ผีชีวะ 5

ผีชีวะ 5 สงครามไวรัสล้างนรก ภาพยนตร์แอ็คชั่นที่ไม่ควรพลาด

ผีชีวะ 5 หรือ Resident Evil Retribution ซึ่งต้องยอมรับก่อนว่าหนังเรื่องนี้ เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่น-ผจญภัยที่น่าติดตามอย่างมาก แล้วก็ไม่เคยทำให้แฟน ๆ ที่คอยติดตามได้รู้สึกเสียใจ หรือเสียดายเลยสักครั้ง เพราะสามารถสะกดทุกคนให้อยู่ในอารมณ์ของหนังได้อย่างอยู่หมัด ไม่ว่าจะออกภาคใดมาก็ตาม จนกระทั่งมาถึงในภาค 5 ตอนสงครามไวรัสล้างนรก ที่ผู้สร้างได้จำลองเหตุการณ์การแพร่เชื้อของไวรัสชนิดหนึ่งที่รุนแรงมากจนสามารถทำให้คนธรรมดากลายเป็นซอมบี้ที่น่ากลัว เหมือนผีดิบกินคน แต่ความสนุกยังอยู่ที่บทบาทของนางเอกนักบู๊ที่สนุกและลุ้นได้ตลอดทั้งเรื่องอย่าง มิลลา โยโววิช (Milla Jovovich) ในบทอลิซผู้จะมากอบกู้สถานการณ์

ซึ่งเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วหลาย ๆ คนที่ได้มีโอกาสดูก็คงได้แต่คิดว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้จะมีก็แต่เฉพาะในหนังเท่านั้น แต่เมื่อมาถึงปัจจุบันนี้ที่ทั่วโลกต้องเผชิญกับเชื้อไวรัสโควิด-19 คงต้องกลับมาคิดกันใหม่แล้วหาซื้อผ่านหนังผีชีวะ ทุกภาคมาดูเสียแล้ว เพราะบางทีอาจจะเกิดขึ้นเหตุการณ์ขึ้นได้แบบใกล้เคียง ที่มีการแพร่ระบาดไปทั่วโลก ผู้คนป่วยและล้มตาย แค่ไม่ได้กลายเป็นซอมบี้เท่านั้นเอง 

เหตุผลที่ต้องดูผีชีวะ 5 สงครามไวรัสล้างนรก

1. ความสนุกสุดมันแบบข้ามทศวรรษ ที่ไม่เคยทำยอดความนิยมตกเลยแม้แต่น้อย กลับจะเพิ่มความอยากดูอยากชมของแฟน ๆ คอหนังภายใต้แบรนด์ Resident Evil ซึ่งมาถึงตอนผีชีวะ 5ก็ใกล้จะจบแล้ว ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2002 จากที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคอเกมเท่านั้นก็เพิ่มกลุ่มคอหนังเข้าไปด้วย เพราะเป็นหนังที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเกมชื่อดังในอดีต และก็ไม่มีคำว่าผิดหวังทั้งกับผู้สร้าง ผู้กำกับ นักแสดงและผู้ชมที่ได้ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล คนดูล้นหลาม รายได้กระฉูดถึงหลักพันล้าน บางคนดูแล้วก็ยังอยากดูอีก การซื้อแผ่นมาสเตอร์เก็บสะสมเอาไว้ดูอีก10 ปีก็ยังถือว่าคุ้มค่า

2. การลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ภาคแรกมาจนถึงภาคที่ 5 ตอนสงครามไวรัสล้างนรก หรือ Resident Evil Retribution ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะดูแล้วงง ๆ กับการทำภาคต่อ แต่ก็ไม่มีใครบ่นว่าไม่สนุก เพราะถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจว่าเรื่องมันประติดประต่อกันอย่างไรก็ตาม ถ้าอยากรู้อาจจะต้องซื้อมาให้ครบทุกแผ่น ดูติดต่อกันทุกภาคจนจบเรื่องตั้งแต่ ภาคแรก Resident Evil จนถึงภาคสุดท้ายตอน Resident Evil- The Final Chapter เชื่อว่าจะไม่มีใครกล้าบ่นว่าเสียดายอย่างแน่นอน

3. ความมีเอกลักษณ์ของ Resident Evil ที่มีการผสมผสานสไตล์หนังแอ็คชั่น-สยองขวัญ-วิทยาศาสตร์ไซไฟเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เป็นเรื่องสมมุติที่เหนือความจริงอย่างมากในยุคนั้น แต่ถ้าย้อนมาชมในยุคนี้คงต้องคิดทบทวนกันใหม่ว่า ในอนาคตอาจจะเกิดขึ้นได้จริง เพราะทุกวันนี้ไม่มีซอมบี้ก็ทำเอาทั่วโลกขยาด หวาดผวาไปตาม ๆ กันแล้วกับสงครามไวรัสโควิด-19 ยาวมาจนถึงปี 2021 เลยทีเดียว โดยมีตัวเอกอย่างอลิซดำเนินเรื่องเป็นเหมือนความหวังของมวลมนุษยชาติในการแก้ไขปัญหาเรื่องวัคซีนป้องกันและยารักษา เสริมทัพด้วยเหล่านักแสดงที่เข้ามาสมทบแต่ละภาคได้อย่างลงตัว

4. สร้างความแตกต่างของความเป็นฮีโร่ ที่ไม่ใช่ยอดมนุษย์และยังเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เท่านั้น แต่เพราะเกิดความผิดพลาดทางเทคนิคของเหล่านักวิทยาศาสตร์ผู้คิดค้นเรื่องการโคนนิ่ง ที่กลายมาเป็นอลิซ มีความแข็งแรงเกินมนุษย์ธรรมดา ไวรัสไม่สามารถทำอะไรเขาได้ ดังนั้นเขาจึงเป็นความหวังเดียวที่จะนำพาให้โลกพ้นวิกฤตไวรัสล้างนรกนี้ไปได้ 

5. ผีชีวะ 5 จะยังคงทิ้งความสงสัยคาใจเอาไว้ให้คิดต่อว่า จะมีภาคต่ออย่างไร และยังคงตั้งตารอคอยคำตอบนั้นด้วยความอยากรู้จนต้องไปหาตอนจบมาดูให้คลายสงสัย 

เสน่ห์ภาพยนตร์แอ็คชั่น-ผจญภัยคือสิ่งที่มาเติมเต็มความสุข

เนื่องจากในหนังแนวแอ็คชั่น-ผจญภัยนั้นมักจะมีฮีโร่ที่คอยปกป้องฝ่ายดี ต่อสู้กับฝ่ายผู้ร้ายในเรื่องอย่างไม่กลัวตาย แบบเอาชีวิตเข้าแลกได้ ก็เหมือนกับการสร้างกำลังใจให้ผู้ชม เพราะมักจะดูไปด้วยและกว่า90 % ต้องจินตนาการว่าตัวเองเป็นตัวเอกของเรื่อง เพียงเท่านี้ก็ลืมความทุกข์ ความเครียดไปได้แล้ว จึงเป็นเสน่ห์ที่ทุกคนควรได้มีโอกาสสัมผัส โดยเริ่มจากหนังเรื่อง Resident Evil ดูให้จบและดูให้ครบทุกภาค หาซื้อได้สะดวกจากร้านค้าออนไลน์ชั้นนำ ผีชีวะ 5