แท้งค์น้ำ

แท้งค์น้ำ ประจำบ้าน เลือกซื้อแบบไหนถึงตรงใจและคุ้มค่า

สิ่งหนึ่งที่ถือว่าจำเป็นมีติดตั้งประจำบ้านไว้ก็ไม่เสียหายก็คือ แท้งค์น้ำ ซึ่งก็คือถังเก็บน้ำบนดินที่ต้องมีไว้เพื่อการสำรองน้ำในกรณีที่บางครั้งเกิดน้ำประปาไม่ไหล หรือน้ำไหลอ่อนในช่วงที่มีการซ่อมท่อประปา ซึ่งจะช่วยให้บ้านเรายังคงมีน้ำใช้ไปได้ต่อเนื่องในระยะหนึ่ง สำหรับใครที่เพิ่งจะปลูกบ้านหรือกำลังซ่อมแซมบ้าน ก็คงกำลังวางแผนเรื่องระบบน้ำภายในบ้านกันอยู่แน่ ๆ และถังเก็บน้ำบนดินก็เป็นสิ่งหนึ่งที่จะต้องตัดสินใจเลือกซื้อเลย แล้วจะเลือกอย่างไรถึงจะได้ถังเก็บน้ำที่ตรงใจตอบโจทย์การใช้งาน ได้ความคุ้มค่าสูงสุดมาดูคำแนะนำกัน

รู้จักประเภทแท้งค์น้ำก่อนเลือกซื้อ

บ้านเรือนในยุคปัจจุบันส่วนใหญ่จะเลือกใช้แท้งค์หรือถังเก็บน้ำบนดินกันแถบทั้งหมดแล้ว เพราะถังเก็บน้ำแบบใต้ดินนั้นมีขั้นตอนการติดตั้งที่ยุ่งยาก ส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะใช้ถังเก็บน้ำบนดิน ซึ่งแท้งค์น้ำหรือถังเก็บน้ำบนดินในปัจจุบันก็มีวัสดุหลากหลาย ทำให้ถังเก็บน้ำแบบนี้มาหลายประเภทให้เลือก 

  1. ถังเก็บน้ำสเตนเลส

ถังเก็บน้ำแบบนี้ถือว่าได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะวัสดุที่เป็นสเตนเลสนั้นมีความทนทานสูง สามารถใช้งานได้ยาวนาน อีกทั้งยังแลดูสะอาด การดูแลรักษาก็ง่าย ไม่เกิดตะไคร้น้ำง่าย น้ำหนักก็เบาสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก แม้ว่าจะมีจุดเด่นมากมาย แต่อย่างไรก็ดีถังเก็บน้ำแบบนี้หากผลิตหรือมีการเชื่อมไม่ดีก็อาจทำให้เกิดสนิมตามขอบได้ อีกทั้งในเรื่องของราคาถังเก็บน้ำแบบนี้ก็จะมีราคาสูงกว่าถังเก็บน้ำประเภทอื่น ๆ 

2. ถังเก็บน้ำโพลิเมอร์ทึบแสง

ถังเก็บน้ำแบบนี้เรียกว่าได้ว่ากำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน ด้วยเพราะถังประเภทนี้ดูสะอาดปลอดภัย มีความทึบแสง ช่วยป้องกันUVได้ มีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ทำให้ถูกแดดซีก็ไม่ซีดจาง จึงไม่ต้องกังวลเรื่องสีจะหลุดแล้วเจือจางปะปนไปกับน้ำ ไม่เกิดตะไคร้ง่าย ที่มั่นใจได้เลยก็คือปราศจากสารตะกั่วและปรอท ที่สำคัญราคาก็ไม่แพง แต่อย่างไรก็ดี ถังเก็บน้ำแบบนี้ก็มีโอกาสเกิดรอบแตกร้อยร้าวได้ง่ายอยู่ อีกทั้งในส่วนของก้นถังจะเรียบทำให้ทำความสะอาดยาก

3. ถังเก็บน้ำโพลิเมอร์(PE)

ถังเก็บน้ำแบบนี้ก็มีผู้ใช้งานไม่น้อย จุดเด่นอยู่ตรงที่เป็นถังเก็บน้ำราคาถูกที่สุดในกลุ่ม สามารถใส่น้ำได้หลายแบบไม่ใช่เพียงแค่น้ำประปาทั่วไป มีหลายขนาดให้เลือกตั้งแต่ขนาดทั่วไปสำหรับบ้านเรือนไปจนถึงขนาดใหญ่ที่เหมาะสมกับภาคอุตสาหกรรม แม้จะน่าสนใจแต่ถังเก็บน้ำแบบนี้ไม่เหมาะกับการติดตั้งหรือวางไว้กลางแจ้ง เพราะตัววัสดุที่เป็นพลาสติกไม่ทึบแสง อาจทำให้แสงลอดผ่านไปสัมผัสกับน้ำจนทำให้เกิดตะไคร้น้ำได้ง่าย รวมถึงโอกาสที่สีจะซีดจากไปเพราะแดดและกาลเวลาก็มีไม่น้อยเช่นกัน

เลือกแท้งค์น้ำ ควรเลือกความจุเท่าไหร่ถึงจะดี

หลังจากที่รู้จักประเภทของถังเก็บน้ำบนดินแต่ละประเภทแล้ว จุดต่อมาที่ต้องพิจารณาก็คือ เรื่องของปริมาณความจุของตัวถังเก็บน้ำ เชื่อว่าหลายคนเลือกไม่ถูกว่าควรจะเลือกซื้อขนาดความจุเท่าไหร่ โดยผู้เชี่ยวชาญได้ให้แนะนำไว้เป็นสูตรสำหรับการประมาณการไว้ดังนี้ สมาชิกในบ้าน 1 คนจะใช้น้ำในปริมาณ 200 ลิตร/วัน ซึ่งถ้าต้องการรู้ว่าความจุของถังเก็บน้ำต้องมีขนาดเท่าไหร่ถึงจะเพียงต่อการใช้น้ำของสมาชิกในบ้านก็ให้เขา อัตราการใช้น้ำต่อคนของสมาชิกในบ้าน X จำนวนสมาชิกในบ้าน จากนั้นก็คูณด้วยจำนวนวันที่ต้องการสำรองน้ำให้เพียงพอต่อการใช้ ยกตัวอย่างเช่น

ในบ้านมีสมาชิกในบ้านอยู่กันทั้งหมด 4 คน ก็ให้เอา 200 x 4 ก็จะได้เท่ากับ 800 ลิตร ต้องการสำรองน้ำให้ได้ 2 วัน ก็จะได้เป็น 800 x 2 ผลลัพธ์ความจุของถังเก็บน้ำบนดินที่คุณควรเลือกใช้ก็คือ 1,600 ลิตร อย่างนี้เป็นต้น อย่างไรก็ดีนี่เป็นเพียงสูตรการประมาณการคร่าว ๆ การใช้น้ำจริง ๆ ของคนในบ้านอาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ แต่แนะนำว่าให้ซื้อความจุเผื่อไว้จะมั่นใจได้มากกว่านั่นเอง

ในตอนนี้เชื่อว่าทุกคนคงจะมีแนวทางในการเลือกซื้อแท้งค์น้ำเอาไว้ติดตั้งเพื่อสำรองน้ำไว้ใช้กันแล้ว เลือกตามแนวทางนี้รับรองคุณจะได้ถังเก็บน้ำที่ถูกใจและได้ความคุ้มค่าไปแบบเต็ม ๆ แน่นอน

แท้งค์น้ำ หรือถังเก็บน้ำบนดินที่ต้องมีไว้เพื่อการสำรองน้ำในกรณีที่บางครั้งเกิดน้ำประปาไม่ไหล รู้จักประเภทแท้งค์น้ำก่อนเลือกซื้อ