bath and body works

5 เทียนหอม bath and body works กลิ่นไหนหอม กลิ่นไหนมาแรง 

bath and body works เป็นชื่อที่แค่พูดก็รู้สึกได้ถึงความหอมแล้ว สำหรับใครที่เป็นแฟนแบรนด์นี้คงจะทราบดีว่าผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นั้นหอมแค่ไหน ซึ่งบาธ แอนด์ บอดี้ เวิร์คส์ นั้นก็แบรนด์ที่อยู่ในการดูแลของบริษัทใหญ่อย่าง L Brands จากสหรัฐอเมริกาที่ขยายสาขาไปทั่วโลก ส่วนที่ประเทศไทยนั้นได้มีสาขาแรกอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า Siam Center ชั้น M ส่วนสินค้าจะมีอยู่ 3 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ Shower, Body Lotion และ Mist และแม้ว่าผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของบาธ แอนด์ บอดี้ เวิร์คส์จะเน้นที่กลิ่นหอมแต่ไม่ได้มีเฉพาะแค่ของสาว ๆ เพียงอย่างเดียวแต่ยังมีผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายด้วย และสำหรับใครที่ชื่นชอบเทียนชอบวันนี้เราก็จะมาเอาใจกันด้วยเทียนหอม 5 กลิ่น หอมฟินติดห้องได้นานตลอดวันมาบอกกัน

แนะนำ 5 บาธ แอนด์ บอดี้ เทียนหอม หอมฟินติดใจ กลิ่นไหนก็โดน

1. Champagne toast เทียนหอมสีชมพูอ่อนที่ให้กลิ่นหอมคล้ายกับแชมเปญและกลิ่นผลไม้ หอมกลิ่นอ่อน ๆ คล้ายกับส้มหรือลิ้นจี่ เป็นกลิ่นฟรุตตี้ที่ไม่หวานมากแต่ก็ไม่เปรี้ยวมาก ให้ความหอมแบบสบาย ๆ เป็นกลิ่นที่สาว ๆ น่าจะถูกใจ

2. Lavender sea เป็นกลิ่นที่ผสมผสานระหว่าง lavender และ vanilla ให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ เหมือนอยู่ในสวนดอกไม้

เป็นกลิ่นให้ความรู้สึกแบบโรแมนติก ได้กลิ่นแล้วรู้สึกผ่อนคลาย กลิ่นไม่หวานจนเกินไป

3. Moonlight path ให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ คล้ายกับแป้งเด็ก กลิ่นหอมละมุนแต่แอบเซ็กซี่ ช่วยสร้างบรรยากาศในห้องได้ดี

4. Black cherry Merlot เป็นกลิ่นที่เหมาะสำหรับการจุดยามค่ำคื่นมาก ๆ ให้กลิ่นหอมของเชอร์รีและราสเบอร์รี เป็นกลิ่นที่ช่วยสร้างบรรยากาศได้ดี ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในคืนธรรมดาให้พิเศษขึ้นได้

5. Black tie เป็นกลิ่นหอมแบบสะอาดสะอ้านที่หนุ่ม ๆ น่าจะชื่นชอบ กลิ่นหอมอ่อน ๆ แบบสบาย ๆ ไม่แรงจนเกินไป แอบคล้ายกับน้ำหอมของผู้ชาย เป็นกลิ่นที่ทำให้รู้สึกสดชื่น

จุดเด่นของเทียนหอม bath and body works ที่ทำให้ใครต่างก็ถูกใจ

· มีกลิ่นให้เลือกหลากหลาย ในแต่ละปีจะออกคอลเลกชันกลิ่นใหม่ ๆ ออกมาอยู่เสมอ ซึ่งก็มีทั้งคอลเลกชันสำหรับหน้าหนาว หน้าร้อน โดยจะแตกต่างกันออกไป ทำให้มีกลิ่นที่หลากหลาย เหมาะกับการสร้างบรรยากาศในช่วงนั้น ๆ ซึ่งในแต่ละคอลเลกชันที่ผลิตออกมานั้นก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ตลอดเพราะบางคอลเลกชันก็ผลิตออกมาเพื่อจำหน่ายในซีซันนั้น ๆ และเลิกผลิตไป ทำให้คนที่ชื่นชอบเทียนหอมต่างพากันซื้อเก็บเอาไว้เพื่อใช้งาน

· แพ็คเกจสวยงาม แพ็คเกจเทียนหอมของบาธ แอนด์ บอดี้ เวิร์คส์ออกแบบมาให้สวยงามและทันสมัย โดยแต่ละกลิ่นจะออกแบบบรรจุภัณฑ์มาให้สื่อถึงกลิ่นต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นสีของเทียน ตัวหนังสือ ภาพแพ็คเกจ เช่น กลิ่น Champagne toast ที่ผลิตเทียนมาเป็นสีชมพูอ่อนให้ความรู้สึกถึงกลิ่นหอมของผลไม้ กลิ่น Island Waters ที่มีสีเขียวครามเหมือนกับน้ำทะเล 

· หอมได้นานข้ามวัน เทียนหอม ขนาด 411 กรัม สามารถจุดได้นานถึง 60 ชั่วโมง หรือประมาณ 2 วันครึ่งเลยทีเดียว ส่วนในการจุดนั้นก็ไม่จำแป็นต้องจุดติดต่อกันเป็นเวลานาน เพียงจุดตอนที่อยากสร้างบรรยากาศหรือก่อนนอนวันละ 2 – 3 ชั่วโมงก็ช่วยให้ห้องมีกลิ่นหอมแล้ว การจุดบ่อย ๆ จะทำให้กลิ่นหอมของเทียนไปติดที่ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ หรือเสื้อผ้า ทำให้ห้องมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ได้แม้ไม่ได้จุดเทียนตลอดเวลา

· ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศธรรมดาให้พิเศษขึ้นได้ในแบบที่ต้องการ สำหรับวันพิเศษต่าง ๆ ก็สามารถใช้เทียนหอมจุดเพื่อสร้างบรรยากาศได้ ไม่ว่าจะต้องการบรรยากาศแบบไหนก็เลือกได้ในแบบที่ต้องการ เช่น ต้องการให้เป็นคืนที่สบาย ๆ ผ่อนคลาย เหมาะกับกลิ่น Black cherry Merlot แต่ถ้าชอบกลิ่นธรรมชาติ ชอบกลิ่นหอมของทะเลและกลิ่นแมกไม้ที่ให้ความรู้สึกเหมือนต้นไผ่ที่เพิ่งตัดใหม่เหมาะสำหรับกลิ่น Island Waters แต่ถ้าชอบกลิ่นที่หอมหวานเหมือนขนมหรือวานิลลา เหมาะสำหรับกลิ่น Warm vanilla sugar 

สำหรับใครที่ชอบความหอมของ บาธ แอนด์ บอดี้ เวิร์คส์ กลิ่นต่าง ๆ เหล่านี้ก็ไม่ได้มีแค่ในเทียนหอมเพียงอย่างเดียวเพราะยังมีในกลุ่มของผลิตภัณฑ์ Shower, Body Lotion และ Mist ด้วย มีกลิ่นให้เลือกหลายสไตล์ ทั้งกลิ่นสำหรับสาว ๆ และหนุ่ม ๆ ใช้แล้วรับรองว่าจะติดใจอย่างแน่นอน

พบกับบทความ เนื้อหาสาระดีๆ เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ได้กับเรา ที่นี่

bath and body works

แดจังกึม

แดจังกึม หมอหญิงคนแรกของกษัตริย์เกาหลี ที่ไม่ได้มีชื่อเพียงแค่ในนิยาย

ถ้าใครเป็นแฟนตัวยงของซีรี่ย์เกาหลีแล้วล่ะก็ ทุกคนจะต้องเคยได้ยินชื่อ ซีรี่ย์เกาหลีเรื่องหนึ่งที่โด่งมากทั้งในเกาหลีและในไทย นั่นคือซีรี่ย์เรื่อง แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง เป็นซีรี่ย์แนวพีเรียดดราม่าที่เล่าถึง ชีวิตของเด็กสาวคนหนึ่งที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนมาตั้งแต่เด็ก จนได้มีโอกาสเข้าไปในวังหลวง ซึ่งความน่าสนใจของละครเรื่องนี้ คือความสามารถของนางเอกของเรื่องที่มีความเฉลียวฉลาดมากในสมัยนั้น แต่ที่น่าทึ่งอีกก็คือ ผู้หญิงคนนี้มีชื่อถูกบันทึกไว้ว่าเคยมีตัวตนในประวัติศาสตร์จริง ๆ 

ตามบันทึกไว้ในจดหมายเหตุของราชวงค์เกาหลีและเอกสารทางการแพทย์ซึ่งมีเนื้อหาอ้างอิงเพียงสั้น ๆ 250 ตัวอักษรว่าแดจังกึม เป็นแพทย์หญิง เพราะในสมัยนั้น เป็นสังคมของชายเป็นใหญ่จึงยังไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก แต่ก็ถือว่าได้สร้างปรากฎการณ์ให้กับประวัติศาสตร์ มีหลักฐานเขียนไว้ว่าเธอเป็นแพทย์หญิงคนแรกของราชวงค์และมีบทบาทเป็นแพทย์ประจำตัวของพระราชา เพราะการที่ผู้หญิงจะเป็นแพทย์ในสมัยนั้นได้ ต้องมีความสามารถมาก ๆ เลยทีเดียว และนี่ก็ทำให้ตัวละครหลักของซีรี่ย์เรื่องนี้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นพีเรียดที่มีฟอร์มยิ่งใหญ่อลังการมาก ใช้งบประมาณในการสร้างถึง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ออกอากาศครั้งแรกที่เกาหลีใต้ 15 กันยายน 2546 กลายเป็นซีรี่ย์ยอดนิยมเป็นอย่างจนเรตติ้งพุ่งถึง ถึง 57% ค่าเฉลี่ยต่อตอนอยู่ที่ 46.3% แต่ความนิยมยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพราะซีรี่ย์เรื่องนี้ยังถูกนำไปฉายต่อในต่างประเทศอีกถึง 91 ประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม, รัสเซีย, สเปน,สิงคโปร์,  ฝรั่งเศส, กรีซ, จีน, ออสเตรเลีย, บรูไน ฯลฯ รวมถึงได้ฉายในประเทศไทยมากถึง 4 ครั้ง ตอกย้ำความสำเร็จของ จอมนางแห่งวังหลวง ทั้งในซีรี่ย์และประวัติศาสตร์เลยทีเดียว

เนื้อเรื่องโดยย่อของซีรี่ย์เรื่องนี้ เกิดขึ้นในสมัย 500 ปี ที่ผ่านเมื่อเกาหลีอยู่ในช่วงสมัยของราชวงศ์โชซอน โดยยังคงมีการปกครองโดยผู้ชายเป็นใหญ่ นางเติบโตขึ้นมาในครอบครัวฐานะยากจน พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่เธอยังเด็ก แต่ได้รับโอกาสให้ไปเรียนรู้การทำอาหารในพระราชวัง และความที่เธอเป็นคนฉลาด และมีไหวพริบทำให้เธอได้รับความไว้วางใจจนเป็นคนทำอาหารมือหนึ่งของวัง 

แต่ความสนใจของเธอไม่ได้จบแค่การทำอาหาร เธอยังศึกษาการปรุงยาจนมีโอกาสได้ไปรักษาพระราชาจนได้ความดีความชอบ แต่ว่าก็เป็นธรรมดาของวังหลวงที่จะมีการแก่งแย่งชิงดีกันคอยขัดขวางไม่ให้ แดจังกึม ประสบความสำเร็จ แถมยังมีเพื่อนวัยเด็กของเธอที่คอยเป็นคู่แข่งและพยายามจะขัดขาเธอ แต่เธอจะผ่านมันไปได้ด้วยความฉลาดของเธอได้อย่างไร และเธอจะมีโอกาสได้เป็นพระชายาของพระราชาหรือไม่ ต้องติดตามในซีรี่ย์ หรือนิยาย

นี่ก็เป็นเพียงเนื้อเรื่องโดยย่อเท่านั้น แต่ความสนุกของซีรี่ย์เรื่องคือการได้ดูวิธีการทำอาหารเกาหลีที่มีการนำวัตถุดิบธรรมชาติมาใช้ทดแทนสิ่งต่าง ๆ ในครัว หรือเคล็ดลับการเพิ่มรสชาติให้กับอาหาร และการแก้ปัญหาเฉพาะได้อย่างเฉลียวฉลาดของนาง รวมไปถึงความน่าทึ่งของการแพทย์ในสมัยก่อนของเกาหลีที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างดี รวมไปถึงสมุนไพรต่าง ๆ ในการรักษาโรคที่มีสอดแทรกอยู่ในซีรี่ย์เรื่องนี้ เรียกได้ว่านอกจากจะได้ความสนุกแล้วยังได้ความรู้อีกแล้ว ที่สำคัญคือสถานที่ถ่ายทำในเรื่องนี้ที่มีความสวยงามที่ใครได้เห็นแล้วจะต้องอยากไปตามรอยแน่นอน ซึ่งประเทศเกาหลีเองก็ได้เปิดสถานที่ถ่ายทำ แดจังกึมปาร์ก ในเมืองยงอิน จังหวัดคยองกี ให้นักท่องเที่ยวหรือแฟนคลับซีรี่ย์เรื่องนี้ได้เข้าชมอีกด้วย ฟินสองต่อเลยทีเดียว

หากใครกำลังมองหาซีรี่ย์หรือนิยายน่าสนุก ชวนติดตามและไม่ควรพลาดแม้ซักตอนเดียวแนะนำเรื่องนี้เลย เพราะนอกจากจะได้ความสนุกหรรษาจากซีรี่ย์ในการฟาดฟันของไหวพริบและการแข่งขันแล้วยังมีมิตรภาพและความรักให้คนดูได้ฟินได้จิ้นจนชุ่มชื่นหัวใจเช่นกัน หรือหากหาซีรี่ย์ดูไม่ได้ก็สามารถหาเป็นหนังสือนิยายมาอ่านก็ได้ครบรสไม่แพ้กัน 

ติดตามอ่านบทความ เนื้อหาสาระดีๆ เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ และ เทคโนโลยีได้ที่นี่

หูฟังไร้สาย

วิธีใช้ หูฟังไร้สาย อย่างไรไม่ให้พังเร็ว? 9 วิธีการดูแลหูฟังให้ใช้งานได้น๊านนาน

ปัจจุบันนี้หูฟังได้กลายเป็นไอเทมชิ้นใหม่ที่หลายคนมักพกติดตัวไปไหนมาไหนด้วย เพราะออกแบบมาให้ใช้งานง่ายขึ้นในแบบไร้สาย เสียบใช้งานง่าย ไม่ต้องกลัวว่าสายจะพันกัน อีกทั้งยังมีดีไซน์ที่สวยงามและทันสมัย ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็หาซื้อได้ง่ายขึ้น มีให้เลือกหลายรุ่น หลายราคา สำหรับใครที่ใช้ หูฟังไร้สาย อยู่เราก็มีวิธีการใช้งานและการดูแลอย่างถูกวิธีมาบอกกันว่าควรทำอย่างไรให้หูฟังของเราใช้งานได้นาน ๆ และไม่พังไปก่อนเวลา

9 วิธีการดูแลหูฟังแบบไร้สายเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานยิ่งขึ้น

· เก็บใส่กล่องเมื่อไม่ใช้งาน หูฟังแบบไร้สายมีขนาดที่ค่อนข้างเล็ก เมื่อเลิกใช้งานจึงควรเก็บใส่กล่องทุกครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้หล่นหายหรือถูกของในกระเป๋าทับหรือขีดข่วนจนเกิดความเสียหาย นอกจากนี้กล่องใส่หูฟังบางรุ่นยังออกแบบมาให้ชาร์จแบตเตอรี่ในตัวได้ ช่วยให้แบตเตอรี่เต็มอยู่ตลอดเวลา ส่วนการเลือกใช้หากใครที่ใช้งานบ่อยหรือใช้สำหรับเดินทางควรเลือกรุ่นที่มีแบตเตอรี่มีความจุเยอะและใช้งานได้นาน แบตอยู่ได้หลายชั่วโมง ไม่ต้องชาร์จบ่อย

· เลือกใช้งานให้ถูกประเภท ความจริงแล้ว หูฟังไร้สาย หรือ หูฟังบลูทูธ นั้นมีหลายประเภท แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ แบบ Sport, Travel, Casual ในการเลือกใช้จึงควรเลือกให้ถูกประเภท โดยหูฟังแบบ Sport เป็นหูฟังสำหรับการใส่เล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย, แบบ Travel เหมาะสำหรับการเดินทาง ใช้งานได้นานหลายชั่วโมง และแบบ Casual เป็นแบบที่ใช้งานทั่วไป

· ทำความสะอาดหลังใช้ทุกครั้ง เมื่อเลิกใช้งานแล้วควรทำความสะอาดหูฟังทุกครั้ง โดยเฉพาะหูฟังแบบ Sport สำหรับใส่เล่นกีฬาที่มีโอกาสเปียกเหงื่อง่าย หลังใช้งานแล้วควรใช้ผ้านุ่มเช็ดให้สะอาดและรอให้แห้งก่อนค่อยเก็บใส่กล่อง

· ระวังไม่ให้หล่น และไม่ควรโยน เพราะมีขนาดเล็กจึงมีโอกาสหล่นได้ง่ายจึงควรหยิบจับด้วยความระมัดระวังไม่ให้หล่นเพราะจะทำให้เกิดการกระแทกและได้รับความเสียหาย หรืออาจหล่นลงท่อหรือรูต่าง ๆ จนหายได้ 

· ระวังไม่ให้โดนน้ำ หากไม่ใช่หูฟังแบบ Sport หรือที่มีการเคลมว่าโดนน้ำได้ 100% ก็ไม่ควรให้โดนน้ำ และควรหลีกเลี่ยงการใช้งานในที่ที่มีโอกาสจะโดนน้ำได้ เช่น การใส่หูฟังทั่วไปออกกำลังกาย ที่อาจทำให้เปียกเหงื่อและพังได้

· ไม่ควรปล่อยให้แบตเตอรี่หมด หากไม่ใช้งานควรเก็บใส่กล่องเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ไว้ ไม่ควรวางทิ้งไว้ข้างนอกโดยเปิดทิ้งไว้ เพราะจะทำให้แบตเตอรี่หมดได้ 

· เปิดเสียงในระดับที่พอดี ไม่ดังจนเกินไป การไม่เปิดเสียงดังเกินไปเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานได้อย่างหนึ่ง เพราะการเปิดเพลงดัง ๆ จะทำให้หูฟังทำงานหนัก ควรเปิดเสียงให้ดังประมาณ 60% และไม่ควรเปิดเสียงดังเกิน 85%

· ลดเบสลงเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งาน แม้ว่าบางรุ่นจะเป็นหูฟังจะมีจุดเด่นในเรื่องของเบส แต่ในการใช้งานแล้วควรเปิดเบสให้ดังในระดับที่พอดี ไม่ควรเปิดดังเกินไปเช่นกัน

· หลีกเลี่ยงการเก็บในที่ที่มีความชื้นและความร้อนสูง เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ทำงานโดยใช้แบตเตอรี่ จึงควรหลีกเลี่ยงการเก็บในที่ที่มีความชื้น และมีความร้อนสูง 

· เป็นของใช้ส่วนตัวที่ไม่ควรใช้ร่วมกับผู้อื่น เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ต้องใส่เข้าไปในรูหู หากใช้งานร่วมกับผู้อื่นที่เป็นโรคเกี่ยวกับหู จะมีโอกาสติดต่อกันได้ 

หูฟังไร้สายหรือหูฟังบลูทูธ เป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบันนี้ เพราะใช้งานได้สะดวก และผลิตออกมาให้เหมาะกับการใช้งานต่าง ๆ มากขึ้น เช่น หูฟังออกกำลังกาย ที่มีคุณสมบัติกันน้ำได้ เนื่องจาก ปัจจุบันนี้คนสนใจออกกำลังกายกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง ปั่นจักรยาน เข้าฟิตเนส หรืออื่น ๆ การใส่หูฟังที่ช่วยกันน้ำ กันเหงื่อได้จึงถือเป็นตัวเลือกที่ดี อีกทั้งยังออกแบบมาให้สวมใส่ได้สบาย ไม่เจ็บหู และใส่ได้กระชับมากขึ้น ไม่หลุดออกง่าย ไม่ว่าจะออกกำลังกายท่าไหน หรือจะวิ่งเร็วเท่าไหร่หูฟังก็ยังไม่หลุดออกจากหูนั่นเอง

อย่าลืมติดตามบทความ เนื้อหาสาระดีๆ เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ และ เทคโนโลยี ที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้ง่าย และ สะดวกมากขึ้น อัทเดทเทรนด์สินค้าใหม่ๆ ไปกับเราได้ตลอดทุกสัปดาห์ ที่นี่

หูฟังไร้สาย

มะยมเงิน มะยมทอง

มะยมเงิน มะยมทอง ไม้โขดมงคลประจำบ้านที่ช่วยเสริมฮวงจุ้ย เรียกทรัพย์ ประดับบารมี

การเลือกซื้อต้นไม้สักต้นหนึ่ง นอกจากจะเลือกจากความสวยงามแล้ว ยังนิยมเลือกจากความหมายดี ๆ ของต้นไม้แต่ละชนิดด้วย เพื่อให้ปลูกแล้วเจริญรุ่งเรือง คนอยู่อาศัยร่มเย็น รวมถึงช่วยเสริมดวง หรือ ประโยชน์อื่นๆ ตามความเชื่ออีกด้วย โดยต้นไม้แต่ละชนิดก็จะมีความหมายที่แตกต่างกัน ต้นไม้ที่นิยมปลูก กันมากที่สุดคือ ไม้มงคล เพราะเป็นต้นไม้ที่เชื่อว่าปลูกไว้ที่บ้านแล้วจะดี ซึ่งต้นไม้ที่เราพูดถึงวันนี้ ก็จัดเป็นหนึ่งในไม้สุดมงคลและ นิยมปลูกด้วยเช่นกัน นั่นคือ มะยมเงิน มะยมทอง ไม้โขดมงคลหายาก ที่เชื่อว่ายิ่งปลูกแล้วจะยิ่งดี

ทำความรู้จักกับไม้โขด คืออะไร มีลักษณะอย่างไร?

มะยมเงิน มะยมทอง เป็นต้นไม้ที่จัดอยู่ในประเภทของไม้โขด เป็นไม้ที่มีรากใหญ่ อวบ เป็นหน่อ มีลักษณะคล้ายกับมันสำปะหลัง โดยรากของไม้โขดจะไม่อยู่ในดินทั้งหมดเหมือนกับรากไม้แบบทั่วไป แต่จะโผล่ขึ้นมาเหนือดินเป็นหน่อใหญ่ ๆ มีลักษณะแปลกตา ดูสวยงาม เหมาะสำหรับการเลี้ยงไว้เป็นไม้ประดับ เดิมทีจะพบได้ในป่าลึก เป็นไม้ที่หาได้ค่อนข้างยาก บ้างก็มีการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยสาเหตุที่ขึ้นอยู่ในป่านั้นก็เพราะว่า เมื่อโตเต็มที่แล้วจะสูงถึง 8 เมตร กันเลยทีเดียว แต่ในการนำมาเลี้ยงประดับบ้านนั้นก็ใช่ว่าจะได้เห็นลำต้นสูงถึง 8 เมตร ได้ง่าย ๆ เพราะเป็นไม้ที่โตช้ามาก ๆ ต้องใช้เวลาหลายสิบปีกันเลยทีเดียว เราจึงได้เห็นแค่ต้นเล็ก ๆ ที่เลี้ยงอยู่กระถางกันเท่านั้น แต่การโตช้าก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อดี เพราะใช้เป็นไม้ประดับบ้านได้นานหลายปี และ ไม่ต้องมีพื้นที่มากก็สามารถเลี้ยงได้

ต้นมะยมเงิน มะยมทองกับความหมายดี ๆ ทำไมถึงควรปลูกไว้ที่บ้าน?

· ช่วยเสริมฮวงจุ้ย เชื่อกันว่าเป็น ไม้มงคล ที่ช่วยเสริมฮวงจุ้ยให้กับบ้าน หรือสถานที่ต่าง ๆ ได้ ช่วยให้อะไร ๆ ถูกหลักฮวงจุ้ยมากขึ้น เมื่อถูกหลักฮวงจุ้ย ก็จะช่วยเสริมดวงในด้านต่าง ๆ 

· เสริมความเป็นสิริมงคล เสริมบารมี โบราณเชื่อว่าเป็นไม้ที่มงคล หากบ้านไหนปลูกไว้จะดี จะช่วยเสริมบารมี และความเป็นสิริมงคลให้กับคนปลูก และคนบ้าน บวกกับลักษณะที่สวยงามคล้ายกับบอนไซ ทำให้คนนิยมเลี้ยงกันมากขึ้น เพราะนอกจากจะช่วยเสริมดวงแล้ว ยังเป็นต้นไม้ที่เหมาะสำหรับการนำมาจัดสวนด้วย

· ช่วยเรียกทรัพย์ เชื่อกันว่าหากปลูกต้น มะยมเงิน มะยมทองไว้หน้าบ้าน จะช่วยเรียกทรัพย์ได้ดี มีเงินทองไหลมาเทมา 

· ค้าขายรุ่งเรือง ช่วยให้ขายดี ร่ำรวย สำหรับใครที่ทำอาชีพค้าขายแล้วปลูกต้นนี้ไว้หน้าร้าน ก็จะช่วยให้ทำมาค้าขายได้ดี ร่ำรวย รุ่งเรือง ช่วยเรียกเงินเข้าร้านได้

· กลางวันบาน กลางคืนหุบ แม้ว่าจะเป็นต้นไม้ที่มีใบน้อย แต่ใบก็มีลักษณะพิเศษ โดยกลางวันใบจะบานออก แต่ตอนกลางคืนใบจะหุบเข้า หากใครที่เลี้ยงอยู่ก็ลองสังเกตกันดูได้ ส่วนใบจะมีลัษณะคล้ายกับใบมะยม มีสีเขียวออกแดง เมื่อใบเริ่มแก่จะออกสีแดง เมื่อแก่จัดก้านจะเปลี่ยนเป็นสีแดงตามไปด้วย 

· เป็นไม้มีดอก แต่ต้องใช้เวลานาน หลายคนอาจจะยังไม่เคยเห็นดอกของต้นนี้ แต่ความจริงแล้วก็มีดอกเช่นกัน แต่จะต้องใช้เวลานานมากกว่าจะออกดอกมาให้เห็น 

· เลี้ยงง่าย ไม่ต้องรดน้ำบ่อย แม้ว่าจะโตยาก แต่ว่าเลี้ยงง่ายมาก เป็นไม้ที่ไม่ค่อยชอบน้ำ ไม่ต้องรดน้ำบ่อย 2 วัน รดน้ำครั้งนึงก็ได้ ส่วนการรดน้ำให้รดลงที่ดิน โดยหลีกเลี่ยงการรดลงบนหน่อ หรือรากอวบ เพราะอาจจะทำให้เน่าได้ เลี้ยงประดับไว้ในบ้านได้ เพราะเป็นไม้ที่ไม่ค่อยชอบแดด ตั้งไว้ในที่ที่แสงแดดส่องถึงก็พอ หรือจะนำออกไปตากแดดอาทิตย์ละครั้งก็ได้ 

ต้นมะยมเงิน มะยมทอง เป็นไม้โขดที่มีความสวยงาม มีลักษณะเด่นทั้งรากโขดที่อวบ และใบที่หุบเข้า-บานออกได้ หากใครที่กำลังมองหาต้นไม้ที่ช่วยเสริมดวง และความมงคลต่าง ๆ ต้นไม้ชนิดนี้ ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเพราะมีขนาดไม่ใหญ่ สามารถใช้ตกแต่งในบ้าน หรือใช้แต่งสวนได้ เลี้ยงง่ายไม่ยุ่งยาก มีราคาไม่แพง อยู่ในหลักร้อยต้น ๆ เท่านั้นเอง และหากใครที่เลี้ยงไว้นาน ๆ ก็มีโอกาสจะได้เห็นดอกสวย ๆ กันด้วย เป็นไม้ที่จัดอยู่ในตระกูลเดียวกับมะยม พบได้มากในโซนบ้านเรา ที่ประเทศไทย และ ประเทศพม่า เป็นต้น

อย่าลืมติดตาม และ พบกับบทความ เนื้อหาสาระดี ๆ ที่จะมาอัพเดทเกี่ยวกับเรื่อง ไลฟ์สไตล์ และ เทคโนโลยี ที่อยู่รอบ ๆ ตัวคุณ ให้คุณได้รู้จักเทรนด์สินค้าใหม่ ๆ รวมถึง ความรู้รอบตัว ที่มีประโยชน์ ไปพร้อมกับเรา ทุกสัปดาห์ ได้ที่นี่

มะยมเงิน มะยมทอง

แก้วสตาร์บัค

5 เหตุผลที่ทำให้แก้วสตาร์บัคได้รับความนิยมอยู่เสมอ มีเคล็ดลับอย่างไร?

Starbucks หากพูดชื่อนี้เชื่อว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักเพราะไม่ได้เป็นแค่ร้านกาแฟธรรมดา ๆ แต่เป็นร้านกาแฟชื่อดังในระดับโลก ที่มีสาขากระจายอยู่จำนวนมากทั่วโลก โดยสาขาแรกของของร้านสตาร์บัค ตั้งอยู่ที่เมือง ในเมืองซีแอตเทิล (Seattle) ในรัฐวอชิงตัน (Washington) ประเทศสหรัฐอเมริกา (USA) เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 1971 จากการก่อตั้งของ กอร์ดอน โบว์เกอร์, เจอร์รี บัลด์วิน และเซฟ ซีเกิล จนในตอนนี้มีสาขากระจายอยู่ทั่วโลกมากกว่า 27,984 สาขาแล้ว จุดเด่น ของสตาร์บัค คือการรักษาคุณภาพของรสชาติกาแฟเอาไว้ โดยจะต้องชงให้เหมือนกันทุกสาขาทั่วโลก เพื่อให้ผู้ที่ดื่มรู้สึกว่าได้ดื่มกาแฟอยู่ที่เมืองเกิดแม้ว่าจะนั่งดื่มอยู่ที่ต่างประเทศก็ตาม นอกจากนี้ยังใส่ใจเรื่องการให้บริการเป็นหลัก มีตัวเลือกที่หลากหลาย ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าต้องการความเข้มข้นระดับไหน ความหวานระดับไหน รวมถึงชนิดของนมว่าต้องการนมประเภทไหน อีกทั้งการแต่งร้านยังเน้นความสะดวกสบายและเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับการพบปะสังสรรค์หรือใช้เวลาส่วนตัว และสิ่งที่พิเศษอีกหนึ่งอย่างคือ แก้วสตาร์บัค สินค้าทำรายได้ดีของสตาร์บัคที่ใครเห็นก็อยากได้ ส่วนจะดีอย่างไรและทำไมถึงเป็นที่นิยมไปดูกัน

5 ประโยชน์ดี ๆ ของ แก้วสตาร์บัค ที่ทำให้ใครต่างก็อยากเป็นเจ้าของ

1. มีแคมเปญดี ๆ เกี่ยวกับการรักษ์สิ่งแวดล้อมโลก อย่างที่ทราบกันว่าสตาร์บัคเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมโลกมาตลอด โดยเริ่มตั้งแต่แคมเปญจัดสวนจิ๋วในฝาแก้ว เมื่อซื้อเครื่องดื่มทางสตาร์บัคจะให้ฝาแก้วรุ่นพิเศษมาเพิ่มอีกหนึ่งฝากับดินและเมล็ดพันธุ์ เมื่อดื่มเครื่องดื่มหมดก็ล้างแก้วให้สะอาดแล้วนำน้ำเปล่าใส่ลงไปครึ่งแก้ว จากนั้นนำฝาแก้วคว่ำลงไปในแก้ว ใส่ดิน ใส่เมล็ดพันธุ์ และรดน้ำนิดหน่อย จากนั้นใช้ฝาอีกใบครอบไว้ ไม่นานเมล็ดพันธุ์ก็จะเริ่มโต นำไปปลูกลงดินได้ และหลังจากนั้นสตาร์บัคก็ได้จัดแคมเปญรักษ์สิ่งแวดล้อมโลกมาโดยตลอด เช่น การผลิตแก้วที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ตลอดจนการผลิตแก้วสตาร์บัคจำหน่ายเพื่อลดปริมาณการใช้แก้วพลาสติกที่ในแต่ละปีมีขยะเป็นแก้วพลาสติกกว่า 6 แสนล้านใบต่อปีเลยทีเดียว 

2. ดีไซน์สวยงาม ทันสมัย จุดเด่นคือดีไซน์ที่สวยงามและทันสมัย โดยคอลเลกชันที่ออกมาแล้วได้รับความนิยมเป็นอย่างมากก็คือ แก้วเปลี่ยนสีได้ ที่จะเปลี่ยนตามอุณหภูมิของน้ำ นอกจากนี้ยังมีดีไซน์อื่น ๆ ที่สวยงาม เช่น แก้วสงกรานต์ แก้วซากุระ แก้ววาเลนไทน์ แก้วปีหนู แก้วลายประจำเมือง ฯลฯ ด้วยลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์นี้เองที่ทำให้เหล่านักสะสมหันมาสะสมแก้วของสตาร์บัคกันมากขึ้น เพราะเมื่อหมดคอลเลกชันไปแล้วแก้วนั้นก็จะกลายเป็นแก้วหายากไปในทันที

3. แต่ละประเทศออกคอลเลกชันไม่เหมือนกัน สำหรับใครที่เดินทางไปต่างประเทศแล้วได้เห็นแก้วของสตาร์บัคแล้วรู้สึกถูกใจเลยคิดว่าจะกลับมาซื้อที่เมืองไทยก็ต้องบอกว่าพลาดอย่างแรง เพราะแต่ละประเทศจะผลิตแก้วออกมาจำหน่ายไม่เหมือนกัน โดยจะออกแก้วคอลเลกชันใหม่ประจำเดือนหรือประจำเทศกาลแล้วแต่ประเทศนั้น ๆ จะผลิตออกมาเป็นคอลเลกชันที่มีจำนวนจำกัด เรียกว่าหากพลาดคอลเลกชันนี้ไปก็คือพลาดเลย ทำให้แก้วของสตาร์บัคขายดีเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะออกมากี่คอลเลกชันก็ได้รับความนิยมในทุก ๆ คอลเลกชันไป ส่วนราคาจะอยู่ที่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน

4. เก็บความร้อนและความเย็นได้ดี มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ แก้วเซรามิกเก็บความร้อนและแก้วสตาร์บัคเก็บความเย็น ผลิตออกมาให้เลือก 4 ขนาด ได้แก่ ขนาด 8 ออนซ์ (Short), 12 ออนซ์ (Tall), 16 ออนซ์ (Grande) และขนาด 20 ออนซ์ (Venti) ตามขนาดแก้วที่ขายในร้านสตาร์บัค

5. เป็นส่วนลดในการซื้อเครื่องดื่มได้ สำหรับลูกค้าคนไหนที่นำแก้วมาเองที่ร้านจะมีส่วนลดให้ 10 บาทต่อแก้ว สำหรับใครที่ดื่มเครื่องดื่มของสตาร์บัคเป็นประจำแนะนำให้ซื้อ แก้วสตาร์บัค ไว้ใช้เองเลยจะดีกว่า เพราะนอกจะช่วยลดขยะในโลกแล้วยังได้ส่วนลดอีกด้วย 

จะเห็นว่า แก้วสตาร์บัค นั้นมีประโยชน์ไม่น้อยเลย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมลูกค้าสตาร์บัคส่วนใหญ่ถึงนิยมซื้อแก้วไว้ใช้เอง เพราะนอกจากเรื่องความประหยัดและประโยชน์การใช้งานแล้วยังเป็นแก้วที่ผลิตออกมาอย่างมีคุณภาพ ทนทาน ไม่หลุดลอกง่ายๆ สามารถใช้งานได้นาน ซื้อใบเดียวก็ใช้ดื่มน้ำได้หลายปีเลย หากใครสนใจก็อย่าลืมติดตามกันให้ดี ๆ ว่าคอลเลกชันต่อไปจะผลิตแก้วแบบไหนออกมาให้เลือกใช้งานและสะสมกัน

อย่าลืมติดตามบทความ เนื้อหาสาระดีๆ พร้อมอัพเดทเทรนสินค้า ไลฟ์สไตล์ และ เทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ตลอดทุกอาทิตย์กับเราที่นี่

แก้วสตาร์บัค

ว่านงาช้าง

10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ว่านงาช้าง ว่านมหานิยมที่กำลังได้รับความนิยมสุด ๆ ในตอนนี้

ในช่วงนี้เราคงได้ยินกระแสเกี่ยวกับ ว่านงาช้าง กันมากขึ้นเพราะเป็น พันธุ์ไม้ ที่กำลังได้รับความนิยมทั้งในบ้านเราและต่างประเทศ เห็นได้จากหลาย ๆ บ้าน หรือออฟฟิศ ร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ที่นำมาประดับตกแต่งกัน โดยจุดเริ่มต้นของว่านชนิดนี้เกิดจากการที่คุณพยงค์ คงอุดมทรัพย์ ผู้ที่เป็นเจ้าของสวนแอ๊ดวานซ์ การ์เด้น ดีไซน์ ที่ทำธุรกิจขายกล้วยไม้และส่งออกต่างประเทศได้เดินทางไปดูงานพืชสวนโลกที่จัดขึ้นที่ประเทศเนเธอร์แลนด์และได้เห็น ว่านงาช้าง เข้า แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ ว่านชนิดนี้ไม่มีใครสนใจเลย เมื่อกลับมาประเทศไทยจึงมาศึกษาอย่างจริงจังและได้เริ่มส่งออกให้ลูกค้ารายแรกที่ประเทศญี่ปุ่น จนทางญี่ปุ่นได้นำไปวิจัยถึงประโยชน์และสรรพคุณต่าง ๆ จนทำให้มีคนรู้จักมากขึ้นและส่งออกไปอีกหลาย ๆ ประเทศจนเป็นที่รู้จัก

10 เรื่องที่น่ารู้ของว่านงาช้าง มีประโยชน์อย่างไร ทำไมถึงได้รับความนิยม

1. เป็นต้นไม้ฟอกอากาศ คุณสมบัติที่พิเศษของว่านชนิดนี้คือ สามารถดูดสารพิษที่ลอยตัวอยู่ในอากาศได้ เป็นว่านงาช้าง ฟอกอากาศที่นิยมประดับไว้ในบ้าน ห้องนอน โต๊ะทำงาน ฯลฯ

2. เป็นไม้มงคลที่นิยมปลูก โดยเชื่อว่าจะช่วยป้องกันเรื่องไสยศาสตร์หรือมนต์ดำได้ ช่วยป้องกันภัยอันตรายใด ๆ ทั้งปวง และช่วยเสริมสิริมงคลให้กับผู้ที่อยู่อาศัยได้ นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องค้าขายที่นิยมปลูกไว้หน้าร้านเพื่อความร่ำรวย

3. เป็นไม้ประดับบ้าน เป็นว่านที่มีขนาดไม่ใหญ่มากจึงนิยมใช้ประดับบ้านและห้องต่าง ๆ โดยจะสูงประมาณ 50 เมตร  นอกจากนี้ ยังมีไม้มงคลที่นิยมปลูกเพื่อประดับในบ้านกันก็อีกหลายชนิด

ทั้งแบบปลูกในห้อง ยกตัวอย่างเช่น กุหลาบหิน, พุทธรักษา, กระดังงา, กระดุมทอง เป็นต้น

แบบปลูกประดับในบ้าน ยกตัวอย่างเช่น กวนอิม, เงินไหลมา, แก้ว, โกศล, ชวนชม, โป๊ยเซียน, บานไม่รู้โรย, มรกตแดง, ว่านเศรษฐี, วาสนา, เฟื่องฟ้า, นางกวัก, พุด, จำปา, เข็ม, ใบละบาท, เฟิร์นข้าหลวง เป็นต้น

ไม้มงคลแบบปลูกให้ร่มเงาในบ้าน เช่น กันเกรา, ชัยพฤกษ์, ต้นไทร, ต้นคูณ, อินทนิล, ประดู่, ทองหลาง, พะยูง, มะยม,โมก, สนฉัตร, สักทอง, แสงจันทร์ เป็นต้น

4. เป็นยารักษาโรคได้ ทั้งลำต้นและเหง้าสามารถใช้เป็นยารักษาโรคได้ด้วยการนำเหง้ามาต้มดื่มเพื่อเป็นยาบำรุงเลือด รักษาโรคริดสีดวง เป็นยาขับปัสสาวะ ฯลฯ ส่วนใบนิยมนำมาตำเพื่อทาแผล ช่วยลดการติดเชื้อ แผลเป็นหนอง ผดผื่น และช่วยรักษาสิวได้ 

5. ออกดอกแค่ปีละครั้งเท่านั้น เป็นว่านที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีดอกแต่ความจริงแล้วก็มีดอกเหมือนกัน โดยจะออกแค่ปีละครั้ง ดอกมีลักษณะเป็นสีขาว ยาวประมาณ 1 เมตร มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ แต่จะหอมแค่ตอนหัวค่ำเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

6. ดูแลง่าย ไม่ค่อยชอบแดด ไม่ค่อยชอบน้ำ เพราะเป็นว่านที่ดูแลง่ายจึงนิยมปลูกไว้ในห้องนอน ห้องทำงาน หรือภายในบ้าน ไม่ค่อยชอบแดดเท่าไหร่ แค่ตั้งไว้ในที่ที่แสงแดดส่องถึงก็เพียงพอ อีกทั้งยังไม่ต้องคอยรดน้ำบ่อยด้วย ไม่ชอบน้ำขัง รดน้ำแค่สัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้งก็พอแล้ว 

7. มีเหง้าใต้ดิน ขยายพันธุ์ง่าย ความจริงแล้วว่านชนิดนี้มีเหง้าอยู่ใต้ดินด้วย หากใครที่ปลูกแบบตัดโคนต้นมาชำอาจจะยังไม่ได้เห็นสักเท่าไหร่ แต่ความจริงแล้วเหง้านั้นมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว ส่วนวิธีการขยายพันธุ์ก็สามารถทำได้ทั้ง 2 วิธี ทั้งการตัดโคนมาปักชำและการปลูกลงดิน

8. พัฒนาสายพันธุ์เป็นว่านจิ๋วสุดฮิต มีทั้งหมด 2 สายพันธุ์ ได้แก่ หอกสุรกาฬ ว่านสีเขียวล้วน และหอกสุรโกฬ หรือว่านลาย ที่จะมีลายสีเขียวอมดำจนถึงปลาย ต่อมาได้พัฒนาสายพันธุ์เป็นว่านงาช้างแคระ

9. นิยมส่งออกไปในหลาย ๆ ประเทศ นอกจากประเทศญี่ปุ่นที่มีการส่งออกจำนวนมากแล้ว ยังส่งออกไปอีกหลาย ๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศเกาหลีใต้ เยอรมณี เนเธอร์แลนด์ และอื่น ๆ นิยมนำไปฟอกอากาศในที่ทำงานหรือที่บ้าน

10. เป็นพืชที่มีอยู่ทั่วโลก แม้จะมีการศึกษาและส่งออกว่านชนิดนี้ขึ้นเป็นรายแรกแต่ก็ยังไม่สามารถยื่นจดสิทธิบัตรได้เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นผู้ที่คิดค้นสายพันธุ์ต่าง ๆ เพราะว่านชนิดนี้ขึ้นอยู่ทั่วโลกนั่นเอง

ว่านงาช้าง เป็นว่านที่นิยมปลูกกันมานานและยังคงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มีลำต้นสวยงาม เรียวยาว ปลายแหลม เมื่อนำมาปลูกในกระถางทำให้ดูสวยและน่าเลี้ยง ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ได้มีการดีไซน์ลำต้นให้สวยงามและน่าสนใจมากขึ้นโดยการนำมาถักเปีย นำมาพ่นสีหรือทากากเพชร ทำให้ดูแปลกตาและได้รับความนิยมมากขึ้น สำหรับใครที่อยากได้ไม้มงคลหรือต้นไม้ดูดอากาศไว้สร้างอากาศที่ดีภายในบ้านว่านมหานิยมชนิดนี้ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะจัดอยู่อันดับต้น ๆ ของไม้มงคล แถมยังเลี้ยงง่ายและมีราคาไม่แพงด้วย

ว่านงาช้าง

ผ้ากันเปื้อน

ประโยชน์น่ารู้ของ ผ้ากันเปื้อน ทำไมถึงต้องใส่? ใส่แล้วดีอย่างไร?

เมื่อไปร้านอาหารหรือคาเฟ่ต่าง ๆ สิ่งที่เรามักจะได้เห็นกันอยู่บ่อย ๆ คือ การที่พนักงานใส่ ผ้ากันเปื้อน ไม่ว่าจะเป็นร้านประเภทไหนก็จะใส่กันอยู่เสมอ แต่ทราบหรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วประโยชน์ของเอี๊ยมกันเปื้อนคืออะไร มีประโยชน์จริงหรือไม่ หรือแค่ใส่ตาม ๆ กันเฉย ๆ วันนี้เราจึงจะพาไปหาคำตอบกันว่าทำไมถึงต้องใส่และใส่แล้วดีอย่างไร

ผ้ากันเปื้อนมีประโยชน์อย่างไร ทำไมพนักงานส่วนใหญ่ถึงต้องใส่

· เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของร้าน การใส่ผ้าเอี๊ยมกันเปื้อนนั้น นอกจากจะช่วยป้องกันรอยเปื้อนเวลาที่ทำอาหารแล้ว ก็ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับร้านได้ โดยจะช่วยให้ร้านดูสะอาด เป็นระเบียบ เป็นการแสดงความสุภาพได้อย่างหนึ่ง และสำหรับร้านที่ไม่มียูนิฟอร์มการใส่ก็จะช่วยให้ลูกค้าทราบได้ว่าคนไหนที่เป็นพนักงานเพื่อได้เรียกใช้บริการได้ถูก เพราะหากไม่ใส่ก็จะดูเหมือนคนทั่วไปในร้าน ทำให้ลูกค้าสับสนว่าควรเลือกใช้บริการกับคนไหนดี

· ช่วยป้องกันไม่ให้เสื้อผ้าเปื้อน ประโยชน์หลัก ๆ คือ ช่วยกันเปื้อน เพราะมีโอกาสสูงที่เสื้อผ้าจะเปื้อนคราบอาหารหรือสิ่งสกปรกอื่น ๆ ได้ ทำให้ซักออกยาก อีกทั้งพนักงานหลายคนยังต้องเดินทางมาทำงานและต้องเดินทางกลับ หรือไปทำธุระอื่น ๆ ต่อ หากเสื้อผ้าเปื้อนก็ทำให้ดูไม่ดีและเสียความมั่นใจได้

· เพื่อความสะดวกสบายในการทำงาน ส่วนมากแล้วจะออกแบบมาให้มีกระเป๋าเพื่อความสะดวกในการใช้งาน มีทั้งแบบ 1 กระเป๋า, แบบ 2 กระเป๋า และแบบ 3 กระเป๋า บางรุ่นออกแบบมาให้มีซิปเพื่อป้องกันของหล่นออกจากกระเป๋าได้ ใช้เก็บเงินได้ ใช้เก็บรายการอาหาร สมุดจดเมนู ปากกา หรือของใช้อื่น ๆ ที่จำเป็นได้ ช่วยให้หยิบใช้ได้สะดวกมากขึ้น

· ใช้เป็นสื่อในการโฆษณาได้ สามารถสกรีนชื่อร้าน โลโก้ สโลแกน หรือช่องทางติดต่อต่าง ๆ ลงบนเอี๊ยมกันเปื้อนเพื่อใช้เป็นช่องทางในการโฆษณาร้าน เช่น การใส่ถ่ายรูปลงเพจต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้อ่านได้ทราบและตามไปใช้บริการได้  

· ช่วยสร้างจุดเด่นให้กับร้าน สามารถออกแบบได้ตามสไตล์ที่ต้องการ ออกแบบให้เข้ากับคอนเซปต์ของร้านด้วยดีไซน์ต่าง ๆ ที่ดูโดดเด่น เช่น ผ้ากันเปื้อนยีนส์แต่งชายรุ่ยและสกรีนชื่อร้าน ช่วยให้ดูเก๋และสร้างความสนใจให้กับผู้พบเห็นได้ ไม่จำเป็นต้องใช้แบบเรียบ ๆ เสมอไป

ประเภทของผ้ากันเปื้อน แต่ละแบบเหมาะสำหรับการใช้งานแบบไหน

· แบบครึ่งตัว หรือแบบผูกเอว เป็นกันเปื้อนแบบสั้นที่เหมาะสำหรับงานที่มีโอกาสเปื้อนไม่มาก นิยมใช้ตามร้านกาแฟ โทนสีที่นิยมคือสีน้ำตาล ส่วนมาแล้วผลิตจากผ้า มีให้เลือกทั้งแบบมีกระเป๋าและไม่มีกระเป๋า ข้อดีคือ ทำให้ทำงานได้สะดวก ผูกรัดเข้าเอวได้พอดี

· แบบเต็มตัว เป็นชนิดที่ใช้กันมากที่สุด นิยมใช้ในร้านอาหารต่าง ๆ เพราะมีโอกาสเปื้อนง่ายและมีกระเป๋าใส่ของทำให้สะดวกในการใช้งาน

· แบบกันน้ำ ส่วนมากแล้วจะผลิตมาจาก PVC เพราะมีคุณสมบัติในการกันน้ำได้ดี นิยมใช้ในงานอุตสาหกรรมหรือการขายอาหารทะเลต่าง ๆ เช่น การขนส่งอาหารทะเลในตลาดสด เพราะมีโอกาสที่จะเปียกน้ำได้ง่าย 

การเลือกซื้อ’ ผ้ากันเปื้อน’ ควรเลือกอย่างไร

· เลือกให้เหมาะกับประเภทใช้งาน หากเป็นงานที่เกี่ยวกับน้ำควรเลือกแบบกันน้ำ แต่ถ้าใช้งานทั่วไปควรเลือกแบบผ้าเพราะระบายอากาศดี ไม่ทำให้ร้อน

· เลือกไซส์ที่ต้องการ นอกจากแบบครึ่งตัวและแบบเต็มตัวแล้วยังมีไซส์พิเศษให้เลือกด้วย เช่นกัน 

· เลือกวัสดุที่มีความทนทาน ไม่ขาดง่าย ผลิตจากวัสดุหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นผ้ายีนส์ ผ้าดิบ ผ้าโซล่อน ผ้าโทเร ผ้าคอมทวิว รวมถึงหนัง PU และอื่น ๆ โดยแต่ละชนิดจะมีความทนทานที่แตกต่างกัน

· เลือกแบบที่มีเชือกผูกด้านหลัง เพื่อให้กระชับเข้ากับลำตัว เพราะถ้าไม่ผูกไว้ผ้าจะพริ้วไปมาทำให้รบกวนการทำงานได้

ได้ทราบถึงประโยชน์ดี ๆ ของผ้ากันเปื้อนกันไปแล้ว หากใครที่ทำอาชีพค้าขายหรืออยากซื้อมาไว้ใส่เวลาทำอาหารที่บ้านก็สามารถหาซื้อมาใช้กันได้ มีราคาไม่แพง ผลิตออกมาอย่างสวยงาม มีให้เลือกหลายแบบหลายดีไซน์ นอกจากนี้ยังนิยมมอบเป็นของขวัญให้กับคู่ใหม่ปลามันได้ใช้เวลาทำอาหารด้วยกันด้วย

อย่าลืม ติดตามบทความ เนื้อหาสาระดีๆ เกี่ยวกับบ้าน และ ไลฟ์สไตล์ อัพเดทเทรนด์ใหม่ที่น่าสนใจกับเราได้ที่นี่

ผ้ากันเปื้อน

ที่นอนปิคนิค

ที่นอนปิคนิค ของดีที่ควรมีไว้ติดบ้าน สะดวกสบายได้ทุกโอกาส

นอกจากที่นอนแบบ Single Bed หรือแบบ King Size แล้ว ที่นอนปิคนิค ก็ถือว่าได้รับความนิยมไม่แพ้กันเพราะเป็นที่นอนอเนกประสงค์ขนาดเล็กที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก และใช้งานได้หลายโอกาส โดยจุดเด่นของที่นอนแบบปิคนิคคือ มีขนาดไม่ใหญ่ น้ำหนักเบา และพับเก็บได้ สำหรับใครที่ชอบนอนเล่นที่บ้านบ่อย ๆ แล้วกำลังมองหาที่นอนเล็ก ๆ อยู่ ลองไปดูประโยชน์ของที่นอนชนิดนี้กันเลยว่าดีอย่างไรและเหมาะกับการใช้งานของคุณหรือไม่

ประโยชน์ของที่นอนปิคนิค มีติดบ้านไว้ดีอย่างไร?

· ใช้เป็นที่นอนอเนกประสงค์ได้ เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นที่นอนแบบปิคนิคจึงสามารถเลือกใช้งานได้แบบอเนกประสงค์ สำหรับนำไปปูนอนตรงไหนก็ได้ เช่น ปูนอนเล่นในห้อง ปูนอนดูทีวีในห้องนั่งเล่น ปูนอนรับลมเย็น ๆ ที่หน้าบ้าน 

· ใช้รับแขกหรือเป็นที่นอนเสริมได้ หากมีญาติ เพื่อน หรือแขกมาบ้านแล้วที่นอนไม่พอก็สามารถใช้เป็นที่นอนเสริมสำหรับรับแขกได้ มีให้เลือกหลายขนาด 

· มีขนาดกะทัดรัด หยิบใช้งานได้สะดวก ส่วนมากแล้วจะออกแบบมาให้มีขนาดที่กะทัดรัด ไม่ใหญ่หรือหนาจนเกินไป น้ำหนักไม่มาก เคลื่อนย้ายง่าย ใช้งานสะดวก แตกต่างจากที่นอนแบบทั่วไปที่มีน้ำหนักมากและมีขนาดใหญ่

· พับได้ ม้วนได้ ไม่กินพื้นที่จัดเก็บ เมื่อใช้งานเสร็จแล้วสามารถพับหรือม้วนเก็บได้ บางรุ่นจะออกแบบมาให้พับเก็บได้เป็นทบ ๆ บางรุ่นก็ม้วนเก็บได้เลย ทำให้ไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บและหยิบออกมาใช้ได้สะดวก

· ใช้นอนบนรถขณะเดินทางได้ สำหรับใครที่เดินทางบ่อย ๆ หรือต้องขับรถเป็นเวลานานก็สามารถใช้เป็นที่นอนบนรถได้ ช่วยให้นอนได้สบายมากขึ้น

· ใช้เป็นที่นอนสำหรับการแคมป์ปิ้งได้ หากใครชอบไปแคมป์ปิ้งหรือชอบไปกางเต็นท์ก็สามารถใช้เป็นที่นอนปูนอนในเต็นท์หรือนอนเล่นหน้าเต็นท์ได้ 

เคล็ดลับการเลือกที่นอนปิคนิค เลือกอย่างไรให้นอนได้สบาย

· เลือกจากขนาดที่ต้องการ เมื่อพูดถึงที่นอนแบบปิคนิคแล้วหลายคนมักจะนึกถึงที่นอนปิคนิค 3.5 ฟุต เพราะเป็นขนาดที่นิยมใช้กันมากที่สุดแต่ความจริงแล้วก็ไม่ได้ผลิตออกมาเพียงแค่ขนาดเดียวแต่ยังมีขนาดอื่นด้วย เช่น ขนาด 5 ฟุต

· เลือกชนิดที่ไม่หนาหรือหนักจนเกินไป มีผลิตมาจากวัสดุหลายชนิด หากต้องการใช้งานแบบปิคนิคควรเลือกที่นอนที่ไม่หนาหรือหนักมาเกินไป เช่น ที่นอนยางพารา ที่นอนฟองน้ำอัด ฯลฯ

· ผลิตจากวัสดุคุณภาพดี ใช้งานได้นาน ควรเลือกที่นอนที่ผลิตมาจากวัสดุที่คุณภาพดีและมีอายุการใช้งานค่อนข้างนาน เพราะมีความทนทานมากกว่า ช่วยยืดอายุการใช้งานได้หลายปี เช่น ที่นอนยางพารา เพราะหลายคนก็หยิบออกมาใช้บ่อยหรือใช้นอนประจำ จึงควรเลือกของที่คุณภาพดีไว้ก่อน

· เลือกแบบที่ถอดซักทำความสะอาดได้ ควรเลือกแบบที่ถอดออกมาซักทำความสะอาดได้ เพราะดูแลง่ายกว่า

· ควรเลือกแบบที่ป้องกันไรฝุ่นได้ หากพับเก็บไว้นานเกินไปก็จะทำให้เกิดความชื้นและมีไรฝุ่นได้ จึงควรเลือกแบบที่สามารถป้องกันไรฝุ่นได้ด้วย

การดูแล ที่นอนปิคนิค ให้มีสภาพดีและน่าใช้งานอยู่เสมอ

· หมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ หากใช้งานบ่อยควรซักผ้าปูที่นอนอย่างน้อย 2 อาทิตย์ต่อครั้ง เพื่อความสะอาดและป้องกันไรฝุ่น

· นำที่นอนออกไปตากแดดทุก ๆ 1 เดือน ควรถอดผ้าปูที่นอนออกและนำที่นอนออกไปตากแดดอยู่เสมอ หรือประมาณเดือนละ 1 ครั้ง โดยให้พลิกตากทั้งสองด้านเพื่อช่วยลดการเกิดไรฝุ่น

· สลับด้านนอนบ้าง หากใช้งานบ่อยควรสลับฝั่งที่นอนนอนบ้าง เพื่อไม่ให้ที่นอนเป็นหลุมอยู่ด้านเดียวหรือฝั่งเดียว

· ไม่นำอาหารและเครื่องดื่มมารับประทานบนที่นอน เพราะจะทำให้ที่นอนเปื้อน ทำความสะอาดยุ่งยาก และยังทิ้งกลิ่นอาหารไว้ด้วย

ที่นอนปิคนิค เป็นที่นอนอเนกประสงค์ที่หยิบออกมาใช้งานได้ทุกเมื่อ ทุกโอกาส เป็นที่นอนที่ควรมีติดบ้านไว้เพราะมีโอกาสได้ใช้งานกันอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะบ้านที่มีเพื่อนหรือญาติมาเที่ยวบ่อย รวมถึงคนที่ชอบออกไปแคมป์ปิ้งด้วย มีให้เลือกหลายแบบ ราคาไม่แพง เริ่มต้นอยู่ที่ประมาณหลักร้อยเท่านั้นเอง

แค่นี้เราก็รู้ประโยชน์ดีๆ ของที่นอนปิคนิคกันแล้ว อยากจะมีไว้ติดบ้านกันบ้างรึยัง ติดตามเนื้อหาสาระ และ ความรู้ดีๆ เกี่ยวกับเคล็ดลับดีๆสำหรับบ้าน และ สิ่งอำนวยความสะดวกที่จะทำให้ชีวิตของคุณ สะดวกสะบาย ดีขึ้นได้ง่ายๆ กับเราทุกอาทิตย์ ที่นี่

ที่นอนปิคนิค

หม้อทอดไร้น้ำมัน

ไขข้อข้องใจ ทำไม หม้อทอดไร้น้ำมัน ถึงได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา 

ต้องยอมรับว่าในปีนี้กระแสของ หม้อทอดไร้น้ำมัน นั้นมาแรงจริง ๆ โดยเฉพาะช่วงกักตัวที่ผ่านมาที่ใครต่างก็หันมาทำอาหารทานเองกันทั้งนั้น เพราะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ทำอาหารได้สะดวกสบาย แต่ทราบหรือไม่ว่า นอกจากจะออกแบบมาให้ใช้ทอดได้แบบไม่ใช้น้ำมันแล้ว หม้อทอดไร้น้ำมันเพื่อสุขภาพ นี้ยังสามารถทำอะไรได้อีกหลายอย่าง หากใครที่ยังลังเลอยู่ว่าจะซื้อดีไหม? เราจะมาบอกกันว่าหม้อนี้สามารถทำอะไรได้บ้าง และทำไมใคร ๆ ถึงเลือกใช้

5 เหตุผลที่ทำให้ หม้อทอดไร้น้ำมัน ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก ออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัด ไม่ใหญ่ หรือ หนักจนเกินไป ดีไซน์สวยงาม น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก มีให้เลือกใช้งาน 2 แบบ ได้แก่ แบบดิจิทัล และแบบแกนหมุน มี 2 ฟังก์ชันหลัก ๆ ได้แก่ ปุ่มเพิ่ม – ลดอุณหภูมิ และปุ่มเพิ่ม – ลดเวลา นอกจากนี้ ยังมีโหมดทำอาหารชนิดต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทอดไก่ ทอดหมู อบกุ้ง ฯลฯ เป็นโหมดอัตโนมัติที่ช่วยให้ทำอาหารได้ง่ายขึ้น เพราะหากตั้งเวลาไม่เหมาะกับเมนู หรือตั้งอุณหภูมิที่สูงเกินไปก็จะทำให้ไหม้ได้ ช่วยให้มือใหม่ใช้งานได้ง่ายขึ้น และ เมื่อหม้อทำงานเสร็จจะมีสัญญาณดังขึ้น

ทำความสะอาดง่าย ไม่ติดตะแกรง ส่วนมากแล้ว ตะแกรงด้านในจะเคลือบด้วยเทปล่อน เพื่อให้อาหารไม่ติดตะแกรง ไม่ว่าจะคราบหนักแค่ไหนก็ทำความสะอาดได้ เพียงลูบเบา ๆ ก็สะอาดได้อย่างหมดจด ไม่เปลืองแรงขัด 

ใช้ทำอาหารได้หลายประเภท แม้ประโยชน์หลัก ๆ จะเป็นการทอด แต่นอกจากทอดแล้ว ก็ยังใช้ย่าง และอบได้ เช่น กล้วยย่าง กุ้งย่าง ปลาหมึกย่าง อบเค้ก อบเบเกอรี่ มันญี่ฝุ่นอบ ฯลฯ 

กรอบได้อย่างใจต้องการ หม้อทอดไร้น้ำมัน ทำงานด้วยระบบลมร้อนในการทำให้สุก โดยความร้อนจะกระจายไปทั่วหม้อ ทำให้อาหารสุก และกรอบได้ในแบบที่ต้องการ โดยเมนูที่นิยมคือ หมูกรอบ ไก่ทอดน้ำปลา หมูทอด กล้วยทอด ฯลฯ ให้ผิวภายนอกที่กรอบ หอม เนื้อด้านในนุ่ม น่าทาน

ใช้อุ่นอาหารประเภททอดได้ โดยทั่วไปแล้วอาหารประเภททอดจะอุ่นค่อนข้างยาก เพราะหากนำไปอุ่นผิดวิธีจะทำให้ไม่กรอบ และเสียรสชาติไปได้ แต่หม้อทอดจะช่วยให้อุ่นอาหารทอดได้ง่ายขึ้น เพราะนำลงหม้อไม่กี่นาที ก็ได้อาหารทอดที่กรอบอร่อยเหมือนเดิมแล้ว 

เคล็ดลับการใช้หม้อทอดไร้น้ำมันและการดูแล

วอร์มหม้อก่อนใช้งาน การวอร์มหม้อก่อนใช้งานจะช่วยให้หม้อร้อนได้เร็วขึ้น ทำให้อาหารสีสวย และ ช่วยลดเวลาการทำอาหารลงได้

สามารถเปิดดูระหว่างที่หม้อทำงานได้ บางรุ่นออกแบบมาให้เปิดดูระหว่างที่หม้อกำลังทำงานได้ เช่น หากไม่มั่นใจว่าตั้งเวลานานเกินไป หรือเปล่า ก็สามารถเปิดดูได้ว่าอาหารใกล้สุกหรือยัง เพื่อได้กะเวลาถูก เมื่อปิดหม้อ ระบบจะทำงานต่อตามโปรแกรมเดิมที่ตั้งไว้ แต่หากต้องการเพิ่ม – ลดเวลาหรืออุณหภูมิ ก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ไม่ควรเปิด – ปิดบ่อย ๆ 

ใส่อาหารให้พอดีตะแกรง ไม่ใส่เยอะจนเกินไป ควรใส่อาหารให้เรียงพอดีกับตะแกรง ไม่ควรใส่ทับกันหลายชั้นจนแน่น เพราะจะทำให้อาหารสุกไม่ทั่ว และ ทำให้กรอบไม่ทั่วถึงด้วยเช่นกัน

กลับด้านเพื่อช่วยให้กรอบทั้งสองด้าน หากต้องการให้กรอบทั้งสองทาง ควรกลับด้านอาหารด้วย เช่น ใช้เวลาการทอดไก่ 30 นาที เมื่อครบ 15 นาที แล้วให้กลับด้าน แล้วทอดต่ออีก 15 นาที จะได้ไก่ที่กรอบทั้งสองด้าน

ใช้ที่คีบ คีบอาหารออก ไม่ควรเท ในการนำอาหารออกจากหม้อทอด ควรใช้ที่คีบอาหารออกทีละชิ้น ไม่ควรเท เพราะจะทำให้ตะแกรงคว่ำลงมาลวกใส่มือได้ โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำมัน น้ำมันจากอาหารจะไหลออกมาอยู่ที่ก้นหม้อ ที่อาจไหลลงมาลวกมือขณะที่เทได้

ทำความสะอาดเมื่อเลิกใช้งาน เมื่อเลิกใช้งานแล้ว ควรรอให้หม้อหายร้อน แล้วจึงทำความสะอาดในทันที ไม่ควรแช่ทิ้งไว้นาน หากเป็นคราบที่ออกยาก ให้ใช้แปรงขนนุ่ม ๆ แปรงเบา ๆ ไม่ควรแปรงแรง ๆ เพราะเทปล่อนอาจหลุดออกมา

ด้วยประโยชน์ต่าง ๆ นี้เองที่ทำให้ หม้อทอดไร้น้ำมัน ได้รับความนิยมในช่วงที่ผ่านมา และยังคงได้รับความนิยมอยู่ในทุกวันนี้ หากใครอยากทานอาหารแบบไร้น้ำมัน ก็สามารถหาซื้อมาใช้ ได้ง่ายๆ เพราะปัจจุบัน ก็มีหลายแบรนด์ผลิตออกมา หลากหลายดีไซน์ และ ขนาด ทั้งแบบดิจิทัล และ แบบแกนหมุน แถมยังมีร้านค้าให้เลือกซื้อได้สะดวก ทั้งร้านค้าออนไลน์ และ หน้าร้านปกติ ให้เราสามารถลองไปหยิบจับ เลือกดูสินค้าจริงกันก่อนซื้อได้เลย

หม้อทอดไร้น้ำมัน

เตาอบไฟฟ้า

เตาอบไฟฟ้า เลือกได้ไม่ยากอย่างที่คิด! ใครก็สามารถเป็นเชพได้ง่าย ๆ ที่บ้าน

การทำอาหาร เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นในสมัยนี้มาก เพราะสามารถค้นหาสูตรอาหารต่าง ๆ ได้จากเว็บไซต์ออนไลน์ ที่เพียงคลิกเข้าไปไม่กี่ที ก็สามารถ หาสูตรอาหารเมนูต่าง ๆ ได้ทั้งคาว และหวาน สำหรับใครที่ชอบทำอาหาร โดยเฉพาะอาหารประเภทอบ ก็สามารถเริ่มได้ง่าย ๆ เพียงมี เตาอบไฟฟ้า ไว้ที่บ้าน ก็เลือกทำอาหารได้ตามใจชอบหลายเมนู แต่ถ้าไม่รู้ว่าจะเลือกแบบไหนดี หรือ ไม่มั่นใจ ว่าควรเลือก เตาอบไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี เราก็มีเทคนิคการเลือกซื้อดี ๆ มาบอกกัน

เคล็ดลับการเลือกเตาอบไฟฟ้าแบบง่าย ๆ แต่ได้ของดี

· ความจุของเตา ก่อนเลือกซื้อควรดูก่อนว่า ต้องการนำไปใช้งานในด้านไหน เช่น ใช้งานในบ้าน ใช้ทำอาหาร หรือขนมขายเล็กๆ หรือ ใช้สำหรับร้านอาหาร หรือร้านขนมขนาดใหญ่ ฯลฯ เพราะแต่ละชนิด ควรจะเลือกใช้ขนาดที่ไม่เท่ากัน หากต้องการใช้งานในบ้านก็มีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 9 ลิตร ขึ้นไป เหมาะสำหรับการทำอาหารในปริมาณที่ไม่มาก แต่ถ้ามีสมาชิกในบ้านหลายคน ควรเลือกขนาดที่ใหญ่ขึ้นมา โดยมีให้เลือกกันมากกว่า 90 ลิตร กันเลยทีเดียว เตาอบแบบไฟฟ้ามีให้เลือก 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ เตาอบไฟฟ้า แบบตั้งโต๊ะ และ แบบบิวท์อิน โดยแบบตั้งโต๊ะจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก ออกแบบมาให้ใช้งานได้สะดวก เคลื่อนย้ายง่าย ส่วนแบบบิวท์อิน เป็นแบบฝังติดไว้กับโต๊ะ หรือผนัง ข้อดีคือ ดีไซน์สวยงาม ประหยัดพื้นที่ มีขนาดใหญ่ และ ทำอาหารได้จำนวนมาก

· จำนวนช่องอบ โดยส่วนมากแล้ว หากเป็นเตาขนาดเล็กจะมีช่องอบอยู่ที่ 1 – 2 ช่อง ข้อดีของการมีช่องอบมากคือ สามารถทำอาหารพร้อมกันได้หลายเมนู แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความจุของเตา และความต้องการในการใช้งานด้วย หากต้องการใช้อบขนมพวกเบเกอรี่ หรือพิซซ่า แบบที่มีหลายช่อง ก็ช่วยให้อบขนมได้เยอะกว่า โดยทุก 10 ลิตร ควรมีช่องอบสำหรับวางตะแกรง 1 ช่อง

· ระดับความร้อน โดยส่วนมากแล้ว จะมีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 200 – 250 องศาเซลเซียส เป็นระดับความร้อนที่ใช้อบได้ทั้งของคาว และของหวาน หากจำเป็นต้องใช้ความร้อนมาก ควรเลือกรุ่นที่ทำอุณหภูมิได้สูง และ ควรเลือกจากกำลังไฟด้วย เพราะหากมีกำลังไฟมากก็จะรองรับการทำงานได้มากกว่า

· ระยะเวลาในการอบ อาหารแต่ละประเภทจะใช้ระยะเวลาการอบไม่เท่ากัน หากเป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ จะใช้เวลาอบค่อนข้างนาน แต่หากเป็นของหวานจะใช้เวลาไม่ค่อยนาน จึงควรเลือกรุ่นที่สามารถตั้งเวลาการอบได้ตามที่ต้องการ เช่น ตั้งเวลาได้สูงสุด 60 นาที, ตั้งเวลาได้สูงสุด 120 นาที ฯลฯ เป็นต้น

· ระบบความปลอดภัยสูง เพราะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำงานโดยใช้ความร้อน จึงควรมีระบบความปลอดภัยที่สูง เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน เช่น ระบบตัดไฟอัตโนมัติ ระบบป้องกันเตาอบระเบิด ฯลฯ 

· ระบบการกระจายความร้อน แม้จะเป็นเตาขนาดใหญ่ แต่หากมีระบบการกระจายความร้อนไม่ดี ก็อาจทำให้อาหารสุกไม่ทั่วถึงได้ ควรมีระบบการกระจายความร้อนในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ระบบแยกส่วน ระบบไฟบน ระบบไฟล่าง ระบบลมร้อน ฯลฯ เพื่อให้อาหารสุกทั่วถึง

· ช่องระบายความร้อน ควรมีช่องระบายความร้อนในตัว เพราะเป็นช่องที่เตาอบจะระบายความร้อนออกมาเมื่อทำงาน เพื่อไม่ให้เตาอบร้อนจนเกินไป และด้านของเตาที่มีช่องระบายความร้อน ควรตั้งให้ห่างจากผนัง และไม่ควรนำอะไรไปบัง เพราะจะทำให้ระบายความร้อนออกมาได้ไม่ดี

· ฟังก์ชันเสริม เช่น กระจกกันความร้อน ช่วยป้องกันเวลาที่เราเผลอไปสัมผัสโดนกระจก แล้วโดนความร้อนลวกที่ผิวหนังได้ เพราะหากเป็นรุ่นที่ไม่กันความร้อน ก็อาจเผลอลวกมือได้เหมือนกัน, ไฟแสดงสถานะการทำงาน เพื่อให้ทราบว่าเตาทำงานเสร็จ หรือยัง, ขาตั้งแบบมียางรอง ช่วยป้องกันเตาลื่น และป้องกันโต๊ะเป็นรอยได้

นอกจากเทคนิคดี ๆ ในการเลือกซื้อ เตาอบไฟฟ้า เหล่านี้แล้ว ยังควรคำนึงถึงเรื่องคุณภาพเป็นหลัก โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้ว่าควรจะเลือกซื้อ เตาอบไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี? แนะนำให้เลือกจากคุณภาพเป็นหลัก และ ตามด้วยประโยชน์การใช้งาน เพราะหากเตาอบมีคุณภาพดี ก็จะช่วยให้ใช้งานได้นาน และ สร้างความสะดวกสบายในการใช้งานได้ ควรดูแลอย่างถูกวิธี ทำความสะอาดหลังจากเลิกใช้งานทุกครั้ง ถอดปลั๊กเมื่อเลิกใช้งาน และใช้น้ำยาทำความสะอาดเตาเช็ดให้ทั่ว

เตาอบไฟฟ้า