บันทึกการอ่าน

ประโยชน์ของสมุดบันทึกการอ่านที่หลายคนอาจยังไม่รู้!

การอ่านเป็นสิ่งที่เราถูกฝึกฝนกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะการอ่านหนังสือเป็นทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีวิต ช่วยให้รับสารและส่งสารได้อย่างถูกต้องและเกิดความเข้าใจที่ตรงกัน อีกทั้งการอ่านยังให้ความรู้และประโยชน์ดี ๆ อีกมากมาย ช่วยให้ทราบข้อมูลใหม่ ๆ และนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ แต่การอ่านอย่างเดียวบางครั้งก็อาจทำให้หลงลืมไปบ้าง หลายคนจึง บันทึกการอ่าน ไว้ในสมุดเพื่อช่วยเก็บข้อมูลและความทรงจำต่าง ๆ ส่วนประโยชน์ของการบันทึกข้อมูลจากการอ่านจะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน

ประโยชน์ที่ได้จากการ บันทึกการอ่าน ดีอย่างไร

ใช้จดบันทึกข้อความหรือข้อมูลสำคัญต่าง ๆ เป็นสมุดที่ใช้ควบคู่ไปกับการอ่านหนังสือเพื่อจดใจความสำคัญหรือข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้จากหนังสือเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่าง ๆ เช่น การแบ่งปันข้อคิดดี ๆ จากหนังสือสู่ผู้อื่น, เป็นแรงบันดาลใจในการทำสิ่งต่าง ๆ, เป็นแนวคิดที่สามารถนำไปคิดต่อยอดได้, เป็นข้อมูลสำคัญในการหาข้อมูล 

ใช้สรุปเนื้อหาจากหนังสือ สมุดบันทึกการอ่านเป็นที่นิยมสำหรับน้อง ๆ ในวัยเรียนเพื่อใช้สรุปเนื้อหาต่าง ๆ จากหนังสือให้สั้น กระชับ ได้ใจความ และเข้าใจได้ง่ายขึ้น ซึ่งในการจดบันทึกก็ไม่ใช่แค่การเขียนเพียงอย่างเดียวแต่ยังสามารถวาดรูป ระบายสี เน้นข้อความสำคัญ หรือวาดแผนผังลงไปได้ด้วย

ใช้ถ่ายทอดความรู้สึกและความคิดได้ นอกจากเนื้อหาต่าง ๆ แล้วยังสามารถถ่ายทอดความรู้สึกของตัวเองลงไปได้เพื่อให้เป็นภาษาของตัวเองและเข้าใจได้ง่ายขึ้น สามารถวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเพิ่มได้

เป็นข้อมูลในการค้นคว้า เมื่อต้องการหาข้อมูลในเรื่องนั้น ๆ ก็สามารถกลับมาค้นหาข้อมูลจากเรื่องที่สรุปไว้ได้

ช่วยฝึกการอ่านและการเขียน ได้ฝึกทักษะการอ่านหนังสือและการเขียนลงในสมุด ช่วยให้รู้จักการสรุปเนื้อหายาว ๆ ให้สั้นลงและเข้าใจได้ในไม่กี่บรรทัด

ช่วยเตือนความจำได้ การจดบันทึกจะช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้มากขึ้น เพราะเป็นเนื้อหาที่เขียนขึ้นด้วยตัวเอง จะทำให้จำได้ว่าเราเขียนอะไรไปบ้าง

ถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลังได้ ใช้เป็นคู่มือการเรียนเพื่อมอบให้รุ่นน้องศึกษาเพิ่มเติมได้

การเลือกสมุด บันทึกการอ่าน เลือกอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งานของตนเอง

1.เลือกจากประเภทของสมุด สมุดแต่ละประเภทจะออกแบบมาให้มีประโยชน์ใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น สมุดลายเส้นสำหรับเขียนทั่วไป สมุดตารางสำหรับบัญชี สมุดไม่มีเส้นสำหรับวาดภาพ สมุดลายจุดสำหรับออกแบบ ฯลฯ ในการเลือกใช้จึงควรเลือกสมุดที่เหมาะสำหรับการจดบันทึกการอ่านของตัวเองเป็นหลัก

2.เลือกจากขนาดของสมุด มีให้เลือกหลายขนาด มีตั้งแต่ขนาดจิ๋ว ไปจนถึงขนาดใหญ่ หากต้องการใช้งานในห้องเรียนเหมาะกับขนาด A4 แต่หากต้องการใช้จดบันทึกข้อมูลทั่วไปขนาดประมาณ 8 x 6 นิ้วก็ถือว่ากำลังดี ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป พกพาง่าย พกใส่กระเป๋าได้สะดวก

3.เลือกจากกระดาษ เช่น กระดาษคราฟ กระดาษดำ กระดาษถนอมสายตา ฯลฯ เพราะกระดาษก็มีผลการจดบันทึกและการอ่านด้วยเช่นกัน

4.เลือกจากรูปแบบการเข้าเล่ม มี 2 แบบให้เลือก ได้แก่ แบบสันห่วง และแบบกาว หากใครที่ชอบความสะดวก ฉีกได้ เหมาะกับแบบสันห่วงเพราะออกแบบมาให้ฉีกได้ง่าย และเขียนง่าย แต่หากต้องการเก็บรวมเป็นรูปเล่มเหมาะกับแบบกาว

5.เลือกจากดีไซน์ ปัจจุบันนี้มีให้เลือกหลายลวดลาย มีทั้งสไตล์เรียบ ๆ ที่ใช้สีพื้นเป็นหลัก และแบบสดใสที่ออกแบบลวดลายมาอย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังไอเทมเสริมอย่างกระดุมล็อกเปิด – ปิดหรือยางรัดสมุดด้วย

3 เคล็บลับการจดบันทึกการอ่านให้เข้าใจง่าย?

1. ใช้ปากกาสีช่วยในการจำ เพราะสีช่วยในการจำจึงควรใช้ปากกาเมจิหรือสีต่าง ๆ ช่วยให้จำได้ง่ายขึ้น

2. จดจากความเข้าใจของตัวเอง ควรสรุปเนื้อหาและจดจากความเข้าใจของตัวเอง จะช่วยให้เข้าใจได้เร็ว

3. ภาพประกอบช่วยให้จำได้เร็วขึ้น สามารถจำแนกออกมาเป็นแผนผังหรือภาพประกอบได้ จะช่วยให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้นและจำได้เร็ว

สำหรับใครที่อ่านหนังสือแต่จำไม่ได้สักที การใช้สมุดช่วยจดบันทึกการอ่านก็เป็นวิธีดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจเนื้อหาต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น เป็นการฝึกทักษะการอ่านและทบทวนเนื้อหาไปในตัว บันทึกการอ่าน