ตู้เสื้อผ้า

แบ่งพื้นที่ให้เครื่องแต่งกายอย่างลงตัวด้วย ตู้เสื้อผ้า ที่เหมาะกับตัวเอง

ตู้เสื้อผ้า ศิลปะอย่างหนึ่งในชีวิตที่ใครหลายคนอาจทำไม่ดีนักคือการจัดเสื้อผ้า แต่ตัวช่วยอย่างตู้เสื้อผ้าจะทำให้บ้านที่เคยระเกะระกะมีระเบียบยิ่งขึ้น นอกจากจะทำให้บ้านมีพื้นที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้ไม่ต้องเสียเวลาหาของนานอีกด้วย แต่กว่าจะมาเป็นตู้จัดเก็บเสื้อผ้าที่มีให้เลือกหลากหลายได้อย่างทุกวันนี้ ในอดีตตู้เสื้อผ้าเป็นเพียงหีบเท่านั้น ต่อมากษัตริย์แถบยุโรปได้สร้างห้องไว้เป็นที่จัดเก็บชุดคลุมและฉลองพระองค์ซึ่งมักจะติดกับห้องนอน ต่อมาวิวัฒนาการการผลิตได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นตู้ที่มีความหลากหลายทั้งเรื่องวัสดุและฟังก์ชันการใช้งานอย่างในปัจจุบันนี้

รูปแบบตู้เสื้อผ้าที่ควรรู้ก่อนใช้จริง

– ตู้บิวท์อิน ลักษณะตู้ดังกล่าวเป็นตู้ที่สามารถเลือกให้มีขนาดเหมาะสมกับห้องได้อย่างลงตัว เพราะเป็นการวัดขนาดห้องแล้วจึงนำเข้าไปติดตั้ง ไม่ว่าจะมีพื้นที่ห้องกว้างหรือแคบอย่างไรก็สามารถมีตู้บิวท์อินตามที่ต้องการได้ นอกจากนี้ยังเลือกได้ว่าต้องการใช้งานในรูปแบบใด ไม่ว่าจะเป็นบานประตู ชั้นวาง ลิ้นชัก ราวแขวน แม้จะเป็นตู้ที่เลือกได้อย่างใจคิด แต่อย่าลืมว่าการติดตั้งของตู้ประเภทนี้เป็นการติดตั้งถาวร หากต้องการปรับเปลี่ยนก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ อีกทั้งงบประมาณที่ใช้ก็ค่อนข้างสูง

– ตู้สำเร็จรูป การเลือกใช้ตู้ประเภทนี้มีความสะดวกเมื่อติดตั้ง เพราะเมื่อทำสำเร็จก็ยกไปติดตั้งได้ทันที หรืออาจนำชิ้นส่วนไปประกอบภายในห้องได้ และถ้าต้องการเคลื่อนย้ายหรือถอดออกแล้วนำไปประกอบใหม่ทำได้สะดวกเช่นกัน อย่างไรก็ตามอาจมีรูปแบบและฟังก์ชันให้เลือกจำกัด เพราะเป็นการผลิตจำนวนมาก 

– Walk – in Closet ตู้เสื้อผ้าประเภทนี้ไม่เพียงแต่เก็บเสื้อผ้าได้เท่านั้น แต่ยังเข้าไปแต่งตัวได้อย่างสบาย ๆ และยังสามารถจัดเก็บเครื่องประดับ หรือเครื่องแต่งกายประเภทอื่นนอกจากเสื้อผ้าอีกด้วย ทำให้การแต่งตัวไม่อึดอัด และมองเห็นตัวเองในกระจกได้รอบด้าน อย่างไรก็ดี ตู้ประเภทนี้จำเป็นต้องมีพื้นที่ในบ้านมากพอจะแบ่งพื้นที่ห้องห้องหนึ่งให้เป็นห้องแต่งตัวตามที่ต้องการ

ตัวช่วยจัดเก็บเสื้อผ้าอาจมีหลายประเภท แต่ถ้าเลือกไม่เหมาะกับขนาดห้องหรือขนาดบ้านก็อาจกลายเป็นปัญหาในภายหลังได้ ดังนั้น การรู้วิธีจัดวางตู้เสื้อผ้าอย่างเหมาะสมจะไม่เพียงแต่ทำให้เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายถูกจัดอย่างเป็นระเบียบเท่านั้น แต่ยังทำให้ห้องมีพื้นที่ลงตัวและกลายเป็นห้องมีสไตล์ได้อีกด้วย

จัดวางตู้เสื้อผ้าให้ห้องสวยงามมีสไตล์ตามแบบฉบับของตัวเอง

1. วัดขนาดห้องให้ดีก่อน อย่าเพิ่งรีบร้อนซื้อตู้เพียงเพราะสวยหรือคิดเอาเองว่าเหมาะกับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น ๆ ในห้อง จนลืมไปว่าขนาดพื้นที่ในห้องมีจำกัด ดังนั้น ก่อนซื้อควรวัดขนาดห้องรวมถึงขนาดเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น ๆ ทั้งเตียงนอน โต๊ะ ราวตากผ้าขนาดเล็ก เพื่อให้มีพื้นที่จัดวางทุกอย่างได้พอดีและลงตัว เพราะห้องต้องมีทางเดิน หรือระยะเลื่อนเก้าอี้เพื่อให้นั่งได้แบบสบายตัว

2. ฟังก์ชันเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งห้องมีขนาดเล็กและมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ ยิ่งควรเลือกตู้เสื้อผ้าที่มีฟังก์ชันการจัดเก็บได้มากขึ้น เช่น มีลิ้นชักหรือชั้นวาง มีราวแขวนผ้า รวมทั้งชั้นวางของด้านบนตู้ หากมีกระจกติดที่บานประตูตู้ก็ยิ่งดี เมื่อฟังก์ชันครบอย่างนี้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ อีก เพราะตู้เสื้อผ้าที่ดีสำหรับพื้นที่จำกัดคือตู้ที่สามารถใช้งานได้อเนกประสงค์

3. ดีไซน์และวัสดุต้องเหมาะกับผู้ใช้ สำหรับใครที่ต้องการตู้จัดเก็บเสื้อผ้าให้ลงตัวกับของชิ้นอื่น ๆ ในห้อง ควรเลือกจากแหล่งที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย หรือถ้าคิดว่าการช้อปปิ้งนอกบ้านอาจเป็นเรื่องยากในเวลานี้ก็สามารถช้อปปิ้งทางออนไลน์ได้ เพียงแต่ต้องพิจารณาวัสดุว่าเป็นไม้ เหล็ก พาร์ทิเคิล หรือผ้า นอกจากนั้นต้องดูว่าดีไซน์ของตู้กลมกลืนหรือไปในทิศทางเดียวกับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น ๆ ในห้องอีกหรือไม่ เพื่อให้ของทุกชิ้นในห้องมีสไตล์เข้ากันนั่นเอง

แม้ตู้เสื้อผ้าเหมือนจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่หาง่าย แต่ถ้าต้องการให้ทุกพื้นที่ ทุกตารางเมตรได้ใช้งานอย่างเต็มที่ ควรเลือกทั้งวัสดุ ดีไซน์ และฟังก์ชันให้เหมาะสมกับเจ้าของห้องหรือเจ้าของบ้าน นอกจากนี้ควรเลือกประเภทของตู้ที่ทำให้ห้องไม่คับแคบหรือเหลือพื้นที่มากเกินไป เพราะการจัดเก็บเป็นศิลปะหากเลือกตัวช่วยได้ดีก็จะทำให้ห้องหรือบ้านนั้นน่าอยู่มากขึ้น

แบ่งพื้นที่ให้เครื่องแต่งกายอย่างลงตัวด้วย ตู้เสื้อผ้า ที่เหมาะกับตัวเอง มารู้วิธีเลือกวัสดุ ดีไซน์ และฟังก์ชันให้เหมาะสมกับเจ้าของห้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น