ไฟแช็ค

ไฟแช็ค กับข้อควรรู้ในการใช้งาน ใช้แบบไหนที่ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอันตราย

ไฟแช็ค เป็นอุปกรณ์ติดไฟที่เชื่อว่าทุกบ้านจะต้องมีไว้ใช้งานกันอยู่แล้ว เพื่อใช้สำหรับจุดเตาแก๊สเพื่อประกอบอาหาร รวมถึงการใช้งานแบบอเนกประสงค์ และด้วยความที่เจ้าอุปกรณ์ชนิดนี้ก่อให้เกิดประกายไฟได้ในการใช้งานจึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหากใช้งานผิดวิธีก็อาจทำให้เกิดไฟไหม้ได้ในพริบตาเดียวเลย

ประเภทของไฟแช็กและความแตกต่าง แบบไหนตอบโจทย์การใช้งานของคุณ?

· ไฟแช็กแบบทั่วไป เป็นชนิดที่เราใช้งานกันอยู่ทั่วไปที่ใช้มือหมุนแช็ก ๆ แล้วมีไฟติด ลักษณะของไฟแช็คประเภทนี้คือ ไฟแช็กแก๊ส จะมีน้ำใส ๆ บรรจุอยู่ด้านใน โดยน้ำใส ๆ ที่เราเห็นกันนั้นคือแก๊สแนฟทาหรือบิวเทน เมื่อหมุนลูกกลิ้งโลหะแก๊สแนฟทาหรือบิวเทนจะถูกปล่อยออกมาผ่านกลไกการทำงานเพื่อทำให้เกิดไฟ

· ไฟแช็กไฟฟ้า ทำงานโดยใช้แบตเตอรี่โดยอาศัยประจุไฟฟ้าในการทำให้เกิดความร้อนผ่านขดลวดจนทำให้เกิดประกายไฟ ข้อดีของไฟแช็กประเภทนี้คือ ใช้งานง่าย เมื่อไฟหมดก็สามารถชาร์จผ่าน Micro USB ได้ ใช้งานได้นาน

การเลือกซื้อไฟแช็ก ดูที่อะไรบ้าง แบบไหนที่เหมาะกับการใช้งาน?

· เลือกประเภทที่เหมาะสมกับการใช้งาน หากต้องการใช้งานแบบทั่วไป ไฟแช็คแบบธรรมดาก็ถือว่าใช้งานได้ดี เพราะมีราคาไม่แพง อยู่ที่ประมาณอันละ 7 – 10 บาทเท่านั้นเอง แต่ใช้งานได้ไม่นานเท่าไหร่ ต้องคอยเปลี่ยนหรือคอยเติมแก๊ส แต่หากชอบความสะดวก และต้องการใช้งานในระยะยาวไฟแช็กไฟฟ้าก็ถือว่าใช้งานได้คุ้มค่ากว่า

· ขนาด มีให้เลือกหลายขนาด ซึ่งที่เป็นที่นิยมคือ ขนาดใหญ่พิเศษ ที่สามารถจุดใช้งานได้มากถึง 1,000 ครั้งเลยทีเดียว

· วัสดุ หากต้องการใช้งานยาว ๆ แบบไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยแนะนำว่าควรเลือกชนิดที่เลือกใช้ชนิดที่ผลิตจากวัสดุที่มีคุณภาพสูง เช่น ผลิตจากทองเหลืองเพราะมีความแข็งแรง ทนทาน และต่อสภาพอากาศร้อน ๆ หรืออุณหภูมิสูง ๆ ได้เป็นอย่างดี แต่ราคาก็จะสูงขึ้นด้วย อยู่ที่ประมาณ 600 – 2,000 บาท

· เติมแก๊สได้ บางรุ่นออกแบบมาให้เติมแก๊สได้ในตัว เมื่อแก๊สหมดก็ไม่ต้องซื้ออันใหม่ แต่นำแก๊สมาเติมแล้วใช้งานต่อได้เลย

· ปรับระดับแก๊สได้ เลือกความแรงของไฟได้ให้เหมาะกับการใช้งานต่าง ๆ ได้ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน

· กันลมได้ เพื่อป้องกันลมพัดไฟดับเวลาใช้งานกลางแจ้ง

· มีการรับรองมาตรฐานจาก มอก. เป็นมาตรฐานการผลิตที่เป็นเครื่องหมายของความปลอดภัย ทำให้มั่นใจได้ว่าจะใช้งานได้อย่างปลอดภัย

· มีการรับประกัน หากเป็นรุ่นที่มีราคาสูงหน่อยก็จะมีการรับประกันการใช้งานมาให้ด้วย 

ข้อควรระวังในการใช้งาน

· ไม่ควรจุดทิ้งไว้นานเกินไป เพราะหากจุดค้างไว้นานเกินไปจะทำให้หัวไฟแช็คเกิดความร้อน และทำให้เกิดอันตรายได้

· ไม่ควรเก็บไว้บนรถยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์ที่จอดอยู่กลางแจ้ง เพราะในรถยนต์มีอุณหภูมิค่อนข้างสูง อยู่ที่ประมาณ 60 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว การเก็บไฟแช็กไว้ในรถยนต์จะทำให้เกิดที่ว่างในการสะสมแก๊สและเกิดการขยายตัวออกจนทำให้เกิดการระเบิดขึ้น ทำให้เกิดไฟไหม้รถได้

· ไม่ควรนำมาจุดใกล้กับใบหน้าหรือผิวหนัง เพราะประกายไฟอาจลุกใส่ใบหน้าหรือผิวหนังได้

· ไม่จุดไฟใกล้สารเคมี เพราะสารเคมีก่อให้เกิดประกายได้ง่าย หากนำไปจุดในบริเวณที่มีสารเคมีจะทำให้ไฟติดและลุกไหม้ได้

· ใช้งานด้วยความระมัดระวัง ขึ้นชื่อว่าไฟแล้วไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ควรวางใจ เพราะสามารถทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ทุกเมื่อ ควรใช้งานด้วยความระมัดระวังทุกครั้ง

· ไม่จุดเล่น ไม่ควรนำมาจุดเล่นบ่อย ๆ เพราะทำให้หัวจุดเกิดความร้อน ที่หากมีความร้อนสูงก็อาจทำให้ระเบิดได้เช่นกัน

· ไม่โยนเล่น เพราะเสี่ยงต่อการตกหล่น ทำให้เกิดความเสียหายและอาจเป็นอันตรายได้

เพียงใช้งานอย่างถูกวิธีและระมัดระวังอยู่เสมอ เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้คุณใช้ไฟแช็คได้อย่างปลอดภัยแล้ว ส่วนในการเลือกซื้อแนะนำว่าให้เลือกซื้อของที่มีคุณภาพและมีการรับรองมาตรฐานการผลิต เพราะเป็นสินค้าที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว เป็นสินค้าที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยกว่าสินค้าทั่วไป ไฟแช็ค

ล้อเดียวไฟฟ้า

มือใหม่หัดเล่น ล้อเดียวไฟฟ้า ควรรู้อะไรบ้าง? ควรเริ่มฝึกจากตรงไหนดี?

ต้องยอมรับว่ากระแสของ ล้อเดียวไฟฟ้า (Electric Unicycle) มาแรงในช่วงนี้จริง ๆ แต่ทราบหรือว่าเจ้ายานพาหนะล้อเดียวชนิดนี้ไม่ได้เพิ่งจะมาได้รับความนิยมในปีหรือสองปีนี้ แต่ในบ้านเริ่มเล่นกันตั้งแต่เมื่อประมาณ 5 – 6 ปีที่แล้ว และยังเป็นที่นิยมในต่างประเทศมานานกว่าสิบปีแล้ว และด้วยความอัจฉริยะและลูกเล่นใหม่ ๆ จึงทำให้กลับมาได้รับความนิยมในบ้านเราอีกครั้ง เพราะเป็นยานพาหนะ 1 ล้อที่ให้เรามีอิสระในการเดินทางด้วยการควบคุมผ่านขาทั้งสองข้าง และใช้เดินทางได้ไกลหลายกิโลเมตร สำหรับมือใหม่คนไหนที่สนใจอยากเล่นแต่ไม่รู้ว่าควรเริ่มฝึกจากตรงไหนดี เพราะลองเล่นกี่ครั้ง ๆ ก็ล้ม วันนี้เรามีมาบอกกัน

ขั้นตอนการฝึกเล่นล้อเดียวไฟฟ้าอย่างถูกวิธีและปลอดภัย

· ฝึกวางเท้าด้วยท่านั่ง แนะนำให้ฝึกบนเก้าอี้ยาวที่ใต้เก้าอี้ไม่ทึบ เพื่อนั่งฝึกการเดินหน้า – ถอยหลังและช่วยฝึกการประคองล้อเดียวไฟฟ้า ในการฝึกให้วางเท้าทั้งสองข้างอยู่กึ่งกลางของที่เหยียบ เพราะหากวางเท้าไปข้างหน้ามากเกินไปจะเป็นการเร่งเครื่อง ทำให้เครื่องเดินหน้า หากวางเท้าไปด้านหลังมากเกินไปจะทำให้เครื่องถอยหลัง ให้ฝึกประคองเครื่องให้ชินก่อนแล้วจึงเริ่มขึ้นตอนต่อไป

· ฝึกควบคุมขาเดียวแบบครึ่งวงกลม ยืนฝึกล้อเดียวแบบขาเดียว โดยวางเท้าบนที่เหยียบและฝึกเหวี่ยงเป็นครึ่งวงกลมโดยให้ตัวเครื่องอยู่ติดกับขาเสมอ เพราะหากตัวเครื่องเอนออกด้านนอกจะทำให้ล้อเดียวเอนล้ม ช่วยฝึกการประคองล้อเดียวและบังคับตัวเครื่อง

· ฝึกการขึ้น – ลงโดยใช้กำแพงช่วย ฝึกขึ้น – ลงข้างกำแพง เพื่อใช้กำแพงช่วยพยุงตัว จะช่วยฝึกการวางเท้าและช่วยให้ขึ้น – ลงได้นิ่งขึ้น ขาไม่สั่น ช่วยในการทรงตัว และลงได้นิ่ง ควรฝึกจนสามารถขึ้น – ลงได้นิ่ง เครื่องไม่ไหล

· ฝึกการทรงตัวระยะใกล้โดยใช้กำแพงช่วย ฝึกเดินหน้าและกลับตัวในระยะใกล้ ๆ โดยใช้กำแพงช่วยให้ไม่ล้ม ควรใช้มือประคองกำแพงเป็นระยะ ไม่ควรเทน้ำหนักตัวลงไปที่มือที่แตะกำแพงเพราะจะทำให้เสียการทรงตัวและล้มได้

· ฝึกเลี้ยวและยูเทิร์นโดยใช้กรวย ใช้กรวยตั้งในแนวเดียวกันให้ห่างกันประมาณ 5 เมตร เพื่อฝึกการเลี้ยวรอบเกลียวและการยูเทิร์นในท่าที่เป็นเลข 8

· เริ่มออกเดินทางในระยะใกล้ ควรเริ่มไป – กลับด้วยระยะทางใกล้ ๆ ก่อน เพื่อฝึกการควบคุมล้อเดียว หากมีความชำนาญแล้วค่อยออกถนนหรือเล่นในทางขรุขระหรือทางต่างระดับ

เรื่องควรรู้ในการฝึกล้อเดียวไฟฟ้า

· สวมอุปกรณ์ป้องกันเพื่อความปลอดภัยในการฝึกทุกครั้ง เช่น หมวกกันน็อก สนับเข่า สนับศอก สนับมือ และสนับข้อเท้า เพราะหากล้มอวัยวะส่วนต่าง ๆ จะได้รับบาดเจ็บได้

· เปิดเครื่องขณะฝึกเสมอ การปิดเครื่องฝึกจะทำให้เกิดอันตรายได้ง่าย เพราะจะควบคุมตัวเครื่องไม่ได้ ทำให้ทรงตัวไม่อยู่ จึงควรเปิดเครื่องฝึกทุกครั้ง 

· ให้นำบาร์ลากลงทุกครั้ง บนตัวเครื่องจะมีบาร์ลากที่ดึงขึ้น – ลงสำหรับลาก การใช้งานล้อเดียวไฟฟ้าทุกครั้งให้นำบาร์ลากลงก่อนเสมอ เพราะอาจทำให้กระแทกหว่างขาจนได้รับบาดเจ็บได้

· ลงน้ำหนักเท้าให้ล้อเดียวอยู่ติดขาด้านในเสมอ ไม่ต้องกังวลว่าลงน้ำหนักมากเกินไปแล้วจะทำให้เครื่องเดินหน้าหรือถอยหลังง่าย เพราะหากวางเท้าอยู่กึ่งกลาง เครื่องก็จะอยู่กับที่ จึงควรลงน้ำหนักเพื่อให้เครื่องเด้งมาชิดขาด้านใน ไม่ให้เครื่องเอนออกนอกขาเพราะจะทำให้ล้มง่าย

· หากเกร็งเกินไปจะทำให้ควบคุมล้อเดียวได้ยาก ควรฝึกในท่าหลังตรงและปล่อยสรีระให้สบาย ใช้ลำตัวช่วยในการควบคุมทิศทาง ไม่เกร็ง

· การเลี้ยวหรือเข้าโค้งควรระวังไม่ให้ที่เหยียบแตะพื้น เพราะหากที่เหยียบกระแทกพื้น จะทำให้เกิดแรงเด้งกลับและล้มจนเกิดอุบัติเหตุได้

· ควรสวมรองเท้าที่พื้นไม่หนาเพื่อรับความรู้สึกในการควบคุมได้ง่าย หากรองเท้ามีพื้นหนาเกินไปจะทำให้รับความรู้สึกยากและส่งผลต่อการควบคุม

ล้อเดียวไฟฟ้า เป็นยานพาหนะไฟฟ้าที่สามารถวิ่งได้ไกลประมาณ50 – 160 กิโลเมตรเลยทีเดียว ส่วนความเร็วจะอยู่ที่ประมาณ 30 – 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำงานโดยใช้แบตเตอรี่ ชาร์จแบตได้ วิ่งได้ทั้งบนพื้นเรียบ, พื้นขรุขระ, ขึ้น – ลงบันได และขึ้น – ลงเนินได้ ล้อเดียวไฟฟ้า

เครื่องชั่งดิจิตอล

เคล็ดลับการเลือกซื้อ เครื่องชั่งดิจิตอล สำหรับมือใหม่หัดทำอาหาร 

ปัญหาที่มือใหม่หัดทำอาหารหลาย ๆ คนมักเจอคือ การทำอาหารตามสูตรแล้ว แต่กลับได้รสชาติที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละครั้ง โดยสาเหตุหลัก ๆ ที่เกิดขึ้นได้บ่อยคือ ปริมาณส่วนผสมไม่คงที่จากการกะปริมาณเอาหรือเลือกใช้เครื่องชั่งที่ไม่ถูกประเภท ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนได้ง่าย ที่ปริมาณน้อยหรือมากไปเพียงนิดก็ส่งผลต่อรสชาติของอาหารได้แล้ว เครื่องชั่งดิจิตอล จึงเป็นตัวช่วยที่ดีในการทำอาหารสำหรับมือใหม่หัดเข้าครัวที่จะช่วยให้คุณทำอาหารได้ตรงสูตรแบบเป๊ะ ๆ และได้รสชาติที่คงที่ ไม่ว่าจะทำกี่รอบก็ตาม

ประเภทของเครื่องชั่งแบบดิจิตอลที่ควรรู้ก่อนใช้ 

Compact bench scale เป็น เครื่องชั่งดิจิตอล ขนาดเล็กแบบตั้งโต๊ะ เหมาะสำหรับการชั่งส่วนผสมในการทำอาหารหรือเบเกอรี่ที่มีหน่วยเป็นกรัมหรือกิโลกรัม โดยเครื่องชั่งชนิดนี้จะมีน้ำหนักสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 60 กิโลกรัม 

Bench Scales เป็นเครื่องชั่งแบบตั้งพื้น ออกแบบมาให้รองรับน้ำหนักได้มากขึ้น รองรับน้ำหนักได้ประมาณ 650 กิโลกรัม เหมาะสำหรับใช้ชั่งน้ำหนักคน สัตว์ หรือสิ่งของ

Floor scale เป็นเครื่องชั่งตั้งพื้นขนาดใหญ่ที่รองรับน้ำหนักได้มากขึ้น นิยมใช้ในโรงงาน เหมาะสำหรับชั่งของที่มีน้ำหนักมากหรือชั่งสินค้าขนาดใหญ่ 

Crane Scales เป็นเครื่องชั่งแบบแขวนที่ออกแบบมาให้มีขอสำหรับเกี่ยวเพื่อชั่งของที่มีน้ำหนักมาก นิยมใช้ในโรงงาน สามารถรองรับน้ำหนักได้หลายร้อยกิโลกรัม

การเลือกซื้อเครื่องชั่งแบบดิจิตอลสำหรับทำอาหารที่มือใหม่ควรรู้

· ความจุสูงสุดเหมาะกับการใช้งาน สิ่งที่หลายคนพลาดเวลาเลือกซื้อเครื่องชั่งดิจิตอลคือ คิดว่ายิ่งเครื่องชั่งรองรับน้ำหนักได้มากแค่ไหนยิ่งดี แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เพราะในการทำอาหารหรือขนมนั้นน้ำหนักที่เราใช้สูงสุดจะสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 1 – 2 กิโลกรัม การเลือกเครื่องชั่งที่ความจุสูงประมาณ 2 กิโลกรัมก็ถือว่าเพียงพอแล้ว หากเลือกเครื่องชั่งที่รองรับน้ำหนักได้มากถึง 20 กิโลกรัม จะส่งผลต่อหน่วยการอ่านค่าได้ เช่น บางรุ่นไม่สามารถอ่านค่าในปริมาณที่น้อย ๆ ได้ จึงควรเลือกความจุที่เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ใช้ชั่งวัตถุดิบสำหรับทำข้าวแกงขาย ขนาด 5 – 10 กิโลกรัมก็ตอบโจทย์ได้ดี

· หน่วยการอ่านค่าในการวัด ก่อนอื่นควรทราบก่อนว่าหน่วยที่ใช้นั้นเป็นแบบไหน เช่น กรัม มิลลิกรัม, กรัม, ออนซ์, กิโลกรัม, ปอนด์ เพื่อให้เครื่องชั่งอ่านค่าได้ตรงกับความต้องการ เพราะหากเลือกเครื่องชั่งที่ไม่สามารถอ่านหน่วยที่ต้องการได้จะทำให้เกิดความยุ่งยากในการแปลงค่าและมีโอกาสคลาดเคลื่อนง่าย

· มีปุ่ม Taring เป็นฟังก์ชันที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมีประโยชน์สำหรับการใช้งานมาก ๆ โดยปุ่ม Taring จะเป็นปุ่มที่ช่วยหักลบภาชนะชั่งออกให้อัตโนมัติ โดยไม่ต้องมาลบน้ำหนักเองภายหลัง เช่น ภาชนะรองชั่งมีน้ำหนัก 200 กรัม ก็สามารถตั้งค่าให้เครื่องชั่งลบน้ำหนัก 200 กรัมออก เมื่อวางภาชนะลงไปบนเครื่องชั่งแล้วมีค่าเป็น 0 ใช้ชั่งส่วนผสมอื่นได้ตามน้ำหนักจริง

· ดีไซน์และการออกแบบ ข้อนี้ถือว่าสำคัญมาก ๆ ควรเลือกเครื่องชั่งที่มีพื้นเรียบไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นร่องรอบตาชั่ง หรือรอยต่อรอบปุ่มกด เพราะซอกต่าง ๆ เหล่านี้จะทำให้ส่วนผสมหล่นเข้าไปได้ง่ายและทำความสะอาดยาก

· ขนาดและน้ำหนักของตัวเครื่อง เพราะค่อนข้างมีผลต่อการใช้งานจริง หากมีขนาดใหญ่เกินไปก็จะเกะกะเวลาทำอาหารได้ หากมีน้ำหนักมากเกินไปก็จะทำให้เคลื่อนย้ายลำบาก จึงควรเลือกขนาดและน้ำหนักที่พอดีและเหมาะสมกับการใช้งาน

· ทำความสะอาดง่าย ควรเลือกใช้แบบไร้ร่องไร้รอยต่อ เพราะจะทำให้ทำความสะอาดง่าย สามารถใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดได้เลย 

· มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน เพื่อน้ำหนักที่ได้มาตรฐานควรเลือกเครื่องชั่งดิจิตอลที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานการผลิต เพื่อความแม่นยำในการใช้งาน และเกิดความคลาดเคลื่อนได้น้อยที่สุด 

· ราคา ราคาของเครื่องชั่งแบบดิจิตอลมีให้เลือกตั้งแต่ราคาหลักร้อยต้น ๆ ไปจนถึงหลักพัน 

เครื่องชั่งดิจิตอล เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นในการทำอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหรือของหวานอย่างเบเกอรี่ เค้ก คุกกี้ ขนมปัง เครื่องดื่ม และอื่น ๆ เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้คุณทำเมนูต่าง ๆ ได้ด้วยรสชาติที่แม่นยำ ไม่ผิดเพี้ยน ไม่ผิดสูตร และสามารถสร้างสูตรใหม่เป็นของตัวเองได้

เครื่องชั่งดิจิตอล

pop it

pop it เม็ดบีบแห่งความสุข บีบได้ไม่มีวันจบ กับประโยชน์ดี ๆ ที่มีมากกว่าที่คิด!

หากพูดถึงของเล่นที่มาแรงและเป็นกระแสในช่วงนี้คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก pop it เพราะเป็นของเล่นเสริมสร้างจินตนาการที่ให้ประโยชน์มากกว่าที่คิด สำหรับใครที่ยังไม่เคยลองเล่นอาจคิดว่าเป็นแค่ของเล่นเด็กทั่วไป แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เพราะเจ้า Fidget Toy ชนิดนี้ไม่ใช่ของเล่นแบบทั่วไป แต่มีอะไรที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง และไม่ได้ออกแบบมาสำหรับเด็กเพียงอย่างเดียว แต่เป็นของเล่นที่สามารถเล่นได้ทุกวัย ดั่งประโยคที่ว่า “The never-ending bubble popping game” คือ การเล่นแบบไม่มีวันสิ้นสุด หากพร้อมแล้วเราไปดูกันดีกว่าว่าเจ้าของเล่นชนิดนี้จะเป็นแบบไหน และมีวิธีการเล่นอย่างไร

เล่นอย่างไรให้ได้ประโยชน์

· แข่งกันกดเล่น สามารถชวนเพื่อมาเล่นด้วยกันได้ เช่น การผลัดกันกดคนละ 1 – 3 ปุ่ม สลับกันไปมา หากปุ่มสุดท้ายเหลือที่ตาใครคนนั้นเป็นฝ่ายแพ้

· ใช้ลูกแก้วเล่น เป็นวิธีที่กำลังได้รับความนิยม คือ การสุ่มวางลูกแก้วลงไปแล้วให้อีกฝ่ายทายตัวเลขขึ้นมา จากนั้นคว่ำแผ่นยางลงแล้วนับจำนวนไล่ไปเรื่อย ๆ หากจำนวนเลขไปหยุดที่ตำแหน่งของลูกแก้วพอดีจะเป็นฝ่ายชนะ

· ประกอบเป็นรูปทรงต่าง ๆ ได้ บางรุ่นออกเป็นมาเป็นทรงต่าง ๆ เช่น ทรงเรขาคณิต เพื่อให้ต่อเป็นรูปร่างต่าง ๆ ได้ เช่น เครื่องบิน สุนัขจิ้งจอก กระต่าย ฯลฯ

· เล่นแบบเปลี่ยนสีได้ เป็นอีกรุ่นที่ได้รับความนิยม โดยแผ่นยางจะเปลี่ยนสีเมื่อนำไปตากแดด แต่หากใครไม่อยากออกแดดก็สามารถใช้ไฟยูวีส่องเล่นได้ เพราะหลักในการเปลี่ยนสีคือ การใช้แสงยูวีนั่นเอง

· ต่อตัวต่อได้ คงไม่มีใครไม่รู้จักเกมตัวต่อในตำนานอย่างเกม Tetris ที่สามารถใช้ป๊อปอิทต่อเล่นได้ด้วยเช่นกัน

ประโยชน์ของการเล่น pop it ของเล่นที่ให้อะไรได้มากกว่าที่คิด

· ช่วยสร้างความสนุกสนาน เพลิดเพลิน สิ่งที่จะได้เมื่อเริ่มเล่นเลยก็คือ ความเพลิดเพลินกับการกดปุ่มแล้วมีเสียงดังออกมา ป๊อบ ๆ ๆ สามารถกดเล่นได้แบบไม่มีหมด รวมถึงการประยุกต์เล่นในรูปแบบต่าง ๆ ที่ช่วยสร้างความสนุกสนานได้

· ช่วยเสริมสร้างการใช้จินตนาการ ด้วยความที่รูปแบบของเล่นตัวนี้คือ การออกแบบแผ่นยางที่มีปุ่มในรูปทรงต่าง ๆ ให้กดไปกดมา หลายคนจึงว่าไม่ได้ประโยชน์อะไรและไม่ได้มีความหลากหลาย แต่ความจริงแล้วผลิตออกมาหลายแบบหลายรูปทรง และช่วยเสริมสร้างจินตนาการได้เป็นอย่างดี เช่น แบบจิ๊กซอว์ ที่มีชิ้นส่วนรูปทรงต่าง ๆ มาให้ เพื่อประกอบเข้าหากัน

· ช่วยในการคิดและวิเคราะห์ เช่น เกมที่ต้องสลับกันเล่น 2 คน ช่วยให้ได้ฝึกการคิดและวิเคราะห์ว่าควรเล่นอย่างไรให้ชนะ

· ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย คลายเครียด นอกจากเสียงป๊อบ ๆ ๆ จะช่วยสร้างความผ่อนคลายแล้ว แรงกดที่เราจิ้มลงไปแต่ละครั้งยังช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและคลายเครียดได้ด้วย เป็นเหมือนการระบายอารมณ์อย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้

· ช่วยสร้างสมาธิ เช่น การเล่นแบบจิ๊กซอว์ ที่ช่วยฝึกสมาธิได้ว่าควรเลือกชิ้นส่วนไหนเพื่อให้ต่อได้พอดี

· ช่วยสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว เป็นของเล่นที่สามารถเล่นได้หลายคน ผู้ปกครองสามารถเล่นกับเด็กได้ พี่เล่นกับน้อง หรือเล่นกับเพื่อนก็ได้

· ให้ความรู้ เช่น แบบแผนที่โลก ที่มีชิ้นส่วนของทวีปต่าง ๆ มาให้ เพื่อประกอบเข้าหากันจนเป็นแผนที่โลก ซึ่งความพิเศษของป๊อปอิทประเภทนี้อยู่ที่ปุ่มป๊อบ ที่จะมีอักษรย่อของประเทศต่าง ๆ เอาไว้ให้ด้วย เพื่อให้ทราบว่าในทวีปนั้นมีประเทศอะไรอยู่บ้าง และแต่ละประเทศมีตัวย่อว่าอะไร เช่น USA สหรัฐอเมริกา, US อังกฤษ, CA แคนาดา, AR อาร์เจนตินา ฯลฯ

· ช่วยบริการนิ้ว เช่น แบบคีย์บอร์ด ที่ออกแบบมาให้เหมือนกับคีย์บอร์ดจริง ทั้งในเรื่องของขนาดและตัวอักษรบนแผ่นยาง สามารถกดเล่นเพื่อบริการนิ้วและฝึกทักษะการพิมพ์ได้

· สามารถนำไปเล่นที่ไหนก็ได้ ด้วยความที่มีขนาดกะทัดรัด จึงสามารถพกไปเล่นที่ไหนก็ได้ 

· เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ไม่ได้เป็นเพียงของเล่นสำหรับเด็กแต่สามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัยเลย

จะเห็นว่าเจ้าของเล่นชิ้นนี้มีความอัศจรรย์จริง ๆ เพราะออกแบบมาให้เล่นกันแบบไม่มีเบื่อกันเลย หากใครอยู่บ้านเหงา ๆ ก็สามารถหาซื้อมาเล่นได้ ช่วยคลายความเหงาลงได้เยอะเลย

pop it

ไพ่

รวมสารพัดเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ” ไพ่ “ที่คุณอาจยังไม่รู้!

ไพ่ เป็นอุปกรณ์ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเพื่อความสนุก ใช้ในการแสดง หรือการใช้เพื่อดูดวง สำหรับใครที่เห็นไพ่ผ่านหูผ่านตากันมาบ้างแล้ว หรือเคยได้ลองเล่นกันมาบ้างแล้ว เคยสงสัยไหมว่าจำนวนไพ่ที่มีอยู่ใน 1 สำรับนั้นทำไมถึงต้องมี 52 ใบ? ตัวเลข 52 นั้นสามารถบอกอะไรเราได้บ้าง? และความหมายของไพ่แต่ละใบนั้นสื่อถึงอะไร มีความหมายจริง ๆ หรือใช้เพื่อประกอบเท่านั้น วันนี้เราจะพาไปไขข้อข้องใจต่าง ๆ กันว่าความหมายที่แท้จริงของไพ่นั้นสื่อถึงอะไรได้บ้าง?

ประเภทการใช้งานของ ” ไพ่ ” แบ่งการใช้งานออกเป็นแบบไหนได้บ้าง?

· ไพ่สำหรับเล่นมายากล เป็นไพ่ที่มีความยืดหยุ่นสูง เนื้อไพ่จะมีความอ่อนตัว คืนตัวได้เร็ว มีผิวสัมผัสที่ลื่น ความพิเศษของไพ่ชนิดนี้คือ มีจะฟองอากาศเล็ก ๆ บนผิวไพ่เพื่อให้ไพ่ยืดหยุ่นได้ดีขึ้น สังเกตได้จากลีลาการเล่นของนักมายากลที่สามารถสลับไพ่ได้อย่างรวดเร็ว โดยส่วนหนึ่งก็มาจากการออกแบบของไพ่ด้วย ที่ออกแบบมาสำหรับใช้เพื่อแสดงมายากลโดยเฉพาะ

· ไพ่ตัด เป็นไพ่ที่ใช้ในการแสดงเช่นเดียวกัน แต่ไพ่ตัดจะมีความแตกต่างจากไพ่มายากลตรงที่ ตัวไพ่จะมีความแข็ง มีความยืดหยุ่นน้อย ค่อนข้างหนา ออกแบบมาให้หยิบจับง่าย อยู่มือ และไม่ลื่นหล่นง่าย เป็นการออกแบบมาเพื่อการแสดงตัดไพ่โดยเฉพาะ โดยนักแสดงจะโชว์ตัดไพ่เป็นรูปทรงต่าง ๆ ด้วยการนำไพ่มาต่อ ๆ กัน มีทั้งการแสดงแบบใช้สองมือและโชว์ตัดไพ่แบบมือเดียว

· ไพ่สำหรับเล่นเกมส์ หรือ เล่นการพนัน หรือไพ่ป๊อก ใช้สำหรับเล่นการพนัน เช่น ไพ่ป๊อกเด้ง ไพ่ตอง ไพ่โป๊กเกอร์ ไพ่รัมมี่ ฯลฯ โดยลักษณะของไพ่ประเภทนี้จะคล้ายกับไพ่มายากล แต่จะมีความหนากว่า ค่อนข้างแข็ง และยืดหยุ่นได้น้อยกว่า เป็นไพ่ที่ใช้เพื่อความสนุก ความท้าทาย และเพื่อเงิน

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับไพ่ ทำไมถึงมี 52 ใบ บอกอะไรได้บ้าง?

· ไพ่ 1 สำรับคือ 1 ปี หลายคนอาจจะทราบกันแล้วว่าไพ่ 1 สำรับมีทั้งหมด 52 ใบ แล้วไพ่ 52 ใบจะคือ 1 ปีได้อย่างไร? หากลองดูดี ๆ ไพ่ใน 1 สำรับจะแบ่งออกเป็น 4 ชุด ได้แก่ โพดำ โพแดง ข้าวหลามตัด และดอกจิก ชุดละ 13 ใบ ประกอบด้วย ไพ่เอช แทน 1, ใบที่ 2 – 10, Jack, Queen และ King นับรวมทั้งหมดได้ 364 แต้ม บวกไพ่ Joker จำนวน 2 ใบ โดยใบแรกใช้แทนค่า 1 จะเท่ากับ 365 วันหรือ 1 ปี, ส่วนไพ่ Joker ใบที่ 2 จะใช้แทนปีอธิกสุรทิน คือปีที่เดือนกุมภาพันธ์มี 29 วัน หรือเป็นปีที่มี 366 วันนั่นเอง

· ทำไมถึงต้องแบ่งเป็นไพ่แดงและไพ่ดำ? ไพ่โพดำและไพ่ดอกจิกจะเป็นสีดำ ส่วนโพแดงและไพ่ข้าวหลามตัดจะเป็นสีแดง ซึ่งที่แบ่งออกเป็น 2 ฝั่งนั้นคือ การแบ่งตามซีกโลกของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ คือ ฝั่งโลกตะวันออก มีสีดำ และโลกฝั่งตะวันตก คือสีแดง ที่หมายถึงความแตกต่างของทั้ง 2 ซีกโลก ที่หากโลกฝั่งตะวันออกเป็นเวลากลางวัน โลกฝั่งตะวันตกก็จะเป็นเวลากลางคืนนั่นเอง 

· ไพ่ Jack, Queen และ King แต่ละชุดหันหน้าไปคนละทางกัน หากลองสังเกตดูดี ๆ จะเห็นว่าไพ่ Jack, Queen และ King ทั้ง 4 ชุดนั้นหันหน้าไปคนละทิศทางกัน เนื่องจากไพ่แต่ละใบและแต่ละชุดเป็นตัวแทนของวัยหรือช่วงอายุ โดยJack หมายถึง ชายหนุ่ม, Queen หมายถึง หญิงสาว และ King หมายถึง ชายที่มีอายุ ส่วนสัญลักษณ์ของไพ่ก็มีความหมายที่แตกต่างกันออกไปด้วย โดยโพแดง หมายถึง ความรัก, โพดำ หมายถึง ความตาย, ดอกจิก หมายถึง ความรู้, ข้าวหลามตัด หมายถึง ทรัพย์สมบัติ

· ไพ่ป๊อกก็สามารถใช้ดูดวงได้ ด้วยความที่ไพ่แต่ละใบมีความหมายที่ต่างกัน จึงสามารถนำมาใช้ในการดูดวงได้เช่นกัน 

ไพ่แต่ละประเภทออกแบบมาให้มีการใช้งานที่แตกต่างกันไป ก่อนเลือกซื้อจึงควรดูให้ดีก่อนว่าต้องการนำไปใช้ทำอะไร เช่น ใช้ดูดวง เหมาะสำหรับยิปซีหรือไพ่ทาโรต์ ใช้เล่นมายากล ควรเลือกไพ่ที่ออกแบบมาสำหรับเล่นมายากลโดยเฉพาะ ฯลฯ และเพื่ออรรถรสที่ดีในการใช้งานควรเลือกซื้อสินค้าของแท้ เพราะจะมีประสิทธิภาพการใช้งานที่มากกว่า

ไพ่

เครื่องตัดหญ้าไร้สาย

ประโยชน์ของ เครื่องตัดหญ้าไร้สาย สะดวกง่าย มือใหม่ก็ใช้ได้!

เครื่องตัดหญ้า เป็นเครื่องมือจัดแต่งสวน ที่ช่วยในการจัดแต่งสวนและทำความสะอาดสวนได้ดี ช่วยตัดหญ้าและวัชพืชต่าง ๆ ได้ในปริมาณมาก ซึ่งเครื่องตัดหญ้าในปัจจุบันนี้ก็ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นและไม่ได้เป็นเครื่องมือสำหรับผู้ชายเพียงอย่างเดียว แต่ผู้หญิงก็สามารถใช้ได้เช่นกัน การตัดหญ้าจึงไม่ใช่กิจกรรมที่ยุ่งยากอีกต่อไป และใครก็สามารถทำได้ วันนี้จึงมีเครื่องตัดหญ้าที่เหมาะสำหรับมือใหม่อย่าง เครื่องตัดหญ้าไร้สาย มาบอกกันว่าดีอย่างไร และควรเลือกซื้อแบบไหน

ประเภทของเครื่องตัดหญ้า แต่ละประเภทเหมาะสำหรับการใช้งานแบบไหน?

· เครื่องตัดหญ้าเครื่องยนต์ เป็นเครื่องตัดหญ้าที่ทำงานโดยใช้เครื่องยนต์ มี 2 แบบคือ เครื่องตัดหญ้า 2 จังหวะ และแบบ 4 จังหวะ เป็นเครื่องตัดหญ้าพลังสูงที่ใช้ตัดกิ่งไม้ได้ มีรอบความเร็วในการตัดสูง เหมาะสำหรับมืออาชีพหรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้งาน

· เครื่องตัดหญ้าไฟฟ้า ทำงานด้วยการใช้ไฟฟ้าหรือการต่อเข้ากับไฟบ้าน มีกำลังค่อนข้างสูง แต่จะมีปัญหาในเรื่องของสายไฟขณะใช้งานที่อาจรบกวนการใช้งาน ใช้ตัดหญ้าและวัชพืช

· เครื่องตัดหญ้าไร้สาย เป็นชนิดที่ได้รับความนิยม เพราะออกแบบมาให้ใช้งานง่ายแบบไร้สาย ตัวเครื่องมีน้ำหนักค่อนข้างเบาเมื่อเทียบกับชนิดอื่น ทำให้ใช้งานได้สะดวก แต่กำลังไฟจะไม่มากเท่าสองแบบแรก เหมาะสำหรับใช้ตัดหญ้าและวัชพืชต่าง ๆ 

· เครื่องตัดหญ้าแบบเข็น เป็นเครื่องตัดหญ้าขนาดใหญ่ที่ทำงานด้วยระบบเครื่องยนต์ มีใบมีดอยู่ด้านล่าง เข็นตัดหญ้าได้สะดวก ช่วยเบาแรงในการตัดหญ้าลงได้มาก

การเลือกซื้อ เครื่องตัดหญ้าไร้สาย

· เลือกใบมีดที่เหมาะกับประเภทของหญ้า ใบมีดแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ แบบโลหะ พลาสติก และแบบไนลอน โดยใบมีดแต่ละประเภทจะมีคุณสมบัติการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน ใบมีดโลหะจะมีความคมสูง ใช้ตัดหญ้าหรือต้นไม้ขนาดเล็กได้, ใบมีดพลาสติก เป็นชนิดที่เหมาะสำหรับมือใหม่ ใช้ตัดหญ้าหรือวัชพืชต่าง ๆ ได้ดี มีความคมในระดับหนึ่ง แต่มีความปลอดภัยกว่าใบมีดชนิดอื่น, ใบมีดไนลอน เหมาะสำหรับตัดหญ้าหรือวัชพืชที่ไม่หนามาก 

· เลือกรุ่นที่หยิบจับได้พอดีมือ ด้ามจับมี 3 ประเภท ได้แก่ ด้ามจับแบบตัว U, ด้ามจับแบบห่วง และด้ามจับแบบจับ 2 มือ ควรเลือกด้ามจับที่จับใช้งานได้ถนัดมือ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน 

· ขนาดแบตเตอรี่ เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามในการเลือกซื้อเครื่องตัดหญ้าไร้สาย เพราะความจุของแบตเตอรี่จะช่วยยืดอายุการใช้งานต่อครั้งให้ใช้งานได้นานขึ้น ส่วนมากแล้วจะใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่เป็นแบตเตอรี่ชนิดเดียวกับสมาร์ตโฟน ส่วนความจุแต่ละรุ่นจะเลือกใช้งานไม่เหมือนกัน เช่น ความจุขนาด 3,000 mAh ใช้งานได้นานต่อเนื่องประมาณ 40 นาที

· ความเร็วในการชาร์จ ควรเลือกรุ่นใช้เวลาการชาร์จต่อครั้งไม่นานจนเกินไป เช่น ชาร์จครั้งละ  1.5 – 2 ชั่วโมง

· น้ำหนักของตัวเครื่อง เพราะมีผลต่อการใช้งาน หากน้ำหนักมากเกินไปก็จะทำให้ใช้งานได้ไม่สะดวกสักเท่าไหร่

· ความเร็วรอบการตัด ยิ่งมีรอบความเร็วมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีกำลังตัดมากเท่านั้น ช่วยให้ตัดได้เร็วขึ้น เช่น ความเร็วรอบการตัด 18,000 รอบ/นาที มีรอบการตัดค่อนข้างสูง 

· ฟังก์ชันการใช้งาน เช่น ด้ามจับสามารถปรับขึ้น – ลงได้, กันน้ำได้, หัวตัดปรับองศาได้ ช่วยให้หมุนตัดในองศาต่าง ๆ ได้ ตัดตามซอกมุมได้ง่ายขึ้น

ประโยชน์ของเครื่องตัดหญ้าแบบไร้สาย

· ใช้งานง่าย สะดวก เพราะทำงานแบบไร้สายจึงไม่มีสายมากวนใจขณะใช้งาน ช่วยให้สะดวกและเคลื่อนย้ายง่าย

· พกพาง่าย ด้วยขนาดที่กะทัดรัด ด้ามจับปรับความยาวลงได้ จึงทำให้พกพาได้สะดวก 

· ราคาไม่แพง มีให้เลือกตั้งแต่ราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักพัน สามารถเลือกใช้งานได้ตามความต้องการ แต่แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีคุณภาพ เพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการทำงานและความปลอดภัยในการใช้งาน

สำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องตัดหญ้าไว้สำหรับจัดแต่งสวน เครื่องตัดหญ้าไร้สายก็เป็นตัวเลือกที่ดี เหมาะสำหรับการตัดหญ้าและวัชพืชทั่วไป ช่วยทำความสะอาดสวนให้หญ้าเตียนลงได้ ราคาไม่สูงมาก และใช้งานง่าย สาว ๆ ก็สามารถใช้ได้ ขนาดไม่ใหญ่มาก สั่งซื้อออนไลน์ได้ เครื่องตัดหญ้าไร้สาย

เครื่องนวดแป้ง

ทำอาหารได้สารพัดเมนูด้วย เครื่องนวดแป้ง สะดวก ง่าย ใครก็ทำได้!

การทำขนมปังหรือซาลาเปาทานเองที่บ้านดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องยาก แต่ความจริงแล้วไม่ยากเลย ไม่ต้องนวดแป้งเองให้เมื่อยและเสียเวลา เพราะมี เครื่องนวดแป้ง ที่จะช่วยทุ่นแรงและประหยัดเวลาการนวดแป้งของคุณลงได้ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย สำหรับใครที่มองหาอุปกรณ์ชิ้นนี้อยู่เรามีผลิตภัณฑ์ดี ๆ จากแบรนด์ Bear มาแนะนำให้รู้จักกัน ว่าเครื่องครัวชิ้นนี้มีการทำงานอย่างไร และมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง?

เครื่องนวดแป้ง Bear แต่ละขนาดเหมาะสำหรับการใช้งานแบบไหน ขนาดไหนที่เหมาะกับคุณ?

· ขนาด 3.5 ลิตร เป็นเครื่องนวดแป้งขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับการใช้งานครอบครัว หรือทำในปริมาณไม่มาก โถผลิตจากอะลูมิเนียมอัลลอยด์ ตัวเครื่องผลิตจากพลาสติก นวดแป้งได้ไม่เกิน 1.6 กิโลกรัม ตัวเครื่องมีขนาด 257 x 221 x 280 มิลลิเมตร ใช้กำลังไฟ 120 วัตต์ 220 โวลต์ น้ำหนักตัวเครื่อง 2.7 กิโลกรัม

· ขนาด 5 ลิตร เป็นขนาดที่เหมาะสำหรับครอบครัวหรือทำทานในปริมาณมาก สามารถนวดแป้งได้ 350 – 1,600 กรัม ตัวเครื่องผลิตจากพลาสติกและโลหะ ตัวโถผลิตจากสแตนเลส 304 ที่มีความแข็งแรงและทนทานสูง ป้องกันการเกิดสนิม ใช้งานง่ายด้วยระบบดิจิทัล ปุ่มกดเป็นแบบทัชสกรีน ตัวเครื่องมีขนาด 296 x 262 x 293 มิลลิเมตร น้ำหนัก 3.5 กิโลกรัม กำลังไฟ 200 วัตต์

· ขนาด 7 ลิตร ตัวโถทำจากสแตนเลส 304 ที่มีความทนทานสูงเช่นเดียวกับเครื่องขนาด 5 ลิตร สามารถนวดแป้งได้มากถึง 2,200 กรัม เหมาะสำหรับการทำขาย โถขนาดใหญ่ ทำได้ในปริมาณมาก ตัวเครื่องมีขนาด 291 x 296 x 330 มิลลิเมตร น้ำหนัก 4.3 กิโลกรัม ใช้ไฟ 220 โวลต์

จุดเด่นของเครื่องนวดแป้ง Bear

· มีให้เลือกหลายขนาด แต่ละขนาดผลิตออกมาให้ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน ทั้งการทำทานเองที่บ้าน ทำปริมาณมาก และการทำเพื่อประกอบอาชีพ 

· ตัวเครื่องกะทัดรัด น้ำหนักเบา ด้วยดีไซน์ที่ไม่ใหญ่จนเกินไปทำให้เคลื่อนย้ายได้สะดวก และยังเหมาะสำหรับการขนย้ายด้วย มีน้ำหนักค่อนข้างเบา

· ดีไซน์สวย ทันสมัย ดีไซน์ออกมาในแนวเรียบ ๆ แต่ดูสะดุดตาด้วยโทนสีและฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัย

· ใช้งานได้ทั้งการนวดแป้งและพักแป้ง สามารถใช้นวดแป้งและพักแป้งได้ในเครื่องเดียวกัน สะดวก ไม่ต้องย้ายภาชนะบ่อย หากต้องการพักแป้งก็พักในโถได้เลย 

· นวดแป้งได้หลายระดับ หลัก ๆ แล้วสามารถนวดได้ 3 ระดับ คือ ระดับ 1 คือการนวดแบบดันก้อนแป้ง, ระดับ 2 คือการนวดแป้งแบบพลิกไปพลิกมาเพื่อให้นวดแป้งได้ทั่วถึง, ระดับ 3 คือการนวดแป้งอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้เนื้อแป้งเนียนนุ่ม

· ตั้งเวลาได้ สามารถตั้งเวลาได้ทั้งการนวดแป้งและการพักแป้ง เมื่อพักแป้งครบตามเวลาจะมีสัญญาณแจ้งเตือนให้ทราบ แต่ในรุ่น 3.5 ลิตรจะยังไม่มีฟังก์ชันนี้

· ฝาออกแบบมาให้เปิดเติมส่วนผสมได้ ที่ตัวฝาจะมีช่องให้เปิดเติมส่วนผสมเข้าไปได้ ง่ายต่อการใช้งาน

· มีรูระบายอากาศ รูระบายอากาศจะออกแบบมาให้อยู่ด้านล่างของตัวเครื่องเพื่อช่วยระบายความร้อนขณะเครื่องทำงาน ช่วยให้เครื่องไม่ร้อนจนเกินไป

· มีกันลื่นที่ด้านล่าง ที่ด้านล่างของทุกรุ่นจะมียางกันลื่นอยู่ตามมุมเพื่อยึดเข้ากับพื้น ช่วยป้องกันไม่ให้ตัวเครื่องสั่นสะเทือนเมื่อเปิดใช้งาน ไม่ต้องกลัวเครื่องดิ้นหล่น ช่วยลดเสียงเวลาเครื่องทำงานลงได้

เรื่องควรรู้ในการใช้เครื่องนวดแป้ง 

· ใส่ส่วนผสมในปริมาณที่พอดี ไม่มากจนเกินไป แต่ละรุ่นจะมีความจุบอกเอาไว้ ในการใช้งานควรใส่ส่วนผสมต่าง ๆ ไม่เกินปริมาณความจุ เพราะจะทำให้นวดแป้งได้ไม่ทั่วถึงและทำให้เครื่องทำงานหนักเกินไป

· ไม่นำของแข็งหรือโลหะใส่ในเครื่องขณะเครื่องทำงาน เช่น ช้อน มีด หรือวัสดุอื่น ๆ ลงไปขณะเครื่องทำงานเพราะจะทำให้ขีดข่วนตัวโถได้

· ควรตั้งใช้งานบนพื้นที่เรียบเสมอกัน เพื่อความสมดุลในการทำงานของตัวเครื่อง เพราะเครื่องจะออกแรงเหวี่ยงเมื่อทำงาน หากพื้นไม่เสมอกันจะทำให้ตัวเครื่องพลิกล้มได้

· ปิดเครื่องเมื่อเลิกใช้งาน เพื่อป้องกันเด็ก ๆ ไปเปิดเล่นและอาจเกิดอันตรายได้

สำหรับใครที่ชอบทำขนมปัง ซาลาเปา หรือหมั่นโถว สามารถหาซื้อเครื่องนวดแป้งไปไว้ใช้งานได้ นอกจากนี้ยังทำบะหมี่และแผ่นเกี๊ยวได้ด้วย ช่วยให้คุณทำอาหารได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเสียเวลานวดแป้ง

เครื่องนวดแป้ง

แก้วเก็บความเย็น

สารพัดประโยชน์ของแก้วเก็บความเย็นที่มีมากกว่าแค่การเก็บความร้อน – ความเย็น

ในช่วงนี้คงได้เห็นคนพก แก้วเก็บความเย็น ติดตัวเวลาไปไหนมาไหนกันมากขึ้น เพราะกำลังเป็นที่นิยมในบ้านเรา เนื่องจากบ้านเราเป็นเมืองร้อนการเก็บเครื่องดื่มเอาไว้ให้เย็นนาน ๆ จึงตอบโจทย์การใช้งานในบ้านเราได้เป็นอย่างดี ซึ่งแก้วชนิดนี้ก็ไม่ได้เพิ่งฮิต แต่ได้รับความนิยมในต่างประเทศมานานแล้ว แต่มีราคาค่อนข้างสูง ทำให้มีของลอกเลียนแบบผลิตออกมาในราคาที่ถูกกว่า สามารถเก็บความร้อนและความเย็นได้ แต่คุณภาพต่างกัน ไปดูกันว่าแก้วที่เก็บความเย็นได้ของแท้นั้นดีอย่างไร และต่างจากแก้วความเย็นของปลอมมากน้อยแค่ไหน?

ข้อดีของ แก้วเก็บความเย็น ของแท้ต่างจากของปลอมอย่างไร?

· เก็บความเย็นได้นาน แก้วเก็บความเย็นของแท้จะสามารถเก็บความร้อนและความเย็นได้นานกว่า โดยสามารถเก็บความเย็นได้นาน 24 – 36 ชั่วโมง และเก็บความร้อนได้นาน 5 – 6 ชั่วโมง หรือบางรุ่นเก็บความร้อนได้นาน 24 ชั่วโมงเลยก็มีเช่นกัน หากซื้อมาใช้แล้วเก็บความเย็นได้เพียง 2 – 3 ชั่วโมง ก็อาจแปลว่าเป็นของลอกเลียนแบบได้ สังเกตได้จากน้ำแข็งที่ละเลย ถ้าเป็นของแท้จะใช้เวลานาน กว่าจะละลายหมด

· วัสดุคุณภาพดี แข็งแรง ทนทาน ไม่ผุกร่อนง่าย หากเป็นของแท้ส่วนมากแล้วจะเลือกใช้สแตนเลสสตีลเกรด 304 มีคุณสมบัติการกันความร้อนสูงและทนต่อความเย็นได้ดี ไม่ผุกร่อนหรือเป็นสนิมง่าย ล้างทำความสะอาดง่าย คราบไม่ฝังติดแก้ว แต่บางยี่ห้อก็เลือกใช้สแตนเลสเกรด 316 ที่มีคุณภาพสูงกว่าและมีประสิทธิภาพในการเก็บความร้อนและความเย็นนานกว่า แต่ก็มีราคาที่สูงกว่าด้วยเช่นกัน ส่วนแก้วของปลอมส่วนมากแล้วจะใช้สแตนเลสเกรด 200 เพราะมีราคาถูก แต่คุณภาพที่ได้ก็ต่ำเช่นกัน เก็บความร้อนและความเย็นได้ไม่นาน อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการผุกร่อนและเกิดสนิมด้วย เป็นเกรดที่ควรหลีกเลี่ยงเพราะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

· เก็บอุณหภูมิได้ทั้งความร้อนและความเย็น ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นแก้วเก็บความเย็นแต่ก็สามารถใช้เก็บรักษาอุณหภูมิได้ทั้งร้อนและเย็น ชอบดื่มแบบเย็นก็ใช้ได้ ชอบดื่มแบบร้อนก็ใช้ดี

· มีฉนวนกันความร้อน ช่วยป้องกันความร้อนและความเย็นขณะจับใช้งาน ไม่มีไอน้ำออกมานอกแก้ว สังเกตได้จากการจับใช้งาน ไม่ว่าจะใส่เครื่องดื่มร้อนหรือเย็น อุณหภูมิก็ไม่รบกวนออกมาด้านนอก ไม่มีไอน้ำละลายออกมาเปียกรอบแก้วด้วย

· ฝาแก้วมีซิลิโคนกันน้ำหก ที่ตัวฝาจะมีซิลิโคนเพื่อช่วยให้ปิดแก้วได้สนิทไม่ให้น้ำหกลอดออกมา และประโยชน์ของซิลิโคนยังช่วยเก็บล็อกความร้อนและความเย็นเอาไว้ด้วย บางรุ่นออกแบบมาให้มีช่องเสียบหลอดแบบเปิด – ปิดได้เพื่อช่วยปิดล็อกอีกชั้น

· ปราศจากสารตกค้าง แก้วของแท้จะต้องมีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานและมีสัญลักษณ์หรือเครื่องหมาย BPA free เพื่อยืนยันว่าปราศจากสารเคมีชนิด Bisphenol A ที่เป็นสารปนเปื้อนที่แทรกซึมเข้าไปปะปนในอาหารหรือของเหลวและส่งผลต่อการทำงานของร่างกาย  ระบบประสาท ความทรงจำ ระบบการสืบพันธุ์ และอื่น ๆ 

การเลือกซื้อแก้วเก็บความเย็น ควรดูที่อะไรบ้าง

· มาตรฐานการผลิตและคุณภาพสินค้า ก่อนอื่นควรดูก่อนว่าแก้วเก็บความเย็นที่เลือกนั้นได้มาตรฐานการผลิตหรือไม่ เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าสินค้านั้นมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และมีความปลอดภัยในการใช้งานจริง โดยเฉพาะการนำมาใส่เครื่องดื่มร้อนที่มีโอกาสปนเปื้อนสารต่าง ๆ ได้

· ขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งาน ปัจจุบันนี้มีขนาดให้เลือกหลากหลายมากขึ้น โดยมีตั้งแต่ขนาด 10 ออนซ์ ไปจนถึงขนาด 40 ออนซ์ จึงควรเลือกขนาดที่เหมาะกับการใช้งานเพื่อความสะดวกในการพกพา ไม่ว่าจะพกติดตัวหรือการใช้งานบนรถยนต์ เพื่อให้ใส่ในช่องวางแก้วได้พอดี

· ระยะเวลาในการเก็บความร้อนและความเย็น แม้จะใช้สแตนเลสชนิดเดียวกัน แต่ละยี่ห้ออาจมีกระบวนการผลิตที่ต่างกัน ทำให้ระยะเวลาในการเก็บความร้อนและความเย็นที่ได้ต่างกัน

· ดีไซน์และการออกแบบ เช่น สี ลวดหลาย หูจับ

เพื่อประโยชน์ที่ดีในการใช้งาน ควรเลือกแก้วเก็บความเย็นที่คุณภาพดีและได้มาตรฐาน เพื่อให้ใช้งานได้ในระยะยาวและมีความปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

แก้วเก็บความเย็น

ไม้ถูพื้น

ความต่างของไม้ถูพื้นแต่ละประเภท เลือกอย่างไรให้เบาแรงและเหมาะกับการใช้งานมากที่สุด?

การถูบ้านหรือถูพื้น เป็นงานบ้านที่เราทำกันทุกวันอยู่แล้ว เพื่อทำความสะอาดบ้านให้ปราศจากคราบสกปรกและฝุ่นละอองต่าง ๆ แต่การถูบ้านนั้นก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ง่ายสำหรับทุกคนเสมอไป โดยเฉพาะบ้านที่มีพื้นที่กว้าง ทำให้เหนื่อยและเปลืองแรงไม่น้อยเลย จึงมี ไม้ถูพื้น แต่ละประเภทมาบอกกันว่าแบบไหนที่เหมาะสำหรับการใช้งานของคุณ และแต่ละประเภทมีประโยชน์การใช้งานอย่างไร

ประเภทของ ไม้ถูพื้น และประโยชน์ใช้งาน ดีอย่างไร เหมาะสำหรับการใช้งานแบบไหน?

· แบบเศษผ้า เป็นไม้ถูพื้นที่ผลิตจากเศษผ้า โดยการนำเศษผ้ามาตัดให้เป็นชิ้นยาวขนาดเท่า ๆ กันแล้วนำมายึดเข้ากับตัวไม้เพื่อใช้งาน เป็นชนิดที่นิยมในสมัยก่อนเพราะยังไม่มีแบบสำเร็จรูปออกมาให้เลือกมากนัก มีราคาถูก ซับน้ำได้ดี ปัจจุบันนี้ยังมีให้เห็นอยู่แต่ไม่ค่อยนิยมใช้เท่าไหร่ 

· แบบหนีบหรือแบบคลิปล็อก เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมมานานและในปัจจุบันนี้ก็ยังได้รับความนิยมอยู่ หัวไม้ถูออกแบบมาเป็นแบบหนีบหรือคลิปล็อกเพื่อใช้หนีบผ้าถูพื้นให้ติดกับตัวไม้ ซักทำความสะอาดได้ง่าย มีราคาไม่แพง

· แบบแกนสกรู จะคล้ายกับแบบหนีบ แต่จะยึดตัวผ้ากับไม้ถูให้ติดกันโดยใช้สกรูให้แน่น ใช้ทำความสะอาดได้ง่าย ซอกซอนได้ดี

· แบบฟองน้ำ ต่างจากชนิดอื่นตรงที่ใช้ฟองน้ำแทนผ้า ใช้ซับน้ำหรือขจัดคราบสกปรกต่าง ๆ รีดน้ำออกได้ง่าย มีน้ำหนักเบา

· แบบหัวบิดผ้า ออกแบบมาเป็นหัวบิดน้ำในตัว ไม่ต้องเปลืองแรงบิด ไม่ต้องสัมผัสกับผ้าถูพื้น เพียงหมุนบิดก็นำไปใช้งานได้เลย

· แบบไมโครไฟเบอร์ เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมสูง เพราะไมโครไฟเบอร์มีประสิทธิภาพในการซับน้ำได้ดีและเหมาะกับทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นพื้นไม้ พื้นกระเบื้อง พื้นปาร์เก้ หรืออื่น ๆ ก็สามารถใช้ได้

· แบบรีดน้ำในตัวพร้อมถัง เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะใช้งานง่ายและสะดวก มาพร้อมกับถังน้ำและถังรีดน้ำในตัว เมื่อนำผ้าลงไปซักก็นำมารีดน้ำออกได้ง่ายเพียงออกแรงกดเล็กน้อย หรือบางรุ่นออกแบบมาเป็นระบบเหยียบเพื่อรีดน้ำ นอกจากนี้บางรุ่นยังออกแบบมาให้มีล้อเลื่อน เพื่อให้เลื่อนใช้งานได้อย่างสะดวก 

· แบบดันฝุ่น สามารถใช้งานได้ทั้งแบบแห้งและแบบเปียก ใช้สำหรับดันฝุ่นที่ฟื้นโดยฉีดน้ำยาดันฝุ่นลงบนผ้าแล้วทิ้งไว้ 15 – 30 นาทีก็สามารถนำมาถูดันฝุ่นที่พื้นได้ ตัวผ้าออกแบบมาให้มีคุณสมบัติในการดักจับฝุ่น ช่วยให้พื้นสะอาดได้โดยไม่ต้องใช้น้ำ

· แบบไอน้ำ เป็นไม้ถูพื้นไฟฟ้าหรือแบบไร้สาย ทำความสะอาดด้วยระบบไอน้ำ มีภาชนะใส่น้ำติดกับตัวไม้เพื่อทำความร้อน และพ่นไอน้ำออกมาเพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค พื้นแห้งไว้ สามารถหมุนใช้งานได้ ทำงานโดยใช้แบตเตอรี่ ใช้ต่อเนื่องได้นาน เปลี่ยนผ้าถูพื้นได้ ใช้งานได้ทั้งพื้นที่กว้างและที่แคบ

การใช้ไม้ถูพื้นอย่างถูกวิธีและการดูแลรักษา

· ใช้ร่วมกับน้ำยาทำความสะอาดพื้น เพื่อการทำความสะอาดอย่างได้ผลควรใช้น้ำยาทำความสะอาดพื้นผสมกับน้ำสะอาดในปริมาณที่เหมาะสมก่อนใช้ เพื่อช่วยฆ่าเชื้อโรคและกำจัดคราบสกปรกต่าง ๆ ไม่ควรนำน้ำยาชนิดอื่นที่ไม่ใช่น้ำยาทำความสะอาดพื้นบ้านมาใช้ เช่น ผงซักฟอก เพราะจะทำให้พื้นผิวเสียสภาพได้

· ทำความสะอาดหลังใช้ทุกครั้ง ควรซักผ้าถูพื้นด้วยน้ำยาขจัดคราบสกปรก เพราะหากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้เกิดกลิ่นไม่ถึงประสงค์และคราบสกปรกต่าง ๆ ทำความสะอาดออกยาก

· ควรตากให้แห้ง เมื่อทำความสะอาดแล้วควรนำผ้าถูพื้นไปตากแดดให้แห้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อรา

· หลีกเลี่ยงการเก็บไว้บริเวณที่ถูกแสงแดดจัด โดยเฉพาะไม้ที่เป็นพลาสติก เพราะจะทำให้เสื่อมสภาพและกรอบแตกได้

ได้ทราบเกี่ยวกับประโยชน์และการใช้งานของไม้ถูพื้นแต่ละประเภทกันไปแล้ว หากถูกใจประเภทไหนเลือกซื้อมาใช้งานกันได้ เพื่อช่วยเบาแรงในการทำความสะอาดและความสะดวกรวดเร็วในการใช้งาน

ไม้ถูพื้น

ม่านกั้นแอร์

ประโยชน์ของ ม่านกั้นแอร์ ที่มีมากกว่าแค่การกั้นไม่ให้แอร์ออก ดีอย่างไร ควรเลือกแบบไหน?

ปัญหาที่พบได้บ่อยในห้องแอร์คือ แอร์ไม่ค่อยเย็นหรือเย็นไม่ทั่วถึง โดยสาเหตุหลัก ๆ ที่มักพบคือ ห้องมีขนาดใหญ่เกินไป หรือเลือกแอร์ที่มีขนาด BTU ไม่เหมาะสมกับพื้นที่ห้อง โดยวิธีแก้ที่นิยมและได้ผลคือ การใช้ ม่านกั้นแอร์ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้แอร์ออกและทำให้ห้องเย็น ซึ่งการใช้ม่านกั้นนั้นก็ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด เพราะสามารถซื้อผ้าม่านมาติดตั้งเป็นฉากกั้นเองได้ ส่วนจะมีข้อควรรู้อย่างไรและการใช้ผ้าม่านกั้นจะดีอย่างไร ไปหาคำตอบกัน

ประเภทของม่านที่นิยมใช้กั้นแอร์และความแตกต่าง แบบไหนได้ผลดีกว่ากัน?

· ม่านจีบ เป็นชนิดที่ได้รับความนิยม เพราะมีประสิทธิภาพในการกั้นแอร์ที่ดี เนื่องจากตัวผ้าม่านนั้นเป็นทรงจีบ แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ แบบจีบถี่และแบบจีบห่าง ในการติดตั้งจะติดให้ปลายผ้าม่านด้านบนชิดกับฝ้า เพื่อให้มีช่องว่างน้อยที่สุด ทำให้แอร์ลอดออกไปได้น้อย ส่วนความต่างของม่านกั้นแอร์แบบจีบถี่และแบบจีบห่างคือ แบบจีบถี่จะมีความสวยงามมากกว่า แต่จะใช้ปริมาณผ้ามากกว่า ส่วนแบบจีบห่างจะใช้ผ้าน้อยกว่า ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน

· ม่านตาไก่ เป็นที่นิยมเช่นกัน จุดเด่นของม่านตาไก่คือจะมีห่วงกลมอยู่ด้านบนเพื่อใช้สำหรับใส่ราวผ้า ข้อดีคือ ช่วยให้เลื่อนเปิด – ปิดง่าย เพราะรอบห่วงจะออกแบบมาให้ลื่น แต่ด้วยความที่เป็นห่วงนี้เองที่ทำให้มีช่องว่างให้แอร์ออกได้

ประเภทของผ้าม่านที่นิยมนำมาใช้กั้นแอร์ มีคุณสมบัติอย่างไร ควรเลือกแบบไหนดี?

· ผ้าม่าน Black out  หรือผ้าใยสังเคราะห์ เป็นม่านกั้นแอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะเนื้อผ้ามีความหนาและมีคุณสมบัติในการป้องกันแสงแดดและแสงยูวีได้เป็นอย่างดี ช่วยให้ห้องไม่ร้อนและช่วยเก็บอุณหภูมิภายในห้อง

· ผ้ากำมะหยี่ เป็นผ้าที่มีเนื้อผ้าหนาเมื่อเทียบกับชนิดอื่น ค่อนข้างแข็งแต่คงรูปได้ดี ช่วยเก็บอุณหภูมิได้ดี เหมาะสำหรับการใช้กั้นห้อง แต่ด้วยความที่เป็นผิวกำมะหยี่อาจทำให้ฝุ่นเกาะได้ง่าย ควรหมั่นทำความสะอาด

· ผ้าซาติน เนื้อผ้าไม่หนามากแต่มีข้อดีตรงที่เนื้อผ้ามีความมัน ช่วยลดการสะสมของฝุ่นได้ดี และช่วยเก็บความเย็นได้ เหมาะสำหรับการติดตั้งหลายชั้นหรือใช้ร่วมกับผ้าชนิดอื่น 

· ม่านพลาสติกใส ทำจากแผ่นพลาสติกใส่ ช่วยกั้นแอร์ได้ดี ราคาไม่แพง 

ประโยชน์ของการติดตั้ง ม่านกั้นแอร์ ดีอย่างไร ทำไมหลายบ้านถึงนิยมใช้?

· ป้องกันไม่ให้แอร์ออก หากห้องมีขนาดใหญ่จะทำให้แอร์ออกได้ง่ายและทำให้ห้องไม่เย็น ม่านกั้นแอร์จึงช่วยป้องกันแอร์ออกได้ทั้งในพื้นที่แคบและพื้นที่กว้าง เช่น บันได

· ช่วยลดการทำงานของแอร์ ช่วยให้แอร์ทำงานหนักน้อยลง เพราะหากแอร์ทำงานหนักจะทำให้กินไฟ

· ช่วยประหยัดงบประมาณ เป็นวิธีกั้นแอร์ที่มีค่าใช้จ่ายน้อยเมื่อเทียบกับวิธีอื่น จึงช่วยให้ประหยัดงบลงได้

· เพื่อแบ่งสัดส่วน ช่วยให้ห้องต่าง ๆ ดูเป็นสัดส่วนมากขึ้น สามารถกั้นห้องส่วนตัวเพื่อใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ เช่น ห้องอ่านหนังสือ

· ช่วยให้ห้องกว้าง ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด ผ้าม่านมีความพลิ้วไหวและสามารถเลื่อนเปิด – ปิดได้ จึงช่วยให้รู้สึกโล่งสบายมากกว่าการกั้นห้องทึบ

· ดีไซน์สวย ผ้าม่านมีลวดลายและสีสันให้เลือกเยอะ ทำให้ดูสวยงาม ช่วยสร้างบรรยากาศในห้องได้

· เปลี่ยนสไตล์ได้ เพียงเปลี่ยนลายผ้าม่านก็สามารถเปลี่ยนสไตล์ห้องได้แล้ว

เรื่องควรรู้ในการติดผ้าม่านสำหรับกั้นแอร์

· วัดขนาดพื้นที่ก่อนซื้อผ้าม่าน ควรวัดขนาดพื้นที่ที่ต้องการติดตั้งก่อน เพื่อเลือกผ้าม่านที่มีขนาดพอดี ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป

· เลือกผ้าม่านที่ตรงกับการใช้งาน ม่านแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่ต่างกัน หากติดตั้งบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงควรเลือกชนิดที่ป้องกันยูวีได้ด้วย เพื่อช่วยให้อุณหภูมิในห้องไม่ร้อน และควรเลือกม่านที่ใช้สำหรับกั้นแอร์โดยเฉพาะ 

· เลือกวิธีการติดตั้งที่เหมาะสมกับตัวบ้าน เช่น การติดตั้งด้วยการใช้รางหรือการใช้ราว เพื่อให้รับน้ำหนักได้ดี มีความแข็งแรง ทนทาน และสามารถรับน้ำหนักผ้าม่านได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

สำหรับใครที่มีแพลนจะกั้นห้องแต่ไม่รู้ว่าควรเลือกใช้วัสดุแบบไหนดี การใช้ฉากกั้นแอร์ก็เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดี เพราะนอกจากจะช่วยกั้นไม่ให้แอร์ออกแล้วยังช่วยกั้นห้องได้ด้วย

ม่านกั้นแอร์