โทรทัศน์

รู้ก่อนเลือก! โทรทัศน์ แต่ละแบบต่างกันอย่างไร แบบไหนที่เป็นที่นิยม?

โทรทัศน์ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่ได้รับความนิยมมานานและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในปัจจุบันนี้ เพราะมีหลายระบบให้เลือก หลายยี่ห้อ และหลายราคา ทำให้เข้าถึงได้ง่ายและหาซื้อมาไว้รับชมรายการต่าง ๆ ได้ สำหรับใครที่มีแพลนจะซื้อทีวีแต่ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อแบบไหนดี และแต่ละแบบต่างกันอย่างไร เราก็มีมาบอกกัน เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ประเภทต่าง ๆ ของ โทรทัศน์ มีแบบไหนบ้าง แบบไหนที่เป็นที่นิยม?

CRT TV (Cathode Ray Tube Monitor) หรือทีวีจอแก้วที่หลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เป็นระบบแอนะล็อกที่ใช้กันมานาน ด้านหลังตุง มีขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักค่อนข้างมาก ปัจจุบันนี้ไม่นิยมใช้ และไม่ได้มีวางขายแล้ว แต่หลาย ๆ บ้านก็ยังใช้กันอยู่เพราะมีความทนทานสูงทำให้ใช้งานได้อย่างยาวนาน

LCD TV (Liquid Crystal Display) ทำงานโดยใช้หลอดไฟ CCFL เป็นตัวกำเนิดแสง พัฒนามาให้มีขนาดที่เล็กลงแต่ก็ยังมีความหนาอยู่เล็กน้อย เพราะหลอด CCFL นั้นมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ จอภาพของ LCD TV จะมีสีที่ค่อนข้างจ้า และไม่จะค่อยสมจริงสักเท่าไหร่ มีราคาไม่สูงมาก

Plasma TV ทำงานโดยปล่อยแรงดันไฟเข้าไปกระตุ้นเม็ดพิกเซล สามารถกำเนิดแสงได้เอง แต่ไม่นิยมเท่าไหร่ และได้เลิกผลิตไปแล้ว เพราะมีอัตราการกินไฟที่สูงมาก อีกทั้งจอภาพยังทำให้เกิดการสะท้อนได้สูงด้วย

LED TV (Light Emitting Diode) กำเนิดแสงโดยใช้หลอดไฟ LED เป็นโทรทัศน์ที่นิยมใช้มากที่สุดในปัจจุบันนี้ เพราะให้ภาพที่สวยและเป็นธรรมชาติ ดีไซน์ปรับให้บางลงกว่า LCD TV ทำให้มีดีไซน์ที่สวยงามและประหยัดพื้นที่ น้ำหนักค่อนข้างเบา และประหยัดไฟได้มากกว่า

OLED TV (Organic Light Emitting Diode) เป็นชนิดที่พัฒนาจากมา LED TV สามารถให้กำเนิดแสงได้เอง เป็นชนิดที่นิยมผลิตแบบจอโค้ง กินไฟน้อย เป็นที่นิยมเช่นกัน

QLED TV (Quantum-Dot Light-Emitting Diode) เป็นนวัตกรรมล่าสุดในการผลิต หน้าจอมีความละเอียดสูงถึง 8K สีสันสวยงาม ช่วยปรับคอนทราสต์ได้ ทำให้ภาพออกมาดูสมจริง เป็นธรรมชาติ ดูแล้วสบายตา เป็นที่นิยมเช่นกัน แต่มีราคาที่สูง

ความแตกต่างของระบบปฏิบัติ Smart TV และ Android TV

Smart TV เป็นชื่อที่เราเรียกกันจนติดปาก แต่ทราบหรือไม่ว่าจริง ๆ แล้ว Smart TV นั้นไม่ได้มีแค่ระบบเดียวแต่ยังมี Android TV ด้วย ส่วนการทำงานจะแตกต่างกันค่อนข้างเยอะ Smart TV เป็นระบบปฏิบัติการ OS ที่จะติดตั้งแอปพลิเคชันต่าง ๆ มาให้ในเครื่อง ส่วนมากแล้วจะเป็นแอปที่ฮิต ๆ แต่จะไม่ได้มีตัวเลือกให้มากสักเท่าไหร่ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน WiFi หรือสาย LAN สามารถแชร์หน้าจอจากสมาร์ทโฟนขึ้นไปบน TV ได้ แต่ในขณะที่แชร์จะไม่สามารถใช้งานสมาร์ทโฟนในหน้าจออื่นได้ มีรีโมทคอนโทรลให้สั่งงานด้วยเสียงได้ในบางรุ่น แต่จะไม่รองรับการใช้งานบนคีย์บอร์ดภาษาไทย จะใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักและยังไม่สามารถโหลดมาใช้งานได้ ส่วนการอัพเดทระบบก็จะไม่บ่อยเท่าไหร่นัก

Android TV เป็นโทรทัศน์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนระบบ Android ใช้งานง่าย และมีแอปพลิเคชันให้เลือกหลากหลายกว่ามาก ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ง่ายผ่าน Google Play เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้หลายแพลตฟอร์ม อาทิ Firefox, Puffin TV Browser, Microsoft Edge ฯลฯ ควบคุมการทำงานได้ง่ายผ่านรีโมทคอนโทรลที่มาพร้อมกับไมโครโฟนในตัว สามารถสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Assistant ได้ เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่ช่วยให้การใช้งานต่าง ๆ ง่ายขึ้น สามารถสั่งให้เปิดแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้ยังควบคุมการทำงานในระยะไกลได้ด้วย Google Home รองรับได้ทั้งเมาส์และคีย์บอร์ด แคชหน้าจอจากสมาร์ทโฟนขึ้น TV ได้ง่ายโดยที่สมาร์ทโฟนยังใช้งานในหน้าอื่น ๆ ต่อได้ตามปกติ รองรับการเชื่อมต่อได้ทั้งแบบ Wireless, Bluetooth และพอร์ต USB

การเลือกซื้อโทรทัศน์ ควรเลือกประเภทที่เหมาะกับการใช้งานของตัวเองมากที่สุด เช่น ชอบความคมชัดสูง เหมาะกับ QLED TV และควรเลือกจากระบบปฏิบัติการด้วย เช่น หากเป็นคนที่ใช้ระบบ Android อยู่แล้ว Android TV ก็ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น แต่หากต้องการใช้งานทั่วไป Smart TV ก็ตอบโจทย์ได้ดี ส่วนขนาดควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับพื้นที่ห้อง และเว้นการรับชมได้ในระยะที่เหมาะสม และควรเลือกยี่ห้อที่มีคุณภาพและมีการรับประกันหลังการขายด้วย  โทรทัศน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *