ไฟฉาย

เลือก ไฟฉาย อย่างไรให้ได้ความกะทัดรัด ความสว่างพอดี และคุณภาพคุ้มราคา

หลายคนอาจเข้าใจว่าอุปกรณ์อย่าง “ไฟฉาย” นั้นเป็นอุปกรณ์สำหรับเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เช่นนั้นเลย นอกเหนือจากเรื่องฉุกเฉินต่าง ๆ แล้วอุปกรณ์ชิ้นนี้ยังสามารถนำมาใช้งานเพิ่มความสว่างให้เราได้ในที่แสงน้อย หลายคนต้องการซื้อสิ่งนี้แต่อยากได้แบบกะทัดรัดพกพาง่ายและให้ความสว่างที่มากพอ แล้วจะเลือกอย่างไรดี

ความสว่างเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม

ปัจจุบันไฟฉายส่วนใหญ่จะใช้เป็นแบบ LED เกือบทั้งหมดแล้ว ซึ่งจัดว่าเป็นไฟฉายแรงสูง ตัวหลอดจะมีขนาดนิดเดียวแต่ให้ความสว่างสูงมาก ซึ่งบางคนก็อาจจะไม่ต้องการไฟฉายแรงสูงขนาดนั้น เพราะบางครั้งส่องไปกระทบเข้าที่ตาใครก็จะทำให้แสบตาและเป็นอันตรายต่อสายตาได้ แล้วทีนี้จะเลือกอย่างไรให้ได้ความสว่างแบบพอดี ๆ ไม่มากไป ไม่น้อยไป

สิ่งที่จะต้องดูหลัก ๆ เลยก็คือ เรื่องของลูเมน เป็นค่าความสว่าง คือถ้ามีค่าลูเมนมากก็หมายถึงยิ่งสว่างมาก โดยความสว่างที่เหมาะสมแนะนำสำหรับไฟฉาย จะอยู่ที่ประมาณ 150 – 200 lumen อาจจะมากกว่านั้นได้บ้างเล็กน้อย ซึ่งความสว่างประมาณนี้ ก็เพียงพอกับการใช้งานทั่วไป สามารถส่องสว่างได้ไกลถึงราว ๆ 50 เมตรเลยทีเดียว

ไฟฉาย เรื่องของแบตเตอรี่ก็สำคัญ

แหล่งพลังงานของไฟฉายก็จะมาจากพลังงานแบตเตอรี่ ซึ่งไฟฉายบ้างรุ่นอาจรองรับการใช้งานกับถ่านชาร์จด้วย อันนี้คุณก็ต้องเลือกให้เหมาะสม เพราะมีข้อเด่นข้อด้อยแตกต่างกันไป นอกจากนั้นในปัจจุบันยังมีอีกแบบที่ชาร์จกับไฟบ้านผ่านสาย USB ได้ด้วย

กรณีถ้าเลือกไฟฉายแบบที่ใช้ได้เฉพาะถ่านก้อนปกติทั่วไป แน่นอนว่าก็ดูสะดวกดี เมื่อถ่านหมดไฟแล้วก็สามารถทิ้งไปและซื้ออันใหม่มาเปลี่ยนได้แบบไม่ยากนัก แต่จุดด้อยของไฟฉายแบบนี้ก็จะอยู่ตรงที่ช่วงที่ถ่านใกล้หมด เพราะความสว่างของแสงน้อยลง และการใช้ต่อเนื่องในกรณีฉุกเฉินถ้าเราไม่ได้เตรียมถ่านสำรองไว้ก็อาจจะใช้ไม่ได้อีก

ส่วนถ้าเลือกแบบที่ใส่ถ่านชาร์จได้ แบบนี้ก็จะได้ความคุ้มค่าตรงที่เมื่อใช้จนพลังงานหมดก็สามารถชาร์จแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองไปซื้อถ่านใหม่มาใส่ แต่แน่นอนจุดด้อยของรูปแบบนี้ก็คือ จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เพราะตัวไฟฉายเองก็จะราคาสูงขึ้น รวมไปถึงเราจะต้องซื้อถ่านชาร์จที่มีราคาแพงกว่าถ่านทั่วไปมาใช้คู่กันด้วย

ขนาดและฟังก์ชันการใช้งานเสริม

ขนาดของไฟฉายก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เราต้องคำนึงถึงด้วย หากต้องการใช้งานในพื้นที่จำกัด กระบอกไฟฉายขนาดใหญ่ ๆ ก็คงจะไม่สะดวกแน่ ก็แนะนำให้ใช้ไฟฉายเล็ก ๆ แบบที่พกติดกระเป๋าได้ ความสว่างก็เพียงพอต่อการใช้งานในพื้นที่จำกัดอยู่แล้ว ส่วนกรณีถ้าคุณจะใช้ในพื้นที่กว้าง ๆ ไปออกแคมป์เดินป่า ก็ควรจะเลือกไฟฉายขนาดใหญ่สักหน่อย เพื่อจะได้ส่องมองเห็นในมุมมองที่กว้างได้มากขึ้น

สำหรับฟังก์ชันการใช้งานเสริม ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องเอามาพิจารณาร่วมด้วย อย่างบางรุ่นจะมีระบบไฟกระพริบ สำหรับการส่งสัญญาณ ซึ่งสะดวกกว่าการมากดสวิตช์ปิดเปิดเป็นสัญญานเองมาก เพราะการปิด-เปิดบ่อย ๆ อาจทำให้หลอดขาดได้ง่าย บางรุ่นเพิ่มคุณสมบัติด้านกันน้ำเข้ามา หากใครที่ต้องใช้ส่องกลางสายฝน หรือส่องใต้น้ำก็ควรจะเลือกในส่วนนี้ด้วยนั่นเอง

นอกจากนั้นแล้วยังมีบางรุ่นที่มีขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับการใช้งานภาคสนาม ก็จะมีฟังก์ชันเป็นวิทยุ หรือการเปิด mp3 ได้เพิ่มเติมเข้ามาด้วย แต่แน่นอนว่ารูปแบบนี้ก็จะต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่สูงมากและราคาก็สูงมากขึ้นตามฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลายด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามถ้าคุณต้องการไฟฉายใช้งานทั่วไปไม่ได้ใช้งานภาคสนามก็แนะนำในแบบที่พกพาได้ แค่เลือกระดับความสว่างหรือค่าลูเมนให้เหมาะสม ประมาณ 200 ลูเมนก็ได้ คุณก็จะได้ความสว่างที่กำลังพอเหมาะพอดี และอย่าลืมเลือกฟังก์ชันเสริมเข้ามาด้วยอย่างเช่นการเพิ่มโหมด SOS ไฟฉุกเฉินเข้ามา อาจจะเลือกแบบที่ชาร์จกับ USB มาใช้ก็ได้ เท่านี้ก็จะได้ความคุ้มค่าครบตามที่คุณต้องการแล้ว ไฟฉาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *