เร็ว…แรงทะลุนรก ฮ็อบส์ & ชอว์

ย้อนรอย 5 ซีนหนัง Fast & Furious ก่อนไปบู๊สุดมันใน เร็ว…แรงทะลุนรก ฮ็อบส์ & ชอว์

ชัดเจนเลยว่า 2 ตัวละครจากจักรวาลหนัง Fast & Furious ของเขาเด็ดจริง ๆ ทั้งเจ้าหน้าที่พิเศษ Luke Hobbs (The Rock-Dwayne Johnson) และอดีตทหารอังกฤษ Deckard Shaw (Jason Statham) ที่ปรากฏตัวในหนัง Fast & Furious กันมาคนละประมาณ 2 – 4 ภาค และในวันนี้ตัวละครทั้งสองนี้ก็ได้มีภาพยนตร์แยกออกมาเป็นของตนเองในชื่อ เร็ว…แรงทะลุนรก ฮ็อบส์ & ชอว์ 

หนังเรื่องนี้จะพาเราไปรู้จักอดีตตัวละครสมทบทั้งสองคนนี้ให้มากยิ่งขึ้น ถึงขนาดเรียกว่ารู้จักยันพื้นเพภูมิหลังของครอบครัวกันเลยทีเดียว และแน่นอนว่าเมื่อจัดอยู่ในตระกูลหนัง Fast เรื่องนี้จึงต้องไปให้ไกลแบบสุดลิ่มทิ่มประตู 

ดังนั้นก่อนที่คุณจะไปดู เร็ว…แรงทะลุนรก ฮ็อบส์ & ชอว์ ก็มาลองติวเข้มกันก่อนดีกว่าว่า ซีนเด็ดซีนโดนของ 2 ตัวละครในแฟรนไชส์ทั้ง 8 ภาคที่ผ่านมานั้น มีฉากไหนเด็ดจริงถึงขนาดดูแล้วยังติดความทรงจำแบบไม่มีลืมเลือน

1.การปรากฏตัวของ Luke Hobbs

ตัวละคร Luke Hobbs นั้นปรากฎตัวขึ้นครั้งแรกใน Fast 5 ซึ่งการปรากฏตัวของ The Rock ในภาคนี้ เสมือนเป็นสัญญาณบ่งบอกกับแฟน ๆ หนังรถซิ่งเรื่องนี้ว่า หลังจากนี้ต่อไป จักรวาลของ Fast & Furious จะไม่ใช่แค่หนังนักซิ่งอีกต่อไป นับจากนี้ภาพยนตร์เรื่องนี้จะกลายเป็นภาพยนต์แอคชั่นฟอร์มยักษ์

2.การปรากฏตัวแบบเต็ม ๆ ของ Deckard Shaw

ตัวละคร Deckard Shaw นั้นมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการใน Fast & Furious 7 ซึ่งก่อนหน้านี้ในท้ายเรื่องของ Fast 6 นี้ Deckard Shaw ได้เผยโฉมออกมาเล็กน้อยแล้ว โดยเป็นการย้อนเหตุการณ์กลับไปใน ภาคที่ 3 และเมื่อมาถึงภาคที่ 7 นี้การเปิดตัวของ Shaw มาในบทของจอมวายร้ายเสียด้วย 

การที่ Jason Statham มารับบทเป็นวายร้ายนั้น ยิ่งทำให้ Fast & Furious ดูเข้มข้นและน่าดูมากขึ้น เพราะทุกคนคงอยากเห็นการปะทะกันของตัวละครหลัก อย่าง Vin Diesel หรือไม่ก็ The Rock กับ Jason Statham นั่นเอง ซึ่งแฟนหนัง Fast ก็ไม่ผิดหวังจริง ๆ

3.Dom VS Shaw ซัดกันแหลกแบบเด็กช่าง

ซีนที่อยู่ในความทรงจำของใครหลายคนต้องมีฉากนี้แน่นอน การซัดกันด้วยหมัด และ งัดกันด้วยประแจ ระหว่าง Dominic Toretto กับ Deckard Shaw ใน Fast & Furious 7 โดยเนื้อเรื่องนั้นพยายามปลุกอารมณ์มาตั้งแต่ภาค 6 แล้วในฉากที่ Shaw ไปฆ่าหนึ่งในตัวละครสำคัญอย่าง Han ทำให้ Dom แค้นมาก ส่วน Shaw เองก็แค้น Dom เช่นกันที่เล่นงานเอาน้องชายของ Shaw เสียไม่เป็นผู้เป็นคน

หนังพยายามเพิ่มดีกรีความแค้นให้มาถึงจุดเดือดมากขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อถึงขีดสุด ปรอทแตก ก็ต้องแลกกันด้วยมือเปล่า และ ซัดกันให้นัวด้วยท่อนเหล็กตามแนวเด็กช่างกล

4.Hobbs VS Shaw การวัดฝีมือแบบ 2 คน 2 คม

เป็นฉากปะทะกันแบบใช้ฝีมือทักษะการต่อสู้แบบมือเปล่า ของ Hobbs & Shaw ใน Fast & Furious 7 ตอนต้นเรื่อง ซึ่งอัดกันหนัก ๆ แบบจัดเต็มจริง ๆ ก่อนที่จะปิดฉากการปะทะกันด้วยของหนัก Hobbs ต้องกระโดดหนีตายจากระเบิด ทำให้ตนเองถึงกับแขนหักไปตั้งแต่ต้นเรื่อง ซึ่งการวัดเชิงศิลปะการต่อสู้มือเปล่าของ 2 คนนี้ก็ยังเป็นภาพจำของแฟน ๆ ภาพยนต์แอคชั่นไม่รู้ลืม

5.Hobbs & Shaw บู๊แสบ ๆ แบบนักโทษ

ใน Fast & Furious 8 ชาวแก๊งของ Dom เผชิญปัญหา ซึ่ง Luke Hobbs เองก็ถือเป็นหนึ่งในแก๊งนี้ไปเรียบร้อยจึงโดนร่างแหไปด้วย ทำให้ต้องถูกคุมขัง ไม่รู้บังเอิญหรืออย่างไร ดันจับ Hobbs ไปอยู่เรือนจำเดียวกับ Shaw เสียได้ และเมื่อทั้งสองเจอกันอีกครั้ง ในฐานะนักโทษ ทั้งคู่จึงมีการฟาดปากกันกันพอหอมปากหอมคอ และ กลายเป็นทั้งคู่พยายามใช้ฝีมือต่อสู้เพื่อหนีออกมาจากคุกพร้อม ๆ กันเสียอย่างนั้น

ปฏิบัติการเดือดของคู่แค้น ที่ต้องกลายมาเป็นคู่หูสุดระห่ำ ภารกิจแอคชันที่มีความปลอดภัยของโลกเป็นเดิมพัน ความมันรสชาติใหม่ของจักรวาล เร็ว…แรงทะลุนรก กับหนังเดี่ยวเรื่องแรกของแฟรนไชส์ และการเปิดเลนใหม่บนถนนที่จะเผยให้แฟน ๆ ได้รู้จักกับ 2 ตัวละครสายระห่ำมากขึ้นกว่าที่เคย ไปบู๊สุดมันกันได้ใน เร็ว…แรงทะลุนรก ฮ็อบส์ & ชอว์ และ ต่อด้วยหนังดีๆอีกหลากหลายเรื่องที่เราแนะนำให้คุณได้ลองดู เร็ว...แรงทะลุนรก ฮ็อบส์ & ชอว์

ทรานฟอร์เมอร์ 4

5 เรื่องที่คุณควรต้องรู้ก่อนดู ทรานฟอร์เมอร์ 4 Age of Extinction

อีกหนึ่งภาคต่อของหนังสงครามหุ่นยนต์ที่หลายคนเฝ้าตั้งตารอกับ ทรานฟอร์เมอร์ 4  Age of Extinction ซึ่งทางผู้กำกับอย่าง Michael Bay เองก็ได้ประกาศออกตัวไว้ก่อนหน้าที่หนังจะฉายว่าภาคนี้จะมีการยกเครื่องใหม่ เพราะต้องการปูทางไปสู่ Transformers ในมุมมองใหม่ ๆ ของการนำเสนอบ้าง 

แม้หลายคนที่ได้ลองชมภาพยนต์เรื่องนี้ไปบ้างแล้วนั้น จะบอกว่าไม่ค่อยโดนใจสักเท่าไหร่ แต่ในภาพรวม ๆ แล้วก็ทำออกมาได้ดี เป็นภาพยนต์ดูสนุกอีกเรื่อง ส่วนใครที่ยังไม่ได้ดูและกำลังตัดสินใจจะหามาดูในเร็ว ๆ นี้ เราก็ขอนำเสนอ 5 เรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนจะตัดสินใจดูหนังสงครามหุ่นยนต์เรื่องนี้

1.มุมมองการนำเสนอใหม่ภายใต้คนเขียนบทคนเดิม

สำหรับทรานฟอร์เมอร์ในภาคที่ 4 นี้อย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้นว่า ทางผู้กำกับ ต้องการปูทางเรื่องไปสู่การเล่าเรื่องในมิติใหม่ แต่เรื่องของการวางโครงและทิศทางของเรื่องนั้น ยังฝากไว้ให้เป็นหน้าที่ของ อห์เรน ครูเกอร์ Ehren Kruger เหมือนเดิม ซึ่งทางมือเขียนบทคนนี้ก็ได้เขียนให้กับทรานฟอร์เมอร์ ภาค 2 – 3 มาแล้ว

ทาง Michael Bay ตั้งใจว่า ในช่วงภาคที่ 1 – 3 นั้นต้องการให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นไตรภาคชุดที่ 1 และ ทรานฟอร์เมอร์ 4 เป็นต้นไปจะเป็นชุดไตรภาคที่ 2 ในภาคที่ 4 นี้จึงมีการเปลี่ยนอะไรหลาย ๆ อย่าง ศึกสงครามจึงเหมือนเริ่มต้นใหม่ในเมืองชิคาโก้ สหรัฐอเมริกานั่นเอง

2.ตัวละครกลุ่มใหม่ใน ทรานฟอร์เมอร์ 4 

เมื่อต้องการเปลี่ยนมุมมองใหม่ จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงตัวละครใหม่ด้วยเพื่อพยายามลบล้างภาพเก่า ๆ เริ่มจากกลุ่มหุ่นยนต์ออโตบอทส์ ในหนังภาคที่ 4 นี้ก็หายไป เนื้อเรื่องกล่าวไปในเชิงว่ากลุ่มหุ่นยนต์นี้ถูกมนุษย์มองว่าเป็นภัยคุกคาม จนกลุ่มหุ่นยนต์กลุ่มนี้ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ

ในส่วนของดาราที่เป็นมนุษย์ภาคนี้ก็เปลี่ยนกลุ่มยกชุด ได้ดาราสุดเก๋าอย่าง มาร์ก วาห์ลเบิร์ก (Mark Wahlberg) มารับบทเป็น เคด เยเกอร์ (Cade Yeager)ซึ่งเป็นนักประดิษฐ์พ่อม่ายและเจ้าของอู่ซ่อมรถที่ประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก จนอาจจะไม่มีเงินพอที่จะส่งเสียลูกสาวของตนเองเรียนต่อ ซึ่งผู้รับบทลูกสาวก็คือ นิโคลา เพลท์ซ (Nicola Peltz)

เหตุการณ์ของตัวละครหลักทั้งสองถูกผูกปมให้กลายเป็นการจุดฉนวนสงครามหุ่นยนต์ครั้งใหม่ เมื่อ Cade ไปพบรถเก่าคันหนึ่งและเขานำมาซ่อมแซม แต่ดันปรากฏว่ารถเก่าคันนั้นไม่ใช่รถ กลับเป็นออพติมัส ไพรม์ (Optimus Prime) หุ่นยนต์ดัดแปลง นั่นจึงทำให้พวกเขาถูกฝ่ายรัฐบาลตามล่าตัวทันที เรื่องวุ่น ๆ จึงเกิดขึ้น

3.ตัวละครหุ่นยนต์ในเรื่องมีการดีไซน์ใหม่ทั้งหมด

อีกสิ่งที่ต้องบอกว่าผู้กำกับต้องการเปลี่ยนโฉมให้คนเกิดภาพจำใหม่ในทรานฟอร์เมอร์ 4 นี้ก็คือ เหล่าตัวละครหุ่นยนต์ ซึ่งเรื่องนี้มีการดีไซน์ใหม่หมด เช่น

· ออพติมัส ไพรม์ (Optimus Prime) ตัวแกนหลักของเรื่องจากเดิมออกแบบและพัฒนามาจากสไตล์ของรถบรรทุก Marmon 97 และก็มีการออกแบบดีไซน์ซ้อนลงไปให้หุ่นตัวนี้อีกครั้ง โดยเปลี่ยนมายึดรูปแบบของรถบรรทุกแบบ Western Star 4900 Phantom Custom  

·บัมเบิ้ลบี (Bumblebee) ตอนแรกก็ออกแบบมาจากรถ 1967 Camaro จากนั้นก็มีการออกแบบใหม่โดยพัฒนามาจาก Chevrolet Camaro

· Ratchet ดีไซน์เริ่มต้นจากรถพยาบาล ก็เปลี่ยนมาเป็น Rescue Hummer H2

4.ภาคนี้หุ่นยนต์ไม่เป็นมิตรกับมนุษย์นัก

ในทรานฟอร์เมอร์ 4 นี้พวกหุ่นยนต์ถูกปรับบทให้แปลกแยกออกจากกลุ่มมนุษย์ คือถูกป้อนโปรแกรมให้แอนตี้มนุษย์ เพราะเข้าใจว่าตนเองนั้นเป็นภัยคุกคามต่อมนุษย์ ทำให้พวกหุ่นยนต์ในภาคนี้พร้อมที่จะสู้รบกับมนุษย์ และแสดงความไม่เป็นมิตรได้ตลอดเวลา

5.การกำเนิดของหุ่นยนต์บางตัวมีเหตุและผลรองรับ

ในภาคก่อน ๆ นั้นเราไม่สามารถรู้ที่มาที่ไปหรือเหตุผลของการก่อกำเนิดใหนหุ่นยนต์แต่ละตัวได้ แต่ในภาคนี้ผู้กำกับอย่าง ไมเคิล เบย์ (Michael Bay)ได้มีการเพิ่มน้ำหนักและเหตุผลในการถือกำเนิดขึ้นหรือการเข้ามาในเรื่องของตัวละครหุ่นยนต์บางตัวด้วย แต่จะเป็นตัวไหน ก็ต้องขอให้คุณลองไปดูกันเอาเอง

ในภาพรวมแล้วก็ต้องบอกว่าทรานฟอร์เมอร์ 4 ก็ยังเป็นภาพยนตร์ที่น่าดูอยู่ดี แม้ว่าแฟน ๆ ที่ติดตามมาตั้งแต่ภาคแรกบางคนบอกว่า ภาคนี้ไม่ค่อยโดนสักเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับภาคก่อนๆ แต่ถึงไม่โดนใจ แฟนคลับก็ยังให้การตอบรับอยู่เสมอ ใครยังไม่ได้ดูลองหามาดูเลย ก็สนุกอยู่นะขอบอก

ติดตามเรื่องราวของภาพยนต์ดีๆ และ อัพเดทไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจได้ง่ายกับเราที่นี่

ทรานฟอร์เมอร์ 4

จูราสสิค เวิลด์

จูราสสิค เวิลด์ Fallen Kingdom มันพร้อมกลับมาขย้ำคุณอีกครั้ง

เป็น หนังภาคต่อที่ใครหลายคนบอกว่าใจจดใจจ่อกับการรอดูอยู่เลยกับ จูราสสิค เวิลด์ ภาค Fallen Kingdom นี่คือภาพยนตร์แนวปลุกชีพไดโนเสาร์ฉบับรีแบรนด์มากจากเรื่อง Jurassic Park ซึ่งไม่ว่าจะฉบับไหนก็ตามก็เรียกว่า ประสบความสำเร็จทั้งสองรูปแบบเลย เป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่ให้รสชาติความสนุกได้ครบรสดีจริง ๆ

จูราสสิค เวิลด์ เล่าเรื่องต่อเนื่องจากภาคแรก

สำหรับ Jurassic World ในภาคนี้สร้างต่อเนื่องจากภาคแรก 3 ปี จึงเล่าเรื่องต่อมาจากภาคแรก ซึ่งในจูราสสิค เวิลด์ ภาคแรกนั้น ได้จบลงตรงที่จูราสสิค พาร์คหรือสวนสัตว์ดึกดำบรรพ์นั้นล่มสลายไปแล้ว เหล่าไดโนเสาร์ที่ยังเหลือก็ถูกย้ายเอาไปไว้บนเกาะแห่งหนึ่งที่ธรรมชาติยังคงสมบูรณ์ และเป็นแผ่นดินที่มนุษย์จะไม่มีวันย่างกรายเข้าไป

แต่อยู่ ๆ ภูขาไฟที่อยู่บนเกาะนั้นก็เกิดระเบิดขึ้น นั่นทำให้ตัวละครเอก ทั้งสองจากภาคแรก คือ โอเว่น และ แคลร์ ต้องกลับไปช่วยเหล่าไดโนเสาร์เหล่านั้นอพยพลี้ภัยเพื่อให้ให้ไม่สาบสูญไป แต่ทว่าภารกิจครั้งนี้มีเบื้องหลังแอบแฝง ไม่ใช่ภารกิจช่วยเหลือตามที่ตัวละครทั้งสองเข้าใจ ในงานนี้มีความชั่วร้ายและเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนแอบแฝงอยู่

แล้วความชั่วร้ายดังกล่าวนี้คืออะไร มีอะไรเป็นเงื่อนงำที่เก็บซ่อนอยู่ จะมีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขาทั้งสองบ้าง คงต้องไปตามลุ้นกันเอาเอง 

สูงสุดคืนสู่สามัญ

แม้จูราสสิค เวิลด์ Fallen Kingdom จะเป็นการรีแบรนด์และขยายอาณาจักรไดโนเสาร์ต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ แต่ในเบื้องหลังการสร้างของภาคนี้ ทีมผู้สร้างกลับต้องการงานแบบคลาสสิกกลับมาสร้างความยิ่งใหญ่และสยดสยองอีกครั้ง จึงได้นำเทคนิค Animatronics หรือเทคนิคการสร้างหุ่นจำลองเสมือนกลับมาใช้อีกครั้ง โดยได้มีการใช้ผสมผสานกับเทคนิค CGI

ซึ่งในภาคแรกนั้นเป็นการใช้ CGI ทั้งหมดเลยจึงมีหลายคนวิจารณ์ว่า ตัวภาพนั้นดูขาดเสน่ห์บางอย่างไป ในภาคนี้ทีมผู้สร้างจึงนำเทคนิคเก่ากลับมาใช้ผสมกับเทคนิคใหม่ ที่จะทำให้เสน่ห์ของภาพและความสมจริงของไดโนเสาร์คืนชีพกลับมาอีกครั้ง

พัฒนาการที่มากขึ้นในภาคนี้

ใน Jurassic World ภาคนี้ก็ต้องบอกว่ามีอะไรหลายอย่างพัฒนามากขึ้น นอกจากเรื่องเทคนิคในการสร้างไดโนเสาร์แล้ว การใส่ใจในเรื่ององค์ประกอบภาพในฉากอื่น ๆ ก็ถือว่าทำได้ดีมากทีเดียว อย่างฉากภูเขาไฟระเบิด ได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์ไม่น้อย เพราะภาพดูออกมาสวยงามสมจริงมาก

ยังมีเรื่องของการถ่ายทำที่ในภาคนี้ ใช้เทคนิคการถ่ายแบบจอกว้าง ขนาด 2.39:1 โดยทีมงานกล่าวว่าต้องการให้ภาพเก็บภาพของไดโนเสาร์แบบกว้างให้เยอะที่สุด ซึ่งก็เยอะที่สุดในจักรวาลภาพยนตร์ Jurassic ทุกเรื่องที่ผ่านมาจริง ๆ

ผู้แสดงจากภาคเก่ายังคงอยู่กับเนื้อเรื่องที่หลากอารมณ์มากขึ้น

สำหรับดารานำทั้งพระเอกและนางเอกของเรื่อง ยังคงเป็นคนเดิมนั่นคือ Chris Pratt ที่มารับบทเป็นโอเว่น นักฝึกไดโนเสาร์คนเดิม และ Bryce Dallas Howard รับบทแคลร์ ซึ่งการที่ต้องเล่นบทหนีตายจากภูเขาไฟและไดโนเสาร์ที่ไม่มีตัวตนอยู่จริงนั้นก็เป็นงานหนักของนักแสดงไม่น้อย เพราะจะต้องจินตนาการกันหนักเลยทีเดียว

ในส่วนของอารมณ์ของหนังนอกจากเรื่องของเสียงปึงปังจาก การเดินของไดโนเสาร์แล้ว ก็ยังมีซีนดราม่าทำให้เรารู้สึกสงสารพวกไดโนเสาร์ได้อยู่เหมือนกัน และนอกเหนือจากนั้นก็ยังมีอารมณ์ตลกร้ายที่แฝงไว้ในเรื่องอยู่บางจุดที่หลายคนดูแล้วก็รู้สึกว่าน่าจดจำ ไม่ได้ทำมาเพื่อให้ดูผ่าน โดยรวมจึงกลายเป็นภาพยนตร์ที่ให้อารมณ์หลากรสชาติเลยทีเดียว

มีการเสริมเรื่องปรัชญาชวนคิดเข้าไปในเรื่องด้วย

สิ่งหนึ่งที่ผู้กำกับและทีมผู้สร้างพยายามที่จะสื่อเข้าไปในจูราสสิค เวิลด์ภาคนี้ก็คือ เรื่องปรัชญาการอยู่ร่วมกัน ปรัชญาการใช้ชีวิต รวมไปถึงประเด็นเรื่องของศีลธรรม มีคำพูดคม ๆ แฝงอยู่ในเรื่องหลายครั้ง แม้บางคนบอกว่าดูไร้พลังไปสักหน่อย แต่ก็ทำให้รสชาติภาพยนตร์เรื่องนี้อร่อยกลมกล่อมดีอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

สรุปแล้วจูราสสิค เวิลด์ ภาค Fallen Kingdom เป็นภาพยนตร์ที่ดูสนุกอีกหนึ่งเรื่องที่อยากจะขอแนะนำและชวนให้คุณทุกคนมาได้ดู การเดินเรื่องก็ทำได้ไหลลื่น ใครพร้อมจะหนีการขย้ำจากเหล่าไดโนเสาร์แล้ว ต้องรีบไปหามาดูเลย ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนต์ดีๆที่สนุก และ สามารถดูได้ทั้งครอบครัว

จูราสสิค เวิลด์

บลูทูธ

5 เรื่องที่ต้องรู้ในการเลือกซื้อลำโพงแบบบลูทูธ เลือกอย่างไรได้เสียงที่ดีดังใจ

ในระยะ 3 – 4 ปีที่ผ่านมานี้กระแสความนิยมลำโพงไร้สาย หรือลำโพง บลูทูธ (Bluetooth Speaker) นั้นได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเครื่องเสียงที่มีอิทธิพลสูง กับการใช้งานฟังเพลงในปัจจุบัน ซึ่งในตอนนี้ลำโพงไร้สายแบบนี้ก็มีหลากหลายแบบ หลากหลายแบรนด์ให้เลือก มีทั้งลำโพงเข็น ลำโพงคอม ลำโพงแบบพกพา 

เมื่อมีเยอะแบบนี้ จึงมี 5 เรื่อง ที่คุณจำเป็นจะต้องรู้ ก่อนที่จะทำการเลือกซื้อ เพื่อให้คุณได้ลำโพงที่ให้คุณภาพเสียงดี ประสิทธิภาพการเชื่อมต่อเสถียร จะมีอะไรบ้างนั้น มาติดตามกันได้เลย

1.สถานที่ในการเปิดใช้ลำโพง บลูทูธ

เรื่องของสถานที่ หรือขนาดของพื้นที่นั้น เป็นปัจจัยหลักที่คุณควรจะต้องคำนึงถึงก่อนเลย เพราะการจะเลือกซื้อลำโพงบลูทูธ ขนาดไซส์เล็ก หรือไซส์ใหญ่ ก็จะต้องพิจารณาจากปัจจัยเรื่องพื้นที่ก่อน ขนาดของพื้นที่นั้นมีผลอย่างมากต่อเรื่องความดังเบา และคุณภาพของเสียง รวมไปถึงเรื่องการส่งสัญญาณเชื่อมต่อ bluetooth ระหว่างอุปกรณ์ฟังเพลงด้วย ยกตัวอย่างเช่น

· ใช้ภายในห้องนอน: พื้นที่ห้องนอนนั้น ขนาดไม่กว้างอยู่แล้ว อยู่ได้ 1 – 2 คน แบบนี้ใช้ลำโพงขนาดไซส์เล็กสุดเลยก็เพียงพอแล้ว วางตำแหน่งลำโพงให้ห่างจากเราไปไม่เกิน 1 เมตร แค่นี้ก็ได้คุณภาพระดับเสียงที่พอเหมาะสมแล้ว

· ใช้ภายในห้องนั่งเล่น: พื้นที่ห้องนั่งเล่น หรือโถงขนาดกลาง ๆ พื้นที่จะอยู่ประมาณ 10-20 ตร.ม. จุคนได้ประมาณ 3 – 5 คน แบบนี้จะใช้ลำโพงขนาดเล็ก ก็ยังให้เสียงที่คมชัดได้อยู่

· ใช้ในพื้นที่กลางแจ้ง: เป็นการล้อมวงปาร์ตี้ พื้นที่จุคน ประมาณ 5 – 10 คน แบบนี้ใช้ลำโพงขนาดกลาง ก็ให้เสียงที่ดังกระหึ่มแล้ว

2.ความจำเป็นในการพกพา บลูทูธ

จุดเด่นของลำโพง bluetooth ก็อยู่ที่เรื่องการเชื่อมต่อไร้สาย ทำให้สามารถพกพาใช้งานในสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ไม่มีสายมาเกะกะให้เป็นภาระ ทำให้ปัจจัยเรื่องการพกพา กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่ต้องคำนึงถึงด้วยเวลาที่จะเลือกซื้อ 

หากคุณต้องการพกพาติดตัวไปกับกระเป๋าเป้ หรือกระเป๋าสะพาย หรือ โดยสารรถสาธารณะ ลำโพงขนาดเล็ก หรือขนาดกลาง ก็จะเหมาะสมที่สุด แต่ถ้าปกติคุณเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว และต้องมีการใช้ลำโพงนอกสถานที่เสมอ แบบนี้จะเลือกได้ทุกไซส์ ทุกขนาดเลย ตั้งแต่เล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ แต่ถ้าคุณไม่สามารถเปิดลำโพงในที่สาธารณะได้ อีกตัวเลือกนึงที่ช่วยคุณได้ คือ หูฟังบลูทูธ ที่จะทำให้คุณสะดวกสบายฟังเพลงได้ทุกที่ และ ไม่รบกวนคนรอบข้าง

3.ความสมบุกสมบันในการใช้งาน

เราจำเป็นที่จะต้องนำลำโพงบลูทูธไปใช้ในสถานที่ และสภาพแวดล้อมแบบไหนบ้าง ตรงนี้ก็ต้องคำนึงถึงด้วย บางคนพกพาไปฟังที่ริมทะเล ริมสระน้ำ กลุ่มนี้ก็จะมีโอกาสที่จะสัมผัสน้ำ ความชื้น ส่วนบางคนพกพาไปใช้ในเวลาตั้งแคมป์ตามสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ ก็อาจจะต้องสัมผัสทราย ฝุ่นโคลน 

ถ้าต้องนำไปใช้ในพื้นที่เหล่านี้ ก็แนะนำว่า ให้เลือกซื้อลำโพงแบบที่กันน้ำกันฝุ่นได้ไปเลย ปัจจุบันมีหลายแบรนด์ที่มีดีไซน์พิเศษ นอกจากจะกันน้ำได้แล้ว ยังสามารถนำไปลอยน้ำ หรือใช้บนผิวน้ำได้ด้วย แต่แน่นอน ราคาของลำโพงแบบนี้ก็จะสูงขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ คุณจึงต้องพิจารณาลักษณะการใช้งานตรงนี้ด้วย ถ้าไม่ได้ใช้สมบุกสมบันมากนัก เลือกแบบทั่วไปก็พอ จะได้เซฟเงินขึ้นอีก

4.เรื่องของแบตเตอรี่

แบตเตอรี่ของลำโพงบลูทูธ จะมีให้เลือกหลายความจุ ถ้าคุณเป็นคนฟังนาน และไม่ค่อยมีเวลามาชาร์จไฟบ่อย ๆ ก็ให้เลือกแบบที่มีความจุแบตเตอรี่เยอะ ๆ อย่างความจุที่สามารถฟังได้ 15 – 20 ชั่วโมง ถ้าฟังไม่นาน และมีเวลาดูแลชาร์จไฟอาจเลือกความจุที่ประมาณ 6 – 7 ชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว ตรงนี้ก็มีผลต่อเรื่องของราคาด้วยเช่นกัน

5.ฟีเจอร์และลูกเล่น 

ปัจจัยนี้ ก็เป็นส่วนเสริม ที่ควรจะต้องนำมาพิจารณาด้วย เพื่อความคุ้มค่า ลำโพงบางรุ่นอาจมีการเพิ่มฟีเจอร์การเชื่อมต่อลำโพงหลายตัวได้ บางรุ่นก็อาจจะเปลี่ยนตัวเองเป็น Power Bank ได้ด้วย ซึ่งดีต่อคนที่ต้องการชาร์จมือถือไปในตัว ปัจจัยเหล่านี้ ก็ควรจะพิจารณาควบคู่กันไปด้วย ซึ่งจะช่วยทำให้คุณได้ลำโพงตัวเก่ง ที่มีคุณสมบัติสูง ตามความต้องการ

นี่คือ 5 สิ่งที่คุณควรจะต้องรู้เอาไว้ก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อลำโพงบลูทูธ ถ้าพิจารณาตามหลักนี้ โอกาสที่คุณจะเลือกลำโพงที่เสียงดี ตอบโจทย์การใช้งาน มีฟีเจอร์เจ๋ง ๆ แบบคุ้มราคาที่จ่ายไป ก็มีสูงขึ้นแล้ว ลองนำไปใช้กันดูนะ

อย่าลืมติดตามบทความ สาระความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ และ เทคโนโลยี ที่จะช่วยให้ชีวิตของคุณง่ายมากขึ้น และ อัพเดทเทรนสินค้าใหม่ๆ ไปกับเรา ได้ที่นี่

บลูทูธ

โดเรมอนเดอะมูฟวี่

3 ตอนสุดคลาสสิกของโดเรมอนเดอะมูฟวี่ ที่ดูกี่ทีก็ไม่เคยเบื่อ 

ต้องบอกเลยว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักกับโดเรมอน หรือโดราเอมอน เพราะนี่คือหนังการ์ตูนที่ครองใจคนทุกรุ่นจริง ๆ ทุกวันนี้คนก็ยังหาฉบับที่เป็นหนังสือการ์ตูนและในแบบฉบับที่เป็นภาพยนตร์มาดูกันอยู่ ซึ่งใครที่คิดถึงเจ้าแมวสีฟ้าจากโลกอนาคตตัวนี้อยู่พอดี เราก็จะขอแนะนำ 3 ตอนสุดคลาสสิกของฉบับที่เป็น โดเรมอนเดอะมูฟวี่ ซีรีย์ตอนยาวที่ควรควรหามาอ่านให้หายคิดถึง

1.ตอนไดโนเสาร์ของโนบิตะ

ต้องบอกเลยว่าโดเรมอนเดอะมูฟวี่ตอนไดโนเสาร์ของโนบิตะนี้เป็นหนึ่งตอนที่ใครหลายคนยังประทับใจจนถึงทุกวันนี้ ในตอนนี้นั้นมีการทำออกมาทั้งที่เป็นฉบับหนังสือและฉบับที่เป็นหนังการ์ตูนด้วย สำหรับใครที่เคยอ่านแต่ไม่จบ หรือ อ่านมานานแล้ว เริ่ม ๆ ลืมเนื้อเรื่องไปแล้ว ลองมาทบทวนกันสักเล็กน้อย

ในตอนนี้ซึเนะโอะไปได้ฟอสซิลเล็บไดโนเสาร์มา จึงเอามาอวดเพื่อนตามเคย แต่เขาไม่ยอมให้โนบิตะดูแบบใกล้ ๆ อยู่คนเดียว โนบิตะรู้สึกเจ็บใจจึงเผลอหลุดปากไปด้วยความโมโหว่า เขาจะขุดหาฟอสซิลไดโนเสาร์แบบของแท้มาให้ซึเนะโอะได้ดูเอง และก็อีกตามเคย โนบิตะกลับไปขอให้โดราเอมอนช่วย

โดราเอมอนสวดกลับโนบิตะยกใหญ่ที่พูดไม่คิด โดราเอมอนไม่ยอมช่วย แต่โนบิตะไม่ละความตั้งใจ จึงออกไปลองขุดหาฟอสซิลไดโนเสาร์ตามที่ต่าง ๆ สุดท้ายก็เจอหินประหลาด โนบิตะเชื่อว่าน่าจะเป็นไข่ของไดโนเสาร์ เขาเอากลับบ้าน โดราเอมอนเห็นเข้าก็ใจอ่อน จึงแอบเอาผ้าคลุมกาลเวลาออกมาให้ใช้ เพื่อทำการย้อนอดีตไข่ใบนั้นไปยังยุคไดโนเสาร์

สุดท้ายไข่ใบนั้นก็ฟักตัวและออกมาเป็นไดโนเสาร์จริง ๆ และโนบิตะก็ตั้งชื่อมันว่า “พีสุเกะ” เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ลองหามาอ่านก็ดู

2. โดเรมอนเดอะมูฟวี่ ตอนตะลุยแดนมหัศจรรย์

โนบิตะและผองเพื่อนรู้สึกเซ็งกับชีวิต รู้สึกอยากออกไปผจญภัย จึงได้ไปขอร้องโดราเอมอนให้ช่วยหาดินแดนลึกลับเพื่อที่จะได้ไปสำรวจกัน แต่การจะหาดินแดนตกสำรวจแบบนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย เรื่องนี้จึงต้องรอเวลา

แต่แล้ววันหนึ่งโนบิตะก็ไปพบกับสุนัขพลัดหลงตัวหนึ่งและเขาก็เก็บมาเลี้ยงที่บ้าน โดยตั้งชื่อให้มันว่า “เปโกะ” สุนัขตัวนี้มีความแปลกประหลาดดูไม่เหมือนสุนัขทั่วไป ต่อมาโดราเอมอนก็พบดินแดนตกสำรวจที่อยู่ในโซนป่าลึกของแอฟริกา พวกเขาจึงพากันออกไปผจญภัยพร้อมกับพาเจ้าเปโกะไปด้วย

การเดินทางในครั้งนี้มีอุปสรรคมากมาย ถึงขนาดจอมโหดอย่างไจแอนท์ยังเกือบจะถอนตัว ยิ่งสำรวจยิ่งพบอะไรที่แปลกลึกลับ และ ณ ดินแดนประหลาดนี่เองที่เป็นเปิดเผยว่าเจ้าเปโกะแท้ที่จริงไม่ใช่สุนัขธรรมดาอย่างที่เข้าใจกัน

ตอนตะลุยแดนมหัศจรรย์นี้เป็นโดเรมอนเดอะมูฟวี่อีกหนึ่งตอนที่หลายคนชอบมาก มีความคลาสสิกและหลายคนอ่านแล้วดูแล้วก็ยังนำกลับมาดูอีกเรื่อย ๆ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต้องติดตามกันเอง

3. โดเรมอนเดอะมูฟวี่ ตอนผจญภัยใต้สมุทร

ในโดเรมอนเดอะมูฟวี่ตอนนี้ไจแอนท์และซูเนโอะได้ไปพบเจอข่าวเรื่องการค้นพบทองในเรือลำหนึ่งที่เรียกกันว่าเรือปีศาจ พวกเขาเกิดแรงบันดาลใจอยากลองผจญภัยในโลกใต้ท้องทะเลดูบ้าง จึงไปขอให้โดราเอมอนช่วย และโดราเอมอนได้เอาของวิเศษออกมา พาทุก ๆ คนไปเที่ยวใต้ท้องทะเล แต่การเดินทางท่องเที่ยวครั้งนี้ ไม่มีใครคาดฝันว่าจะเจอความลึกลับใหม่

ที่โลกใต้ทะเลกลับมีบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งอาศัยอยู่ ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นเคยมีอาณาจักรของตนเอง แต่ก็ต้องล่มสลายลง เพราะมีบางสิ่งถูกตั้งโปรแกรมไว้ให้ทำลายอาณาจักรแห่งนี้เมื่อถึงเวลา กลุ่มของโดราเอมอนจึงต้องช่วยกันหยุดยั้งเหตุการณ์ร้าย ๆ ที่จะเกิดขึ้นนี้ แต่จะทำได้หรือไม่ ต้องไปหามาดูกัน

นี่คือ 3 ตอนสุดคลาสสิกของโดเรมอนเดอะมูฟวี่ที่บอกเลยว่าจะนำมาดูกี่ทีก็ไม่เคยเบื่อเลย มีทั้งเวอร์ชันหนังสือการ์ตูน และภาพยนต์การ์ตูน ใครคิดถึงเข้าแมวสีฟ้าตัวนี้และผองเพื่อนไปหามาชมกันได้

โดเรมอนเดอะมูฟวี่

กังฟูแพนด้า 3

เปิดยุทธจักรความฮาแบบ Nonstop ไปกับ “กังฟูแพนด้า 3”

ถ้าพูดถึงภาพยนตร์แนวแอนิเมชัน ที่โด่งดังค้างฟ้าและเป็นผลงานระดับ Hollywood แล้ว ในใจของใครหลายคนน่าจะมีอยู่หลายเรื่องแต่ ถ้าระบุให้ชัดลงไปเป็นแนวกังฟูที่แฝงความตลกและแง่คิด เชื่อว่า “กังฟูแพนด้า” น่าจะผุดขึ้นมาในใจทันที ซึ่งในกังฟูแพนด้า 3 นั้นแม้จะเป็นภาคสุดท้าย แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งแก่นเดิมของคอนเซ็ปต์ไว้ได้อย่างชัดเจน ทั้งความสนุก และ เนื้อหาสาระสอนใจให้กับเด็กๆ

กังฟูแพนด้า 3 เนื้อเรื่องยังคงน่าติดตามไม่แพ้ 2 ภาคแรก

สำหรับงานภาค 3 ของกังฟูแพนด้านั้น ยังเป็นหนังแอนิเมชันแอคชัน ผจญภัย ผสมตลก ที่มีเนื้อเรื่องต่อเนื่องมาจาก 2 ภาคแรก โดยเนื้อหาในกังฟูแพนด้า 3 นั้นยังคงอยู่กับแพนด้าพุงพลุ้ย ที่ชื่อว่า  “โป”  ในฐานะตัวละครเอกที่เป็นนักสู้กังฟู ในภาค 3 นี้ โปได้พาเพื่อน ๆ จอมป่วน สุดยียวนกวนประสาทยกโขยงกันมากวนใจทุกคนกันทั้งหมู่บ้านแพนด้ากันอีกครั้ง

โป จากที่เคยเป็นแพนด้าที่ทำงานคอยเสิร์ฟบะหมี่ หลังจากที่ได้ไปฝึกวิทยายุทธ์กับ ซิฟู ปรมาจารย์ด้านกังฟูจนเชี่ยวชาญ วิชาแก่กล้าขึ้น ก็สามารถไปจัดการกับเหล่าศัตรูในยุทธภพได้ จนได้รับฉายาว่า “นักรบมังกร” ตามเนื้อเรื่องจากทั้งภาค 1 – 2 โดยในภาค 2 นั้นหมู่บ้านแพนด้าก็เกือบจะสิ้นชื่อไปแล้ว โชคยังดีที่เขายังคงดูแลไว้ได้

ในภาค 3 นี้ โป พลิกบทบาทอีกครั้ง จากที่เคยเป็นศิษย์วันนี้ เขาได้กลายมาเป็นอาจารย์หรือเจ้าสำนักแล้ว แต่ตัวของโปเองกลับรับตำแหน่งนี้ด้วยความไม่มั่นใจในตัวเอง ว่าจะทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ได้ดีสักแค่ไหน ในความสับสนนี้อยู่ ๆก็เกิดเรื่องขึ้นให้ลำบากใจหนักขึ้นไปอีก เมื่อพ่อที่แท้จริงของโปปรากฎตัวขึ้น และบอกให้โปกลับไปอยู่ที่หมู่บ้านในดินแดนลับแล

ในขณะเดียวกัน เรื่องราวก็ยุ่งหนักขึ้นไปอีก เมื่อ “ไค่” อสูรร้ายมากฝีมือก็ดันมาปรากฏตัวขึ้นด้วย และได้ออกระรานยุทธภพ ถล่มสำนักกังฟูมากมาย และได้จับตัวศิษย์ร่วมสำนักของโป รวมถึงซิฟูอูเกวไปด้วย นั่นจึงกลายเป็นภารกิจและการตัดสินใจครั้งสำคัญของโป เขาจะเรียกความมั่นใจกลับมาได้อย่างไร และจะสามารถช่วยเพื่อนและอาจารย์ได้หรือไม่ ต้องไปติดตามในกังฟูแพนด้า 3

ลึกซึ้งกว่าที่คิด ให้อะไรมากกว่าความสนุก

อย่างที่กล่าวไปตอนต้นว่า คอนเซ็ปต์ของจักรวาลกังฟูแพนด้านั้น วางไว้ให้มีแอคชัน ความสนุกสนาน + ตลกขำขัน แต่ในภาค 3 นี้มีความเข้มข้นเพิ่มขึ้นในเรื่องของการเป็นหนังการ์ตูนที่ให้ข้อคิด ซึ่งไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถถอดแง่คิดจากเรื่องไปใช้ได้ 

ภายในเรื่องยังสอดแทรกทั้งปรัชญาการใช้ชีวิต ปรัชญาจีนในเรื่องของหยิน -หยางและความสมดุลของชีวิต เราควรจะทำอย่างไรใช้ชีวิตแบบไหนชีวิตของเราถึงจะเกิดความสมดุล ทั้งเรื่องภาระหน้าที่ และเรื่องของครอบครัว เรียกว่าภาคนี้มีอะไรที่มากกว่าความฮา เพราะแทรกข้อคิดและคติสอนใจไว้ภายเรื่องหลายจุดเลยทีเดียว

ที่สำคัญเรื่องหนึ่งที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากเลยก็คือ การสอดแทรกเรื่องราวของมิตรภาพและความสัมพันธ์ในครอบครัว ซึ่งหลายคนที่ได้ดูแล้วต่างบอกว่า ทำออกมาได้อย่างลื่นไหลกลมกลืน แล้วรู้สึกไม่เหมือนถูกยัดเยียดให้รับรู้ในสิ่งเหล่านี้ ในทางกลับกันทีมผู้สร้างได้ทำให้เรื่องราวเหล่านี้สามารถดูได้เพลิน ไม่เป็นเรื่องที่จริงจังและดูซีเรียสเกินไป สามารถดูได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยจริง ๆ

ระดมมือทองในการสร้างสรรค์งาน

สำหรับเบื้องหลัง กังฟูแพนด้า 3 นั้นยังคงระดมยอดฝีมือและคนดังเข้ามาร่วมงานอยู่ด้วยเหมือนเช่น 2 ภาคแรก ในส่วนของการกำกับนั้น ยังคงเป็น Jennifer Yuh และ Alessandro Carloni ที่รับหน้าที่ต่อมาจาก 2 ภาคแรกเช่นเคย ส่วนทีมพากย์ให้เสียงในภาค 3 นี้คนดังเพียบ ทั้ง

· Jack Black 

· Bryan Cranston

· Dustin Hoffman 

· Angelina Jolie

·  J. K. Simmons

· Jackie Chan

· Lucy Liu

· ฯลฯ

ใครที่ยังไม่มีโอกาสได้ดูกังฟูแพนด้า 3 บอกเลยว่าควรไปหามาดูเลย นี่คือภาพยนตร์แอนิเมชันที่ทำออกมาได้ดีทั้งงานภาพ ทั้งเนื้อเรื่อง และการให้เสียงพากย์ เป็นการเติบโตของเจ้าแพนด้าจอมกวนที่ทำให้เรารับรู้ได้ถึงความลงตัว คุณจะตื่นเต้นไปกับเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ที่ทำออกมาได้ดีจริง ๆ หากคุณพร้อมรับความเฮฮาสุดหรรษาจากเหล่าแพนด้าสุดป่วน ต้องไปหามาดูเลย นอกจากเรื่องนี้แล้วก็ยังมีภาพยนต์ภาคต่ออีกหลายเรื่องที่มีเนื้อหาสนุกๆ น่าติดตาม สำหรับดูได้ทั้งเด็กและ ผู้ใหญ่ ให้ได้เลือกคุณเลือกปลดปล่อยความเครียด ใช้เวลาในเวลาว่างไปด้วยกันได้ทั้งครอบครัว อย่าง Transformer ภาคต่อ หรือ Doraemon the movie กันอีกด้วยกังฟูแพนด้า 3

กังฟูแพนด้า 2

กังฟูแพนด้า 2 ปล่อยวางจิตให้ว่าง แล้วเตรียมรับความฮากัน

จากความสำเร็จในภาคแรกจนถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ ทีมงาน Dreamwork Animation จึงสานต่อความสำเร็จกันต่อกับ กังฟูแพนด้า 2 ซึ่งภาคนี้ความฮา ความสนุกยังคงอยู่เช่นเดิม แต่ที่มีเพิ่มเติมคือเรื่องของปรัชญาและคติสอนใจในการใช้ชีวิต ซึ่งนี่ไม่ใช่มูฟวี่แอนิเมชัน แบบเด็ก ๆ อย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะผู้ใหญ่ก็ดูได้ และแถมสนุกอีกด้วย

กังฟูแพนด้า 2 เล่าเรื่องราวต่อเนื่องกับการผจญภัยของ “โป”

ในกังฟูแพนด้า 2 นี้เนื้อเรื่องดำเนินต่อเนื่องมาจากภาคแรก เจ้า “โป” แพนด้าตัวอ้วนที่ตอนนี้กลายเป็นคนดังในยุทธจักรในฐานะของนักรับมังกร ก็ต้องเจอความท้าทายครั้งใหม่ โดยเนื้อเรื่องในภาค 2 นี้ได้เริ่มต้นโดยการย้อนกลับไปในอดีตของแผ่นดินจีนในยุครุ่งเรือง ณ ตอนนั้นแผ่นดินถูกปกครองด้วยราชาและราชินีนกยูง ซึ่งมีบุตรชายมีนามว่า “เชน”

เชน นั้นแตกต่างจากพ่อและแม่ของเขา ในใจของเขาเต็มไปด้วยความมืดบอด ทำให้เขาลุ่มหลงมัวเมาในอำนาจ เขาจึงทำแต่ความชั่วร้ายต่าง ๆ ออกแสวงหาอำนาจโดยการไปทำลายเผ่าพันธุ์อื่น และที่แย่ที่สุดคือเขาได้ขยายอำนาจไปรุกรานเผ่าพันธุ์แพนด้าด้วย นั่นจึงเชื่อมโยงเรื่องราวเข้ามาเกี่ยวข้องกับ “โป”

จากพฤติกรรมด้านมืดของบุตรชาย ราชาและราชินีนกยูงถึงกับรับไม่ได้และได้ขับไล่เชนออกจากเมือง เชนไม่สำนึกผิดแต่กลับเก็บความแค้นไว้ในใจลึก ๆ และรอวันที่จะกลับมาทวงทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาคิดว่าเป็นของเขาคืน และแล้ววันนั้นก็มาถึง

เชนรวบรวมสรรพกำลังจากกองกำลังหมาป่า และกลับมารุกรากเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ อีกครั้ง เขาได้สังหารอาจารย์กังฟูท่านหนึ่งไป ข่าวร้ายนี้ได้แพร่กระจายไป และไปถึง ซิฟู นั่นจึงนำมาซึ่งภารกิจการต่อสู้ผดุงความยุติธรรมอีกครั้งของเหล่าบรรดายอดกังฟู อันมีโป ไทเกรส เจ้านกกระเรียน เจ้าตั๊กแตน เจ้าลิง และอสรพิษ การต่อสู้นี้จะลงเอยแบบไหน คงต้องหามาดูกันล่ะ

ยอดเยี่ยมไม่ใช่แค่วรยุทธ์และความฮา

สิ่งหนึ่งที่กังฟูแพนด้า 2 สอดแทรกไว้ในการดำเนินเรื่องอยู่เสมอ และทำได้ลื่นไหลมาก ๆ ก็คือ การฝากคติธรรมและข้อคิดในการดำเนินชีวิต ซึ่งในภาค 2 นี้ มีแง่คิดอยู่หลายเรื่องทีเดียวตั้งแต่เรื่องของ การทำทุกสิ่งทุกอย่างที่คิดว่าทำไม่ได้ให้เป็นจริงได้ แค่เริ่มต้นจากการ “ปล่อยวาง” เรื่องความสามัคคี เรื่องของความโลภ เรื่องของความกตัญญู มิตรภาพและเรื่องของครอบครัว

ที่หลายคนยกย่องก็คงเป็นเรื่องของความรักและเรื่องของครอบครัว แง่คิดในภาคนี้ได้สอดแทรกไว้พร้อมกับการไขปมปริศนาที่มาจากภาคแรก ที่เราต่างทราบกันว่า โปเป็นแพนด้า แต่ผู้เป็นบิดากลับเป็นห่านคอยาวหาใช่แพนด้าที่เป็นสายพันธุ์เดียวกัน ในภาคสองนี้ได้มีการเฉลยเรื่องราวตรงนี้ไว้ ว่ามิสเตอร์พิงไม่ใช่พ่อแท้ ๆ ของโป 

มิสเตอร์พิงไปพบโปเข้าโดยบังเอิญ แม้จะต่างสายพันธุ์แต่เขาก็ยังมีเมตตาต่อสรรพชีวิตที่แตกต่างจากเขา นั่นทำให้เขามอบความรักความเอ็นดูให้กับเสี่ยวโปและปฏิบัติหน้าที่เลี้ยงดูโปเป็นลูกชายเรื่อยมานั่นเอง

ยังคงเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันที่ทำรายได้สูง

ในกังฟูแพนด้าภาคแรกนั้นก็เรียกว่ากวาดรายได้ไปอย่างถล่มทลาย เมื่อมาต่อกันที่ภาค 2 แอนิเมชันเรื่องนี้ก็ยังคงแรงไม่หยุด ในสัปดาห์แรกที่เปิดตัวในอเมริกามูฟวี่แอนิเมชันเรื่องนี้ก็ทำรายได้สูงถึง 5.8 ล้านดอลลาร์แล้ว และเมื่อมาสำรวจตลอดช่วงที่ภาพยนตร์ฉายในสหรัฐฯและแคนาดาก็กวาดรายได้ไปสูงถึง 165.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

เท่านั้นยังไม่พอกังฟูแพนด้า 2 ได้มีการฉายไปในหลายภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งก็ทำรายได้สูงมากทีเดียว เมื่อรวมแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้กวาดรายได้ไปทั้งหมดราว 665.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว สะท้อนถึงความสำเร็จอย่างล้นหลามของภาคต่อในเรื่องนี้

ใครที่ยังไม่เคยดูกังฟูแพนด้า 2 ขอแนะนำเลยว่าให้ลองหามาดู เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์การ์ตูนอย่างที่ตาคุณเห็น เพราะเนื้อเรื่องภายในบอกเลยว่าดูได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แม้จะมีเรื่องราวสาระสอนใจแต่ก็หนีไม่พ้นความฮาที่มีอยู่ในทุกตัวละครหลักของเรื่อง ลองปล่อยวางจิตคุณจากเรื่องหนัก ๆ ในชีวิตและใช้เวลาไปกับภาพยนตร์เรื่องนี้ดู รับรองสนุกกว่าที่คิดเยอะเลย

นอกจากนี้ก็ยังมีภาพยนต์อีกหลากหลายเรื่อง ที่ทั้งสนุก มีเนื้อหาสาระที่เรียกได้ว่าทั้งเด็กดูได้ และ ผู้ใหญ่ดูดี ที่จะมาช่วยเสริมสร้างจินตนาการ เพิ่มความสนุก ในช่วงเวลาพักผ่อนของคุณและ ครอบครัว ลองคลิกดูที่กังฟูแพนด้า 2

โบรูโตะ มังงะ

โบรูโตะ ภาคต่อของนารูโตะ พร้อมข้อดีของการ์ตูนมังงะและอนิเมะ ที่คุณอาจไม่เคยรู้เลย

การ์ตูนนั้นเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับเด็กทุกคนอยู่แล้ว แต่นั่นอาจเป็นเพียงความเข้าใจเพียงด้านเดียวเท่านั้น จริง ๆ แล้วก็มีวัยรุ่นและผู้ใหญ่หลายคนอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่มาก และ ติดทั้งการ์ตูนแบบมังงะและแบบอนิเมะเลยทีเดียว มีหลายคนเป็นแฟนคลับของอนิเมะอย่างนารูโตะ จนการ์ตูนเรื่องนี้ปิดฉากและมีภาคสานต่อออกมาเป็นทายาทอย่าง โบรูโตะ หลายคนก็ยังติดตามอย่างเหนียวแน่น

มีบางคนอาจกังวลว่าการเป็นวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่ติดการ์ตูนมังงะและอนิเมะนั้นจะทำให้ดูแปลกแยก หรือผิดปกติหรือเปล่า ทำให้ดูเสียบุคลิกดูไม่โตเป็นผู้ใหญ่หรือเปล่า อันที่จริงแล้วไม่ใช่แบบนั้นเลย เพราะมีคนที่ชื่นชอบการ์ตูนแบบนี้อยู่จำนวนมาก ที่สำคัญการ์ตูนแบบนี้มีข้อดีซ่อนอยู่ด้วยนะ ซึ่งคุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนเลย

มังงะและอนิเมะช่วยคุณฝึกภาษาได้ด้วยนะ

ปัจจุบันโลกไร้พรมแดนมากขึ้น ทำให้สื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือหรือภาพยนตร์ ถูกส่งต่อถึงกันได้ง่ายมากขึ้น การ์ตูนมังงะและอนิเมะนั้นปกติแล้วต้นฉบับต่าง ๆ ก็จะถูกทำขึ้นที่ญี่ปุ่น แต่ด้วยแฟนคลับของการ์ตูนทั้ง 2 แบบนี้มีอยู่เยอะ ทำให้บางทีคนไม่อยากรอฉบับแปล 

อย่างอนิเมะจะมีการส่งลิขสิทธิ์จากญี่ปุ่นไปตามบริษัทต่าง ๆ อย่างส่งไปที่ Netflix และ Flixer และก็จะมีการใส่ Subtitle ไทย และตามมาด้วยการภาคเสียง แต่ขั้นตอนภาคเสียงต้องใช้เวลา แฟนคลับบางคนรอไม่ไหวจึงยอมดูแบบไม่พากย์ใช้อ่าน Subtitle เอา อย่างเรื่องโบรูโตะ และนารูโตะ นั้นก็เป็นหนึ่งเรื่องที่คนดูแบบไม่พากย์เยอะมาก

ซึ่งการดูการ์ตูนแบบอ่าน Subtitle ไปนาน ๆ ก็เท่ากับเป็นการฝึกภาษาไปด้วยแบบไม่รู้ตัว บางคนได้ภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษไปโดยปริยายเลย

การ์ตูนก็มีข้อคิดเยอะอยู่นะ

ทัศนคติในการใช้ชีวิตที่ดี บางครั้งเราอาจได้มาจากการ์ตูนมังงะและอนิเมะแบบไม่รู้ตัวด้วยเช่นกัน เพราะในการ์ตูนบางเรื่อง สอดแทรกคติสอนใจ สอดแทรกความรู้ใหม่ หรือวิถีชีวิตบางอย่างลงไปในเนื้อเรื่องด้วย อย่างอนิเมะเรื่อง Naruto นินจาจอมคาถา เมื่อนำมาเทียบกับการ์ตูนภาคต่ออย่าง โบรูโตะ ซึ่งเป็นภาคลูกชายล่ะก็ จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน

Naruto กว่าจะได้อะไรมากสักอย่าง ดูช่างเป็นเรื่องที่ยากเย็นต้องใช้ความพยายามอย่างสูง นั่นทำให้คนรู้สึกอินไปกับการทำงานอย่างหนักของตัวละครในเรื่อง เมื่อนำมาเทียบกับโบรูโตะแล้ว หลายคนบอกว่าต่างกันอย่างลิบลับ เพราะภาคลูกชายเหมือนเกิดมาพร้อมพรสวรรค์ทำอะไรก็ดูง่ายไปเสียทั้งหมด นั่นทำให้ตัวละครในเรื่องมักไม่เห็นคุณค่าของสิ่งต่างที่อยู่รอบตัว

เรื่องราวคติสอนใจและสิ่งสะท้อนความเป็นจริงของชีวิตมีสอนอยู่ในมังงะและอนิเมะหลายเรื่องเลยทีเดียว ซึ่งเราอาจได้รับอิทธิพลทางความคิดมาโดยไม่รู้ตัวเลยก็ได้

จินตนาการสำคัญเสมอ

อีกสิ่งหนึ่งที่การ์ตูนให้เราได้เสมอไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ นั่นก็คือ เรื่องของจินตนาการ การ์ตูนมีความเป็นโลกเสมือนก็จริง แต่นั่นทำให้เราสามารถจินตนาการต่อไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งผู้ใหญ่ในวัยทำงานจินตนาการก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะบางคนทำงานอยู่ในสายงานที่ต้องใช้การสร้างสรรค์ ตรงนี้มังงะและอนิเมะช่วยได้มากทีเดียวนะ

ได้ผ่อนคลายสมอง

บางทีชีวิตก็มีเรื่องยาก ๆ ให้เราเจอ แต่การมาหยุดพักผ่อนสมองด้วยการอ่านและดูการ์ตูนมังงะและอนิเมะ ก็ช่วยคุณในเรื่องนี้ได้ มีการ์ตูนบางเรื่องใส่เรื่องขำ ๆ เอาไว้ หรือเนื้อเรื่องหลักเน้นตลกอยู่แล้ว บางทีทำให้เราขำจนกร้ามค้างได้เลย ซึ่งก็เป็นวิธีพักผ่อนสมองที่ดี เป็นมุมพักผ่อนเล็ก ๆ ของชีวิต ทำให้เรามีกำลังกับการสู้งานและดำเนินชีวิตมากขึ้น

ทั้งหมดนี้เป็นข้อดีของการ์ตูนแบบมังงะและอนิเมะ ที่เชื่อว่าหลายคนที่เป็นแฟนคลับ อ่านอยู่ดูอยู่เป็นประจำแต่ไม่เคยรู้เลย วันนี้คุณได้พบข้อดีของการ์ตูนแล้ว ใครที่อ่านอยู่แล้วก็จงอ่านต่อไปอย่างมั่นใจ ส่วนใครที่ยังไม่เคยลอง อยากแนะนำให้ไปหามาอ่านดูอาจจะเริ่มจาก Naruto หรือ โบรูโตะก็ได้ แล้วชีวิตคุณจะมีมุมที่สนุกและสดใสมากขึ้น

นอกจาก มังงะ และ อนิเมะแล้ว การลองเลือกดูภาพยนต์ดีๆซักเรื่องในวันพักผ่อนของคุณก็ยังช่วยให้คุณผ่อนคลาย และ เป็นการเสริมสร้างจินตนาการของคุณได้อย่างดีอีกด้วย

โบรูโตะ

ทรานฟอร์เมอร์

ทรานฟอร์เมอร์ภาค 3 Dark of the Moon สงครามหุ่นยนต์ ที่คนอย่างเราต้องดู

จักรวาลภาพยนต์เรื่อง ทรานฟอร์เมอร์ นั้นปัจจุบันหากนับรวมภาคพิเศษ อย่าง Bumblebee ซึ่งพาย้อนกลับไปสู่ยุคเริ่มต้นของการผจญภัย ในปี 1987 บัมเบิ้ลบีค้นพบที่หลบภัยอยู่ในพื้นที่เก็บของเก่าในเมืองริมชายหาดเล็ก ๆ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยที่ ชาร์ลี (เฮลีย์ สไตน์เฟลด์) สาวที่กำลังจะมีอายุครบ 18 ปี ค้นพบบัมเบี้ลบี ในสภาพรถโฟล์กสวาเกนสีเหลืองที่ผุพัง ผ่านศึกมาหนัก และในไม่ช้า เธอก็รู้ว่าบัมเบิ้ลบีไม่ใช่แค่รถเต่าธรรมดา… เท่ากับภาคต่อของทรานฟอร์มอร์มีด้วยกันตั้ง 6 ภาคเข้าไปแล้ว หนึ่งในภาคที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ได้รับเสียงวิจารณ์ทั้งเชิงบวกและเชิงลบอย่างมากมายก็คือ ทรานฟอร์เมอร์ 3 ก็นับเป็นหนึ่งภาคของหนังสงครามหุ่นยนต์ที่ถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อยเลยทีเดียว และเป็นหนึ่งเรื่องที่อยากแนะนำให้คุณได้ลองดู

ทรานฟอร์เมอร์ Dark of the Moon จำลองเหตุการณ์ยุคสงครามเย็น

สำหรับเนื้อเรื่องของทรานฟอร์เมอร์ 3 นั้นตัวทีมผู้สร้างต้องการให้เนื้อเรื่องยังคงอยู่ในช่วงเวลายุคสงครามเย็น ที่สหรัฐอเมริกาและทางรัสเซียต่างแข่งขันกันเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอวกาศ โดยหนังได้สร้างช่วงคาบเกี่ยวของสองช่วงเวลาเอาไว้ในเรื่อง 

ช่วงเวลาแรก เนื้อเรื่องได้พาเราย้อนกลับไปในช่วงปี 1961

การต่อสู้ของหุ่นยนต์จากต่างดาว 2 กลุ่มก็ยังคงดำเนินต่อไป ตามเนื้อเนื่องที่ต่อมาจากภาคที่ 1 และ 2 การต่อสู้ในครั้งนี้เกิดขึ้นบนดาวที่ชื่อว่า ไซเบอร์ทรอน กลุ่มหุ่นยนต์ของออโต้บ็อทส์ เริ่มจะพลาดท่าเสียทีให้กับกลุ่มดิเซ็ปติคอนส์ กลุ่มออโต้บ็อทส์จึงได้พา “อาร์ก” อพยพไปที่ดาวดาวอื่น

การอพยพครั้งนี้ อาร์ก เป็นกล่องความลับสำคัญที่เก็บงำเอาเทคโนโลยีลำหน้าที่จะเป็นกุญแจนำไปสู่การดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์หุ่นยนต์กลุ่มออโต้บ็อทส์เอาไว้ แต่ระหว่างที่กำลังเดินทางหนี ก็ได้ถูกโจมตีเสียก่อนจึงทำให้อาร์กติดอยู่ที่ดวงจันทร์ในช่วงปี 1961 นั่นเอง

ช่วงเวลาที่ 2 เนื้อเรื่องกล่าวถึงช่วงปี 1969

ประธานาธิบดี จอร์น เอฟ เคนเนดี้ ได้ประกาศก้องว่าจะส่งคนไปเหยียบดวงจันทร์ในปีนั้น แต่แท้จริงแล้วภารกิจของยานอวกาศ Apollo 11 มีเงื่อนงำซ่อนอยู่นั่นคือการส่งยานอวกาศออกไปสำรวจยานที่ตกบนดวงจันทร์ที่มีอาร์กติดอยู่นั่นเอง

ตัวละครหลักของเรื่องอย่าง แซม วิทวิคกี้ ในภาคนี้โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขาพยายามจะใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ แต่เมื่อหุ่นกลุ่มออโต้บ็อทส์รู้ว่า อาร์กจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไปถ้ามีใครไปเจอเข้า จึงทำให้กลุ่มหุ่นฝ่ายดีต้องพยายามหาวิธีเข้าไปช่วยอาร์กให้ปลอดภัยจากหุ่นฝ่ายร้าย และ แซม จะปฏิเสธไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับสงครามหุ่นยนต์ได้หรือไม่ เนื้อเรื่องจะเดินไปได้อย่างน่าตื่นเต้นขนาดไหน คงต้องมาติดตามกัน

ผลงานของผู้กำกับ Michael Bay ไม่เคยธรรมดาเสมอ

สำหรับภาพยนตร์เรื่อง ทรานฟอร์เมอร์ นั้นเป็นผลงานการสร้างของสุดยอดผู้กำกับอย่าง Michael Bay ซึ่งผู้กำกับคนนี้ผลงานของเขาก็ไม่เคยธรรมดาเลยจริง ๆ จากผลงานที่ผ่านมาอย่าง Bad Boys ที่ดันตัวเขาและพระเอกของเรื่องอย่าง Will Smith ให้โด่งดัง และยังตามมาด้วยหนังแอคชันฟอร์มยักษ์อย่าง The Rock หนังกู้โลกสุดยิ่งใหญ่อย่าง Armageddon และอีกหลาย ๆ เรื่องซึ่งไม่เคยทำให้คนดูผิดหวัง

ผลงานทั้งหมดที่กล่าวมานี้คงการันตีความเทพของผู้กำกับคนนี้ได้อย่างดีว่า เมื่อเขาลงมานั่งแท่นกำกับเรื่องไหน ภาพยนตร์เรื่องนั้นต้องไม่ธรรมดาเสมอ ซึ่งในทรานฟอร์เมอร์ ภาคที่ 3 นี้  Michael Bay ก็ยังคงรับหน้าที่กำกับอยู่เหมือนเดิม ซึ่งนั่นทำให้คุณมั่นใจได้เลยว่า ในภาคนี้ความสุดยอดก็จะยังคงอยู่เหมือนเดิมแน่นอน

ทรานฟอร์เมอร์ 3 เสริมทัพด้วยดาราแถวหน้าของวงการ

แม้ว่าหนังอย่างทรานฟอร์เมอร์จะเน้นไปในส่วนของ CG เยอะ เพราะเป็นสงครามหุ่นยนต์ก็ตาม แต่ในบทที่ต้องแสดงด้วยคน ทีมผู้สร้างก็ยังคงให้ความสำคัญและทำให้หนังถูกเติมเต็มจนเกิดความเชื่อมโยง ดูเป็นภาพยนตร์มากกว่าการ์ตูน ซึ่งตัวละครหลักอย่าง แซม วิทวิคกี้ ที่ได้ Shia LaBeouf นักแสดงหนุ่ม,นักดนตรี และ ผู้กำกับ ชาวอเมริกัน เชื้อสายไอริช,ฝรั่งเศส,ฮาวาย และคิวบา เจ้าของรางวัลเดย์ไทม์เอมมี่ และ รางวัลบาฟต้า มาแสดงตั้งแต่ภาคแรกก็ยังคงอยู่ในภาค 3 นี้

ในส่วนของนางเอกในภาค 3 นี้มีการเปลี่ยนจาก Megan Fox มาเป็น Rosie Huntington Whiteley นางแบบสาวซึ่งดีกรีความเซ็กซี่ก็ไม่แพ้กัน เพราะมีดีกรีเป็นถึงนางแบบชุดชั้นในของ Victoria’s Secret เลยทีเดียว และเธอก็ทำหน้าที่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ได้อย่างสมบทบาทจริง ๆ

แม้จะมีเสียงวิจารณ์ในเชิงลบไม่น้อย แต่สำหรับภาพรวมแล้วหลาย ๆ คนก็ยังบอกว่าทรานฟอร์เมอร์ ภาค 3 Dark of the Moon ยังคงออกมาดีกว่าภาค 2 และถือได้ว่าเป็นภาพยนต์ที่ดูสนุกไม่น้อย หากดูเพื่อความบันเทิงทั่วไปไม่ได้ตั้งแง่หรือจ้องจับผิดอะไร บอกเลยว่าเรื่องนี้ทำได้ดี ทีมผู้สร้างและนักแสดงทำทุกอย่างออกมาได้ค่อนข้างสมบูรณ์ทีเดียว สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดูในภาคนี้ลองหามาดูกัน เรามั่นใจว่าคุณต้องชอบแน่ เลือกอ่านบทความอีกมากมายเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ และ สมาร์ทเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นได้ที่นี่เลย

ทรานฟอร์เมอร์

กล้องส่องทางไกล

รู้หรือไม่! กล้องส่องทางไกลทำอะไรได้มากกว่าที่คิด ไอเทมที่คนชอบส่องควรมี

กล้องส่องทางไกล เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้มองเห็นวัตถุระยะไกลได้ชัดขึ้น มีทั้งกล้องส่องทางไกลตาเดียวและแบบ 2 ตา โดยแบบตาเดียวจะนิยมใช้ดูในระยะเวลาสั้น ๆ หรือใช้งานแบบชั่วคราว มองเห็นได้ชัดเจน ภาพไม่ซ้อนกัน ส่วนแบบ 2 ตาจะนิยมใช้งานในระยะยาวเพราะไม่ทำให้ปวดล้าที่ดวงตาเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน โฟกัสชัด และมีฟังก์ชันหลากหลาย วันนี้เราจึงจะมาบอกกันว่าเจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้สามารถทำอะไรได้บ้าง และมีประโยชน์ต่อการใช้งานอย่างไร  

รวมสารพัดเรื่องน่ารู้ของกล้องส่องทางไกล ทำอะไรได้บ้าง แบบไหนที่นิยมใช้

· ถ่ายรูปได้ ออกแบบมาให้สามารถใช้ถ่ายรูปได้ในตัวด้วยความคมชัดหลายระดับ สามารถปรับระดับความคมชัดได้ตามที่ต้องการ ช่วยให้คุณได้ภาพสวย ๆ ไปแบบไม่ยุ่งยาก

· บันทึกวีดีโอระดับ HD ได้ ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ในการส่องทางไกลได้เพียงอย่างเดียวแต่ยังสามารถใช้บันทึกวิดีโอได้ด้วยความคมชัดระดับ HD กันเลยทีเดียว เหมาะสำหรับคนที่ชอบชมธรรมชาติ ใช้บันทึกภาพสัตว์หรือภาพวัตถุต่าง ๆ ได้แบบสบาย ๆ 

· มีหน้าจอ LCD สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้นด้วยหน้าจอ LCD แบบจอสีที่จะช่วยให้ควบคุมภาพถ่ายและการมองเห็นได้ง่ายขึ้น

· ใส่การ์ดความจำได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะถ่ายได้ไม่เยอะเพราะสามารถใส่การ์ดความจำได้ ช่วยเก็บบันทึกไฟล์ได้เป็นอย่างดี นำไฟล์ออกก็ง่าย

· มีโหมดกลางคืน แม้จะเป็นตอนกลางคืนหรือในที่ที่มีแสงน้อยก็สามารถมองเห็นได้ด้วยโหมดกลางคืนที่ช่วยปรับภาพให้สว่างและคมชัดมากขึ้น ไม่ปวดตาเมื่อดูเป็นเวลานาน

· เลนส์มีระบบ Coating ป้องกันแสงสะท้อน เมื่อมองไปตำแหน่งที่เกิดแสงสะท้อนจะทำให้รู้สึกปวดตาและเกิดความหักเหของภาพ ระบบ Coating จะช่วยป้องกันแสงสะท้อนและช่วยให้ภาพสว่างคมชัดขึ้นได้

· มีระบบโฟกัส สามารถปรับโฟกัสวัตถุได้ง่าย ช่วยให้ภาพออกมาคมชัด โฟกัสได้ถูกจุด

· ป้องกันรังสี UV ได้ การใช้งานในตอนกลางวันจะมีแสงจ้า กล้องบางรุ่นจึงออกแบบมาให้สามารถป้องกันรังสี UV ได้เพื่อช่วยถนอมดวงตา

· เลนส์ป้องกันการเกิดหมอกหรือฝ้า เพราะเป็นอุปกรณ์ที่นิยมใช้ในธรรมชาติ ป่า เขา จึงมีโอกาสจะเจอกับความชื้นและน้ำค้างได้ง่าย จึงมีเลนส์ที่ออกแบบมาให้ป้องกันหมอก ไอน้ำ และน้ำค้างที่จะมาติดเลนส์ได้

· มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว หากเลือกกำลังขยายที่ไม่เหมาะสมกับการใช้งานก็จะทำให้เกิดการสั่นไหวได้ง่าย ระบบป้องกันภาพสั่นไหวจึงช่วยให้โฟกัสได้ง่ายขึ้น

· สามารถป้องกันได้ทุกสภาพอากาศ สำหรับใครที่ชอบผจญภัยควรเลือกรุ่นที่สามารถป้องกันได้ทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ฝุ่น หรือทราย

ข้อควรระวังในการใช้ กล้องส่องทางไกล

· เก็บใส่กล่องหรือกระเป๋าเมื่อเลิกใช้งาน เพื่อป้องกันไม่ให้หน้าเลนส์เกิดการขีดข่วนจากอุปกรณ์ต่าง ๆ จนเป็นรอย

· เก็บในที่แห้ง ควรเก็บไว้ในที่แห้ง ไม่อับชื้น และมีอากาศถ่ายเท เพราะหากเก็บไว้ในที่ชื้นจะทำให้กล้องเกิดความชื้นและเป็นราน้ำค้างได้ และไม่ควรเก็บในที่ที่มีแสงแดดส่องถึง

· ไม่ใช้ปากเป่าเลนส์กล้อง หากเลนส์กล้องมีฝุ่นควรใช้ผ้าเช็ดกล้องเช็ดออก ไม่ควรใช้ปากเป่า เพราะจะทำให้น้ำลายไปติดที่หน้าเลนส์จนเป็นคราบและมัวได้

· ไม่ใช้มือจับเลนส์ ไม่ควรใช้มือจับหน้าเลนส์โดยตรงเพราะจะทำให้รอยนิ้วมือ เหงื่อ หรือสิ่งสกปรกจากมือไปติดที่หน้าเลนส์ได้

· หลีกเลี่ยงการโดนน้ำ ละอองน้ำ ฝน หากเป็นรุ่นที่ไม่ได้เคลมว่ากันน้ำ 100% ควรหลีกเลี่ยงการโดนน้ำ ละอองฝน หรือไอฝน

· ทำความสะอาดโดยใช้ผ้าเช็ดเลนส์กล้องเท่านั้น ในการเช็ดทำความสะอาดกล้องควรใช้ผ้าสำหรับเช็ดเลนส์กล้องเท่านั้น เพราะออกแบบมาให้นุ่มพิเศษและทำความสะอาดหน้าเลนส์ได้ดี ไม่ทำให้เลนส์เป็นรอย

· ถอดแบตเตอรี่เมื่อไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน สำหรับรุ่นที่มีแบตเตอรี่เมื่อไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานควรถอดแบตเตอรี่ออกจากกล้องเสมอ

จะเห็นว่ากล้องส่องทางไกลนั้นสามารถทำอะไรได้หลายอย่างเลยทีเดียว หากใครที่ชอบดูนก สำรวจธรรมชาติ ป่า เขา หรือชอบผจญภัยก็ไม่ควรพลาดไอเทมชิ้นนี้ มีให้เลือกตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงราคาเฉียดแสนกันเลยทีเดียว

กล้องส่องทางไกล