เครื่องปั่นไฟ

สิ่งที่ควรต้องรู้ก่อนเลือกซื้อ เครื่องปั่นไฟ เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานสูงสุด

อุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคอุตสาหกรรม การก่อสร้าง ส่วนราชการ ไปจนกระทั่งถึงภาคการเกษตรในปัจจุบัน จะเป็นสิ่งใดไปไม่ได้นอกเสียจาก เครื่องปั่นไฟ หรือที่บางคนเรียกว่าเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ไม่เพียงภาคเกษตรหรือโรงงานในต่างจังหวัดเท่านั้น ที่มีการใช้เครื่องนี้ แต่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลบางส่วนที่ประสบปัญหาไฟฟ้าดับบ่อยครั้งก็มีการใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ชนิดนี้ด้วย

หากคุณเองก็เป็นคนหนึ่งที่มีความจำเป็นในการใช้งานเครื่องกำเนิดไฟฟ้า คิดว่ากำลังจะซื้อหามาใช้งาน มีบางสิ่งที่คุณควรรู้ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ แต่จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูไปพร้อม ๆ กันเลย

ต้องรู้จักเรื่องของขนาด เครื่องปั่นไฟ

เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่มีวางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไปในปัจจุบันนั้นมีให้เลือกใช้อยู่หลายขนาดด้วยกัน ซึ่งถ้าคุณจะซื้อมาใช้งาน ก็ควรจะเลือกขนาดที่เหมาะสมกับงานให้มากที่สุด ซึ่งการแบ่งขนาดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะแบ่งออกตามกำลังวัตต์ไฟ

1. เครื่องปั่นไฟขนาดเล็ก – ขนาดกลาง: กำลังไฟของเครื่องปั่นไฟขนาดเล็กจะอยู่ที่ 1-20 KVA ถ้าเป็นเครื่องขนาดกลางนั้นจะอยู่ที่ 20-50 KVA ซึ่งไซส์ของเครื่องตั้งแต่เล็กจนถึงกลางนี้ เหมาะสำหรับการใช้งานระดับครัวเรือน ใช้กับงานเกษตรกรรม ใช้เป็นแหล่งพลังงานสำรองในไซต์ก่อสร้างได้

2. เครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่: กำลังไฟของเครื่องขนาดนี้จะอยู่ที่ ประมาณ 50-100KVA ขึ้นไป ซึ่งเหมาะที่จะใช้กับงานในระดับอุตสาหกรรม โรงงานต่าง ๆ หรือในโรงแรม

นอกจากนี้แล้วก็ยังมีการแบ่งรูปแบบแยกย่อยออกมาเป็นแบบพิเศษ ซึ่งมีขนาดหลากหลาย โดยเป็นเครื่องประเภทไดอ๊อก ซึ่งสามารถที่จะปั่นไฟเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าได้ และยังสามารถใช้ในการเชื่อมโลหะได้อีกด้วย

วัตถุประสงค์ในการใช้งาน

หลังจากรู้ประเภทขนาดแล้ว จุดต่อมาที่ต้องรู้ก็คือ วัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แท้จริงคืออะไร บางคนต้องการใช้สำหรับสำรองไฟเท่านั้น บางคนอาจต้องการนำไปใช้แทนกระแสไฟฟ้าหลักจากที่ส่งมาจากการไฟฟ้า บางคนอาจจะต้องการนำไปใช้ภาคสนามกับอุปกรณ์กลางแจ้งต่าง ๆ ซึ่งวัตถุประสงค์ที่แน่ชัดจะเป็นสิ่งที่ช่วยกำหนดเรื่องของขนาดและชนิดให้คุณได้แคบลง

หากว่าเป็นงานเล็กน้อยทั่วไป ไม่ได้ใช้บ่อยนัก ใช้สำรองไฟเป็นหลักก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ ใช้ขนาดเล็กก็น่าจะเพียงพอ ซึ่งช่วยคุณประหยัดในการซื้อลงไปได้มาก

ความถี่ในการใช้งาน

ความถี่หรือความบ่อยในการใช้งานก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาด้วย แม้ว่าจะเป็นเครื่องปั่นไฟไซส์เล็ก ก็จะมีรูปแบบเครื่องที่แตกต่างกันออกไปให้เลือกใช้งาน ซึ่งหลัก ๆ แล้วก็จะแบ่งย่อยเป็น 2 แบบคือ 

· เครื่องแบบมือฉุด

· เครื่องแบบแผงควบคุมอัตโนมัติ หรือ แบบใช้กุญแจ

หากว่าการใช้งานของคุณไม่ได้บ่อย ปีหนึ่งจะนำมาใช้ปั่นไฟเพียงไม่กี่ครั้ง ก็แนะนำว่าควรจะเลือกใช้แบบเครื่องมือฉุดจะดีกว่า เพราะหากเลือกซื้อเป็นแบบใช้กุญแจ อาจเจอปัญหาแพงวงจรเสื่อมได้ เนื่องจากเครื่องรูปแบบนี้ดีไซน์ออกมาให้ใช้งานบ่อย ๆ และต่อเนื่องนั่นเอง

อุปกรณ์ที่ต้องนำมาโหลดกับเครื่อง

ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วย การต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าไปกับเครื่องปั่นไฟต้องคำนึงถึงเรื่องการโหลด ต้องไม่ให้มากไปจนเครื่องรับไม่ไหว อีกกรณีหนึ่ง เวลาจะเลือกซื้อควรจะต้องพิจารณาในส่วนนี้ด้วยว่า เราจะต้องใช้ผลิตกระแสไฟให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าใดบ้าง การคำนวณนั้นอย่าเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดมาคิดรวม เพราะในความเป็นจริง เราคงไม่ต่ออุปกรณ์ทุกชิ้นกับตัวเครื่องอยู่แล้ว

การคิดเผื่อไว้นั้นเป็นเรื่องดี แต่ถ้าคิดเผื่อมากเกินไปก็จะทำให้เราสิ้นเปลืองมากขึ้น เพราะเราจะเข้าใจว่าต้องซื้อเครื่องขนาดกลางหรือขนาดใหญ่มาใช้อย่างเดียวถึงจะเพียงพอ แต่ความจริงไม่จำเป็นเลย ซึ่งถ้าจะนำมาใช้ในบ้านและครัวเรือนต่าง ๆ หลัก ๆ ให้พิจารณาจากอุปกรณ์ที่กินไปมาก ๆ เช่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องเสียง Stereo (หากเป็นชุดใหญ่ก็อาจจะใช้ไฟมากถึง 3,500 Watt เลย) เตาอบไมโครเวฟ เป็นต้น

นี่คือสิ่งที่คุณควรรู้ไว้ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องปั่นไฟ ถ้ารู้สิ่งเหล่านี้และนำมาพิจารณาร่วมกัน ก็จะช่วยให้คุณสามารถเลือกซื้อเครื่องมือชิ้นนี้ได้อย่างตรงความต้องการ ตอบโจทย์การใช้งานได้ครอบคลุม และได้ความคุ้มค่าไม่สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุนั่นเอง

พบกับบทความ เนื้อหาสาระดีๆ ที่จะมีอัพเดทให้คุณได้รู้เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ และ ที่อยู่อาศัย ไปกับเราได้ที่นี่

เครื่องปั่นไฟ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *