กีต้าร์ไฟฟ้า

เจาะลึกทริกในการเลือก กีต้าร์ไฟฟ้า ของนักดนตรีมือใหม่

กีต้าร์ไฟฟ้า ถือเป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับความนิยมมาก แถมยังเป็นเครื่องดนตรีที่มีคนฝึกเล่นเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นเครื่องดนตรีที่มีความสำคัญสำหรับวงดนตรีประเภทต่าง ๆ การเลือกกีต้าร์ตัวแรกถือเป็นเรื่องใหญ่มากทีเดียวสำหรับนักดนตรีมือใหม่ หลายคนจึงรู้สึกสับสนและไม่แน่ใจว่าจะตัดสินใจเลือกกีต้าร์ตัวไหนดี แถมยังต้องมากังวลในเรื่องของราคา และงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด ใครที่กำลังประสบปัญหานี้อยู่ละก็ ลองมาดูเรื่องราวเหล่านี้กัน

ประเภท และหลักการทำงานของกีต้าร์ไฟฟ้า 

เครื่องดนตรียอดนิยมชิ้นนี้แบ่งตามโครงสร้างของตัวบอดี้ได้ 3 ประเภท คือ

1. กีต้าร์ตัวตัน (Solid Body) คือ กีต้าร์ที่ไม่ได้มีการเจาะช่องบริเวณลำตัวของกีต้าร์ รูปทรงก็จะแตกต่างออกไปแล้วแต่บริษัทผู้ผลิต

2. กีต้าร์ลำตัวกึ่งโปร่ง (Semi-Hollow Body) มีโครงสร้างคล้ายแบบตัวตัน แต่มีการเจาะช่องบริเวณข้างลำตัวไว้เล็กน้อยเพื่อใส่ตัวรับสัญญาณจากสายกีต้าร์ เพื่อลดเสียงรบกวน

3. กีต้าร์ลำตัวโปร่ง (Hollow Body) กีต้าร์ประเภทนี้มีการเจาะช่องเล็ก ๆ ยาวๆ บริเวณทั้งสองข้างของตัวบอดี้ นิยมใช้เล่นดนตรีแนวแจ๊ส หรือบลูส์

ซึ่งกีต้าร์ไฟฟ้ามีหลักการทำงานโดยใช้หลักกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำเพื่อทำให้เกิดเสียง โดยจะมีแท่งแม่เหล็กเคลื่อนที่เข้าออกจากขดลวด ก่อให้เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้น ซึ่งขดลวดนั้นจะอยู่ตรงบริเวณปิ๊กอัพ หรือจุดขึงสายกีต้าร์ไฟฟ้า บริเวณตรงกลางตัวกีต้าร์ ผ่านการใช้นิ้วกดบริเวณสายกีต้าร์ ยิ่งสั่นมาก กระแสไฟฟ้ายิ่งมีมาก ก่อนที่มันจะถูกส่งต่อไปยังเครื่องขยายเสียง และลำโพงต่อไป

 ข้อควรรู้ในการเลือกซื้อกีต้าร์ไฟฟ้า

1. งบประมาณ ข้อนี้สำคัญมาก ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจซื้อ เราต้องตั้งงบประมาณในการซื้อเอาไว้ในใจก่อน จากนั้นค่อยหาข้อมูลเพื่อหากีต้าร์ที่มีราคาตรงกับงบประมาณที่เรามี นอกจากนี้ควรดูวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้ควบคู่ไปด้วย ถ้าต้องการซื้อเพื่อเอาไปไว้สำหรับเล่นสนุก ๆ ละก็ เลือกตัวที่ราคาหลักพันบาทก็พอ ส่วนใครที่อยากเอาไว้ใช้แบบจริงจังก็เลือกตัวที่ราคาสูงขึ้นมาอีกสักหน่อย จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย ๆ 

2. ปิ๊กอัพกีต้าร์ อยู่บริเวณตรงกลางตัวบอดี้ เป็นเสมือนไมค์ประจำตัว มีอยู่ 2ประเภท คือ ซิงเกิลคอย ให้เสียงหวานใส และแบบฮัมบัคกิ้ง ให้เสียงหนา ดุดัน ดังนั้น ถ้าใครชอบแนวป๊อบ หรือบลูส์ เราแนะนำให้เลือกแบบซิงเกิลคอย แต่ถ้าขาร็อกให้เลือกแบบฮัมบัคกิ้งได้เลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีกีต้าร์อยู่หลายรุ่นที่สามารถใส่ปิ๊กอัพได้ทั้งสองแบบ ชอบแบบไหนเลือกแบบนั้นได้เลย

3. รูปทรงของกีต้าร์ นอกจากความชอบแล้ว การเลือกทรงของกีต้าร์ต้องคำนึงถึงรูปทรงว่าเข้ากับตัวเราไหม เพื่อให้เราสามารถใช้มันได้อย่างยาวนานมากขึ้น

4. ทรงของคอกีต้าร์ ควรเลือกคอที่จับถนัดมือ ซึ่งมีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ทรงวี ทรงซี ทรงซอล์ฟวี ดังนั้นเวลาไปซื้อกีต้าร์ อย่าลืมจับแล้วลองเล่นดูว่าคอแบบไหนเข้ากับเรามากที่สุด

5. ประเภทของไม้ที่นำมาผลิตกีต้าร์ไฟฟ้า เนื่องจากไม้ที่นำมาผลิตนั้นส่งผลทั้งความสวยงาม และโทนเสียง ซึ่งก็มีไม้ให้เลือกค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นไม้เอลเดอร์ ไม้แอช ไม้เมเปิ้ล ไม้มะฮอคกานี ไม้โรสวู้ด ไม้อีโบนี ไม้ดีราคาก็ยิ่งสูงตามไปด้วย เราสามารถเลือกซื้อตามความชอบได้เลย แต่อย่าลืมดูงบประมาณที่มีด้วยนะ

6. น้ำหนักของกีต้าร์ ควรเลือกกีต้าร์ตัวที่มีน้ำหนักพอประมาณให้เข้ากับรูปร่างของเรา เพื่อที่จะได้เล่นนาน ๆ ได้โดยไม่ปวดหลัง 

7. ยี่ห้อ มีความสำคัญไม่แพ้กัน กีต้าร์ยี่ห้อดัง ๆ อย่าง Fender, Gibson, Ibanez ค่อนข้างมีราคาแพง เนื่องจากมีการ การันตีคุณภาพทั้งรูปลักษณ์ และเสียง ส่วนนักกีต้าร์มือใหม่ เราแนะนำยี่ห้อรอง ๆ อย่าง Mclorence, Cleven, Kazuki ซึ่งมีราคาไม่แพง แต่คุณภาพดี 

8. สายกีต้าร์ ถือเป็นส่วนประกอบหลักที่สำคัญไม่แพ้กัน สายที่ติดมากับตัวกีต้าร์อาจใช้งานได้ไม่ดีนัก ดังนั้นเราควรซื้อสายที่มีคุณภาพมาสำรองเอาไว้ด้วย ขนาดของสายให้ดูที่ความสูงของสายกับเฟรดของกีต้าร์ของเรา มีทั้งแบบสายธรรมดา และสายเคลือบ ซึ่งมีอายุการใช้งานที่นานกว่า แต่ก็มีราคาสูง สะดวกแบบไหนก็เลือกแบบนั้นได้เลย

หวังว่านักกีต้าร์ไฟฟ้ามือใหม่หัดซื้อคงจะใช้เรื่องราวนี้ประกอบในการเลือกกีต้าร์คู่ใจตัวแรก อย่าลืมว่าสิ่งแรกที่ควรคำนึงถึง คือ งบประมาณในกระเป๋าของเรา รวมไปถึงจุดประสงค์การใช้งาน จากนั้นจึงเลือกลักษณะตามความชอบทั้งตัวบอดี้ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรง เสียง สี ยี่ห้อ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรเลือกกีต้าร์ตัวที่เราถือแล้วรู้สึกสบาย และสะดวกที่สุด เราจะได้อยู่กับมันไปได้นาน ๆ และใช้มันได้อย่างคุ้มค่าคุ้มราคานั่นเอง

กีต้าร์ไฟฟ้า ถือเป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับความนิยมมาก การเลือกกีต้าร์ตัวแรกถือเป็นเรื่องใหญ่ มาเจาะลึกทริกในการเลือกของนักดนตรีมือใหม่