เยลลี่ลูกตา

5 ประโยชน์ของการทาน เยลลี่ลูกตา ที่มีดีมากกว่าความอร่อย

หากพูดถึงเยลลี่ เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึงขนมสำหรับคุณหนู ๆ สีสันน่ารัก หน้าตาน่ารับประทาน แถมยังมาพร้อมรสชาติอร่อย ๆ แต่บอกเลยว่าที่จริงแล้วเยลลี่ไม่ได้เป็นขนมสำหรับเด็กน้อยเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะวัยไหนก็นิยมเลือกทาน สาเหตุก็เพราะเยลลี่เป็นขนมทานเล่นที่ทานแล้วไม่มีเบื่อ จะพกใส่กล่องหรือพกใส่ถุงก็หยิบมาทานได้สะดวกสบาย โดยที่เห็นขายทั่วไปนั้นมีให้เลือกหลายแบบ ทั้งเยลลี่รูปตัวการ์ตูนน่ารัก ๆ เยลลี่รสผลไม้ เยลลี่แบบเส้น รวมถึง เยลลี่ลูกตา แต่ไม่ว่าจะรูปแบบไหนมักมีส่วนประกอบหลักคือเจลาติน ซึ่งแน่นอนว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายและสำหรับใครที่เป็นแฟนคลับขนมชนิดนี้ลองมาดูประโยชน์เลิศ ๆ ที่บอกเลยว่ามีดีมากกว่าความอร่อยแน่นอน

1. เจลาตินใน เยลลี่ลูกตา ตัวช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูก

เพราะส่วนประกอบหลักของเยลลี่คือเจลาติน ซึ่งภายในเจลาตินอุดมด้วยคอลลาเจน ทำให้คอลลาเจนจากการทานเยลลี่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกระดูก รวมถึงเป็นตัวช่วยซ่อมแซมกระดูกและเนื้อเยื่อต่าง ๆ ภายในร่างกายที่ต้องการใช้คอลลาเจนเป็นตัวช่วยในการฟื้นฟูเซลล์ นอกจากนี้เจลาตินยังทำให้การดูดซึมแคลเซียมไปใช้งานภายในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

2. ซ่อมแซมเซลล์ภายในร่างกาย

นอกจากเจลาตินประกอบด้วยคอลลาเจนแล้วยังมีสารประกอบประเภทโปรตีนอีกด้วย นั่นทำให้ไม่ว่าจะเป็นเจลาตินจากเยลลี่ประเภทไหน ๆ ทั้งเยลลี่ผลไม้ เยลลี่รูปลูกตา หรือเยลลี่ชนิดอื่น ๆ จึงมีโปรตีนเป็นส่วนผสม ซึ่งอย่างที่หลายคนทราบว่าโปรตีนมีส่วนซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอภายในร่างกายและเจลาตินอัดแน่นด้วยโปรตีนหลากชนิด ดังนั้น ร่างกายสามารถใช้โปรตีนจากเจลาตินไปใช้ซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้เป็นอย่างดี

3. ผิวพรรณเปล่งปลั่งสุขภาพดี

สาว ๆ หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับคุณสมบัติของคอลลาเจนเป็นอย่างดี เพราะเป็นตัวช่วยดูแลผิวพรรณทำให้หลายแบรนด์เครื่องสำอางเลือกใช้เป็นส่วนผสม เพราะฉะนั้นคอลลาเจนในเจลาตินก็ทำหน้าที่คล้ายกัน นั่นคือ มีส่วนช่วยทำให้ผิวพรรณเต่งตึงยิ่งขึ้น ลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า และยังช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน เรียกได้ว่าเป็นคุณสมบัติสุดเลิศโดยเฉพาะสำหรับสาว ๆ ที่รักสวยรักงามเลยทีเดียว

4. เสริมความแข็งแรงแก่เล็บและเส้นผม

ไม่เพียงแต่คอลลาเจนในขนมเจลลี่จะเป็นตัวช่วยเรื่องผิวพรรณเท่านั้น เพราะยังส่งผลดีต่อเล็บและเส้นผม โดยมีการศึกษาออกมาแล้วว่าการทานเจลาตินเป็นประจำจะช่วยให้เล็บแข็งแรงขึ้น ไม่ฉีกขาดง่าย นอกจากนี้ยังดีต่อเส้นผมเพราะช่วยให้เส้นผมหนาขึ้น ลดอาการผมร่วงให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

5. นอนหลับมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ใครที่รู้ตัวว่านอนหลับ ๆ ตื่น ๆ หรือตื่นเช้าขึ้นมาแล้วอ่อนเพลียไม่สดชื่น แนะนำให้รับประทานเยลลี่เป็นประจำ เพราะเจลาตินในเยลลี่คือตัวช่วยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการนอนหลับ เมื่อตื่นนอนแล้วจึงรู้สึกสดชื่น ไม่อ่อนเพลีย ทั้งนี้ควรรับประทานต่อเนื่องเป็นประจำ และผู้ที่นอนไม่หลับเรื้อรังแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม เพื่อขอคำปรึกษาจากแพทย์และเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

แม้ว่าขนมเจลลี่จะมีประโยชน์กับร่างกาย แถมยังเป็นขนมทานเล่นที่ครองใจใครหลายคนเพราะทานสะดวก จะหยิบมาทานเมื่อไหร่ก็ง่าย และไม่เลอะเทอะ แต่ถึงอย่างนั้นหากทานมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ โดยหากใครที่ทานปริมาณมากอาจส่งผลให้เกิดอาการท้องอืดและอาจทำให้ไม่สบายท้อง นอกจากนี้ใครที่มีภาวะแพ้เจลาตินที่อยู่ในเยลลี่อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียง แม้จะพบได้ไม่บ่อยแต่หากมีอาการรุนแรงขึ้นมาอาจถึงขั้นต้องพบแพทย์ ที่สำคัญก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเยลลี่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีตราสัญลักษณ์ อย. เนื่องจากเจลาตินบางชนิดอาจไม่ได้คุณภาพนั่นเอง

สำหรับใครที่ชอบหาของอร่อย ๆ ทานเล่นระหว่างวัน แนะนำให้เลือกซื้อเยลลี่ติดกระเป๋า เพราะเป็นของทานเล่นที่พกง่าย ไม่หกเลอะเทอะ ประกอบด้วยสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แถมยังมีให้เลือกหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เยลลี่ผลไม้หลากหลายรสชาติ และรูปทรง เช่นเยลลี่ลูกตา เยลลี่ลูกฟุตบอล เยลลี่แบบเส้น ฯลฯ รับรองว่าจะกลายเป็นขนมยามว่างที่ทานได้ทุกวันแบบไม่มีเบื่อเลยทีเดียว เยลลี่ลูกตา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *