เต็นท์

เปิดวิถีของการกางเต็นท์พักแรมตามแบบฉบับนักท่องเที่ยวมือใหม่

เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ต่างก็เที่ยวแบบพักแรมกลางแจ้งตามยอดดอยหรือป่าเขากันทั้งนั้น ก็มันสุดแสนจะโรแมนติกยามค่ำคืน แถมมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้ายิ่งกว่าการนอนตามโรงแรมเป็นไหน ๆ ใครที่ชื่นชอบบรรยากาศการท่องเที่ยวแบบลุย ๆ แล้วละก็ คงจะไม่มีทางพลาดการพักแรมแบบนอนแบบ เต็นท์ เป็นแน่ วันนี้เรามีเรื่องราวของการกางเต็นท์สนามพักแรมมาฝากนักท่องเที่ยวมือใหม่ที่รับรองว่าสามารถเอาไปลองทำตามกันดูได้อย่างง่าย ๆ เลยล่ะ

จุดเริ่มต้นของการกางเต็นท์มาจากการในสมัยก่อนนั้นการเดินทางยังไม่สะดวกสบาย ส่วนใหญ่จะอาศัยการเดินเท้า และเส้นทางที่ต้องพบเจอก็มักจะเป็นป่าเขาลำเนาไพร ดังนั้นนักเดินทางในสมัยนั้นจึงนิยมทำที่พักง่าย ๆ ระหว่างเดินทาง โดยการตัดกิ่งไม้ใบไม้มาซ้อนกันเป็นเพิงเล็ก ๆ ให้พอพักอาศัยได้ ต่อมาเมื่ออิทธิพลตะวันตกเริ่มแผ่ขยายเข้ามา ทำให้คนเริ่มนิยมการออกล่าสัตว์ตามป่า มีการตั้งกระโจมเพื่อพักแรม และทำข้าวปลาอาหารรับประทานกันในป่า เสมือนเป็นการดำรงชีพในป่า ทำให้เต็นท์ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกมากขึ้น ในปี พ.ศ. 2505 ประเทศไทยได้จัดตั้งอุทยานแห่งชาติขึ้นเป็นครั้งแรก คือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทำให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสได้รู้จักกับคำว่า การกางเต็นท์พักแรม โดยในระยะแรกนั้นเลียนแบบรูปลักษณ์ของกระโจมทหารก่อนจะมีการปรับเปลี่ยนให้มีความเป็นสำเร็จรูปมากขึ้น เน้นน้ำหนักเบา ส่วนมากทำมาจากไนลอน ก่อนจะพัฒนาไปเป็นแบบโดม ใช้เสากราไฟต์ แบบสปริง จนทำให้มีราคาอยู่หลากหลายตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาทเลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับรูปทรง และวัสดุที่นำมาทำนั่นเอง

หลักการเลือกซื้อและดูแล เต็นท์ ให้ใช้ได้นาน

1. ควรเลือกวัสดุที่ผลิตจากไนลอน เพราะเบา และแข็งแรง 

2. ต้องกันน้ำได้ โดยถ้าท่องเที่ยวในฤดูร้อน ควรเลือกที่มีค่ากันน้ำระดับ 1,000 mm. H2O ถ้าท่องเที่ยวช่วงฤดูฝน หรือปลายฤดูฝน ค่อนข้างมีลมแรง ควรเลือกที่มีค่ากันน้ำระดับ 1,500 mm. H2O แต่ถ้าท่องเที่ยวฤดูฝน และบริเวณนั้นมีน้ำค้างแรง ต้องเลือกที่มีค่ากันน้ำระดับตั้งแต่ 2,500 mm. H2O ขึ้นไป 

3. เลือกซื้อประเภทที่มีผ้าคลุม (Fly Sheet) ด้านบน เพื่อป้องกันฝนหรือน้ำค้าง

4. ต้องตรวจสอบด้วยว่ามีการซีลกันน้ำบริเวณตะเข็บผ้าคลุม เพื่อป้องกันการซึมของน้ำ และมีการถ่ายเทอากาศได้ดี

5. ควรทำความสะอาดด้วยการกวาดเศษขยะภายในออกมา แล้วเช็ดถูภายในด้วยผ้าชุบน้ำเปล่า ก่อนจะนำไปตากแดดให้แห้งสนิท เพื่อกันเชื้อราและกลิ่นอับ

6. ถ้าสกปรกมาก ควรนำไปซัก โดยใช้น้ำผสมสบู่หรือยาสระผมเด็ก ห้ามใช้ผงซักฟอกเพราะจะทำให้เนื้อผ้าเสื่อมสภาพ แล้วโรยด้วยแป้งเด็กตามมุมเพื่อไล่ความชื้น

7. หมั่นนำออกมาผึ่งแดด และเก็บไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก

หลักการตั้งแคมป์และกางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่

แนะนำให้นักท่องเที่ยวมือใหม่เริ่มออกตั้งแคมป์ครั้งแรกในช่วงหน้าหนาว เพราะมีปัญหาและอุปสรรคน้อยกว่าฤดูฝน โดยอาศัยหลักการต่อไปนี้เป็นแนวทาง

1. เลือกสถานที่ไว้ล่วงหน้า อย่าไปโดยไร้จุดหมาย และหาข้อมูลของสถานที่ที่จะไปอย่างละเอียด

2. ฝึกกางและเก็บเต็นท์สนามจนชำนาญก่อนออกท่องเที่ยว

3. ควรตั้งแคมป์ก่อนพระอาทิตย์ตก

4. ไม่ควรตั้งแคมป์บริเวณที่เป็นทางเดินของสัตว์ป่า

5. ควรเลือกบริเวณตั้งแคมป์ในพื้นราบ และรองด้วยใบไม้ หรือใบหญ้าสด จะทำให้ไม่เจ็บหลังเวลานอน เลือกบริเวณที่ที่มีแสงแดดส่องเข้ามาอย่างทั่วถึง เลือกตั้งแคมป์บริเวณต้นลม 

6. ควรปัดกวาดเศษใบไม้ตามพื้นออกก่อน เพราะอาจเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์มีพิษบางชนิด

7. ก่อกองไฟให้ห่างจากบริเวณที่พัก เพื่อป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ และไม่ควรก่อไฟทิ้งไว้ 

8. โรยบริเวณรอบที่พักด้วยขี้เถ้าเพื่อป้องกันแมลง และสัตว์เลื้อยคลานที่เป็นพิษ

9. ภาชนะที่ใส่น้ำดื่มต้องมีฝาปิดมิดชิด

10. ก่อนเข้านอนควรเก็บของให้เป็นระเบียบ จะได้ไม่เกิดการสะดุดหกล้มจนได้รับบาดเจ็บ

11. ควรรักษาความสะอาดบริเวณที่ตั้งแคมป์ และเก็บขยะให้หมดก่อนกลับ

12. ห้ามตั้งแคมป์บริเวณลาดเขา หรือทุ่งหญ้าแห้ง เพราะอาจเกิดไฟป่า และห้ามตั้งแคมป์ในลำธารที่แห้งแล้ว เพราะอาจเกิดน้ำหลากขึ้นมาเมื่อไรก็ได้

หลักการง่าย ๆ แบบนี้ หวังว่านักท่องเที่ยวมือใหม่คงจะไม่พลาดทริปพิเศษนี้อย่างแน่นอน   เต็นท์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *