เครื่องฟอกอากาศ

สร้างอากาศดีในบ้านทำได้ไม่ยาก แค่มี เครื่องฟอกอากาศ ดี ๆ สักเครื่อง 

ยุคนี้ฝุ่นพิษและมลพิษทางอากาศเต็มไปหมด แม้แต่ในบ้านและที่พักอาศัยของเราเองบางทีก็หนีจากฝุ่นและมลพิษในอากาศไม่พ้นอีกเช่นกัน การจะทำให้อากาศภายในบ้านมีความสะอาดมากขึ้น บรรยากาศโดยรวมดีขึ้นไม่ใช่เรื่องยาก แค่คุณมี เครื่องฟอกอากาศ ที่ทรงประสิทธิภาพสักเครื่อง แต่จะเลือกอย่างไรให้ได้เครื่องที่ดี มีประสิทธิภาพการฟอกอากาศได้จริง มาดูคำแนะนำกัน

เลือกชนิดของ เครื่องฟอกอากาศ ให้เหมาะสมกับสถานที่

หลายคนอาจจะเห็นว่าวันนี้มีเครื่องฟอกอากาศให้เลือกใช้หลายแบบหลายชนิดด้วยกัน และเรื่องของราคาก็แตกต่างกันไป ทำให้รู้สึกว่าตัดสินใจเลือกซื้อได้ยากมาก  คำแนะนำง่าย ๆ ในเรื่องนี้ก็คือ ให้เริ่มต้นเลือกชนิดของเครื่องให้สอดคล้องกับสถานที่ที่จะนำไปใช้ก่อน โดยหลัก ๆ แล้วก็จะแบ่งชนิดของเครื่องเป็น 3 ชนิด คือ

1. เครื่องระบบไฟฟ้าสถิต – ชนิดนี้จะใช้วิธีการดักจับฝุ่นด้วยระบบไฟฟ้าสถิต ซึ่งการใช้ไฟฟ้าสถิตเข้าช่วยนี้จะช่วยทำให้ตัวไส้กรองไม่ต้องทำงานหนัก เครื่องชนิดนี้สามารถทำงานได้เงียบ ไร้เสียงรบกวน อายุการใช้งานก็นาน แต่ราคาค่อนข้างสูง จึงเหมาะสมที่จะใช้เฉพาะจุดที่ต้องการเน้นเรื่องคุณภาพของอากาศ เช่น ห้องนั่งเล่น หรือห้องนอนของเด็ก เป็นต้น

2. เครื่องระบบไอออน – ระบบการทำงานของเครื่องชนิดนี้จะใช้เป็นการปล่อยประจุไอออนลบออกมาทำลายฝุ่นและเชื้อโรค โดยส่วนใหญ่แล้วเครื่องฟอกอากาศแบบนี้จะมีขนาดเล็ก ซึ่งด้วยขนาดที่เล็กนี่เองจึงทำให้รัศมีการทำงานฟอกอากาศน้อย เครื่องแบบนี้จึงเหมาะกับห้องเล็ก ๆ หรือเอาไว้ใช้ในรถเท่านั้น

3. เครื่องระบบใบพัด – แม้จะใช้ใบพัด แต่ระบบการทำงานจะต่างจากพัดลม เครื่องระบบนี้จะพัดดูดอากาศเข้าไปเพื่อกรองฝุ่นละอองก่อน แล้วจึงคืนอากาศที่บริสุทธิ์ออกมา เช่น เครื่องฟอกอากาศ xiaomi ซึ่งมีหลายรุ่น ใช้งานภายในห้องที่ค่อนข้างกว้างได้ ติดตั้งก็ง่าย แต่จะมีข้อจำกัดในเรื่องเสียง เครื่องแบบนี้จะมีเสียงรบบกวนบ้างนั่นเอง

รัศมีในการทำงานของเครื่องอีกปัจจัยที่ต้องพิจารณา

อีกจุดหนึ่งที่ต้องพิจารณาไปควบคู่กันด้วยก็คือ รัศมีในการทำการฟอกอากาศ ซึ่งถ้ารัศมีการทำงานของเครื่องกว้าง ความเร็วในการฟอกอากาศจะน้อยลง ดังนั้น ถ้าคุณจะต้องใช้งานในห้องที่ค่อนข้างกว้างก็จำเป็นที่จะต้องเลือกเครื่องที่มีรัศมีการทำงานกว้างกว่าห้อง ซึ่งตัวเครื่องจะค่อนข้างใหญ่และใช้พื้นที่ของห้องมากขึ้นนั่นเอง 

Air Flow อีกเรื่องที่ต้องดูให้ดี

ค่าความเร็วลม หรือ ค่า Air Flow ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะต้องใส่ใจด้วย ค่านี้ก็คือ ค่าปริมาณของลมที่เครื่องฟอกอากาศจะปล่อยออกมา ซึ่งถ้าค่า Air Flow มากก็เท่ากับว่าสามารถทำการฟอกอากาศได้ไว แต่สิ่งที่ต้องคำนึงด้วยก็คือ ยิ่งเครื่องฟอกอากาศได้ไว ก็จะยิ่งกินไฟมากขึ้น ตรงนี้จึงต้องดูให้เหมาะสมด้วย 

ทางเลือกหนึ่งถ้าคุณต้องการใช้เครื่องที่มีค่า Air Flow สูง ๆ ก็คือ ให้เลือกระบบที่มีการตั้งเวลาเอาไว้ จะใช้แรงลมสูง ๆ ช่วงเวลาไหนก็ตั้งค่าเอาไว้ได้เลย แบบนี้ก็จะช่วยเซฟค่าไฟไปได้บ้าง

ระบบการกรองอากาศ เรื่องสำคัญที่ข้ามผ่านไปไม่ได้

ระบบการกรองอากาศของเครื่องจึงนับเป็นจุดสำคัญที่เราจะมองข้ามผ่านไปไม่ได้เลย โดยเครื่องรุ่นต่าง ๆ ในปัจจุบันมักจะมีระบบการกรองมาตรฐานภายใต้ตัวกรองเป็นแบบ HEPA Filter ซี่งแผ่นกรองแบบนี้จะดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กแบบ PM 2.5 ได้ และจะกรองฝุ่นและอองต่าง ๆ ได้ถึง 0.3 ไมครอนเลยทีเดียว

ยกตัวอย่าง เช่นเครื่องฟอกอากาศ xiaomi Air Purifier Pro ที่มีระบบการกรองถึง 3 ชั้นตั้งแต่

· PET Pre-Filter

· HEPA Filter

· Carbon-Filter

ซึ่งสามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กได้มากถึง 99.99% อย่างนี้เป็นต้น

และในปัจจุบันก็ยังมีเครื่องบางรุ่นที่มีระบบการกรองที่ดีกว่านั้น โดยใช้การกรองประเภท ULPA Filter ที่กรองได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังมีเครื่องน้อยรุ่นมาก ๆ ที่ใช้ระบบการกรองที่ละเอียดขนาดนี้ 

ทั้งหมดนี้เป็นคำแนะนำ ในเรื่องของการเลือกเครื่องฟอกอากาศ ที่จะช่วยให้คุณสามารถเลือกเครื่องที่ทรงประสิทธิภาพในการกรองอากาศให้กับที่บ้านหรือห้องของคุณได้ง่ายขึ้น ลองนำไปเป็นหลักในการเลือกซื้อกันนะ

 เครื่องฟอกอากาศ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *