พรมปูพื้น

ความแตกต่างของพรมปูพื้นแต่ละประเภท เลือกอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน?

พรมปูพื้น เป็นของตกแต่งบ้านที่นิยมนำมาตกแต่งให้เข้ากับห้องในสไตล์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคอนโด ภายในบ้าน ภายนอก หรือตามโรงแรม ที่พัก ออฟฟิศ สำนักงานต่าง ๆ เป็นของตกแต่งที่มีความสวยงาม หรูหรา และมีประโยชน์หลายอย่าง สำหรับใครที่กำลังมองหาพรมไว้สำหรับตกแต่งอยู่ แต่ไม่รู้ว่าควรเลือกใช้แบบไหนดี มีแบบไหนบ้าง และควรเลือกอย่างไรให้เข้ากับบ้านและการตกแต่ง เรามีคำตอบ

ประเภทของ พรมปูพื้น และข้อดี – ข้อเสียของพรมแต่ละประเภท

· พรมไนล่อน (Nylon) เป็นพรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะมีราคาไม่แพง ช่วยป้องกันการเกิดเชื้อราและสารเคมีต่าง ๆ ได้ดี จุดเด่นคือ มีความทนทานสูง สามารถใช้งานได้นานถึง 12 ปี กันน้ำได้ดี ไม่เสียรูปทรงง่าย เหมาะสำหรับห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน โต๊ะรับประทานอาหาร แต่ข้อเสียคือ เกิดไฟฟ้าสถิตได้ง่าย

· พรมพอลิโพรไพลีน หรือพอลิโพรพีน (Polypropylene) เป็นพรมที่มีลักษณะคล้ายกับพรมขนสัตว์ จุดเด่นคือ มีสัมผัสที่นุ่ม ป้องกันคราบสกปรกต่าง ๆ และเชื้อราได้ดี ทำความสะอาดง่าย ราคาไม่แพง รองรับน้ำหนักได้ค่อนข้างมาก เหมาะสำหรับห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน แต่ไม่ทนต่อสารเคมี

· พรมพอลิเอทิลีน (Polyethylene) เป็นพรมที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิลโดยการนำฝาขวดน้ำมารีไซเคิลใหม่ มีจุดเด่นในการป้องกันคราบสกปรกต่าง ๆ ได้ดี ผิวสัมผัสค่อนข้างนุ่ม มีโทนสีให้เลือกหลากหลาย เป็นพรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปราศจากสารก่อภูมิแพ้ ราคาไม่แพง แต่ด้วยความที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิลจึงทำให้ขนไม่นุ่มเท่าพรมชนิดอื่น

· พรมโพลีเอสเตอร์ (Polyester) เป็นพรมที่ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ มีความสวยงามและหรูหรา จุดเด่นคือ มีผิวสัมผัสที่นุ่มฟู กันน้ำได้ดี เหมาะสำหรับห้องนอน แต่ดูแลค่อนข้างยาก เพราะหากโดดแดดหรือหลอดไฟที่มียูวีสูงเป็นเวลานานจะทำให้สีซีดได้ง่าย และไม่เหมาะกับการใช้รองของหนัก 

· พรมทริเอกซ์ต้า (Triexta) เป็นพรมที่ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ ลักษณะจะคล้ายกับพรมโพลีเอสเตอร์แต่ยืดหยุ่นได้ดีกว่าและมีความทนทานสูงกว่า รองรับน้ำหนักได้ค่อนข้างมาก กันน้ำและคราบสกปรกต่าง ๆ ได้ดี แถมยังมีผิวสัมผัสที่นุ่มด้วย

· พรมขนสัตว์ (Wool) เป็นพรมที่ผลิตจากธรรมชาติ 100% มีผิวสัมผัสที่หนานุ่ม เป็นธรรมชาติ สวยงาม หรูหรา เป็นพรมมีราคาสูงเพราะผลิตจากธรรมชาติ 100%  และด้วยความที่เป็นพรมธรรมชาติจึงทำให้ดูแลค่อนข้างยาก หากโดนแสงแดดมาก ๆ จะทำให้สีซีดง่าย นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งสะสมของแมลงต่าง ๆ และก่อให้เกิดภูมิแพ้ได้ง่ายด้วย

· พรมอะคริลิก (Acrylic) ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ มีลักษณะคล้ายกับพรมขนสัตว์แต่ออกแบบมาให้มีความทนทานมากกว่าและมีราคาถูกกว่า ป้องกันคราบสิ่งสกปรกและความชื้นได้ดี แต่รองรับน้ำหนักได้ไม่มาก และก่อให้เกิดไฟฟ้าสถิตได้ง่าย

· พรมอัดลูกฟูก ผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์พอลิเอทิลีนและโพลีเอสเตอร์ จุดเด่นคือ มีความสวยงาม เป็นลอนลูกฟูก ช่วยเก็บเสียงได้ดี มีความทนทานสูง เหมาะสำหรับใช้ในห้องดนตรี ห้องอัดเสียง 

· พรมทอมือ เป็นพรมที่ผลิตขึ้นด้วยการทอมือ มีความสวยงามและประณีต ใช้เวลาทำนาน ทำให้มีราคาสูง เช่น พรมขนสัตว์ทอมือ พรมอะคริลิกทอมือ เหมาะสำหรับใช้ในห้องนอนหรือใช้ตกแต่ง ไม่เหมาะกับห้องที่ใช้งานหนักหรือใช้รองรับน้ำหนักมาก ๆ

· พรมดักฝุ่น ผลิตจาก PVC จุดเด่นคือ ช่วยดักจับฝุ่น กรวด ทราย ดินได้ดี เหมาะสำหรับการใช้งานบริเวณทางเข้าบ้าน อาคาร หรือลิฟต์ ทำความสะอาดง่าย มีความทนทานสูง และมีราคาไม่แพง

ประโยชน์ของ พรมปูพื้น ดีอย่างไร ทำไมถึงนิยมเลือกใช้?

· มีความสวยงาม ใช้ตกแต่งบ้านได้ ช่วยเปลี่ยนสไตล์บ้านได้ตามต้องการ

· ช่วยดูดซับเสียงได้ ช่วยป้องกันเสียงและแรงกระแทกต่าง ๆ 

· ช่วยรักษาอุณหภูมิห้อง ช่วยเก็บอุณหภูมิภายในห้องต่าง ๆ ได้ดี ช่วยให้ห้องไม่ร้อน

· ป้องกันการลื่น มีแผ่นยางรองด้านล่างเพื่อช่วยป้องกันการลื่น

· ช่วยรักษาสภาพพื้นผิวและช่วยป้องกันรอยขีดข่วนจากเฟอร์นิเจอร์

จะเห็นว่านอกจากความสวยงามแล้วพรมปูพื้นยังมีประโยชน์อีกหลายอย่าง ในการเลือกใช้ควรเลือกชนิดที่เหมาะกับพื้นผิวเพราะพรมแต่ละประเภทออกแบบมาให้ใช้กับพื้นผิวที่ต่างกัน เพื่อความสวยงามและประโยชน์การใช้งานที่มากกว่า พรมปูพื้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *