กระเบื้องยาง

กระเบื้องยาง เพื่อความงามของพื้นผิวในมิติใหม่ ตอบโจทย์ให้คุณได้หลากหลายกว่าที่เคย

กระเบื้องยาง ถือว่าเป็นวัสดุอีกประเภทหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมนำมาใช้งานเพื่อทดแทนกระเบื้องปูพื้นรูปแบบเดิมที่เคยใช้กันมา เนื่องจากสามารถหาใช้งานได้ง่าย การขนส่งก็มีความสะดวกรวดเร็ว และที่สำคัญมีลวดลายให้ได้เลือกสรรอย่างหลากหลายคุณจะอยากได้แนวธรรมชาติ โมเดิร์นสไตล์ หรือแนววินเทจก็มีให้ได้เลือกเต็มที่ จึงตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีสำหรับวิถีชีวิตใหม่ ถึงแม้ว่าในเริ่มแรกของการใช้งานกระเบื้องยางนั้นจะมีปัญหาเรื่องคุณภาพของวัสดุอยู่บ้าง แต่ด้วยการพัฒนาด้านเทคโนโลยีการผลิตที่ดีและมีมาตรฐานขึ้น ทำให้การติดตั้งมีประสิทธิภาพตรงตามความต้องการ ดังนั้นจึงได้รับการยอมรับและนำมาใช้งานกันอย่างแพร่หลาย พื้นผิวมีความงดงามแบบมิติใหม่ ซึ่งลงตัวกับการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง ถูก-ดี-มีครบครัน

ส่องความพิเศษของกระเบื้องยางที่ช่างมืออาชีพยังต้องแนะนำให้เลือกมาใช้งาน  

1. กระเบื้องพื้น pvc ที่มีคุณสมบัติเหมาะกับการนำมาใช้งานปูพื้นเพื่อทดแทนวัสดุแบบเดิม ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแรงทนทาน ทนต่อความชื้น น้ำไม่ซึมได้ง่ายจึงไม่มีปัญหาเรื่องเชื้อรา ปลวก มดและแมลงต่าง ๆ มากัดแทะพื้น ที่สำคัญยังมีความยืดหยุ่นที่สูง เพื่อสามารถรองรับแรงกระแทกได้ดี พื้นผิวสัมผัสหนืด จึงลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสถานที่ หรือบ้านที่มีเด็กเล็กและผู้สูงอายุ และอีกเหตุผลหนึ่งที่ควรเลือกใช้งานกระเบื้องยาง pvc ก็คือ สามารถติดตั้งง่าย เครื่องมือช่างไม่จำเป็นต้องใช้เยอะ ติดตั้งเองได้ ในระหว่างการใช้งานยังทำความสะอาดได้สะดวกง่ายดายอีกด้วย อย่างเช่นไอเทมยอดนิยม  กระเบื้องพื้น pvc ลายไม้ กาวในตัว สามารถป้องกันรังสี UV ได้ดี ลวดลายไม้เหมือนได้ลายจากธรรมชาติ หรือจะเลือกลวดลายหินอ่อนก็ดูสวยงามอีกสไตล์หนึ่งของคนที่ชอบหินอ่อน แต่สามารถทดแทนกันได้ในราคาย่อมเยากว่า เป็นต้น

2. ไวนิลปูพื้นที่มีลวดลายเสมือนจริง ให้คุณได้สัมผัสพื้นบาง แต่ได้อารมณ์ตามแบบธรรมชาติ พื้นผิวนิ่ม มีความแข็งแรงทนทานและมีความยืดหยุ่นสูง ลงตัวได้กับทุกสถานที่ ทั้งบ้าน อาคารสำนักงาน โชว์รูม รีสอร์ท โรงแรม ฯลฯ ผิวหน้าของไวนิล ทนต่อการขีดข่วนจึงไม่เกิดรอยได้ง่าย มีความเรียบเงางาม และเคลือบผิวหน้าป้องกันรังสี UV มีให้ได้เลือกสรรหลากหลายสีสัน อาทิ สีออกแนววินเทจ-คลาสสิค-ลายไม้ เป็นต้น ในการติดตั้งก็สามารถทำได้สะดวกเช่นกัน โดยเฉพาะไอเทมพื้นไวนิลกันน้ำ แบบคลิกล็อก ( Click lock ) 

วิธีการเพื่อดูแลรักษากระเบื้องยางให้ใช้งานได้นานและยังคงความสวยงามอยู่เสมอ 

1. การรักษาความสะอาด คือสิ่งสำคัญที่สุดของการใช้งานกระเบื้องยาง หรือแม้แต่พื้นผิวในแบบอื่น ๆ ก็เช่นกัน เพื่อสุขอนามัยที่ดี ห่างไกลโรค โดยพยายามลดการนำสิ่งสกปรก หรือการทำให้เกิดคราบ อย่างเช่น ก่อนเหยียบพื้นควรล้างทำความสะอาดเท้าทุกครั้ง เมื่อเจอคราบต้องทำความสะอาดทันที นอกจากลดคราบบนพื้นได้ดีแล้ว ยังลดความเสี่ยงต่อเชื้อโรคต่าง ๆ อีกด้วย

2. การทำความสะอาดฝุ่น ควรใช้วิธีดูดฝุ่นแทนการกวาด เพื่อไม่ให้ฝุ่นกระจายไปจุดอื่น ๆ สำหรับคราบเลอะเทอะจากน้ำ อาหาร บนพื้นกระเบื้องยาง คุณสามารถใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดได้ เพราะพื้นจะระบายความชื้นได้ดีไม่เกิดเชื้อรา หรือ จะเลือกใช้แอลกอฮอล์มาเช็ดพื้นอีกทีเพื่อความมั่นใจก็ได้เช่นกัน

3. สำหรับคราบที่ฝังลึกก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพียงใช้น้ำยาขัดเงาเข้าช่วยเช็ดอีกรอบ คราบก็สามารถหลุดออกได้อย่างง่ายดาย แต่ควรทำทันทีหลังจากมีคราบหรือเห็นคราบบนพื้นผิว ข้อควรระวังคือ ไม่ควรใช้สารฟอกขาว เพราะอาจจะทำให้สีพื้นกระเบื้องยางซีดจางได้

เมื่อคุณคิดจะปูพื้นเมื่อใด อย่าลืม!!! เลือกใช้งานกระเบื้องยาง เพื่อความงามของพื้นผิวในมิติใหม่ ที่จะมาตอบโจทย์ให้คุณได้หลากหลายกว่าที่เคยอย่างแน่นอน อีกทั้งในปัจจุบันนี้สามารถเลือกหาและสั่งซื้อได้สะดวกง่ายดาย ผ่านระบบออนไลน์ ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปหาซื้อเอง ประหยัดทั้งค่าเดินทางและไม่เสียเวลาอันมีค่าในการทำการงานอีกด้วย โดยเลือกซื้อจากตัวแทนจำหน่ายที่น่าไว้วางใจ มีของคุณภาพตามมาตรฐานสากล ก็เหมือนได้ช่างผู้ชำนาญมาคอยแนะนำ

เมื่อคุณคิดจะปูพื้นเมื่อใด อย่าลืม! เลือกใช้งาน กระเบื้องยาง เพื่อความงามของพื้นผิวในมิติใหม่ ที่จะมาตอบโจทย์ให้คุณได้หลากหลายอย่างแน่นอน

ที่นอน 6 ฟุต

รู้จัก 7 ประเภท ที่นอน 6 ฟุต ที่ควรเลือกให้ดีต่อสุขภาพการนอน ช่วยให้หลับสบายตลอดทั้งคืน

การนอนหลับที่สบายจะส่งผลต่อสุขภาพที่ดีของเราดังนั้นการเลือก ที่นอน 6 ฟุต ที่มีคุณภาพตอบรับกับสรีระและลักษณะการนอนของเรา ก็จะช่วยทำให้การนอนมีคุณภาพมากขึ้น ช่วยลดอาการปวดหลังและอาการนอนไม่หลับได้ดีขึ้น โดยแต่ละคนก็จะมีที่นอนที่ถูกใจแตกต่างกันไป วันนี้เราจึงจะมารู้จักประเภทของที่นอนที่จะเหมาะกับสุขภาพการนอนของแต่ละคน

7 ประเภทของที่นอน 6 ฟุต ที่จะช่วยให้สามารถเลือกที่นอนที่ตรงใจได้ง่ายขึ้น

ที่นอน 6 ฟุตนั้นมีหลากหลายชนิดโดยจะแตกต่างกันจากวัสดุภายในที่ใช้ทำที่นอนเป็นหลัก ซึ่งมีทั้งวัสดุสังเคราะห์และวัสดุที่ทำมาจากธรรมชาติ โดยจะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป เราจึงควรทำความรู้จักเพื่อเลือกให้เหมาะกับเรามากที่สุด

1. ที่นอนที่ทำมาจากนุ่น 

เป็นวัสดุที่ได้มาจากธรรมชาติ ที่ได้มาจากต้นนุ่น มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้น เป็นที่นอนที่เหมาะสำหรับเตียงขนาดเล็ก หรือจะเป็นของรูปแบบที่นอนที่ใช้วางกับพื้นโดยตรง ข้อดีคือสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวกและมีน้ำหนักเบา ไม่อมความร้อน และหากเป็นที่นอนรุ่นใหม่จะมีตัวไรฝุ่นค่อนข้างน้อย เหมาะสำหรับคนที่แพ้ไรฝุ่น

2. ที่นอนที่ทำมาจากใยมะพร้าว 

เป็นที่นอนที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติเช่นกัน โดยจะใช้ใยมะพร้าวแปรรูปและอัดแน่น ที่นอนที่ได้จากใยมะพร้าวจึงจะมีลักษณะค่อนข้างแข็งมีความยืดหยุ่นน้อย ซึ่งจะเหมาะสำหรับคนที่นอนที่นอนนิ่มแล้วปวดหลัง สามารถยุบตัวได้น้อยและย่อยสลายได้ง่าย

3. ที่นอนแบบสปริง 

เป็นการผสมระหว่างวัสดุสังเคราะห์และวัสดุธรรมชาติ มีการกระจายน้ำหนักได้ดีทำให้ที่นอนชนิดนี้เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะตามรีสอร์ตหรือโรงแรมต่าง ๆ ซึ่งการกระจายน้ำหนักทำให้ช่วยลดการกดทับของสรีระได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับคนที่ชอบนอนตะแคง สามารถระบายอากาศได้ดีจึงทำให้รู้สึกเย็นสบาย

4. ที่นอนที่ทำมาจากยางพารา 

มีความคงทนและสามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน ที่สำคัญมีสัมผัสที่นุ่มและยืดหยุ่นได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับคนนอนดิ้น เพราะจะช่วยลดและแรงสั่นสะเทือนเวลาพลิกตัวไปมาได้ ที่สำคัญผลิตมาจากวัสดุจากธรรมชาติที่ไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้

5. ที่นอนที่ทำมาจากโฟม PE 

เป็นที่นอนที่มีราคาถูกมาก แต่จะมีความแข็งกระด้างสูง ดังนั้นเพื่อเพิ่มความสบายตัวในการนอนจึงควรมีฟองน้ำทับด้านบนเพื่อช่วยลดความแข็งลงได้

6. ที่นอนที่ทำมาจากฟองน้ำ 

เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ผลิตจากเศษฟองน้ำนำมาอัดตัวและขึ้นรูปทรงเป็นที่นอน โดยจะมีน้ำหนักเบาและมีความยืดหยุ่น ให้ความรู้สึกนุ่มสบาย ที่สำคัญมีราคาที่ค่อนข้างถูก มักจะนิยมใช้ตามหอพัก

7. ที่นอนที่ทำมาจากเมมโมรี่โฟม 

เป็นที่นอนที่เหมาะสำหรับผู้ป่วย โดยผลิตมาจากโพลียูเท็น สามารถช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและลดแรงกดทับได้เป็นอย่างดี มักจะนิยมใช้กับผู้ป่วยที่ต้องอยู่กับที่ตลอดเวลา

วิธีการดูแลรักษาที่นอน 6 ฟุตให้มีอายุใช้งานที่ยาวนาน

หากอยากให้ที่นอนมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน เราก็จำเป็นที่จะต้องหมั่นดูแลรักษาอยู่เสมอ เพื่อยืดอายุการใช้งานและให้ที่นอนยังคงดีต่อสุขภาพการนอนของเรา

1. หมั่นทำความสะอาดบ่อย ๆ 

เพราะที่นอนอาจจะมีการสะสมของเชื้อโรคหรือไรฝุ่นต่าง ๆ รวมไปถึงความอับชื้นจนทำให้เกิดเชื้อราได้ ดังนั้นจึงควรหมั่นทำความสะอาด ด้วยการนำไปพึ่งแดดอยู่เสมอ หรือการเปิดหน้าต่างห้องนอนให้มีลมที่สามารถถ่ายเทได้สะดวก ก็จะช่วยลดความอับชื้นภายในที่นอนได้

2. ไม่ควรทานอาหารบนเตียง 

ไม่ว่าจะเป็นขนมหรือของทานเล่นชนิดใดก็ตาม เพราะของกินเหล่านี้อาจจะตกหล่นบนที่นอนและทิ้งให้เกิดความสกปรกและการสะสมของเชื้อโรคได้

3. พลิกกลับด้านที่นอนอยู่เสมอ

จะช่วยลดปัญหาการยุบตัวของที่นอนด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งควรทำอย่างน้อยสามเดือนครั้ง จะทำให้สามารถลดการเป็นหลุมของที่นอนได้เป็นอย่างดี เพราะการนอนสำคัญเราจึงเลือกที่นอน 6 ฟุตที่เหมาะกับสรีระและวิธีการนอนหลับของเรา นอกจากจะดีต่อสุขภาพกายแล้วการนอนหลับที่ดียังจะทำให้สุขภาพจิตของเราดีขึ้นอีกด้วย

การนอนหลับที่สบายจะส่งผลต่อสุขภาพที่ดี มารู้จัก 7 ประเภท ที่นอน 6 ฟุต ที่ควรเลือกให้ดีต่อสุขภาพการนอน ช่วยให้คุณหลับสบายตลอดทั้งคืน

ปืนยิงปลา

รู้จัก ปืนยิงปลา ชิ้นส่วน และเทคนิคการเลือกให้แม่นเหมือนจับวาง

กิจกรรมกลางแจ้งที่ได้รับความสนใจและนิยมมาก ๆ ในบ้านเรากิจกรรมหนึ่ง ก็คือการใช้ ปืนยิงปลา ในการยิงเจ้าปลาที่อยู่ในน้ำ ทั้งการยิงเพื่อเป็นกีฬาหรือจะเป็นการยิงเป็นอาหารต่างก็จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์สำคัญตัวนี้ด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งพอเป็นอุปกรณ์ที่ถูกใช้ในการล่า ปืนสำหรับยิงปลาจึงเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานควรที่จะต้องมีความเข้าใจในกลไกการทำงาน รู้ในรายละเอียดของชิ้นส่วนประกอบต่าง ๆ เป็นอย่างดี เพื่อให้เราสามารถที่จะใช้งานอุปกรณ์สำคัญตัวนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถที่จะออกล่าปลาได้อย่างมืออาชีพ และยิงได้แม่นเหมือนจับวาง

ทำความรู้จักปืนยิงปลา เพื่อนผู้ช่วยล่าคนสำคัญ

· รุ่นยอดนิยม ใคร ๆ ก็ใช้กัน ปืนยิงปลาถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่เรียบง่าย แต่แฝงด้วยรายละเอียดที่น่าสนใจมากมาย และในส่วนของปืนล่าปลารุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็จะเป็นรุ่นที่ใช้การดีดของยาง หรือ Rubber Band ในการดีดกระสุนหรือลูกศรออกไป กลไกการทำงานก็จะเป็นแบบที่เรารู้จักกันดีในเครื่องยิงประเภทอื่น อย่างเช่นหน้าไม้ที่ใช้ยิงลูกศรเพื่อล่าสัตว์ หรือที่ใกล้ตัวที่สุดก็เห็นจะเป็นหนังสติ๊กยิงลูกหินที่หลายคนเคยเล่นตอนสมัยเด็ก การทำงานของปืนรุ่นนี้จะเริ่มจากการดึงยางจากปลายหรือหัวกระบอกปืนไปรั้งไว้ที่ด้านท้าย จากนั้นผู้ใช้ก็จะทำการเหนี่ยวไกปืน กระสุนที่เป็นลูกดอกหรือลูกหอก ก็จะถูกปล่อยและมุ่งหน้าไปหาเป้าหมายที่เล็งเอาไว้ในทันที

· รุ่นอื่นกับรูปแบบการล่าที่น่าสนใจ อุปกรณ์ที่ถูกใช้ในกิจกรรมยิงปลานั้น นอกจากจะมีรุ่นยอดนิยมแบบที่ใช้หนังสติ๊ก ใช้แรงดีดจากยางในการปล่อยลูกดอกแล้ว ก็ยังมีปืนรุ่นใหม่ ๆ ที่ถูกออกแบบมาให้มีการใช้งานในสถานการณ์ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นด้วย อย่างเช่นรุ่นที่ใช้แรงลมเหมือนกันปืนอัดลม หรือ Airsoft Gun ที่หลายคนก็รู้จักดี โดยลูกดอกนั้นจะถูกแรงลม CO2 จากกระบอกปืนดันออกไปสู่เป้าหมาย และอีกประเภทหนึ่งก็คือแบบ Pole Spear ที่สามารถล่าปลาได้โดยใช้มือเปล่าหรืออาจใช้ร่วมกับหนังยางก็ทำได้ แต่ทั้งสองแบบนี้ก็ยังเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมเฉพาะกลุ่มเท่านั้น

ชิ้นส่วนสำคัญของปืนยิงปลาที่ต้องรู้

ปืนยิงปลาส่วนใหญ่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน หรือไม่ว่าใครเป็นผู้ผลิตก็ตาม ก็มักจะมีรูปแบบกลไกการทำงานที่ไม่แตกต่างกันมากนัก โดยเฉพาะกับปืนที่ใช้แรงจากหนังยางในการปล่อยลูกดอกออกสู่เป้าหมาย และเพื่อให้เราสามารถใช้งานปืนล่าปลาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เราเองก็ควรที่จะต้องทำความเข้าใจถึงการทำงานของชิ้นส่วนสำคัญต่าง ๆ ของปืนเอาไว้ด้วย อย่างเช่น 

1. ด้ามปืนหรือด้ามจับ ตรงนี้เราจะเรียกว่า Grip ของปืน ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกออกแบบมาให้มีด้ามแบบด้ามปืนพกพร้อมไกปืน ตัวป้องกัน ตัวปล่อยสาย และกลไกที่ล็อกลูกดอก ซึ่งการเหนี่ยวไกปืนที่ถูกต้องจะต้องเป็นการปล่อยแนวยิงพร้อมกันทุกแนวเพื่อให้มีแรงหย่อนที่พอที่ลูกดอกจะไปถึงเป้าหมายที่เราต้องการได้อย่างแม่นยำ

2. กระบอกปืนหรือลำกล้อง ตรงนี้ก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญมาก ๆ กับการใช้ปืนยิงปลาบนบก ซึ่งลำกล้องจะมีที่สำหรับร่องการยิงและนำทางให้ลูกศรเดินทางได้ตรงกับที่เราเล็งเป้าหมายไว้ที่นิยมสุดก็จะเป็นลำกล้องที่ทำมาจากอะลูมิเนียม เพราะทั้งมีน้ำหนักที่เบาและเป็นวัสดุที่ไม่เป็นสนิม เหมาะทั้งมือใหม่และมืออาชีพ แถมยังช่วยให้การเล็งและล่าปลายิงได้แม่นยำมากขึ้นด้วย แต่สำหรับคนเพิ่งเริ่มต้นล่าปลา ขอแนะนำให้เลือกปืนที่มีลำกล้องสั้น ๆ ก่อน แล้วค่อย ๆ ปรับขนาดตามสถานการณ์เพื่อเชี่ยวชาญขึ้นแล้ว

เพื่อให้ได้มาซึ่งปืนยิงปลาที่เข้ามือและสามารถช่วยให้เราสามารถออกล่าปลาได้อย่างมืออาชีพ ยิงได้แม่นเหมือนจับวาง ก็ควรที่จะทำความรู้จักกับกลไกการทำงานและส่วนประกอบที่สำคัญต่าง ๆ ของปืนให้ดี และสำหรับใครที่เป็นมือใหม่จริง ๆ ขอแนะนำว่าให้ลองปรึกษากับเพื่อน รุ่นพี่ หรือผู้จัดจำหน่ายปืนล่าปลาก่อนเพื่อความมั่นใจและจะได้ของที่เหมาะสมกับความต้องการในการล่าปลาของเราจริง ๆ

มาทำความรู้จัก ปืนยิงปลา เพื่อนผู้ช่วยล่าคนสำคัญ กิจกรรมกลางแจ้งที่กำลังได้รับความสนใจและนิยม มาดูชิ้นส่วนสำคัญของปืนยิงปลาที่ควรต้องรู้

หม้อชาบู

5 ประโยชน์ของ หม้อชาบู ที่จะช่วยให้การทานอาหารที่บ้านมีความสุขมากขึ้น

ถ้าพูดถึง หม้อชาบู หม้อสุกี้ แล้วเราอาจจะนึกถึงร้านอาหารที่ขายชาบูร้อน ๆ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก หรือร้านบุฟเฟ่ต์ที่มีวัตถุดิบให้เลือกมากมาย แต่หลายครั้งที่เราก็มักจะทานแต่วัตถุดิบหรือเนื้อสัตว์ที่เราชอบเพียงเท่านั้น และหลายคนอาจจะรู้สึกว่าทานได้ไม่คุ้มกับราคาที่ต้องจ่าย ดังนั้นหากเรามีหม้อชนิดนี้ที่บ้านของเราเองจะมีประโยชน์มากแน่นอน รับรองว่าการทานอาหารที่บ้านจะมีสีสันและความสุขมากขึ้น

5 ประโยชน์ของหม้อชาบูที่ควรมีติดบ้าน

ชาบูถือว่าเป็นอาหารยอดฮิตยอดนิยมสำหรับคนในยุคปัจจุบันเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะเห็นร้านขายอาหารชนิดนี้อยู่มากมาย ซึ่งหากว่าเราสามารถยกร้านชาบูมาไว้ที่บ้านเราได้ก็คงจะดี ดังนั้นการมีหม้อที่บ้านที่จะช่วยให้การทานชาบูของเราง่ายขึ้น

1. ไม่ต้องรอคิวนาน หลายครั้งที่เราจะไปทานชาบูและจำเป็นที่จะต้องจองคิวล่วงหน้า หรือไปยืนรอคิวนานเป็นชั่วโมง ซึ่งหากเรามีหม้อของตนเองที่บ้านก็จะทำให้ช่วยประหยัดเวลามากยิ่งขึ้น สามารถใช้เวลาที่จะต้องไปรอคิวชาบูมาทำกิจกรรมอย่างอื่น ที่สำคัญยังช่วยให้เรามีเวลากับครอบครัวมากยิ่งขึ้นด้วย

2. สามารถเลือกทานเฉพาะของที่ชอบได้ สามารถเลือกได้ว่าอยากจะทานอะไร และอยากทานมากน้อยแค่ไหน ซึ่งในบางครั้งร้านชาบูในแต่ละที่ก็จะมีของให้เลือกไม่ครอบคลุมกับทุกอย่างที่เราอยากทาน ดังนั้นหากเรามีหม้อทำทานเองที่บ้านก็จะช่วยให้เราสามารถเลือกทานสิ่งที่ชอบได้ง่ายขึ้น

3. ประหยัดค่าใช้จ่าย แน่นอนว่าเมื่อสามารถเลือกทานเฉพาะสิ่งที่ชอบดังนั้น เราจึงสามารถเลือกซื้อเฉพาะสิ่งที่อยากจะทานได้ ที่สำคัญยังจ่ายแค่เท่าที่อยากทาน ซึ่งการเลือกซื้อวัตถุดิบมาทานเองที่บ้านจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี และหากทานเหลือยังสามารถนำไปแช่ไว้ใน ตู้เย็น เพื่อรับประทานในมื้อต่อๆไปอีกด้วย

4. เพิ่มความสนุกให้กับมื้ออาหารของเรา การทานชาบูถือว่าเป็นการเพิ่มบรรยากาศดี ๆ ให้กับบ้านและเพิ่มความสนุกให้กับมื้ออาหารมากยิ่งขึ้น และถือเป็นการเปิดโอกาสให้ครอบครัวได้มาร่วมทานอาหารร่วมกัน อีกทั้งยังสามารถจัดเป็นปาร์ตี้ตามเทศกาลต่าง ๆ ได้เองที่บ้านไม่ว่าจะเป็นงานวันเกิด หรืองานปาร์ตี้สังสรรค์กับเพื่อนฝูง

5. สามารถทานชาบูได้ทุกที่ทุกเวลา หากเรามีหม้อของตนเองแล้ว นอกจากจะสามารถเลือกทานได้ทุกเวลาตามใจชอบ ยังสามารถนำไปทานนอกสถานที่ ตามต่างจังหวัด สามารถนำไปในการตั้งแคมป์ การเที่ยวทะเล หรือการปิกนิกใกล้ ๆ บ้าน เรียกได้ว่าสะดวกสบาย และช่วยให้การท่องเที่ยวของเราสนุกมากขึ้นอีกด้วย

ประเภทของหม้อชาบูน่าสนใจ ที่คนรักชาบูต้องมี

หม้อชาบูที่วางขายในตลาดมีอยู่หลายรูปแบบ มีขนาดและสีสันมากมายให้เลือก และมีการใช้งานที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนทานชาบูในแต่ละคน ซึ่งประเภทของหม้อที่น่าสนใจมีดังต่อไปนี้

1. หม้อต้มไฟฟ้า สามารถเป็นได้ทั้งต้มชาบูและหม้อสุกี้ หม้อชนิดนี้จะมีขนาดเล็กกะทัดรัด เหมาะสำหรับทำหลากหลายเมนูอาหาร ไม่ว่าจะเป็นชาบู สุกี้ โอเด้ง หรือซุปหม่าล่า ที่สำคัญมีน้ำหนักเบาเคลื่อนย้ายได้ง่ายสามารถตั้งบนโต๊ะทานอาหารได้ มีสีสันสวยงามให้เลือกมากมาย 

2. หม้อสองช่อง มีลักษณะเป็นหม้อต้มที่แบ่งเป็นสองช่องเหมือนกับร้านขายชาบูทั่วไป โดยทำมาจากสเตนเลสคุณภาพดี สามารถให้เราทานชาบูแบบแยกน้ำ 2 รสชาติ ทำความสะอาดได้ง่ายไม่เป็นสนิม วิธีการใช้งานสามารถใช้ตั้งบนเตาแก๊ส เตาเซรามิกไฟฟ้า หรือเตาไฟฟ้าได้

3. กระทะไฟฟ้า เป็นลักษณะของกระทะที่มีก้นค่อนข้างลึก จึงทำให้สามารถทำอาหารได้หลากหลายเมนู ใช้ได้ทั้งเป็นกระทะสำหรับผัด แกง ทอด และเป็นหม้อสำหรับต้มชาบูได้อีกด้วย สำหรับใครที่ต้องการใช้งานทรูอินวัน กระทะไฟฟ้าจึงสามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

ไม่ว่าจะเป็นหม้อชาบูหรือหม้อสุกี้ก็สามารถทำให้เราได้ทานอาหารที่ชอบกับครอบครัวได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ซึ่งถือได้ว่าการมีหม้อเองนั้นมีประโยชน์มากมายจริง ๆ ช่วยประหยัดทั้งเงินและเวลา ที่สำคัญยังสามารถช่วยส่งเสริมบรรยากาศในครอบครัวให้ได้ใช้เวลาร่วมกันได้มากขึ้นอีกด้วย

ประโยชน์ของ หม้อชาบู ที่จะช่วยให้การทานอาหารที่บ้านมีความสุขมากขึ้น และหม้อชาบูน่าสนใจ ที่คนรักสุกี้ รักชาบูต้องมี

กล่องข้าว

ทำความรู้จักกับ กล่องข้าว แต่ละแบบพร้อมเทคนิคการเลือกให้ตอบโจทย์การใช้งาน

ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา กล่องข้าว นับเป็นเพื่อนคู่ใจของเราคนหนึ่งที่อยู่ข้างตัวเราในเวลาหิว ไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้า กลางวัน เย็น หรือมื้อดึก โดยเฉพาะกับคนที่ชื่นชอบรสชาติอาหารฝีมือของตัวเองหรือคนในครอบครัว หรือจะเป็นเมนูอาหารมื้อโปรดที่หากินข้างนอกไม่ได้ เราจึงมักจะฝากท้องหิว ๆ ของเราให้กับเพื่อคู่ใจคนนี้ แต่จริง ๆ แล้วรู้หรือไม่ว่ากล่องใส่ข้าวหรือกล่องใส่กับข้าวที่เราใช้ ๆ กันอยู่ มีการแบ่งประเภทกับความเหมาะสมในการนำมาใส่เมนูอาหารด้วย ซึ่งถ้าเราเข้าใจถึงหลักการเลือกก็จะช่วยให้อาหารมื้อโปรดที่เราห่อมานี้อร่อยยิ่งขึ้นได้ด้วยนะ

กล่องข้าวแต่ละแบบเป็นอย่างไร แต่ละแบบน่าใช้อย่างไร

· แบบสแตนเลสเน้นเก็บความอร่อย สำหรับใครที่เป็นสายเน้นเรื่องรสชาติอาหารว่าความอร่อยต้องมาก่อนเสมอ ขอแนะนำให้รู้จักกับกล่องข้าวแบบสแตนเลส ซึ่งค่อนข้างได้รับความนิยมมาก ๆ ตั้งแต่สมัยก่อน มาจนถึงปัจจุบันเราก็จะยังคงเห็นมนุษย์สายห่อข้าวหลายคนเลือกใช้กล่องใส่อาหารแบบนี้กันอยู่ ด้วยเพราะว่าสแตนเลสเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติเก็บความร้อนและเย็นได้ดี ยิ่งถ้าเอามาทำปิ่นโตแล้วสามารถที่จะรักษาอุณหภูมิของอาหารได้นานหลายชั่วโมง และจุดเด่นที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือเรื่องของความแข็งแรง จากวัสดุโลหะที่แข็งแรง ทนทาน ใครจริงจังเรื่องรสชาติอาหารและการกินแบบจัดเต็ม รับรองว่ากล่องแบบสแตนเลสตอบโจทย์ได้แน่นอน

· แบบพลาสติก สะดวก พกพาง่าย มาถึงอีกประเภทของกล่องใส่ข้าวที่เราต่างก็คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี กับกล่องแบบพลาสติกที่จะพบเห็นกันได้ทั่วไป เพราะเป็นอีกประเภทของกล่องที่ได้รับความนิยมไม่น้อย ด้วยคุณสมบัติของวัสดุที่โดดเด่นในเรื่องของความเบา ทำให้เป็นไอเทมใส่ของแก้หิวที่พกพาได้ง่าย จะใส่กระเป๋าแยกหรือใส่รวมในเป้ก็ทำได้สะดวกมาก ๆ ซึ่งก็จะถูกผลิตขึ้นมาจากพลาสติก 2 ประเภทหลัก คือ PP ที่มีน้ำหนักเบาซึ่งนิยมเอามาใช้ผลิตเป็นกล่องบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร และ PET ที่จะมีความแข็งแรงและมีความปลอดภัยสูง แถมมาด้วยคุณสมบัติทนความเป็นกรดและป้องกันการซึมผ่านของอากาศได้ดี

เทคนิคการเลือกกล่องข้าวให้ตอบโจทย์การใช้งาน

· เลือกให้ตรงกับมื้ออาหาร สำหรับการเลือกกล่องข้าวให้ได้แบบที่ตรงจากโจทย์ความต้องการ ข้อแรกนี้เราจะเน้นไปที่การเลือกกล่องตามมื้ออาหารที่เราเลือกกินในเวลาต่าง ๆ ดังนั้นแล้ว สิ่งสำคัญที่จะต้องเอามาตั้งเป็นโจทย์ก็คือการเลือกจากประเภทของอาหารนั่น เพราะอาหารในแต่ละเวลาก็จะมีรูปแบบที่ต้องการภาชนะที่ใช้ในการเก็บรักษาที่ไม่เหมือนกัน อย่างเช่น มื้อเช้า ก็จะเป็นอาหารแบบเบา ๆ ทานง่าย แนะนำให้เป็นกล่องแบบพลาสติก เพราะหลังจากกินเสร็จแล้วจะได้เก็บง่ายได้ทั้งวัน ส่วนของมื้อเที่ยงอาจเน้นแบบสแตนเลสเก็บความอร่อยได้นานเพราะมื้อนี้เราคงอยากกินอะไรอร่อย ๆ ระหว่างพักเที่ยงจากงานหรือเรียนมาแล้วครึ่งวัน หรือถ้าเป็นอาหารมื้อเย็นสำคัญมาก ๆ กับการเลือกเพราะควรหากล่องใส่ข้าวที่เก็บอุณหภูมิได้ดี ซึ่งก็จะมีรุ่นพิเศษที่ถูกออกแบบมาให้รักษาความอร่อยไว้รอเราได้ทั้งวันอยู่

· เลือกให้เหมาะกับผู้ใช้งาน ข้อต่อมาก็จะเป็นการเลือกกล่องใส่ข้าวให้ตรงกับผู้ใช้ ตรงนี้เองก็สำคัญไม่น้อย เพราะว่าแต่ละคนก็จะมีรูปแบบชีวิตหรือความชอบที่ไม่เหมือนกัน ไอเทมเก็บของอร่อยตัวนี้ก็เลยต้องเลือกให้เข้ากับคนใช้ด้วย อย่างเช่นในกลุ่มเด็ก ก็จะมีกล่องข้าวเด็กในแบบที่เป็นพลาสติกใช้งานง่าย น้ำหนักเบา และมีลวดลายสวยงาม หรือสำหรับผู้ใหญ่ก็จะเป็นกล่องแบบสแตนเลสทรงปิ่นโต ที่จัดเก็บความอร่อยได้หลากหลายกว่า แถมยังช่วยในเรื่องของโภชนาการที่ครบถ้วนได้ด้วย แต่ถ้าใครไม่สะดวกพกปิ่นโตทรงใหญ่ อาจเลือกเป็นกล่องที่เล็กลง พกง่าย แต่มีช่องให้ใส่อาหารแยกได้เยอะก็ได้เช่นกัน

เพราะเรื่องกินเป็นเรื่องสำคัญ อย่างนั้นแล้วเราเองก็ควรที่จะต้องใส่ใจในการเลือกกล่องข้าวซึ่งเป็นภาชนะสำหรับใส่อาหารมื้อโปรดของเราให้ดีด้วย เพราะถ้าเลือกได้ลงตัวก็จะช่วยให้มื้ออาหารนั้น ๆ กลายเป็นมื้ออร่อยเหมือนกับนั่งกินอาหารที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ อยู่ที่บ้านเลยล่ะ ดื่มน้ำในมื้ออาหารให้มีปริมาณเหมาะสมจะยิ่งช่วยให้มื้ออาหารของเราอร่อยและสุขภาพดียิ่งขึ้นไปอีก

เพราะเรื่องกินเป็นเรื่องสำคัญ! ทำความรู้จักกับ กล่องข้าว แต่ละแบบพร้อมเทคนิคการเลือกให้ตอบโจทย์การใช้งานภาชนะโปรด

แก้วน้ำ

ก่อนดื่มเครื่องดื่ม… คุณเลือก แก้วน้ำ ได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยแล้วหรือยัง

คุณได้ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้แก้วน้ำในทุก ๆ วันหรือไม่ เพราะแก้วน้ำใส ถือว่าเป็นอุปกรณ์จำเป็นของคนในทุกยุคสมัย อีกทั้งยังมีวัสดุให้เลือกได้หลากหลายชนิด เพียงแต่จะมีดีไซน์ที่แตกต่างกันไป ดังนั้นก่อนการใช้งานจึงต้องเลือก แก้วน้ำ ใช้ให้ถูกต้องเหมาะสม เนื่องจากเครื่องดื่มแต่ละชนิดมีทั้งแบบร้อน-เย็น หรือเป็นกรด-ด่าง เป็นต้น ถ้าหากเลือกแก้วที่ทำจากวัสดุที่ไม่เหมาะสม เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วก็อาจจะมีสารปนเปื้อนซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ ไม่มากก็น้อยนอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงเรื่องของขยะที่จะเกิดตามมาอีกด้วย เลือกได้ดีและใช้งานอย่างคุ้มค่า ก็สามารถรักษ์โลกได้มากทีเดียว จากการลดปริมาณขยะนั่นเอง ที่สำคัญคนใช้งานต้องได้รับความปลอดภัยอีกด้วย

5 รูปแบบของแก้วน้ำที่เลือกได้อย่างลงตัวกับทุกการใช้งานอย่างมั่นใจแน่นอน

1. แก้วน้ำที่ทำมาจากพลาสติก ซึ่งถือว่าเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากมีราคาค่อนข้างถูก ใช้งานและทำความสะอาดได้สะดวก ถ้าเผลอทำตกก็ไม่แตกหักเสียได้ง่ายเหมือนแก้ว หรือเซรามิก โดยเฉพาะในร้านค้า ร้านอาหาร มักนำมาให้ลูกค้าใส่เครื่องดื่ม  ซึ่งข้อควรระวังก็คือพลาสติกส่วนมากจะไม่เหมาะกับการบรรจุเครื่องดื่มชนิดร้อน แต่ใช้งานได้ดีกับเครื่องดื่มชนิดเย็น ยิ่งในแบบที่คละสีสันอย่างสวยงามก็ยิ่งต้องเลือกใช้ให้ถูกงาน เพื่อให้ได้ประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุด อย่างเช่น แก้วใส่น้ำทำมาจากพลาสติกเกรดเอ สีหวานสะดุดตา มีหลากหลายขนาด เนื้อพลาสติกแข็งแรงทนทาน ในราคาเริ่มต้นไม่แพง ยกโหลยิ่งได้ราคาถูก มีทั้งแบบมีหูจับและไม่มีหูจับ ร้านอาหารน่าจะต้องมีเอาไว้บริการลูกค้า

2. แก้วใส สำหรับการใช้ชงชา-กาแฟ เนื้อแก้วหนา มีคุณภาพดี ไม่บิ่นง่าย พร้อมสามารถจับได้ถนัดมือ อย่างเช่นเลือกจากแบรนด์คุณภาพ คุณจะมั่นใจได้ในคุณภาพตลอดการใช้งานที่ยาวนานแน่นอน คุ้มค่าน่าลงทุน โดยเฉพาะในการขายชากาแฟสูตรโบราณ เป็นต้น

3. แก้วน้ำใสหลากหลายรูปทรงและขนาด ตามที่ต้องการ จากแบรนด์น่าใช้ ด้วยการออกแบบที่พิถีพิถันเป็นพิเศษ ใส่ใจในทุกขั้นตอน แก้วจึงออกมาคุณภาพดีเกรดพรีเมียม สามารถให้ความสัมผัสที่แตกต่างจากแก้วทั่วไป ดื่มด่ำได้ในทุกโอกาสและทุกรสชาติที่คุณต้องการ แล้วยังลงตัวได้กับทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ ร้านอาหารสุดหรู โรงแรมชื่อดัง หรือที่บ้านของคุณเองก็ตาม

4. แก้วขนาดใหญ่ที่มาพร้อมที่มาพร้อมรูปทรงแปลกตา เพื่อมิติแห่งความแตกต่างของเครื่องดื่มแบบเฉพาะของคุณ อย่างเช่น แก้วขวดโหลมีฝาปิด แก้วแฟนตาซีสไตล์เกาหลีน่ารัก หรือแก้วที่คล้ายถ้วยใบเล็ก-ใหญ่ เป็นต้น เพื่อเพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ให้กับสูตรเครื่องดื่ม

5. แก้ววิสกี้ คริสทัล ที่เหมาะสำหรับชงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่าง แก้วเหล้าสุดหรูและมีความคลาสสิคจากลวดลายคลาสสิคโบราณ จะดื่มด่ำได้ทั้งคนเดียวและกลุ่มผองเพื่อน ดูดีมีคลาส เนื่องจากเนื้อแก้วใสและเพิ่มเงาให้กับเครื่องดื่มชั้นดีของคุณ

ใช้แก้วน้ำอย่างไรให้คุ้มค่าและยังคงความน่าใช้สำหรับทุกคนไปได้อีกนาน ๆ 

– ระวังเรื่องแก้วเกิดคราบขุ่นมัว เพราะใคร ๆ ก็อยากใช้แก้วใสและดูสะอาดสะอ้านทั้งนั้น โดยเฉพาะแก้วน้ำที่ทำมาจากแก้ว ซึ่งคุณสามารถดูแล ทำความสะอาดได้แบบง่าย ๆ จากการนำไปแช่น้ำส้มสายชูทิ้งไว้ ก่อนการนำไปทำความสะอาดตามปกติ แล้วจึงนำมาใช้งานได้อย่างมั่นใจในความใสและเงาสวย

– เลือกแก้วมาใช้งานให้เหมาะสมกับเครื่องดื่ม ไม่ควรสลับการใช้งาน เพราะนอกจากจะทำให้แก้วชำรุดเสียหายง่ายแล้ว อาจจะมีอันตรายสำหรับผู้ใช้อีกด้วย 

– ใช้และเก็บแบบระมัดระวัง โดยเฉพาะจุดที่มีความเปราะบาง ถ้าเกิดการกระทบกัน อาจจะแตกร้าวได้ง่าย แล้วคงต้องทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย ที่สำคัญ ควรเก็บแยกประเภท เพื่อหยิบใช้งานได้อย่างสะดวกและจะนำมาใช้งานได้ไม่ผิดประเภท

– ก่อนเก็บเข้าตู้ หรือกล่องสำหรับพักการใช้งาน ต้องแน่ใจว่าแห้งสนิทแล้ว เพื่อป้องกันกลิ่นอับชื้นและการเกิดเชื้อรา เชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี หรือหากทิ้งแก้วน้ำเปียกไว้บนโต๊ะกินข้าวเป็นเวลานานอาจจะทำให้เกิดรอยเปียกเป็นวง ดูไม่สวยงามได้

 ก่อนดื่มเครื่องดื่มทุกครั้ง คุณเลือกแก้วน้ำได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยแล้วหรือยัง ถ้าเลือกอย่างมั่นใจว่ามีประสิทธิภาพจริง ๆ คุณจะมีความสุขกับเครื่องดื่มในมือได้อย่างมั่นใจเช่นกัน ไอเทมเล็ก ๆ ที่สามารถสร้างทั้งความสุขและสร้างสุขภาพที่ดีควบคู่กันไปได้อีกด้วย คุณเลือกซื้อได้อย่างสะดวกและง่ายดายมากขึ้นเพียงซื้อผ่านตัวแทนทางออนไลน์ที่มีคุณภาพเท่านั้น

ก่อนดื่มเครื่องดื่ม คุณเลือก แก้วน้ำ ได้อย่างเหมาะสมแแล้วหรือยัง 5 รูปแบบของแก้วน้ำที่เลือกได้อย่างลงตัวกับทุกการใช้งานอย่างมั่นใจแน่นอน

สว่านไร้สาย

เรื่องควรรู้ในการใช้ สว่านไร้สาย สำหรับมือใหม่ ใช้อย่างไรให้ปลอดภัยและมีข้อควรระวังอะไรบ้าง?

สว่านไร้สาย เป็นเครื่องมือที่ดูเหมือนว่าจะใช้งานได้ง่าย ๆ เพราะเพียงแค่เปิดเครื่องก็สามารถเจาะสิ่งที่ต้องการได้แล้ว แต่ทราบหรือไม่ว่าความจริงแล้วสว่านแบบไร้สายนั้นไม่ได้มีแค่ชนิดเดียวแต่มีหลายชนิด และแต่ละชนิดก็มีประโยชน์ใช้งานที่ต่างกัน

หากเลือกใช้ไม่ถูกประเภทอาจทำให้เกิดอันตรายได้ สำหรับมือใหม่คนไหนที่กำลังมองหาสว่านมาไว้ใช้งานที่บ้านเราไปทำความรู้จักสว่านชนิดต่าง ๆ กันดูก่อนว่าแบบไหนที่จะเหมาะกับการใช้งานของคุณและมีข้อควรระวังอะไรในการใช้งานบ้าง?

ประเภทของสว่านไร้สาย แต่ละแบบเหมาะสำหรับการใช้งานแบบไหน?

· แบบธรรมดา สว่านไร้สายแบบธรรมดาเหมาะสำหรับงานทั่วไป เช่น ขันนอต สกรู เจาะไม้ อะลูมิเนียม และอื่น ๆ เหมาะสำหรับงานซ่อมหรือ DIY ทั่วไปที่ไม่ใช่งานหนัก

· แบบไขควง ใช้สำหรับขันนอตหรือสกรู เหมาะสำหรับการใช้ในงานช่างหรือมีไว้ติดบ้านเพื่อใช้ซ่อมแซมอุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถใช้แทนไขควงทั่วไปได้ ช่วยลดแรงในการไขลงได้และไขได้เร็วกว่าการไขมือ

· แบบเจาะกระแทก เป็นสว่านที่เหมาะสำหรับงานเจาะกระแทกโดยเฉพาะ เช่น อิฐ หิน ปูน คอนกรีต เหมาะสำหรับงานช่าง เป็นชนิดที่เหมาะสำหรับผู้เชี่ยวชาญ ใช้กับงานหนัก

· แบบโรตารี่ เป็นสว่านที่เหมาะกับงานช่างเช่นกัน ใช้กับงานหนักอย่างงานเจาะอิฐ หิน ปูน คอนกรีตและงานสกัด

ข้อควรระวังในการใช้สว่านไร้สาย อันตรายใกล้ตัวที่คุณอาจยังไม่รู้!

· ฝึกใช้สว่านก่อนใช้บนงานจริง หากเป็นมือใหม่ควรเลือกใช้สว่านไร้สายแบบธรรมดาเพื่อฝึกใช้ให้ชินมือและทราบวิธีการใช้ในเบื้องต้นก่อน เพราะหากใช้กับงานจริงอาจทำให้เกิดความเสียหายได้จากแรงกระแทกต่าง ๆ ที่ไม่คุ้นเคย 

· สว่านแต่ละชนิดใช้กับพื้นผิวที่ไม่เหมือนกัน ควรเลือกใช้สว่านให้ถูกประเภทเพื่อช่วยเบาแรงในการทำงานและเพื่อความปลอดภัย เพราะหากใช้สว่านแบบธรรมดากับอิฐ คอนกรีต หินจะทำเกิดแรงกระแทกและเกิดการตีกลับได้ง่าย ทำให้ดอกสว่านติดและเสื่อมสภาพได้ง่าย

· ควรสวมอุปกรณ์ป้องกันก่อนใช้งาน สว่านเป็นเครื่องมือที่ค่อนข้างอันตราย โดยเฉพาะมือใหม่ที่ไม่เคยใช้มาก่อน ควรสวมอุปกรณ์ป้องกันอย่างเช่น แว่นตานิรภัย เพื่อช่วยป้องกันละอองฝุ่น เศษไม้ เศษหิน กระเด็นเข้าตา และถุงมือนิรภัยเพื่อช่วยป้องกันการบาดเจ็บจากแรงกระแทกหรือความร้อนจากดอกสว่านได้

· ควรตรวจสอบพื้นผิวก่อนเจาะทุกครั้ง เพื่อดูว่าโครงสร้างด้านในเป็นอย่างไร ด้านในกลวงหรือแน่น และมีโครงสร้างที่แข็งแรงหรือไม่ เพราะหากเจาะแล้วอาจทำให้โครงสร้างถล่มลงมาได้

· ควรเลือกใช้ดอกสว่านให้เหมาะสมกับการใช้งาน ควรตรวจว่างานแต่ละชนิดเหมาะสำหรับดอกสว่านแบบไหนเพื่อหยิบใช้งานได้อย่างถูกต้องและเพื่อขันหรือเจาะได้พอดี

· ขันดอกสว่านให้แน่นก่อนใช้งาน ตรวจสอบดอกสว่านที่ขันเข้ากับตัวเครื่องก่อนใช้งานว่าขันแน่นแล้วหรือยัง เพื่อป้องกันไม่ให้ดอกสว่านหลุดออกระหว่างใช้งานที่อาจทำให้เป็นอันตรายได้

· แรงตีกลับของดอกสว่านเป็นสิ่งที่ควรระวัง เมื่อเจาะสว่านเข้าไปแล้วพื้นแข็งเกินไปจนไม่สามารถเจาะเข้าไปต่อได้จะทำให้ดอกสว่านตีกลับและอาจทำให้ผู้ใช้งานได้รับบาดเจ็บจากแรงตีกลับได้ 

· ไม่ควรใช้มือเปล่าจับดอกสว่านหลังใช้งาน การใช้ดอกสว่านกับวัตถุที่นำความร้อนสูง เช่น หิน โลหะ เป็นเวลานานจะทำให้เกิดความร้อนได้ ส่งผลให้ดอกสว่านมีความร้อนสูง เมื่อไปจับโดนอาจถูกลวกได้

· นำของที่ไม่จำเป็นออกจากพื้นที่ทำงาน เพื่อความสะดวกในการทำงานและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการเสียจังหวะหรือมีวัตถุอื่นปลิวเข้าไปรบกวนขณะทำงาน

· สวมเสื้อผ้าที่ไม่รุงรัง เพื่อป้องกันเสื้อผ้าเข้าไปติดระหว่างใช้งาน

· ปิดเครื่องทุกครั้งเมื่อเลิกใช้งาน เพื่อป้องกันมือไปโดนและอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

· ทำความสะอาดก่อนเก็บเข้าที่ ควรเช็ดทำความสะอาดดอกสว่านและตัวเครื่องให้สะอาดก่อนเก็บเข้าที่ทุกครั้ง

สว่านไร้สาย เป็นเครื่องมือที่ดูเหมือนว่าจะใช้งานได้ง่าย ๆ แต่สำหรับมือใหม่แล้วถือว่าไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะหากใช้งานไม่ถูกวิธีก็จะทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ จึงควรเลือกใช้ให้ถูกประเภทและใช้งานอย่างถูกวิธีเพื่อความปลอดภัย

เรื่องควรรู้ในการใช้ สว่านไร้สาย สำหรับมือใหม่ ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย มาดูประเภทของสว่านไร้สาย แต่ละแบบเหมาะสำหรับการใช้งานแบบไหน?

bb gun

bb gun กีฬานี้มีดีอย่างไร ทำไมคนถึงชอบเล่นกันจัง

เป็นเวลาหลายปีแล้วที่กิจกรรมกีฬาการเล่น bb gun ได้รับความสนใจ แม้ว่าจะไม่ได้แพร่หลายเหมือนกีฬาสากลยอดฮิตแขนงอื่น ๆ แต่ก็ถือว่าการเล่นกีฬาชนิดนี้ก็มีกลุ่มคนที่หลงใหลและเกาะกลุ่มเล่นกันอย่างเหนียวแน่นจริง ๆ นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีกลุ่มคนรุ่นใหม่ ๆ ที่อยากจะลองเข้าไปเล่นและสัมผัสกับกิจกรรมกีฬาชนิดนี้ดูบ้าง แต่ด้วยเพราะเป็นกิจกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับอาวุธปืน แม้ปืนที่ใช้จะไม่ใช่ปืนจริงแบบอาวุธสงคราม แต่ก็ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีความอันตรายอยู่ไม่น้อย จึงทำให้หลายคนไม่กล้าที่จะเข้าไปเล่น จริง ๆ แล้วการเล่นบีบีกันมีประโยชน์อย่างไร ทำไมคนที่เล่นถึงเกาะกลุ่มเล่นกันอย่างเหนียวแน่น มาไขคำตอบกัน

เล่นbb gunมีข้อดีมากกว่าที่หลายคนรู้

แม้จะเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนที่ดูอันตราย แต่ถ้าเล่นอย่างถูกต้องรู้วิธี รู้กฎกติกา อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของผู้เชี่ยวชาญก็ถือว่าไม่ได้น่ากังวลอย่างที่หลายคนเข้าใจ อันที่จริงแล้วbb gunมีเสน่ห์และมีประโยชน์อยู่หลายด้านด้วยกัน ซึ่งพอสรุปได้ดังนี้

1.เป็นการออกกำลังกายที่ดีแบบหนึ่ง

การเข้าเล่นกิจกรรมนี้ผู้เล่นจะต้องมีการเคลื่อนไหวไปตามจุดต่าง ๆ มีการบุก มีการหลบหลีก เรียกว่าคล้ายกับการออกรบของทหารเลย ในการเคลื่อนไหวในช่วงระหว่างที่ทำการเล่นนั้นจะต้องมีครบในทุกมิติ ทั้งเดิน วิ่ง หมอบ คลาน กระโดด นั่นทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวในทุกรูปแบบ เป็นการฝึกกำลังกล้ามเนื้อขา ข้อต่อต่าง ๆ การที่จะต้องประคองอาวุธของตนเองไว้ขณะอยู่ในการเล่นก็เป็นการฝึกกำลังแขนและกล้ามเนื้อหัวไหล่ด้วย เรียกว่าเป็นการใช้ร่างกายทุกส่วนในการเล่น จึงถือว่ากิจกรรมกีฬานี้ทำให้เราได้ออกกำลังกายอย่างเต็มที่เลยทีเดียว

2. เป็นการฝึกความสัมพันธ์ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

อย่างที่กล่าวไปว่าบีบีกันคล้ายกับการต่อสู้ออกรบของทหารและตำรวจ ดังนั้น เมื่ออยู่ในเกมเราจะต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ประสาทสัมผัสทุกส่วนจะต้องทำงานไปพร้อม ๆ กัน ตาต้องประสานกับมือและเท้า ร่างกายต้องสัมผัสกับประสาทสัมผัสทั้งตาและหู เห็นแสงไฟส่องมาที่ตัวเรา ก็จะต้องเคลื่อนตัวหลบหรือหมอบ ได้ยินเสียงปืนที่ดังขึ้น สัญชาตญาณการเอาตัวรอดต้องทำงาน จะหลบหลีกหรือโต้กลับก็ต้องตัดสินใจในทันที กิจกรรมนี้จึงเป็นการฝึกความสัมพันธ์ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยทำให้เราปรับตัวกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ง่ายมากขึ้น

3.ได้ฝึกเรื่องของการทำงานเป็นทีม

โดยปกติแล้วกิจกรรมนี้จะเล่นกันเป็นทีมหรือเป็นกลุ่ม มีการแบ่งเป็น 2 ทีม และทีมแต่ละทีมก็จะต้องมีการแข่งขันกันเพื่อชัยชนะ การที่จะทำให้ทีมได้ชัยชนะสมาชิกในทีมทุกคนก็จะต้องทำงานประสานกัน และรวมใจกันให้เป็นหนึ่ง แต่ละคนก็ควรจะต้องรู้ถึงสภาพร่างกาย สภาพจิตใจและความพร้อม ความสามารถของสมาชิกในทีมแต่ละคนด้วย ตรงนี้จึงทำให้ผู้เล่นได้ฝึกการทำงานเป็นทีมไปในตัว

4.ได้ความสนุกสนาน

หากใครได้ทดลองเล่นกิจกรรมกีฬาบีบีกันสักครั้ง บอกเลยว่าจะต้องมีครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 ตามมาแน่นอน แม้กิจกรรมนี้จะเล่นแล้วเหนื่อย แต่คนที่เล่นทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าสนุกมาก ตัวรูปแบบเกมจะเป็นการแข่งขัน ชิงไหวชิงพริบเพื่อเอาตัวรอด จึงเป็นเกมที่ท้าทาย ใครที่ชอบอะไรที่สนุกตื่นเต้นกิจกรรมนี้โดนใจแน่นอน

จะเล่นbb gunให้สนุกมารยาทเป็นเรื่องสำคัญ

กีฬาบีบีกันก็เหมือนกับกีฬาและกิจกรรมที่ทำร่วมกันแบบอื่น ๆ ทั่วโลกคือ ผู้ที่เข้าเล่นจะต้องเล่นอยู่ภายใต้กฎกติกาและควรจะต้องมีมารยาทของนักกีฬาด้วย อย่างกฎที่ผู้เล่นต้องรู้เป็นพื้นฐานเมื่อเราถูกฝ่ายตรงข้ามยิงใส่ เข้าเป้าสำคัญแบบเต็ม ๆ เราต้องออกจากเกมทันที โดยต้องออกจากเกมอย่างไม่มีข้อแม้ใด ๆ เมื่อแพ้แล้วก็ต้องยอมแพ้ไปถือว่าเป็นมารยาทที่ดีของผู้เล่น หรืออีกกฎหนึ่งก็คือ ผู้เล่นจะไม่ยิงใส่กันเมื่ออยู่ใกล้กันในระยะ 5 เมตร ก็เป็นกฎและมารยาทอีกข้อที่ผู้เล่นทุกคนพึงปฏิบัติ ถ้าเล่นอย่างมีมารยาทเคารพในกฎของเกม ก็จะทำให้ทำกิจกรรมนี้กันได้อย่างสนุกในทุก ๆ ครั้ง

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คงทำให้ทุกคนเห็นแล้วว่าbb gunมีเสน่ห์และความน่าสนใจอย่างไร ใครที่กำลังสนใจยากเข้าร่วมบ้าง ก็แนะนำเลยสนุกและได้ออกกำลังดีเลยทีเดียว

กิจกรรมกีฬาการเล่น bb gun ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก สนุกสนานและยังได้ออกกำลัง การเล่นbb gunมีข้อดีมากกว่าที่หลายคนรู้

โต๊ะคอมพิวเตอร์

โต๊ะคอมพิวเตอร์ สำคัญกว่าที่คิด เลือกอย่างไรให้ตรงกับการใช้งานและได้ประโยชน์มากที่สุด?

โต๊ะคอมพิวเตอร์ เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญในการใช้งานคอมพิวเตอร์ เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานแล้ว ยังออกแบบให้นั่งทำงานหรือใช้งานต่าง ๆ ได้อย่างถูกสรีระในท่านั่งที่ถูกต้องและช่วยลดอาการปวดเมื่อยหรือโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการนั่งทำงานหรือนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน ส่วนจะโต๊ะสำหรับคอมพิวเตอร์มีแบบไหนบ้างและมีเคล็ดลับการเลือกซื้ออย่างไร ไปดูกัน

ประเภทของโต๊ะคอมพิวเตอร์และประโยชน์ใช้งาน

· โต๊ะทรงสี่เหลี่ยม เป็นโต๊ะคอมพิวเตอร์ที่นิยมใช้มากที่สุด เพราะออกแบบมาให้ใช้งานง่าย มีขนาดกะทัดรัด เข้ากับห้องต่าง ๆ ได้ง่าย เหมาะสำหรับการใช้งานทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน สตรีม หรือเล่นเกม นิยมใช้งานทั้งภายในบ้านและออฟฟิศ สำนักงาน หาซื้อง่าย 

· โต๊ะรูปตัว L เป็นโต๊ะที่ออกแบบมาเป็นรูปตัว L เหมาะสำหรับการใช้งานในออฟฟิศ สำนักงาน มีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ มีพื้นที่มาก สามารถวางคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ รวมถึงอุปกรณ์สำนักงานต่าง ๆ บนโต๊ะได้ ไม่ว่าจะเป็น Printer เครื่องถ่ายเอกสาร ชั้นวางเอกสาร กล่องใส่เครื่องเขียน และอื่น ๆ เหมาะสำหรับห้องทำงานขนาดใหญ่หรือห้องประชุม

· โต๊ะรูปตัว U เป็นโต๊ะขนาดใหญ่รูปทรงตัว U นั่งได้หลายคน เหมาะสำหรับการใช้งานในห้องประชุมหรือสัมมนา รองรับ 6 – 10 ที่นั่งขึ้นไป 

การเลือกซื้อโต๊ะคอมพิวเตอร์ควรพิจารณาจากอะไรบ้าง?

· เลือกประเภทที่ตรงกับการใช้งาน ก่อนอื่นควรทราบก่อนว่าต้องการโต๊ะคอมพิวเตอร์ไปใช้แบบไหน หากใช้งานทั่วไปเหมาะสำหรับโต๊ะทรงสี่เหลี่ยม เพราะตกแต่งเข้ากับห้องทรงสี่เหลี่ยมได้ง่าย เข้ามุมง่าย หรือจะจัดต่อกันก็ทำได้ง่าย แต่หากต้องการโต๊ะขนาดใหญ่สำหรับใช้งานในออฟฟิศหรือสำนักงานเหมาะสำหรับโต๊ะรูปตัว L หรือรูปตัว U

· เลือกจากฟังก์ชันการใช้งาน เช่น ช่องใส่ของข้างโต๊ะ ลิ้นชักสำหรับวางคีย์บอร์ดและเมาส์ ช่องใส่ซีพียู ที่พักเท้า กุญแจล็อก และอื่น ๆ เพราะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น เป็นระเบียบ และหยิบใช้งานง่าย

· เลือกจากขนาดของโต๊ะ มีผลิตออกมาหลายขนาด หากต้องการใช้สำหรับวางคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียวและเน้นความสะดวกสบาย เหมาะสำหรับโต๊ะที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก เช่น ขนาด 100 x 50 เซนติเมตร ตกแต่งเข้ากับตัวห้องได้ง่าย เคลื่อนย้ายสะดวกและไม่กินพื้นที่จัดเก็บ แต่หากต้องการโต๊ะขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ด้านข้างเหลือสำหรับวางของใช้ต่าง ๆ ได้ด้วยควรเลือกโต๊ะที่มีขนาดประมาณ 120 x 60 เซนติเมตร เพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอต่อการใช้งาน

· เลือกจากวัสดุ ความทนทาน และอายุการใช้งาน เพราะวัสดุแต่ละประเภทมีอายุการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน จึงควรเลือกวัสดุที่มีความแข็งแรง ทนทาน และเหมาะกับการใช้งานของตนเอง โดยวัสดุที่ใช้ก็มีให้เลือกทั้งไม้อัด ไม้จริง สแตนเลส และเหล็ก

· คุณสมบัติการใช้งาน เช่น ผิวโต๊ะเคลือบกันน้ำ โดนน้ำได้ ไม่ทำให้ไม้พอง บวม เช็ดทำความสะอาดง่าย ไม่เสื่อมสภาพเร็ว

· ดีไซน์ แต่ละยี่ห้อจะมีดีไซน์ที่ต่างกัน เช่น ช่องใส่ CPU ลิ้นชักใส่แป้นพิมพ์หรือลิ้นชักเก็บของด้านข้างที่อาจออกแบบมาให้อยู่คนละข้างกันหรือมีจำนวนลิ้นชักที่ไม่เท่ากัน สามารถเลือกจากดีไซน์ที่ชอบได้เลย

· เลือกสี มีให้เลือกหลายสีหลายสไตล์ หากชอบสีแบบเป็นธรรมชาติเหมาะสำหรับสีลายไม้ เชอรี่ แกรนด์โอ๊ค บีช แต่หากชอบความทันสมัยก็มีสีขาว สีเทา สีดำ และสีอื่น ๆ ให้เลือกอีกเช่นกัน

· งบประมาณ ควรกำหนดงบประมาณเอาไว้ก่อนว่ามีงบอยู่ที่เท่าไหร่ เพราะราคาโต๊ะคอมมีให้เลือกตั้งแต่หลักพันต้น ๆ ไปจนถึงหลักหมื่นเลยทีเดียว เช่น ต้องการโต๊ะที่ราคาไม่เกิน 5,000 บาท เพื่อให้เลือกซื้อได้ง่ายขึ้นและป้องกันไม่ให้งบบานปลาย เพราะหากไม่จำกัดงบประมาณเอาไว้ก่อนจะทำให้งบบานปลายได้ง่าย

จะเห็นว่าโต๊ะคอมพิวเตอร์นั้นมีประโยชน์ไม่น้อยเลย นอกจากจะเป็นโต๊ะสำหรับเรียนหรือทำงานแล้วยังใช้เก็บของได้ด้วย ช่วยให้คุณเรียนหรือทำงานได้อย่างสะดวกสบายในโต๊ะเดียว สำหรับใครที่กำลังมองหาโต๊ะคอมไว้ใช้งานอยู่ก็อย่าลืมเลือกให้เหมาะสำหรับการใช้งานของตนเอง เพื่อประโยชน์ใช้งานที่ดีและช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้นได้ ส่วนการใช้งานตั้งไว้ในบริเวณที่เหมาะสมและมีแสงสว่างเพียงพอต่อการใช้งาน ไม่เคลื่อนย้ายบ่อย ๆ 

โต๊ะคอมพิวเตอร์ สำคัญกว่าที่คิด โต๊ะที่ถูกออกแบบให้นั่งทำงานได้ในท่านั่งที่ถูกต้อง เลือกอย่างไรให้ตรงกับการใช้งานและได้ประโยชน์มากที่สุด?

กีต้าร์ไฟฟ้า

เจาะลึกทริกในการเลือก กีต้าร์ไฟฟ้า ของนักดนตรีมือใหม่

กีต้าร์ไฟฟ้า ถือเป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับความนิยมมาก แถมยังเป็นเครื่องดนตรีที่มีคนฝึกเล่นเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นเครื่องดนตรีที่มีความสำคัญสำหรับวงดนตรีประเภทต่าง ๆ การเลือกกีต้าร์ตัวแรกถือเป็นเรื่องใหญ่มากทีเดียวสำหรับนักดนตรีมือใหม่ หลายคนจึงรู้สึกสับสนและไม่แน่ใจว่าจะตัดสินใจเลือกกีต้าร์ตัวไหนดี แถมยังต้องมากังวลในเรื่องของราคา และงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด ใครที่กำลังประสบปัญหานี้อยู่ละก็ ลองมาดูเรื่องราวเหล่านี้กัน

ประเภท และหลักการทำงานของกีต้าร์ไฟฟ้า 

เครื่องดนตรียอดนิยมชิ้นนี้แบ่งตามโครงสร้างของตัวบอดี้ได้ 3 ประเภท คือ

1. กีต้าร์ตัวตัน (Solid Body) คือ กีต้าร์ที่ไม่ได้มีการเจาะช่องบริเวณลำตัวของกีต้าร์ รูปทรงก็จะแตกต่างออกไปแล้วแต่บริษัทผู้ผลิต

2. กีต้าร์ลำตัวกึ่งโปร่ง (Semi-Hollow Body) มีโครงสร้างคล้ายแบบตัวตัน แต่มีการเจาะช่องบริเวณข้างลำตัวไว้เล็กน้อยเพื่อใส่ตัวรับสัญญาณจากสายกีต้าร์ เพื่อลดเสียงรบกวน

3. กีต้าร์ลำตัวโปร่ง (Hollow Body) กีต้าร์ประเภทนี้มีการเจาะช่องเล็ก ๆ ยาวๆ บริเวณทั้งสองข้างของตัวบอดี้ นิยมใช้เล่นดนตรีแนวแจ๊ส หรือบลูส์

ซึ่งกีต้าร์ไฟฟ้ามีหลักการทำงานโดยใช้หลักกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำเพื่อทำให้เกิดเสียง โดยจะมีแท่งแม่เหล็กเคลื่อนที่เข้าออกจากขดลวด ก่อให้เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้น ซึ่งขดลวดนั้นจะอยู่ตรงบริเวณปิ๊กอัพ หรือจุดขึงสายกีต้าร์ไฟฟ้า บริเวณตรงกลางตัวกีต้าร์ ผ่านการใช้นิ้วกดบริเวณสายกีต้าร์ ยิ่งสั่นมาก กระแสไฟฟ้ายิ่งมีมาก ก่อนที่มันจะถูกส่งต่อไปยังเครื่องขยายเสียง และลำโพงต่อไป

 ข้อควรรู้ในการเลือกซื้อกีต้าร์ไฟฟ้า

1. งบประมาณ ข้อนี้สำคัญมาก ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจซื้อ เราต้องตั้งงบประมาณในการซื้อเอาไว้ในใจก่อน จากนั้นค่อยหาข้อมูลเพื่อหากีต้าร์ที่มีราคาตรงกับงบประมาณที่เรามี นอกจากนี้ควรดูวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้ควบคู่ไปด้วย ถ้าต้องการซื้อเพื่อเอาไปไว้สำหรับเล่นสนุก ๆ ละก็ เลือกตัวที่ราคาหลักพันบาทก็พอ ส่วนใครที่อยากเอาไว้ใช้แบบจริงจังก็เลือกตัวที่ราคาสูงขึ้นมาอีกสักหน่อย จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย ๆ 

2. ปิ๊กอัพกีต้าร์ อยู่บริเวณตรงกลางตัวบอดี้ เป็นเสมือนไมค์ประจำตัว มีอยู่ 2ประเภท คือ ซิงเกิลคอย ให้เสียงหวานใส และแบบฮัมบัคกิ้ง ให้เสียงหนา ดุดัน ดังนั้น ถ้าใครชอบแนวป๊อบ หรือบลูส์ เราแนะนำให้เลือกแบบซิงเกิลคอย แต่ถ้าขาร็อกให้เลือกแบบฮัมบัคกิ้งได้เลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีกีต้าร์อยู่หลายรุ่นที่สามารถใส่ปิ๊กอัพได้ทั้งสองแบบ ชอบแบบไหนเลือกแบบนั้นได้เลย

3. รูปทรงของกีต้าร์ นอกจากความชอบแล้ว การเลือกทรงของกีต้าร์ต้องคำนึงถึงรูปทรงว่าเข้ากับตัวเราไหม เพื่อให้เราสามารถใช้มันได้อย่างยาวนานมากขึ้น

4. ทรงของคอกีต้าร์ ควรเลือกคอที่จับถนัดมือ ซึ่งมีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ทรงวี ทรงซี ทรงซอล์ฟวี ดังนั้นเวลาไปซื้อกีต้าร์ อย่าลืมจับแล้วลองเล่นดูว่าคอแบบไหนเข้ากับเรามากที่สุด

5. ประเภทของไม้ที่นำมาผลิตกีต้าร์ไฟฟ้า เนื่องจากไม้ที่นำมาผลิตนั้นส่งผลทั้งความสวยงาม และโทนเสียง ซึ่งก็มีไม้ให้เลือกค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นไม้เอลเดอร์ ไม้แอช ไม้เมเปิ้ล ไม้มะฮอคกานี ไม้โรสวู้ด ไม้อีโบนี ไม้ดีราคาก็ยิ่งสูงตามไปด้วย เราสามารถเลือกซื้อตามความชอบได้เลย แต่อย่าลืมดูงบประมาณที่มีด้วยนะ

6. น้ำหนักของกีต้าร์ ควรเลือกกีต้าร์ตัวที่มีน้ำหนักพอประมาณให้เข้ากับรูปร่างของเรา เพื่อที่จะได้เล่นนาน ๆ ได้โดยไม่ปวดหลัง 

7. ยี่ห้อ มีความสำคัญไม่แพ้กัน กีต้าร์ยี่ห้อดัง ๆ อย่าง Fender, Gibson, Ibanez ค่อนข้างมีราคาแพง เนื่องจากมีการ การันตีคุณภาพทั้งรูปลักษณ์ และเสียง ส่วนนักกีต้าร์มือใหม่ เราแนะนำยี่ห้อรอง ๆ อย่าง Mclorence, Cleven, Kazuki ซึ่งมีราคาไม่แพง แต่คุณภาพดี 

8. สายกีต้าร์ ถือเป็นส่วนประกอบหลักที่สำคัญไม่แพ้กัน สายที่ติดมากับตัวกีต้าร์อาจใช้งานได้ไม่ดีนัก ดังนั้นเราควรซื้อสายที่มีคุณภาพมาสำรองเอาไว้ด้วย ขนาดของสายให้ดูที่ความสูงของสายกับเฟรดของกีต้าร์ของเรา มีทั้งแบบสายธรรมดา และสายเคลือบ ซึ่งมีอายุการใช้งานที่นานกว่า แต่ก็มีราคาสูง สะดวกแบบไหนก็เลือกแบบนั้นได้เลย

หวังว่านักกีต้าร์ไฟฟ้ามือใหม่หัดซื้อคงจะใช้เรื่องราวนี้ประกอบในการเลือกกีต้าร์คู่ใจตัวแรก อย่าลืมว่าสิ่งแรกที่ควรคำนึงถึง คือ งบประมาณในกระเป๋าของเรา รวมไปถึงจุดประสงค์การใช้งาน จากนั้นจึงเลือกลักษณะตามความชอบทั้งตัวบอดี้ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรง เสียง สี ยี่ห้อ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรเลือกกีต้าร์ตัวที่เราถือแล้วรู้สึกสบาย และสะดวกที่สุด เราจะได้อยู่กับมันไปได้นาน ๆ และใช้มันได้อย่างคุ้มค่าคุ้มราคานั่นเอง

กีต้าร์ไฟฟ้า ถือเป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับความนิยมมาก การเลือกกีต้าร์ตัวแรกถือเป็นเรื่องใหญ่ มาเจาะลึกทริกในการเลือกของนักดนตรีมือใหม่