สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากับที่สุดแห่งการเดินทางเทรนด์ใหม่ของคนเมืองสายฮิป

ปัญหารถติดกับคนเมืองเป็นของคู่กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ปัญหานี้จะหมดไปเมื่อมีนวัตกรรมใหม่แนวเทรนดี้เข้ามา นั่นคือ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยานพาหนะยุคใหม่ที่จะพาคุณไปได้ทุกที่ ทุกเส้นทาง เรียกได้ว่าช่วยลดระยะเวลาการเดินทาง และลดความหงุดหงิดกวนใจจากปัญหารถติดไปได้มากทีเดียว

เหตุผลที่คนเมืองเริ่มหันมาใช้ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมือง โดยเฉพาะจุดที่มีตรอกซอกซอยแคบ และรถติดอย่างร้ายกาจ มักจะได้เห็นยานพาหนะยุคใหม่นี้อยู่บ้างประปราย คนเมืองที่ใช้งานส่วนใหญ่จัดอันดับให้เป็นยานพาหนะอันดับต้น ๆ ที่เลือกนำมาใช้งานด้วยเหตุผลโดนใจว่ามันพกพาสะดวก หิ้วขึ้นรถเมล์ก็ได้ ขึ้นรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดินก็ดี สามารถพาเข้าออกซอยแคบได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องทนกับปัญหารถติด เรียกได้ว่าสามารถตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างน่าทึ่งเลยทีเดียว โดยเฉพาะการเดินทางระยะสั้นที่ต้องใช้เวลานานหากเดินทางด้วยยานพาหนะอื่น หรือการเดินทางบริเวณที่ไม่ค่อยมีรถโดยสารสาธารณะอย่างมอเตอร์ไซต์รับจ้าง หรือแท็กซี่ผ่าน นอกจากนี้ยังมีผลพลอยได้ต่อสังคม นั่นคือ มันเป็นยานพาหนะหนึ่งที่มีส่วนช่วยลดโลกร้อน ลดการก่อมลพิษทางอากาศ และช่วยลดปัญหาจราจรได้ทางอ้อมอีกด้วย 

อยากเริ่มต้นใช้ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ต้องทำอย่างไร

ปัจจุบันในประเทศไทยได้แบ่งสกู๊ตเตอร์ออกเป็น 2 ประเภท คือ ผู้ใช้งานเป็นเจ้าของเอง และการให้บริการจากบริษัทในรูปแบบของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบบแชริ่ง คุณสมบัติทั่วไปของเจ้ายานพาหนะมหัศจรรย์นี้ คือ สามารถวิ่งด้วยความเร็ว 25-85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อชาร์จไฟหนึ่งครั้ง สามารถใช้งานได้ 20-85 กิโลเมตร และบางรุ่นที่ล้ำกว่านั้น สามารถวิ่งได้มากกว่า 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขนาด รุ่นที่ใช้ กำลังวัตต์ของมอเตอร์ และความจุของแบตเตอรี่ วัสดุที่ใช้ผลิตส่วนใหญ่ทำจากโลหะน้ำหนักเบาจำพวกคาร์บอนไฟเบอร์ หรืออลูมิเนียมอัลลอย สามารถรับน้ำหนักผู้ขับขี่ได้ 90-120 กิโลกรัม สามารถพับแฮนด์เก็บได้ นอกจากนี้ในบางรุ่นยังมีระบบเบรกแบบ E-ABS ป้องกันล้อล็อก และมีระบบกันสะเทือนเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ที่มากขึ้น แถมในระยะทาง 45 กิโลเมตร ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเพียงแค่ 0.3 ปอนด์เท่านั้น เมื่อเทียบกับรถยนต์ที่โดยสารคนเดียวแล้ว มันสร้างมลพิษทางอากาศน้อยกว่าถึง 18.60 ปอนด์เลยทีเดียว

แม้ว่าในประเทศไทยจะยังไม่มีกฎหมายระบุวิธีการขับขี่ยานพาหนะจิ๋วนี้ไว้อย่างชัดเจนก็ตาม แต่ข้อปฏิบัติที่สากลนิยมทำกันก็คือ ผู้ขับขี่ต้องสวมหมวกนิรภัย เวลาโดยสารบริเวณถนนหรือไหล่ทาง ควรใช้ความเร็วไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และไม่ต่ำกว่า 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ้าโดยสารบริเวณทางเท้า ผู้ขับขี่ควรเลือกที่จะเข็น หรือจูงไปจะเหมาะสมกว่า ตัวสกู๊ตเตอร์ต้องมีไฟติดทั้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อให้ผู้อื่นที่ใช้ถนนร่วมกันสามารถมองเห็นได้ชัดเจน และที่สำคัญก่อนโดยสารบนถนนจริง ผู้ขับขี่ต้องฝึกใช้งานให้คล่องแคล่วเสียก่อน

หลักการเลือกซื้อสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

ปัจจุบันมี scooter ไฟฟ้าผู้ใหญ่ให้เลือกหลากหลายแบบ และหลากหลายยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็นสกู๊ตเตอร์ออฟโรด พับได้ ระยะ 40-150 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุด 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กันน้ำ IP54 11นิ้ว ยางเรเดียล Scooter พับเก็บได้ จอ LCD ไฟหน้า LED หน้าปัดกลม สกู๊ตเตอร์กันน้ำ เป็นต้น ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ให้ถือหลักการ 8 ข้อนี้เป็นสำคัญ

1. ควรเลือกสกู๊ตเตอร์ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม และมีคาร์บอนไฟเบอร์เป็นส่วนประกอบ 

2. ขนาดของล้อควรอยู่ระหว่าง 5-8 นิ้ว และยางนอกมีขนาดใหญ่กว่า 10 นิ้วขึ้นไป 

3. ขนาดของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ควรใช้เพื่อความปลอดภัย คือ 250 วัตต์ แต่ขนาดมาตรฐานควรอยู่ที่ 350-450 วัตต์ 

4. งบประมาณในกระเป๋าถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยราคาปกติของ scooter ไฟฟ้าผู้ใหญ่ ที่เหมาะสมจะอยู่ราว ๆ 15,000 – 45,000 บาท 

5. ถ้าระยะทางอยู่ระหว่าง 2-10 กิโลเมตร ควรใช้ความจุแบตเตอรี่ 5.2Ah – 7.8Ah แต่ถ้าระยะทาง 35 กิโลเมตรหรือมากกว่า ควรใช้แบตเตอรี่มีความจุ 10.4Ah ขึ้นไป

6. ควรเลือกแบตเตอรี่ที่มีคุณภาพดีและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน 

7. ควรมีการรับประกันมาตรฐานจากโรงงานที่ผลิตเป็นระยะเวลา 1 ปีเป็นอย่างต่ำ 

8. ควรมีบริการหลังการขายโดยศูนย์บริการที่เชื่อถือได้ เพื่อความสบายใจในการใช้งาน

หวังว่าเจ้ายานพาหนะจิ๋วสุดมหัศจรรย์นี้จะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งในการเดินทางที่ตอบโจทย์ความเป็นคนสังคมเมืองได้อย่างสูงสุด  สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *