ตํานานสมเด็จนเรศวรมหาราชภาค 2

ตํานานสมเด็จนเรศวรมหาราชภาค 2 หนังไทยสุดยิ่งใหญ่ที่จะประกาศอิสรภาพในใจคุณ

หากจะกล่าวถึงภาพยนตร์ไทยที่มีความยิ่งใหญ่ ทุ่มทุนทั้งเรื่องงบประมาณและเวลาในการสร้าง ก็คงไม่มีเรื่องไหนจะเทียบเท่ากับ “ตำนานสมเด็จนเรศวรมหาราช” เป็นแน่ นี่คือ ภาพยนต์ แห่งสยามประเทศที่สร้างความภาคภูมิให้กับผู้สร้างสรรค์ ให้กับนักแสดง และชาวสยามที่เป็นผู้รับชมทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตํานานสมเด็จนเรศวรมหาราชภาค 2  ตอนประกาศอิสรภาพ

สำหรับตำนานสมเด็จนเรศวรมหาราชภาค 2 นี้เป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่องมาจากตำนานสมเด็จนเรศวรมหาราชภาค 1 ตอนองค์ประกันหงสา นั่นคือ เริ่มต้นขึ้นในช่วงปีพุทธศักราช 2106 อันเป็นปีที่พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง (แสดงโดย สมภพ เบญจาธิกุล) ทรงยกพลกรีฑาทัพเข้าตีอโยธาศรีรามเทพนคร ด้วยไพร่พลทหารจำนวนมหาศาล 

แม้จะเข้าตีอโยธาไม่แตกพ่าย แต่ก็สามารถเข้ายึดครองเมืองพิษณุโลก อันเป็นเมืองรองที่สำคัญได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งนั่นทำให้ สมเด็จพระมหาธรรมราชา (แสดงโดย ฉัตรชัย เปล่งพานิช) ต้องยอมอ่อนน้อมถ่อมตนต่อพระเจ้างหงสาบุเรงนอง และต้องส่งสมเด็จพระนเรศวรไปเป็นองค์ประกัน

เมื่อพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองสวรรคตในปีพุทธศักราช 2124 พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง(แสดงโดย จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์) เสวยราชย์สืบแทน และได้สถาปนา “มังสามเกียด” ขึ้นเป็นรัชทายาทในนาม “พระมหาอุปราชา” ซึ่งในการสืบเสวยราชย์ในครั้งนี้ตามราชประเพณี เมืองประเทศราชทั้งหลายจะต้องมาเข้าพิธีแสดงความสวามิภักดิ์ ทุกเมืองก็มาหมดยกเว้นเจ้าฟ้าเมืองคัง

นั่นจึงเป็นเหตุให้พระเจ้านันทบุเรงไม่พอพระทัย จึงรับสั่งให้พระราชบุตร พระมหาอุปราชา พระราชนัดดานัดจินหน่อง และสมเด็จพระนเรศวร ร่วมมือกันเข้าตีเมืองคัง การรบในศึกนั้นเหมือนจะง่าย แต่เหตุการณ์หาเป็นเช่นนั้นไม่ พระมหาอุปราชาและนัดจินหน่อง ไม่ว่าจะรบตีอย่างไรก็มิอาจหักเอาเมืองคังได้ จนมาถึงสมเด็จพระนเรศวรที่พระองค์ทรงรู้จักที่จะใช้กลศึกจึงทำให้หักตีเอาเมืองคังได้สำเร็จ

การที่สมเด็จพระนเรศวรรบชนะเมืองคังในครั้งนี้ เหมือนจะเป็นเรื่องที่ดี แต่กลับกลายเป็นว่ายิ่งทวีความอิจฉาริษยาและความเกลียดชังที่พระมหาอุปราชามีกับพระองค์มาตั้งแต่วัยเยาว์เพิ่มมากขึ้น ครั้งเวลาต่อมาฝ่ายพม่าเกิดศึกอังวะ พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง ต้องออกปราบปราม จึงได้มีรับสั่งให้พระมหาอุปราชาอยู่เฝ้าเมืองหงสา และได้มีรับสั่งให้สมเด็จพระนเรศวรมาช่วยในศึกนี้

พอสมเด็จพระนเรศวรเคลื่อนทัพมาหมายจะช่วยรบ พระมหาอุปราชากลับคิดการเป็นทุรยศจะลอบปลงพระชนม์พระนเรศวรที่พักทัพอยู่ที่เมืองแครง แต่ข่าวการลอบปลงพระชนม์ได้ล่วงรู้ถึงพระนเรศวรเสียก่อน นั่นจึงเป็นที่มาของตำนานสมเด็จนเรศวรมหาราชภาค 2 ซึ่งเป็นการประกาศอิสรภาพตัดสัมพันธไมตรีกับหงสาวดีอย่างสิ้นเชิง

สำหรับภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่เรื่องนี้ มีความอลังการงานสร้าง และความพิถีพิถันในการถ่ายทำแบบสุด ๆ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ได้ให้ความใส่ใจในทุกรายละเอียดของหนัง ตั้งแต่การคัดเลือกนักแสดง ฉากและสถานที่ในการถ่ายทำ ที่ท่านได้ลงพื้นที่ศึกษาประวัติศาสตร์ และเรียกผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการชั้นยอดของประเทศมาช่วยกันดูพิจารณาก่อนจะสร้างเป็นโรงถ่ายออกมา

ในเรื่องของชุดเสื้อผ้า รวมไปถึงพระราชพิธีต่าง ๆ ที่ปรากฏในเรื่องทุกอย่างก็ละเอียด อิงตามบันทึกในประวัติศาสตร์แทบจะทั้งหมดที่สามารถหาข้อมูลได้เลยทีเดียว จึงเป็นงานสร้างภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่อลังการมาก ๆ 

สำหรับฉากไฮไลท์ของตำนานสมเด็จนเรศวรมหาราชภาค 2 นั้นก็จะอยู่ในช่วงท้ายเรื่อง อันจะมีฉากที่พระนเรศวรทรงทำพิธีหลั่งน้ำทักษิโณทกประกาศอิสรภาพและตอนท้ายกับฉากทรงพระแสงปืนต้นยิงข้ามแม่น้ำสะโตง สังหารสุรกรรมา แม่ทัพหน้าแห่งหงสา อันหลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในวงวิชาการทางประวัติศาสตร์ว่า เป็นความจริงหรือไม่ที่จะยิงปืนข้ามแม่น้ำได้ หรือ เป็นกฤษฎาภินิหารจากบารมีของพระองค์ท่าน

ไม่ว่าเหตุการณ์จะเป็นจริงเช่นนั้นหรือไม่ แต่สิ่งที่เราคนไทยควรภาคภูมิใจก็คือ หนังเรื่องนี้ ได้ออกสู่สายตาชาวโลกไปแล้ว และได้รับเสียงชื่นชมทุก ๆ คนที่ได้รับชม ร่วมภาคภูมิใจในการประกาศเอกราชคืนคงความเป็นไทยไปด้วยกันกับภาพยนต์แห่งสยามประเทศตำนานสมเด็จนเรศวรมหาราชภาค 2 กันได้แล้ววันนี้ หนังดีที่คุณควรต้องดู ตํานานสมเด็จนเรศวรมหาราชภาค 2

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *