัดเลือกนักแสดง ฉากและสถานที่ในการถ่ายทำ ที่ท่านได้ลงพื้นที่ศึกษาประวัติศาสตร์ และเรียกผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการชั้นยอดของประเทศมาช่วยกันดูพิจารณาก่อนจะสร้างเป็นโรงถ่ายออกมา

ในเรื่องของชุดเสื้อผ้า รวมไปถึงพระราชพิธีต่าง ๆ ที่ปรากฏในเรื่องทุกอย่างก็ละเอียด อิงตามบันทึกในประวัติศาสตร์แทบจะทั้งหมดที่สามารถหาข้อมูลได้เลยทีเดียว จึงเป็นงานสร้างภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่อลังการมาก ๆ 

สำหรับฉากไฮไลท์ของตำนานสมเด็จนเรศวรมหาราชภาค 2 นั้นก็จะอยู่ในช่วงท้ายเรื่อง อันจะมีฉากที่พระนเรศวรทรงทำพิธีหลั่งน้ำทักษิโณทกประกาศอิสรภาพและตอนท้ายกับฉากทรงพระแสงปืนต้นยิงข้ามแม่น้ำสะโตง สังหารสุรกรรมา แม่ทัพหน้าแห่งหงสา อันหลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในวงวิชาการทางประวัติศาสตร์ว่า เป็นความจริงหรือไม่ที่จะยิงปืนข้ามแม่น้ำได้ หรือ เป็นกฤษฎาภินิหารจากบารมีของพระองค์ท่าน

ไม่ว่าเหตุการณ์จะเป็นจริงเช่นนั้นหรือไม่ แต่สิ่งที่เราคนไทยควรภาคภูมิใจก็คือ หนังเรื่องนี้ ได้ออกสู่สายตาชาวโลกไปแล้ว และได้รับเสียงชื่นชมทุก ๆ คนที่ได้รับชม ร่วมภาคภูมิใจในการประกาศเอกราชคืนคงความเป็นไทยไปด้วยกันกับภาพยนต์แห่งสยามประเทศตำนานสมเด็จนเรศวรมหาราชภาค 2 กันได้แล้ววันนี้ หนังดีที่คุณควรต้องดู ตํานานสมเด็จนเรศวรมหาราชภาค 2

กล้องถ่ายรูป

อยากเป็นช่างภาพฝีมือขั้นเทพ เลือก กล้องถ่ายรูป อย่างไรดี?

สำหรับคนที่เป็นช่างภาพมืออาชีพ หรือมีประสบการณ์ในการถ่ายภาพมามากพอสมควร ก็คงจะเลือกซื้อกล้องคู่ใจคู่กายได้ไม่ยากนัก เพราะรู้ฝีมือ รู้ความถนัดและสไตล์ของตนเองแล้ว แต่สำหรับคนที่เพิ่งฝึกหัดเรียนรู้การถ่ายภาพ เป็นช่างภาพมือใหม่ที่ต้องการพัฒนายกระดับฝีมือตนเอง ก็คงจะพบปัญหาในการเลือก กล้องถ่ายรูป ที่เหมาะสมกับตนเองกันไม่น้อย

ด้วยเพราะกล้องในปัจจุบันมีให้เลือกใช้มากกว่าหนึ่งแบบ ทั้งกล้อง Mirrorless และ แบบ DSLR แค่ 2 รูปแบบนี้ก็เลือกยากแล้ว แถมยังมีปัจจัยต่าง ๆ ที่จะต้องพิจารณาอีกมากมายทีเดียว แบบนี้จะเลือกอย่างไรดีถึงจะเริ่มต้นได้ดีและสามารถที่จะพัฒนาต่อยอดไปสู่การเป็นช่างภาพขั้นเทพได้ มาดูคำแนะนำในเรื่องนี้กัน

เข้าใจความแตกต่างของประเภท กล้องถ่ายรูป กันก่อน

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่ากล้องถ่ายรูปนั้นมีให้เลือกทั้งแบบ Mirrorless และ DSLR ผู้ที่เริ่มต้นเรียนรู้การถ่ายภาพใหม่ ๆ ส่วนใหญ่ไม่รู้ถึงความแตกต่างของกล้องทั้งสองแบบนี้ ก็จะอธิบายให้ทราบดังนี้

กล้อง Mirrorless – เป็นกล้องที่มีระบบการทำงานไม่ซับซ้อน ตัวกล้องจะพกพาสะดวก ในส่วนฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ ก็เน้นความเรียบง่าย ตรงนี้จึงทำให้กล้องแบบนี้เหมาะกับมือใหม่ในการถ่ายภาพ ภาพที่ถ่ายออกมาจริง ๆ แล้วคุณภาพก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากล้อง DSLR ถ้าใช้จนชำนาญ 

กล้อง DSLR – อธิบายง่าย ๆ กล้องแบบนี้ก็คือกล้องดิจิทัลสะท้อนเลนส์เดียว ตัวกล้องจะมีขนาดใหญ่กว่า Mirrorless ฟังก์ชันการใช้งานเยอะกว่า ให้อารมณ์ของภาพได้ดีกว่า โฟกัสไว แต่แน่นอนว่าความซับซ้อนก็เยอะกว่าด้วย

จริง ๆ แล้ว กล้อง DSLR เป็นกล้องสำหรับช่างภาพมืออาชีพที่มีความชำนาญในการถ่ายภาพ แต่ถ้ามือใหม่ที่คิดจะฝึกหัดถ่ายภาพอย่างจริงจัง จะเลือกใช้เป็นแบบนี้เลยก็ได้ลงทุนครั้งเดียวและค่อย ๆ เรียนรู้กันไป แบรนด์กล้องที่มืออาชีพส่วนใหญ่ใช้ก็จะเป็นกล้องถ่ายรูป canon ซึ่งอุปกรณ์ได้มาตรฐานและหาอุปกรณ์อะไหล่เสริมต่าง ๆได้ค่อนข้างง่าย

อย่าลืมดูงบของตนเองด้วย

สิ่งสำคัญในการเลือกซื้อกล้องถ่ายรูปนั้น แค่รู้จักประเภทกล้องไม่พอ สิ่งสำคัญต่อมาที่จะเป็นตัวตัดสินว่าคุณควรจะเลือกใช้กล้องประเภทไหนก็อยู่ที่งบประมาณในการซื้อของคุณ ถ้าคุณมีงบประมาณหมื่นกลาง ๆ ขึ้นไป และคิดว่าจริงจังกับการถ่ายภาพแน่ ๆ แล้ว ก็จัด กล้อง canon แบบ DSLRไปสักตัวเลยก็ได้ เพราะเราจะต้องฝึกหัดใช้ให้ชินมือ การลงทุนตรงนี้จึงสำคัญ

ส่วนถ้าใครงบไม่ถึงที่จะแตะกล้อง DSLR ก็ไม่ต้องเสียใจ เลือกเป็น Mirrorless มาใช้ก่อนก็ได้ ค่อย ๆ ฝึกไปทีละนิด ถ้ามีงบแล้วค่อยอัพเกรดเพิ่มขึ้นมาก็ยังไม่สายเกินไป

ฟังก์ชันการใช้งานก็เป็นสิ่งที่ช่วยตัดสินใจได้

จะซื้อกล้องถ่ายรูปก็ต้องเลือกสเปกกล้องและฟังก์ชันการใช้งานที่ถูกใจ ซึ่งตรงนี้ก็ต้องใช้เวลาศึกษาอยู่บ้างเหมือนกัน สิ่งที่จะต้องดูก็มีดังนี้

Image sensor: ส่วนนี้ก็คือส่วนที่จะทำการรับภาพแทนฟิล์มนั่นเอง กล้องโดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้ sensor แบบ CCD อาจมีบ้างบางรุ่นที่ใช้แบบ CMOS ซึ่งการเลือกในส่วนนี้อาจจะเลือกขนาดที่กลาง ๆ ไว้ก่อนได้แต่ถ้างบถึงเลือกใหญ่ไว้ก่อนก็จะดี

Bit Depth: เป็นส่วนความลึกของสี ยิ่งมีความลึกมากก็จะเก็บรายละเอียดของภาพได้ดีมากขึ้น

Effective: เป็นความละเอียดจริงของภาพที่จะได้ คือ ตามสเปกนั้นมักจะระบุความละเอียดตาม sensor ของภาพแต่ความละเอียดจริง ๆ แล้ว จะน้อยกว่าที่ระบุไว้

Buffer: หน่วยความจำของกล้อง ตรงนี้ยิ่งมากก็ยิ่งดี

นี่คือ รายละเอียดฟังก์ชันหรือสเปกของอุปกรณ์ที่เราจะต้องพิจารณาควบคู่เวลาที่จะเลือกซื้อกล้อง สิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณรู้ว่ากล้องตัวไหนสเปกเป็นอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง และรุ่นไหนบ้างที่น่าจะเหมาะสมกับการใช้งานในงบประมาณที่มีอยู่

เริ่มต้นฝึกหัดถ่ายรูปเพื่อที่จะไต่ระดับฝีมือตนเองไปสู่การเป็นช่างภาพมืออาชีพในอนาคต ก็ควรเริ่มต้นจากการใช้ กล้องถ่ายรูป ที่เหมาะสมกับตัวเอง จำไว้ว่าไม่จำเป็นต้องเลือกล้องที่แพงเสมอไป เลือกให้สอดคล้องกับงบประมาณ และให้ได้มาตรฐานไว้ก่อนก็น่าจะเพียงพอ ค่อย ๆ เริ่มต้นไปทีละนิด เมื่อชำนาญแล้วจะขยับไปซื้อแบบแพง ๆ ก็ยังไม่สายเกินไป

กล้องถ่ายรูป

ชั้นวางของ

เทคนิคการเลือก ชั้นวางของ ให้เหมาะกับการใช้งานของคุณ

บ้านน่าอยู่ทำให้จิตใจของเราก็พลอยสดชื่นแจ่มใสไปด้วย ดังนั้นเราจึงควรจัดบ้านของเราให้น่าอยู่และเป็นระเบียบอยู่เสมอ แต่หลายคนบอกว่า เป็นคนชอบซื้อของสะสม ของที่บ้านเยอะมาก หาที่เก็บไม่ได้ ทำได้แค่ยัด ๆ ไว้ในตู้เท่านั้น วันนี้เราเลยจะมาแนะนำการจัดบ้านให้เป็นระเบียบดูสะอาดตา พร้อมกับความสวยงามและยังทำให้เราสามารถหยิบของมาใช้ได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องคอยเปิดตู้คุ้ยหาของให้ลำบาก แค่เลือกเฟอนิเจอร์ อย่าง ชั้นวางของ ให้เหมาะสมกับการใช้งานเท่านี้ก็ช่วยคุณได้มากแล้ว 

1. ทางเข้าบ้าน สิ่งสำคัญที่สุดก็คือชั้นวางรองเท้า การมีชั้นวางสวย ๆ ก็ช่วยส่งเสริมให้บ้านดูดีมากขึ้น ดังนั้นจึงควรหาชั้นวางรองเท้าที่มีดีไซน์และสวยงามเพื่อให้การจัดวางรองเท้าเป็นไปอย่างมีระเบียบมากขึ้น 

2. ห้องครัว ห้องครัวถือว่าเป็นห้องที่มีของต้องหยิบต้องใช้กับเยอะมาก แถมเราจำเป็นต้องใช้วันละหลายครั้งทุกวัน การมีชั้นวางของที่อำนวยความสะดวกแก่คุณในการหยิบใช้ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายในครัวได้ 

– ชั้นวางของแบบเลื่อนได้ เหมาะสำหรับวางแก้วน้ำ จานชามที่ต้องการเคลื่อนที่ สามารถนำออกไปใช้ด้านนอกเมื่อมีการปาร์ตี้ก็ได้ หรือใช้ใส่อาหารร้อน ๆ หลีกเลี่ยงการยกก็ได้ หรือใช้สำหรับใส่จานหนัก ๆ และเคลื่อนย้ายไปตามมุมต่าง ๆ ของบ้านได้อย่างสะดวกสบาย 

– ชั้นพลาสติกใส่จาน หลายครั้งที่เราล้างจานแล้วรู้สึกว่า บริเวณที่คว่ำจานบนซิงก์ล้างจานไม่เพียงพอ แต่ถ้าจะใส่ไว้ในตู้จานก็ยังไม่แห้งอาจจะส่งผลให้ตู้เก็บของเราเกิดเชื้อราขึ้นได้ ดังนั้นชั้นวางของพลาสติกจึงตอบโจทย์ในส่วนนี้ เพราะมีล้างจานเสร็จแล้วก็สามารถคว่ำจานลงได้ทันที และมีฝาปิดเพื่อป้องฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรกที่จะลอยมาเกาะจานได้อีกด้วย 

– ชั้นวางของติดผนัง เหมาะสำหรับอุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ เช่น ตะหลิว ทัพพี สามารถใช้แขวนไว้ข้างผนังเพื่อสะดวกในการหยิบมาใช้ได้ เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้มีขนาดเล็ก ดังนั้นการนำมาแขวนไว้นอกกจากจะช่วยให้หาได้ง่ายแล้วยังสะดวกในการเปลี่ยนหรือหยิบจับมาใช้งานได้คล่องมือมากขึ้น

3. ห้องรับประทานอาหาร บางบ้านอาจจะไม่ได้มีการกั้นโซนแยกระหว่างห้องรับแขกและห้องทานอาหาร การนำชั้นมากั้นไว้ก็เป็นการแบ่งพื้นที่ของบ้านให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สามารถนำของโชว์มาตั้งตกแต่งให้ดูสวยงามเรียบร้อยได้อีกด้วย

4. ห้องนั่งเล่น และห้องรับแขก ห้องรับแขกถือว่าเป็นหัวใจของบ้าน เพราะเป็นห้องที่มีคนใช้มากที่สุดไม่ว่าจะเป็นแขก หรือเจ้าของบ้านที่ใช้เวลาในส่วนนี้กับครอบครัว ดังนั้นห้องรับแขกถือว่าเป็นหน้าเป็นตาของบ้าน การเลือกชั้นวางของมาประดับตกแต่งหรือใช้งาน จึงควรเลือกแบบที่สวยงามและใช้งานง่ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางทีวี หรือหากใครสะสมแผ่นหนังหรือแผ่นเสียงก็ควรหาชั้นเล็ก ๆ สักชั้นเอาไว้โชว์ของสะสมก็ได้ 

5. ห้องนอน เป็นห้องที่ส่วนตัวมากที่สุดและต้องใช้ในการพักผ่อน ดังนั้นเราอาจจะมีชั้นวางของในส่วนของห้องแต่งตัวเพื่อใช้เก็บเครื่องประดับ อาจจะเป็นชั้นวางของติดผนัง ไว้วางหมวก แว่นตา เพื่อให้ง่ายต่อการใช้สอยก็ได้ หรือจะมีชั้นที่ไว้สำหรับกั้นพื้นที่เพื่อแบ่งโซนภายในบ้านอาจจะวางของสะสม หนังสือ หรือต้นไม้ก็ได้

นอกจากภายในบ้านแล้ว ภายนอกบ้านก็ยังสามารถนำชั้นลอยไปตกแต่งเพื่อเก็บอุปกรณ์ทำสวนได้อีกด้วย หรือจะเป็นชั้นไว้สำหรับวางต้นไม้ประดับก็ทำให้บ้านดูร่มรื่นสดชื่นขึ้น หรือถ้าใครที่อยู่คอนโดอยากจะจัดการของต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบและใช้สอยได้ง่ายมากขึ้น การหาชั้นวางของสวย ๆ มาตั้งไว้ก็เป็นทางเลือกที่ดี หรือจะนำมาวางโชว์ของสะสมก็เก๋ไปอีกแบบ

นี่ก็เป็นเทคนิคง่าย ๆ ที่เราสามารถนำชั้นที่ดูเหมือนเป็นของธรรมดามาใช้งานให้ถูกต้องเหมาะสมกับความต้องการของเรา เท่านี้ก็เพิ่มความเป็นระเบียบและสะดวกในการใช้สอยให้บ้านของเรามากขึ้นแล้ว หากใครกำลังอยากจะจัดบ้านใหม่ลองหาชั้นวางเก๋ ๆ ไปจัดของที่บ้านดู รับรองว่าออกมาดีแน่นอน

พบกับบทความเนื้อหาสาระดีๆ เกี่ยวกับบ้าน และ ไลฟ์สไตล์ กับเราได้ ที่นี่

ชั้นวางของ

แวมไพร์ทไวไลท์ 2

แวมไพร์ทไวไลท์ 2  หนังดีในความทรงจำที่คอหนังยังไม่ลืม

สำหรับวันหยุดยาวในช่วงปีใหม่นี้ หลายคนคงกำลังมองหากิจกรรมทำ จะออกไปเที่ยวแต่ก็เบื่อกับผู้คนมากมายที่หลั่งไหลกันไปต่างจังหวัด อยากจะซุกอยู่ใต้ผ้าห่มผืนโปรดพร้อมกับสัตว์เลี้ยงคู่ใจในช่วงเวลาอากาศเย็น ๆ ป๊อปคอร์นอร่อย ๆ สักถ้วยไปพร้อมกับหนังเรื่องโปรด ก็นับว่าเป็นช่วงเวลาของวันหยุดที่ยอดเยี่ยมแล้ว วันนี้เราเลยมีหนังดีในความทรงจำที่เรียกได้ว่าฮิตตลอดกาลและยังคงเป็นหนังในความทรงจำของหลาย ๆ คน นั่นคือ แวมไพร์ทไวไลท์ 2 นั่นเอง

แวมไพร์ทไวไลท์ถือว่าเป็นหนังที่เรียกความสนใจไปจากหนังแวมไพร์ที่เคยมีมาก็ว่าได้ เพราะเราจะได้พบกับแวมไพร์สายพันธ์ใหม่ ๆ ความสามารถใหม่ ๆ ที่มีมากกว่าหนังแวมไพร์ที่เอาแต่ดูดเลือดอย่างเดียวในสมัยก่อน ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกปรับให้มีความทันสมัยและได้หยิบยกความแปลกใหม่ ความตื่นตาตื่นใจ เนื้อเรื่องชวนฝันที่ใครดูแล้วต้องอยากเป็นนางเอกของเรื่องนี้ และอดที่จะคลั่งไคล้ตัวละครในนี้ไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าใครยังไม่เคยดูมาก่อนเราลองไปทำความรู้จักกับหนังเรื่องนี้กันดีกว่า 

หนังเรื่องนี้ถูกสร้างจากนิยายมาก่อนโดยมีการดัดแปลงเนื้อหาบางส่วนให้ได้อรรถรสมากยิ่งขึ้น ซึ่งมาจากนิยายที่ชื่อว่า แรกรัตติกาล ( Twilight) ซึ่งเป็นเรื่องราวความรักของคนกับแวมไพร์ ภาคต่อของนิยายเรื่องนี้คือ นวจันทรา (New Moon) , คราสสยุมพร (Eclipse) และ รุ่งอรุโณทัย (Breaking Dawn) ซึ่งผู้แต่งก็คือ สเตเฟนี เมเยอร์ โดยนิยายเรื่องนี้ได้ถูกทำเป็นภาพยนตร์ในชื่อเรื่องว่า แวมไพร์ ทไวไลท์ (Twilight) เป็นภาพยนตร์อเมริกันปี พ.ศ. 2551 มี 5 ภาคด้วยกันได้แก่ 

1. Twilight (แวมไพร์ ทไวไลท์)

2. The Twilight Saga: New Moon ( แวมไพร์ ทไวไลท์ : นิวมูน)

3. The Twilight Saga: Eclipse (แวมไพร์ ทไวไลท์ : อิคลิปส์)

4. The Twilight Saga: Breaking Dawn: Part 1 (แวมไพร์ ทไวไลท์ : เบรคกิ้งดอว์น ภาค 1)

5. The Twilight Saga: Breaking Dawn: Part 2 (แวมไพร์ ทไวไลท์ : เบรคกิ้งดอว์น ภาค 2)

เรื่องย่อมีอยู่ว่า เบลล่า สวอน เด็กสาวอายุ 17 เธอต้องย้ายมาอยู่บ้านของสามีใหม่แม่ของเธอ จำใจต้องย้ายมาอยู่โรงเรียนใหม่เช่นเดียวกัน ซึ่งที่นี่ก็ทำให้เธอได้พบกับชายหนุ่มสุดหล่อที่แตกต่างจากคนอื่นทั่วไปซึ่งเขาก็คือ เอ็ดเวิร์ด คัลเลน พระเอกของเรื่อง ซึ่ง เอ็ดเวิร์ด คัลเลน ได้มีโอกาสช่วยชีวิต เบลล่า สวอนไว้ ทำให้ทั้งสองได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นและ เบลล่าก็ได้รู้ความจริงที่ว่า เอ็ดเวิร์ดเป็นแวมไพร์ เรื่องราวความรักของทั้งคู่จะเป็นอย่างไร คนกับแวมไพร์จะสามารถรักกันได้หรือไม่ต้องติดตามต่อในภาพยนตร์

หลายคนอาจคิดว่าแค่เรื่องย่ออาจจะดูไม่แตกต่างจากหนังเรื่องมากนัก แต่เรื่องนี้การันตีความยิ่งใหญ่ด้วยปรากฏการณ์ต่าง ๆ ของเหล่าแฟน ๆ ที่มารวมตัวกันหลายเหตุการณ์เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 

ปรากฏการณ์ขายดีของหนังสือทไวไลท์ หนังสือถูกขายไปทั่วโลกกว่า 170 ล้านเล่ม และยังได้รับการแปลไปกว่า 38 ภาษา เป็นหนังสือที่ขายดีที่สุดตลอดกาลในปี 2008 และยังได้รับรางวัลวรรณกรรมยอดเยี่ยมอีกต่างหาก 

ชุดเสื้อผ้าในภาพยนตร์ ที่เป็นที่จดจำมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น ชุดแต่งงานของ เบลล่าใน Breaking Dawn – Part 1 ที่มีมูลค่ากว่า 35,000 เหรียญ จากนักออกแบบฝีมือดี Carolina Herrera เรียกเสียงชื่นชมจากแฟน ๆ ได้เป็นอย่างดี 

ปรากฏการณ์การจองตั๋วล่วงหน้าของภาคสุดท้ายของแวมไพร์ทไวไลท์ ที่เปิดขายในอเมริกาวันแรกสามารถมียอดขายถึง 1.17 ล้านเหรียญ ในวันที่ 1 ตุลาคม มากกว่าทุกภาคของแวมไพร์ทไวไลท์ที่ผ่านมา 

ปรากฏการณ์ความคลั่งไคล้ เอ็ดเวิร์ด พระเอกของเรื่อง เรียกได้ว่าเรียกเสียงกรี๊ดจากเหล่าสาว ๆ ได้ท่วมท้น และด้วยผลโหวต 38 เปอร์เซ็นต์ทำให้เค้ากลายเป็นแวมไพร์ที่ได้รับความนิยมและชื่นชมมากสูงสุดตลอดกาล

และนี่ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ของกระแสภาพยนต์เท่านั้น หากใครมีวันหยุดที่น่าเบื่อลองหา แวมไพร์ทไวไลท์ 2 มาดูในช่วงวันหยุดก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะเนื้อหากำลังเข้มข้นเลยทีเดียว แต่ถ้าใครมีแฟนก็ยิ่งต้องไม่พลาดเรื่องนี้ เพราะ แวมไพร์ทไวไลท์ 2 จะเป็นช่วงที่พระนางของเรื่องรักกันแล้ว แต่ว่าอุปสรรคก็ต้องมีมาขวาง แต่ว่าเรื่องราวจะดำเนินไปอย่างไรจนถึงภาคสุดท้าย ต้องติดตามดู

พบกับบทความ เนื้อหาสาระดีๆ ที่จะช่วยให้คุณอัพเดทเทรนด์ และ ไลฟ์สไตล์ไปกับเราได้ ที่นี่ แวมไพร์ทไวไลท์ 2

ปฏิทิน 2564

5 เรื่องน่ารู้ของปฏิทินที่คุณรู้แล้วจะต้องทึ่ง 

พอพูดถึงเรื่องของปฏิทินหลายคนอาจจะคิดว่า ไม่ได้มีเรื่องที่น่าสนใจ เพราะเป็นเพียงสิ่งที่บอกวันที่เท่านั้น แต่แท้จริงแล้วกว่าเราจะมีปฏิทินใช้กันได้ ก็ได้ถูกคิดค้นขึ้นในหลากหลายรูปแบบและถูกพัฒนามาตลอดระยะเวลาที่ยาวนานจนมาเป็นปฏิทินที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในทุกวันนี้ และเมื่อเรากำลังจะเข้าสู่ปีใหม่ หลายคนคงมองหา ปฏิทิน 2564 กันอยู่ ดังนั้น เราจะมาลองทำความรู้จักกับปฏิทินให้มากขึ้นกันดีกว่า

· ความหมายของคำว่า ปฏิทิน ในภาษาอังกฤษ คือ “Calendar” 

Calendar มาจากภาษากรีกโบราณที่เรียก ว่า “Kalend” สามารถแปลในภาษาอังกฤษว่า “I cry” ซึ่งในสมัยก่อนคนจะใช้คำนี้ในการป่าวร้องบอกวันที่จะขึ้นต้นเดือนใหม่ และเป็นการส่งสัญญาณบอกลูกหนี้ว่าถึงกำหนดชำระแล้ว ในเวลาต่อมาก็กลายเป็นการป่าวร้องเพื่อบอกข่าว จนได้เกิดปฏิทินขึ้นเพื่อใช้แทนคนบอกข่าว 

· ปฏิทินมีมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์

ความชาญฉลาดของมนุษย์ทำให้ปฏิทินถูกคิดค้นตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์โดยชาว บาบิโลนเนียน พวกเขาใช้ความช่างสังเกตระยะและทิศทางของดวงจันทร์หรือที่เราเรียกกันว่า ข้างขึ้นข้างแรม ซึ่งจะนับว่าครบ 1 เดือนเมื่อเกิดข้างขึ้นข้างแรม 1 รอบ และเมื่อเกิดข้างขึ้นข้างแรมครบ 12 รอบ ฤดูกาลก็จะวนจะกลับมาอีกครั้ง ชาวบาบิโลนเนียนจึงกำหนดให้ 1 ปี มี 12 เดือนนั่นเอง หลังจากนั้นมาการใช้ปฏิทินนี้ก็ได้แพร่หลายไปตามอาณาจักรโดยรอบ แต่ชนชาติที่นำไปใช้และพัฒนาได้ก้าวหน้าก็คือชาวอียิปต์โบราณ ซึ่งพัฒนาจนได้ปฏิทินที่เรียกว่า ปฏิทินจูเลียน ที่ 1 ปีมี 365 วัน ใช้กันมาจนถึง ค.ศ. 1582 จึงเกิดการแก้ไขเป็นระบบเกรโกเลี่ยน

· ปฏิทินมี 2 แบบ อ้างอิงจากดวงจันทร์ และอ้างอิงจากพระอาทิตย์ 

– ปฏิทินแบบจันทรคติ (Lunar Calendar) เป็นแบบที่อ้างอิงจากดวงจันทร์แบบของชาวบาบิโลนเนียนนั่งเอง ซึ่งจะอ้างอิงจากข้างขึ้นข้างแรมและการโคจรของดวงจันทร์

– ปฏิทินแบบสุริยคติ : (Solar Calendar) คือ เป็นแบบที่อ้างอิงจากการโคจรของพระอาทิตย์ ซึ่งจะมีความสอดคล้องกับฤดูกาล ระยะเวลาของปีจะมีความใกล้เคียงกับระยะเวลาของฤดูกาล

· ปฏิทินพัฒนาอยู่เสมอ

ในอดีตปฏิทินจะถูกสลักไว้ตามแผ่นดินเหนียวแต่เมื่อวันเวลาผ่านไปมีการคิดค้นกระดาษขึ้นมา ปฏิทินจึงได้เริ่มถูกบันทึกลงกระดาษเพื่อใช้บอกวันเวลาของคนในสมัยก่อน ซึ่งจากการบันทึกลงกระดาษธรรมดาก็ได้ถูกพัฒนาให้มีรูปแบบที่มีสีสันและใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น 

· ปฏิทินในประเทศไทย

ประเทศไทยใช้ปฏิทินนับปีตามปีมหาศักราชและจุลศักราชตามลำดับ ซึ่งเป็นปฏิทินแบบจันทรคติมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้มีการรับสั่งให้เปลี่ยนมาใช้ปฏิทินแบบสุริยคติแบบเกรโกเลี่ยนที่ใช้เป็นสากลในปีจุลศักราช 1240 หรือปี พ.ศ. 2431 นั่นเอง ซึ่งในตอนนั้นจะใช้เดือนแรกของปีเป็นเดือนเมษายน และได้มีการเปลี่ยนมาใช้รัตนโกสินทรศก จนมาใช้พุทธศักราชถึงปัจจุบัน แต่ในสมัย ป.พิบูลสงครามได้มีการปรับให้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งเริ่มใช้เมื่อปี พ.ศ. 2484

นี่ก็เป็นเรื่องราวของปฏิทินแบบคร่าว ๆ ที่อยากให้หลายคนได้รู้กันหวังว่าคนที่กำลังมองหา ปฏิทิน 2564 อยู่จะได้ความรู้เพิ่มเติมไปด้วย ที่สำคัญในปัจจุบันปฏิทินเริ่มมีความสวยงามและน่าใช้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ปฏิทินตั้งโต๊ะ ที่สามารถตั้งไว้ดูสำหรับโต๊ะทำงานได้ ถ้าสังเกตจะเห็นได้ว่านอกจากจะมีความสวยงามแล้วยังมีช่องให้จดบันทึกนัดหมายหรือเหตุการณ์สำคัญได้อีกด้วย เรียกได้ว่า ปฏิทินตั้งโต๊ะ ตอบโจทย์สำหรับคนทำงานจริง ๆ หรือถ้าใครเป็นสายมูเตลู ชอบดูฤกษ์ยามดี ๆ สำหรับการค้าขาย ปฏิทินจีนแบบฉีกก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน ส่วนปฏิทินแขวนนอกจากจะใช้ดูวันที่แล้วภาพสวย ๆ บนปฏิทินก็ยังสามารถนำมาเป็นของตกแต่งบ้านได้อีกด้วย เรียกได้ว่าประโยชน์หลายอย่างเลยทีเดียว

สำหรับใครที่ยังไม่มีไอเดียในการหาของขวัญปีใหม่ ปฏิทิน 2564 ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว เพราะนอกจากจะราคาจับต้องได้แล้วยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงแน่ เพราะทุกบ้านต้องมี ยังไงปีใหม่นี้ลองหาปฏิทินสวย ๆ ไปฝากเพื่อนพี่น้องหรือคนที่คุณรัก

พบกับบทความเนื้อหาสาระดีๆ ไปกับเราได้ที่นี่

ปฏิทิน 2564

ต้นคริสต์มาส

ความลับของต้นคริสต์มาสที่คุณอาจยังไม่รู้ 

เมื่อลมหนาวในเดือนธันวาคมเข้ามาเยือน หลาย ๆ คนคงคิดถึงบรรยากาศแห่งความสุขที่จะมากับเดือนนี้ด้วย ซึ่งก็คงหนีไม่พ้น วันคริสต์มาสนั่นเอง เพราะเป็นช่วงเวลาเทศกาลแห่งความสุขที่ใกล้กับช่วงปีใหม่ หลาย ๆ คนก็จะเริ่มหาของขวัญมาแลกกันในครอบครัว ที่ทำงาน เพื่อน ซึ่งแน่นอนสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเทศกาลนี้ก็คือ ต้นคริสต์มาส นั่นเอง แต่ว่าเห็นต้นไม้ที่ประดับไว้สวย ๆ แบบนี้หลายคนรู้หรือไม่ว่าเกิดมาจากอะไร 

หากจะพูดถึงเรื่องราวที่เป็นตำนาน ต้นคริสต์มาสถือว่าเป็นต้นที่ประจำอยู่บนสวนสวรรค์ เป็นต้นไม้ที่มีสีเขียวตลอดทุกฤดู ซึ่งแทนความความหมายของความเป็นนิรันดรของพระเยซู  แต่หากพูดถึงในอดีตก็มีเรื่องราวเล่าว่า ในช่วงศตวรรษที่ 8 มีมิชชันนารีคนหนึ่งชื่อ เซนต์บอนิเฟส เป็นชาวอังกฤษได้เดินทางไปเผยแผ่เรื่องของพระเจ้าที่ประเทศเยอรมนี ซึ่งระหว่างเดินทางนั้นได้พบเด็กคนหนึ่งกำลังจะถูกฆ่าเป็นบูชายัญที่ใต้ต้นโอ๊ก มิชชันนารีสงสารจึงได้โค่นต้นโอ๊กเพื่อช่วยเหลือเด็กคนนี้ไว้จนได้พบต้นสนต้นหนึ่งอยู่ที่โคนต้นโอ๊ก จึงขุดต้นสนมอบให้คนในพิธีเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ของการมีชีวิต พร้อมทั้งมอบชื่อให้ว่า ต้นกุมารพระคริสต์ หลังจากนั้น  หัวหน้าของคริสตจักรชาวเยอรมัน ชื่อว่า มาร์ติน ลูเธอร์ ได้ ตัดต้นสนไปประดับในบ้านช่วงเดือนธันวาคม ปี ค.ศ.1540 และนี่เองทำให้ต้นคริสต์มาสเริ่มแพร่กระจายไปสู่ประเทศอังกฤษและทั่วโลก ในช่วงหลังจากศตวรรษที่ 19 

จะเห็นได้ว่าต้นคริสต์มาสมีความสำคัญกับศาสนาคริสต์มาอย่างยาวนานและได้แพร่กระจายไปสู่ทั่วมุมโลก จนกลายเป็นว่าทุกศาสนาหรือไม่มีศาสนาก็สามารถมาร่วมเฉลิมฉลองและมีความสุขไปกับวันนี้ได้ เราจึงสามารถเห็น ต้นคริสต์มาส ขนาดใหญ่ ถูกประดับตกแต่งในทุกพื้นพื้นที่ ไม่ว่าเป็นห้างสรรพสินค้า หรือตามสถานที่สำคัญรวมไปถึงบ้านต่าง ๆ อีกด้วย แต่หลายคนคงสงสัยว่า ในตำนานมีพูดแค่ต้นสนอย่างเดียวแต่ทำไมในปัจจุบันจึงมีของตกแต่งเพิ่มเต็มไปหมด ความจริงแล้วของตกแต่งบนต้นคริสต์มาสนั้นมีความหมายในตัวเองเรามาลองดูกันว่าแต่ละอย่างมีความหมายว่าอย่างไร

ของตกแต่งบน ต้นคริสต์มาส นั้นมีความหมายอะไรบ้าง

1. ดาว ดาวเป็นองค์ประกอบที่ถูกวางไว้บนสุดของต้นสน ซึ่งความหมายนั้นแบ่งออกเป็น 2 ตำนาน คือ ตำนานแรกเรียกดาวนี้ว่า Star of Bethlehem ตำนานเล่าว่าโหราจารย์ท่านหนึ่งได้มองเห็นดวงดาวที่เจิสจรัสอยู่บนท้องฟ้า จึงได้เดินทางตามแสงของดาวดวงนั้น จนไปถึงเมืองเบธเลเฮมและพบสถานที่ประสูติของพระเยซูที่ ดังนั้นจึงให้ดาวเป็นสัญลักษณ์ของการเสด็จลงมาจุติบนโลกมนุษย์ของพระเยซู ตำนานที่สองเกิดขึ้นก่อนสมัยคริสตกาลในหมู่ชาวยิว ซึ่งชาวยิวเชื่อว่า ดาวนี้สามารถไล่สิ่งชั่วร้ายไม่ว่าจะเป็นภูตผีหรือปีศาจได้ เป็นสัญลักษณ์ที่แพร่หลายในตะวันออกกลาง ซึ่งเรียกดาวนี้ว่า ดาวของดาวิด (Star of David) 

2. กระดิ่ง และระฆัง ตามตำนานในก่อนคืนวันคริสต์มาส มีเสียงกระดิ่งดังก้องกังวานไปทั่วเป็นการเฉลิมฉลองที่พระเยซูประสูติซึ่งตรงกับวันที่ 24 ธันวาคมตรงกับวันคริสต์มาสอีฟ ดังนั้นการสั่นกระดิ่งหรือตีระฆังจึงมีนัยยะว่าสามารถลดพลังงานไม่ดีลงได้ แต่ในปัจจุบันใช้เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นวันคริสต์มาส 

3. พวงมาลัยคริสต์มาส หรือรู้จักกันในชื่อที่เรียกว่า หรีดคริสต์มาส มักจะใช้ประดับหลากหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นประตูบ้าน ก็ได้ มีความเชื่อที่ว่าจะช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายและนำความโชคดีมาให้ และเป็นสัญลักษณ์เพื่อรำลึกถึงมงกุฎของพระเยซู

4. แอปเปิ้ล หลายคนอาจจะไม่คุ้นเคยกับการใช้แอปเปิ้ลมาประดับ แต่สำหรับคนที่ศรัทธา ลำต้นของแอปเปิ้ลนั้นคล้ายคลึงกับต้นไม้แห่งชีวิตบนสวนสวรรค์

นอกจากของประดับตกแต่งที่มีความหมายแล้ว ยังมีของประดับอื่น ๆ ที่เพิ่มความสวยงามให้กับต้นคริสต์มาสได้อีก ไม่ว่าจะเป็นลูกตุ้มประดับ ไฟระยิบระยับ หรือหลายคนจะเพิ่มโบว์ผ้าเพื่อความน่ารักอีกด้วย หรือหากว่าบ้านใครมีพื้นที่ขนาดใหญ่ก็ลองหาคริสต์มาส ขนาดใหญ่ ไปวางเพื่อเพิ่มความสดใสของบ้านได้อีกด้วย ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขแบบนี้หากใครยังไม่เคยมีช่วงเวลาดี ๆ ในช่วงคริสต์มาสก็ลองหาต้นคริสต์มาสไปไว้ที่บ้านดู รับรองว่าจะสนุกกับเทศกาลปลายปีเพิ่มขึ้นแน่นอน 

ติดตามบทความ เนื้อหาสาระดีๆ ที่จะมีอัพเดทคุณเกี่ยวกับเรื่องบ้าน และ ไลฟ์สไตล์ ไปกับเราได้ที่นี่

ต้นคริสมาสต์

bath and body works

5 เทียนหอม bath and body works กลิ่นไหนหอม กลิ่นไหนมาแรง 

bath and body works เป็นชื่อที่แค่พูดก็รู้สึกได้ถึงความหอมแล้ว สำหรับใครที่เป็นแฟนแบรนด์นี้คงจะทราบดีว่าผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นั้นหอมแค่ไหน ซึ่งบาธ แอนด์ บอดี้ เวิร์คส์ นั้นก็แบรนด์ที่อยู่ในการดูแลของบริษัทใหญ่อย่าง L Brands จากสหรัฐอเมริกาที่ขยายสาขาไปทั่วโลก ส่วนที่ประเทศไทยนั้นได้มีสาขาแรกอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า Siam Center ชั้น M ส่วนสินค้าจะมีอยู่ 3 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ Shower, Body Lotion และ Mist และแม้ว่าผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของบาธ แอนด์ บอดี้ เวิร์คส์จะเน้นที่กลิ่นหอมแต่ไม่ได้มีเฉพาะแค่ของสาว ๆ เพียงอย่างเดียวแต่ยังมีผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายด้วย และสำหรับใครที่ชื่นชอบเทียนชอบวันนี้เราก็จะมาเอาใจกันด้วยเทียนหอม 5 กลิ่น หอมฟินติดห้องได้นานตลอดวันมาบอกกัน

แนะนำ 5 บาธ แอนด์ บอดี้ เทียนหอม หอมฟินติดใจ กลิ่นไหนก็โดน

1. Champagne toast เทียนหอมสีชมพูอ่อนที่ให้กลิ่นหอมคล้ายกับแชมเปญและกลิ่นผลไม้ หอมกลิ่นอ่อน ๆ คล้ายกับส้มหรือลิ้นจี่ เป็นกลิ่นฟรุตตี้ที่ไม่หวานมากแต่ก็ไม่เปรี้ยวมาก ให้ความหอมแบบสบาย ๆ เป็นกลิ่นที่สาว ๆ น่าจะถูกใจ

2. Lavender sea เป็นกลิ่นที่ผสมผสานระหว่าง lavender และ vanilla ให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ เหมือนอยู่ในสวนดอกไม้

เป็นกลิ่นให้ความรู้สึกแบบโรแมนติก ได้กลิ่นแล้วรู้สึกผ่อนคลาย กลิ่นไม่หวานจนเกินไป

3. Moonlight path ให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ คล้ายกับแป้งเด็ก กลิ่นหอมละมุนแต่แอบเซ็กซี่ ช่วยสร้างบรรยากาศในห้องได้ดี

4. Black cherry Merlot เป็นกลิ่นที่เหมาะสำหรับการจุดยามค่ำคื่นมาก ๆ ให้กลิ่นหอมของเชอร์รีและราสเบอร์รี เป็นกลิ่นที่ช่วยสร้างบรรยากาศได้ดี ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในคืนธรรมดาให้พิเศษขึ้นได้

5. Black tie เป็นกลิ่นหอมแบบสะอาดสะอ้านที่หนุ่ม ๆ น่าจะชื่นชอบ กลิ่นหอมอ่อน ๆ แบบสบาย ๆ ไม่แรงจนเกินไป แอบคล้ายกับน้ำหอมของผู้ชาย เป็นกลิ่นที่ทำให้รู้สึกสดชื่น

จุดเด่นของเทียนหอม bath and body works ที่ทำให้ใครต่างก็ถูกใจ

· มีกลิ่นให้เลือกหลากหลาย ในแต่ละปีจะออกคอลเลกชันกลิ่นใหม่ ๆ ออกมาอยู่เสมอ ซึ่งก็มีทั้งคอลเลกชันสำหรับหน้าหนาว หน้าร้อน โดยจะแตกต่างกันออกไป ทำให้มีกลิ่นที่หลากหลาย เหมาะกับการสร้างบรรยากาศในช่วงนั้น ๆ ซึ่งในแต่ละคอลเลกชันที่ผลิตออกมานั้นก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ตลอดเพราะบางคอลเลกชันก็ผลิตออกมาเพื่อจำหน่ายในซีซันนั้น ๆ และเลิกผลิตไป ทำให้คนที่ชื่นชอบเทียนหอมต่างพากันซื้อเก็บเอาไว้เพื่อใช้งาน

· แพ็คเกจสวยงาม แพ็คเกจเทียนหอมของบาธ แอนด์ บอดี้ เวิร์คส์ออกแบบมาให้สวยงามและทันสมัย โดยแต่ละกลิ่นจะออกแบบบรรจุภัณฑ์มาให้สื่อถึงกลิ่นต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นสีของเทียน ตัวหนังสือ ภาพแพ็คเกจ เช่น กลิ่น Champagne toast ที่ผลิตเทียนมาเป็นสีชมพูอ่อนให้ความรู้สึกถึงกลิ่นหอมของผลไม้ กลิ่น Island Waters ที่มีสีเขียวครามเหมือนกับน้ำทะเล 

· หอมได้นานข้ามวัน เทียนหอม ขนาด 411 กรัม สามารถจุดได้นานถึง 60 ชั่วโมง หรือประมาณ 2 วันครึ่งเลยทีเดียว ส่วนในการจุดนั้นก็ไม่จำแป็นต้องจุดติดต่อกันเป็นเวลานาน เพียงจุดตอนที่อยากสร้างบรรยากาศหรือก่อนนอนวันละ 2 – 3 ชั่วโมงก็ช่วยให้ห้องมีกลิ่นหอมแล้ว การจุดบ่อย ๆ จะทำให้กลิ่นหอมของเทียนไปติดที่ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ หรือเสื้อผ้า ทำให้ห้องมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ได้แม้ไม่ได้จุดเทียนตลอดเวลา

· ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศธรรมดาให้พิเศษขึ้นได้ในแบบที่ต้องการ สำหรับวันพิเศษต่าง ๆ ก็สามารถใช้เทียนหอมจุดเพื่อสร้างบรรยากาศได้ ไม่ว่าจะต้องการบรรยากาศแบบไหนก็เลือกได้ในแบบที่ต้องการ เช่น ต้องการให้เป็นคืนที่สบาย ๆ ผ่อนคลาย เหมาะกับกลิ่น Black cherry Merlot แต่ถ้าชอบกลิ่นธรรมชาติ ชอบกลิ่นหอมของทะเลและกลิ่นแมกไม้ที่ให้ความรู้สึกเหมือนต้นไผ่ที่เพิ่งตัดใหม่เหมาะสำหรับกลิ่น Island Waters แต่ถ้าชอบกลิ่นที่หอมหวานเหมือนขนมหรือวานิลลา เหมาะสำหรับกลิ่น Warm vanilla sugar 

สำหรับใครที่ชอบความหอมของ บาธ แอนด์ บอดี้ เวิร์คส์ กลิ่นต่าง ๆ เหล่านี้ก็ไม่ได้มีแค่ในเทียนหอมเพียงอย่างเดียวเพราะยังมีในกลุ่มของผลิตภัณฑ์ Shower, Body Lotion และ Mist ด้วย มีกลิ่นให้เลือกหลายสไตล์ ทั้งกลิ่นสำหรับสาว ๆ และหนุ่ม ๆ ใช้แล้วรับรองว่าจะติดใจอย่างแน่นอน

พบกับบทความ เนื้อหาสาระดีๆ เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ได้กับเรา ที่นี่

bath and body works

แดจังกึม

แดจังกึม หมอหญิงคนแรกของกษัตริย์เกาหลี ที่ไม่ได้มีชื่อเพียงแค่ในนิยาย

ถ้าใครเป็นแฟนตัวยงของซีรี่ย์เกาหลีแล้วล่ะก็ ทุกคนจะต้องเคยได้ยินชื่อ ซีรี่ย์เกาหลีเรื่องหนึ่งที่โด่งมากทั้งในเกาหลีและในไทย นั่นคือซีรี่ย์เรื่อง แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง เป็นซีรี่ย์แนวพีเรียดดราม่าที่เล่าถึง ชีวิตของเด็กสาวคนหนึ่งที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนมาตั้งแต่เด็ก จนได้มีโอกาสเข้าไปในวังหลวง ซึ่งความน่าสนใจของละครเรื่องนี้ คือความสามารถของนางเอกของเรื่องที่มีความเฉลียวฉลาดมากในสมัยนั้น แต่ที่น่าทึ่งอีกก็คือ ผู้หญิงคนนี้มีชื่อถูกบันทึกไว้ว่าเคยมีตัวตนในประวัติศาสตร์จริง ๆ 

ตามบันทึกไว้ในจดหมายเหตุของราชวงค์เกาหลีและเอกสารทางการแพทย์ซึ่งมีเนื้อหาอ้างอิงเพียงสั้น ๆ 250 ตัวอักษรว่าแดจังกึม เป็นแพทย์หญิง เพราะในสมัยนั้น เป็นสังคมของชายเป็นใหญ่จึงยังไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก แต่ก็ถือว่าได้สร้างปรากฎการณ์ให้กับประวัติศาสตร์ มีหลักฐานเขียนไว้ว่าเธอเป็นแพทย์หญิงคนแรกของราชวงค์และมีบทบาทเป็นแพทย์ประจำตัวของพระราชา เพราะการที่ผู้หญิงจะเป็นแพทย์ในสมัยนั้นได้ ต้องมีความสามารถมาก ๆ เลยทีเดียว และนี่ก็ทำให้ตัวละครหลักของซีรี่ย์เรื่องนี้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นพีเรียดที่มีฟอร์มยิ่งใหญ่อลังการมาก ใช้งบประมาณในการสร้างถึง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ออกอากาศครั้งแรกที่เกาหลีใต้ 15 กันยายน 2546 กลายเป็นซีรี่ย์ยอดนิยมเป็นอย่างจนเรตติ้งพุ่งถึง ถึง 57% ค่าเฉลี่ยต่อตอนอยู่ที่ 46.3% แต่ความนิยมยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพราะซีรี่ย์เรื่องนี้ยังถูกนำไปฉายต่อในต่างประเทศอีกถึง 91 ประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม, รัสเซีย, สเปน,สิงคโปร์,  ฝรั่งเศส, กรีซ, จีน, ออสเตรเลีย, บรูไน ฯลฯ รวมถึงได้ฉายในประเทศไทยมากถึง 4 ครั้ง ตอกย้ำความสำเร็จของ จอมนางแห่งวังหลวง ทั้งในซีรี่ย์และประวัติศาสตร์เลยทีเดียว

เนื้อเรื่องโดยย่อของซีรี่ย์เรื่องนี้ เกิดขึ้นในสมัย 500 ปี ที่ผ่านเมื่อเกาหลีอยู่ในช่วงสมัยของราชวงศ์โชซอน โดยยังคงมีการปกครองโดยผู้ชายเป็นใหญ่ นางเติบโตขึ้นมาในครอบครัวฐานะยากจน พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก แต่ได้รับโอกาสให้ไปเรียนรู้การทำอาหารในพระราชวัง และความที่เธอเป็นคนฉลาด และมีไหวพริบทำให้เธอได้รับความไว้วางใจจนเป็นคนทำอาหารมือหนึ่งของวัง 

แต่ความสนใจของเธอไม่ได้จบแค่การทำอาหาร เธอยังศึกษาการปรุงยาจนมีโอกาสได้ไปรักษาพระราชาจนได้ความดีความชอบ แต่ว่าก็เป็นธรรมดาของวังหลวงที่จะมีการแก่งแย่งชิงดีกันคอยขัดขวางไม่ให้ แดจังกึม ประสบความสำเร็จ แถมยังมีเพื่อนวัยเด็กของเธอที่คอยเป็นคู่แข่งและพยายามจะขัดขาเธอ แต่เธอจะผ่านมันไปได้ด้วยความฉลาดของเธอได้อย่างไร และเธอจะมีโอกาสได้เป็นพระชายาของพระราชาหรือไม่ ต้องติดตามในซีรี่ย์ หรือนิยาย

นี่ก็เป็นเพียงเนื้อเรื่องโดยย่อเท่านั้น แต่ความสนุกของซีรี่ย์เรื่องคือการได้ดูวิธีการทำอาหารเกาหลีที่มีการนำวัตถุดิบธรรมชาติมาใช้ทดแทนสิ่งต่าง ๆ ในครัว หรือเคล็ดลับการเพิ่มรสชาติให้กับอาหาร และการแก้ปัญหาเฉพาะได้อย่างเฉลียวฉลาดของนาง รวมไปถึงความน่าทึ่งของการแพทย์ในสมัยก่อนของเกาหลีที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างดี รวมไปถึงสมุนไพรต่าง ๆ ในการรักษาโรคที่มีสอดแทรกอยู่ในซีรี่ย์เรื่องนี้ เรียกได้ว่านอกจากจะได้ความสนุกแล้วยังได้ความรู้อีกแล้ว ที่สำคัญคือสถานที่ถ่ายทำในเรื่องนี้ที่มีความสวยงามที่ใครได้เห็นแล้วจะต้องอยากไปตามรอยแน่นอน ซึ่งประเทศเกาหลีเองก็ได้เปิดสถานที่ถ่ายทำ แดจังกึมปาร์ก ในเมืองยงอิน จังหวัดคยองกี ให้นักท่องเที่ยวหรือแฟนคลับซีรี่ย์เรื่องนี้ได้เข้าชมอีกด้วย ฟินสองต่อเลยทีเดียว

หากใครกำลังมองหาซีรี่ย์หรือนิยายน่าสนุก ชวนติดตามและไม่ควรพลาดแม้ซักตอนเดียวแนะนำเรื่องนี้เลย เพราะนอกจากจะได้ความสนุกหรรษาจากซีรี่ย์ในการฟาดฟันของไหวพริบและการแข่งขันแล้วยังมีมิตรภาพและความรักให้คนดูได้ฟินได้จิ้นจนชุ่มชื่นหัวใจเช่นกัน หรือหากหาซีรี่ย์ดูไม่ได้ก็สามารถหาเป็นหนังสือนิยายมาอ่านก็ได้ครบรสไม่แพ้กัน 

ติดตามอ่านบทความ เนื้อหาสาระดีๆ เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ และ เทคโนโลยีได้ที่นี่

หูฟังไร้สาย

วิธีใช้ หูฟังไร้สาย อย่างไรไม่ให้พังเร็ว? 9 วิธีการดูแลหูฟังให้ใช้งานได้น๊านนาน

ปัจจุบันนี้หูฟังได้กลายเป็นไอเทมชิ้นใหม่ที่หลายคนมักพกติดตัวไปไหนมาไหนด้วย เพราะออกแบบมาให้ใช้งานง่ายขึ้นในแบบไร้สาย เสียบใช้งานง่าย ไม่ต้องกลัวว่าสายจะพันกัน อีกทั้งยังมีดีไซน์ที่สวยงามและทันสมัย ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็หาซื้อได้ง่ายขึ้น มีให้เลือกหลายรุ่น หลายราคา สำหรับใครที่ใช้ หูฟังไร้สาย อยู่เราก็มีวิธีการใช้งานและการดูแลอย่างถูกวิธีมาบอกกันว่าควรทำอย่างไรให้หูฟังของเราใช้งานได้นาน ๆ และไม่พังไปก่อนเวลา

9 วิธีการดูแลหูฟังแบบไร้สายเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานยิ่งขึ้น

· เก็บใส่กล่องเมื่อไม่ใช้งาน หูฟังแบบไร้สายมีขนาดที่ค่อนข้างเล็ก เมื่อเลิกใช้งานจึงควรเก็บใส่กล่องทุกครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้หล่นหายหรือถูกของในกระเป๋าทับหรือขีดข่วนจนเกิดความเสียหาย นอกจากนี้กล่องใส่หูฟังบางรุ่นยังออกแบบมาให้ชาร์จแบตเตอรี่ในตัวได้ ช่วยให้แบตเตอรี่เต็มอยู่ตลอดเวลา ส่วนการเลือกใช้หากใครที่ใช้งานบ่อยหรือใช้สำหรับเดินทางควรเลือกรุ่นที่มีแบตเตอรี่มีความจุเยอะและใช้งานได้นาน แบตอยู่ได้หลายชั่วโมง ไม่ต้องชาร์จบ่อย

· เลือกใช้งานให้ถูกประเภท ความจริงแล้ว หูฟังไร้สาย หรือ หูฟังบลูทูธ นั้นมีหลายประเภท แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ แบบ Sport, Travel, Casual ในการเลือกใช้จึงควรเลือกให้ถูกประเภท โดยหูฟังแบบ Sport เป็นหูฟังสำหรับการใส่เล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย, แบบ Travel เหมาะสำหรับการเดินทาง ใช้งานได้นานหลายชั่วโมง และแบบ Casual เป็นแบบที่ใช้งานทั่วไป

· ทำความสะอาดหลังใช้ทุกครั้ง เมื่อเลิกใช้งานแล้วควรทำความสะอาดหูฟังทุกครั้ง โดยเฉพาะหูฟังแบบ Sport สำหรับใส่เล่นกีฬาที่มีโอกาสเปียกเหงื่อง่าย หลังใช้งานแล้วควรใช้ผ้านุ่มเช็ดให้สะอาดและรอให้แห้งก่อนค่อยเก็บใส่กล่อง

· ระวังไม่ให้หล่น และไม่ควรโยน เพราะมีขนาดเล็กจึงมีโอกาสหล่นได้ง่ายจึงควรหยิบจับด้วยความระมัดระวังไม่ให้หล่นเพราะจะทำให้เกิดการกระแทกและได้รับความเสียหาย หรืออาจหล่นลงท่อหรือรูต่าง ๆ จนหายได้ 

· ระวังไม่ให้โดนน้ำ หากไม่ใช่หูฟังแบบ Sport หรือที่มีการเคลมว่าโดนน้ำได้ 100% ก็ไม่ควรให้โดนน้ำ และควรหลีกเลี่ยงการใช้งานในที่ที่มีโอกาสจะโดนน้ำได้ เช่น การใส่หูฟังทั่วไปออกกำลังกาย ที่อาจทำให้เปียกเหงื่อและพังได้

· ไม่ควรปล่อยให้แบตเตอรี่หมด หากไม่ใช้งานควรเก็บใส่กล่องเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ไว้ ไม่ควรวางทิ้งไว้ข้างนอกโดยเปิดทิ้งไว้ เพราะจะทำให้แบตเตอรี่หมดได้ 

· เปิดเสียงในระดับที่พอดี ไม่ดังจนเกินไป การไม่เปิดเสียงดังเกินไปเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานได้อย่างหนึ่ง เพราะการเปิดเพลงดัง ๆ จะทำให้หูฟังทำงานหนัก ควรเปิดเสียงให้ดังประมาณ 60% และไม่ควรเปิดเสียงดังเกิน 85%

· ลดเบสลงเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งาน แม้ว่าบางรุ่นจะเป็นหูฟังจะมีจุดเด่นในเรื่องของเบส แต่ในการใช้งานแล้วควรเปิดเบสให้ดังในระดับที่พอดี ไม่ควรเปิดดังเกินไปเช่นกัน

· หลีกเลี่ยงการเก็บในที่ที่มีความชื้นและความร้อนสูง เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ทำงานโดยใช้แบตเตอรี่ จึงควรหลีกเลี่ยงการเก็บในที่ที่มีความชื้น และมีความร้อนสูง 

· เป็นของใช้ส่วนตัวที่ไม่ควรใช้ร่วมกับผู้อื่น เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ต้องใส่เข้าไปในรูหู หากใช้งานร่วมกับผู้อื่นที่เป็นโรคเกี่ยวกับหู จะมีโอกาสติดต่อกันได้ 

หูฟังไร้สายหรือหูฟังบลูทูธ เป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบันนี้ เพราะใช้งานได้สะดวก และผลิตออกมาให้เหมาะกับการใช้งานต่าง ๆ มากขึ้น เช่น หูฟังออกกำลังกาย ที่มีคุณสมบัติกันน้ำได้ เนื่องจาก ปัจจุบันนี้คนสนใจออกกำลังกายกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง ปั่นจักรยาน เข้าฟิตเนส หรืออื่น ๆ การใส่หูฟังที่ช่วยกันน้ำ กันเหงื่อได้จึงถือเป็นตัวเลือกที่ดี อีกทั้งยังออกแบบมาให้สวมใส่ได้สบาย ไม่เจ็บหู และใส่ได้กระชับมากขึ้น ไม่หลุดออกง่าย ไม่ว่าจะออกกำลังกายท่าไหน หรือจะวิ่งเร็วเท่าไหร่หูฟังก็ยังไม่หลุดออกจากหูนั่นเอง

อย่าลืมติดตามบทความ เนื้อหาสาระดีๆ เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ และ เทคโนโลยี ที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้ง่าย และ สะดวกมากขึ้น อัทเดทเทรนด์สินค้าใหม่ๆ ไปกับเราได้ตลอดทุกสัปดาห์ ที่นี่

หูฟังไร้สาย