อูคูเลเล่

อูคูเลเล่ เครื่องดนตรีตัวจิ๋วสุดน่ารักที่มีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

Ukulele เครื่องดนตรีขนาดเล็กที่มีชื่อเสียงมาจากเกาะฮาวาย แต่ทราบหรือไม่ว่าความจริงแล้ว อูคูเลเล่ ไม่ได้มีถิ่นกำเนิดมาจากเกาะฮาวายแต่มาจากชาวโปรตุเกสที่อพยพหนีภัยแล้งเข้าไปในช่วงปี ค.ศ. 1879 เและได้นำเครื่องดนตรีที่มีชื่อว่า “กาวากิญญู ” (Cavaquinho) ไปบรรเลงบนหมู่เกาะฮาวาย ทำให้ชาวฮาวายเกิดความชอบในเสียงที่ไพเราะของเครื่องดนตรีชนิดนี้ จึงได้ผลิตเครื่องดนตรีที่ดัดแปลงมาจากกาวากิญญูขึ้น โดยใช้ชื่อว่า “Ukulele” ซึ่ง “uku” หมายถึง “หมัด” ส่วน “lele” หมายถึง การกระโดด โดยตั้งชื่อจากลักษณะการดีดนิ้วที่พลิ้วไหวและสลับไปมานั่นเอง แต่ในตอนั้นก็ยังไม่ได้เป็นเครื่องดนตรีที่รู้จักกันเท่าไหร่ จนมาถึงช่วงปี 60 ที่นักดนตรีหยิบมาเล่น ไม่ว่าจะเป็น The Beatles, Bob Shane, Elvis Presley, Jason Marz และอีกมากมาย จนทำให้กลายเป็นเครื่องดนตรีที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

4 สไตล์ 4 ความต่าง อูคูเลเล่ แบบไหนดี?

1. Soprano Ukulele เป็นชนิดที่มีขนาดเล็กมากที่สุด มีความยาวอยู่ที่ 21 นิ้ว เป็นชนิดที่เหมาะสำหรับมือใหม่หัดเล่น เพราะมีคอร์ดน้อย จับคอร์ดง่าย ช่วยฝึกการจับคอร์ดในช่วงแรกได้ดี แถมยังมีเสียงที่คมชัด เสียงเล็กและแหลม

2. Concert Ukulele จะคล้าย ๆ กับแบบ Soprano แต่จะมีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย มีขนาด 23 นิ้ว เหมาะสำหรับมือใหม่หัดเล่นเช่นกัน มีขนาดกว้างมาก จับได้ถนัดมือมากกว่า ส่วนเสียงเป็นโทนเสียงกลางที่ออกทุ้ม ๆ หน่อย 

3. Tenor Ukulele เป็นชนิดที่นิยมใช้กันมากที่สุด เหมาะสำหรับนักดนตรีมืออาชีพหรือคนที่เล่นเป็นอยู่แล้ว เพราะจะมีรายละเอียดมากกว่า 2 แบบแรก มีขนาดใหญ่ ความกว้างอยู่ที่ 26 นิ้ว ให้เสียงที่ทุ้ม

4. Baritone Ukulele เป็นชนิดที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดและมีขนาดใกล้เคียงกับกีตาร์ ความกว้าง 30 นิ้ว ให้เสียงที่ดังกังวาน และมีเสียงสูงเป็นเอกลักษณ์

การเลือกซื้ออูคูเลเล่ เลือกจากอะไร ควรดูตรงไหนบ้าง?

· เลือกจากประเภท ที่นิมเล่นกันมากที่สุดมีอยู่ 4 ประเภทด้วยกัน ซึ่งแต่ละประเภทก็จะให้เสียงที่ต่างกันและมีขนาดที่แตกต่างกัน หากใครที่ชอบเสียงทุ้ม ๆ และเล่นเป็นอยู่แล้วเหมาะสำหรับแบบ Tenor หรือแบบ Baritone แต่หากใครที่เป็นมือใหม่และไม่รู้จะเลือกซื้ออูคูเลเล่ แบบไหนดี แบบ Concert หรือแบบ Soprano ก็เป็นตัวเลือกที่ดี

· เลือกจากไม้ทั้ง ไม้เป็นส่วนประกอบหลักที่ใช้ในการผลิต โดยในการเลือกไม้นั้นก็ใช่ว่าจะเลือกแค่ด้านเดียวแต่ต้องเลือกถึง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง เพราะแม้จะเป็นชิ้นเดียวกันแต่ แต่ละส่วนก็ใช้ไม้ที่ไม่เหมือนกัน เช่น ด้านหน้าใช้ไม้ Basswood แต่ด้านหลังใช้ไม้ Maple wood หรือบางรุ่นก็ใช้ไม้ Mahogany เคลือบผิวไว้ด้านนอกแต่ด้านในใช้ไม้อัด แต่ไม่ว่าจะเป็นไม้แบบไหนควรเลือกชนิดที่เป็นไม้แท้ เพราะให้เสียงที่ไพเราะกว่าและเมื่อมีอายุการใช้งานมากขึ้นก็ยิ่งให้เสียงที่ไพเราะขึ้น แถมยังมีน้ำหนักเบาลงจากไม้แท้ที่แห้งลงตามกาลเวลา

· เลือกจากรูปทรง ผลิตออกมาให้เลือกหลายทรง อาทิ ทรง Standard, Pineapple, Bell, Cutaway, Fikure 8, Vita โดยทรงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ ทรง Standard เพราะมีลักษณะคล้ายกับกีตาร์ และทรง Pineapple, Cutaway

· สายก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสายเป็นส่วนสำคัญของเสียง ควรเลือกรุ่นที่ใช้สายคุณภาพดี เพราะหากสายมีคุณภาพไม่ดีก็จะส่งผลต่อเสียงในการเล่นด้วย

· Tuners ต้องหมุนได้สนิท Tuners คือลูกบิดที่เป็นส่วนสำคัญ ควรบิดได้สนิท ไม่หลวมหรือฝืดจนเกินไป เพราะจะส่งผลต่อการตั้งสาย

· คอต้องตรงและต่อกันได้สนิท คอเป็นส่วนที่สำคัญของเสียง หากคอมีรอยต่อ รอยหยอดกาว หรือต่อไม่สนิทและเอียงก็จะทำให้ประสิทธิภาพของเสียงลดลงได้

· บอดี้ตรงสวย ไม่บิดงอ เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรข้าม ควรวางอูคูเลเล่ในแนวนอนเพื่อดูว่าบอดี้เรียบเสมอกันหรือไม่ ไม่นูนออกหรือบิดงอเสียรูป

45การเลือกอูคูเลเล่ที่ดีควรมีราคาและคุณภาพที่ไปด้วยกันได้ ซึ่งราคาก็มีให้เลือกตั้งแต่หลักร้อยปลาย ๆ ไปจนถึงหลักพัน ไม่ควรเลือกจากราคาที่ถูกเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาเรื่องคุณภาพควบคู่ไปด้วย เพราะหากเลือกวัสดุที่ไม่มีคุณภาพจะทำให้เสียงเพี้ยนและใช้งานได้ไม่นาน  อูคูเลเล่

One Reply to “อูคูเลเล่”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น