ต้นคริสต์มาส

ความลับของต้นคริสต์มาสที่คุณอาจยังไม่รู้ 

เมื่อลมหนาวในเดือนธันวาคมเข้ามาเยือน หลาย ๆ คนคงคิดถึงบรรยากาศแห่งความสุขที่จะมากับเดือนนี้ด้วย ซึ่งก็คงหนีไม่พ้น วันคริสต์มาสนั่นเอง เพราะเป็นช่วงเวลาเทศกาลแห่งความสุขที่ใกล้กับช่วงปีใหม่ หลาย ๆ คนก็จะเริ่มหาของขวัญมาแลกกันในครอบครัว ที่ทำงาน เพื่อน ซึ่งแน่นอนสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเทศกาลนี้ก็คือ ต้นคริสต์มาส นั่นเอง แต่ว่าเห็นต้นไม้ที่ประดับไว้สวย ๆ แบบนี้หลายคนรู้หรือไม่ว่าเกิดมาจากอะไร 

หากจะพูดถึงเรื่องราวที่เป็นตำนาน ต้นคริสต์มาสถือว่าเป็นต้นที่ประจำอยู่บนสวนสวรรค์ เป็นต้นไม้ที่มีสีเขียวตลอดทุกฤดู ซึ่งแทนความความหมายของความเป็นนิรันดรของพระเยซู  แต่หากพูดถึงในอดีตก็มีเรื่องราวเล่าว่า ในช่วงศตวรรษที่ 8 มีมิชชันนารีคนหนึ่งชื่อ เซนต์บอนิเฟส เป็นชาวอังกฤษได้เดินทางไปเผยแผ่เรื่องของพระเจ้าที่ประเทศเยอรมนี ซึ่งระหว่างเดินทางนั้นได้พบเด็กคนหนึ่งกำลังจะถูกฆ่าเป็นบูชายัญที่ใต้ต้นโอ๊ก มิชชันนารีสงสารจึงได้โค่นต้นโอ๊กเพื่อช่วยเหลือเด็กคนนี้ไว้จนได้พบต้นสนต้นหนึ่งอยู่ที่โคนต้นโอ๊ก จึงขุดต้นสนมอบให้คนในพิธีเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ของการมีชีวิต พร้อมทั้งมอบชื่อให้ว่า ต้นกุมารพระคริสต์ หลังจากนั้น  หัวหน้าของคริสตจักรชาวเยอรมัน ชื่อว่า มาร์ติน ลูเธอร์ ได้ ตัดต้นสนไปประดับในบ้านช่วงเดือนธันวาคม ปี ค.ศ.1540 และนี่เองทำให้ต้นคริสต์มาสเริ่มแพร่กระจายไปสู่ประเทศอังกฤษและทั่วโลก ในช่วงหลังจากศตวรรษที่ 19 

จะเห็นได้ว่าต้นคริสต์มาสมีความสำคัญกับศาสนาคริสต์มาอย่างยาวนานและได้แพร่กระจายไปสู่ทั่วมุมโลก จนกลายเป็นว่าทุกศาสนาหรือไม่มีศาสนาก็สามารถมาร่วมเฉลิมฉลองและมีความสุขไปกับวันนี้ได้ เราจึงสามารถเห็น ต้นคริสต์มาส ขนาดใหญ่ ถูกประดับตกแต่งในทุกพื้นพื้นที่ ไม่ว่าเป็นห้างสรรพสินค้า หรือตามสถานที่สำคัญรวมไปถึงบ้านต่าง ๆ อีกด้วย แต่หลายคนคงสงสัยว่า ในตำนานมีพูดแค่ต้นสนอย่างเดียวแต่ทำไมในปัจจุบันจึงมีของตกแต่งเพิ่มเต็มไปหมด ความจริงแล้วของตกแต่งบนต้นคริสต์มาสนั้นมีความหมายในตัวเองเรามาลองดูกันว่าแต่ละอย่างมีความหมายว่าอย่างไร

ของตกแต่งบน ต้นคริสต์มาส นั้นมีความหมายอะไรบ้าง

1. ดาว ดาวเป็นองค์ประกอบที่ถูกวางไว้บนสุดของต้นสน ซึ่งความหมายนั้นแบ่งออกเป็น 2 ตำนาน คือ ตำนานแรกเรียกดาวนี้ว่า Star of Bethlehem ตำนานเล่าว่าโหราจารย์ท่านหนึ่งได้มองเห็นดวงดาวที่เจิสจรัสอยู่บนท้องฟ้า จึงได้เดินทางตามแสงของดาวดวงนั้น จนไปถึงเมืองเบธเลเฮมและพบสถานที่ประสูติของพระเยซูที่ ดังนั้นจึงให้ดาวเป็นสัญลักษณ์ของการเสด็จลงมาจุติบนโลกมนุษย์ของพระเยซู ตำนานที่สองเกิดขึ้นก่อนสมัยคริสตกาลในหมู่ชาวยิว ซึ่งชาวยิวเชื่อว่า ดาวนี้สามารถไล่สิ่งชั่วร้ายไม่ว่าจะเป็นภูตผีหรือปีศาจได้ เป็นสัญลักษณ์ที่แพร่หลายในตะวันออกกลาง ซึ่งเรียกดาวนี้ว่า ดาวของดาวิด (Star of David) 

2. กระดิ่ง และระฆัง ตามตำนานในก่อนคืนวันคริสต์มาส มีเสียงกระดิ่งดังก้องกังวานไปทั่วเป็นการเฉลิมฉลองที่พระเยซูประสูติซึ่งตรงกับวันที่ 24 ธันวาคมตรงกับวันคริสต์มาสอีฟ ดังนั้นการสั่นกระดิ่งหรือตีระฆังจึงมีนัยยะว่าสามารถลดพลังงานไม่ดีลงได้ แต่ในปัจจุบันใช้เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นวันคริสต์มาส 

3. พวงมาลัยคริสต์มาส หรือรู้จักกันในชื่อที่เรียกว่า หรีดคริสต์มาส มักจะใช้ประดับหลากหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นประตูบ้าน ก็ได้ มีความเชื่อที่ว่าจะช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายและนำความโชคดีมาให้ และเป็นสัญลักษณ์เพื่อรำลึกถึงมงกุฎของพระเยซู

4. แอปเปิ้ล หลายคนอาจจะไม่คุ้นเคยกับการใช้แอปเปิ้ลมาประดับ แต่สำหรับคนที่ศรัทธา ลำต้นของแอปเปิ้ลนั้นคล้ายคลึงกับต้นไม้แห่งชีวิตบนสวนสวรรค์

นอกจากของประดับตกแต่งที่มีความหมายแล้ว ยังมีของประดับอื่น ๆ ที่เพิ่มความสวยงามให้กับต้นคริสต์มาสได้อีก ไม่ว่าจะเป็นลูกตุ้มประดับ ไฟระยิบระยับ หรือหลายคนจะเพิ่มโบว์ผ้าเพื่อความน่ารักอีกด้วย หรือหากว่าบ้านใครมีพื้นที่ขนาดใหญ่ก็ลองหาคริสต์มาส ขนาดใหญ่ ไปวางเพื่อเพิ่มความสดใสของบ้านได้อีกด้วย ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขแบบนี้หากใครยังไม่เคยมีช่วงเวลาดี ๆ ในช่วงคริสต์มาสก็ลองหาต้นคริสต์มาสไปไว้ที่บ้านดู รับรองว่าจะสนุกกับเทศกาลปลายปีเพิ่มขึ้นแน่นอน 

ติดตามบทความ เนื้อหาสาระดีๆ ที่จะมีอัพเดทคุณเกี่ยวกับเรื่องบ้าน และ ไลฟ์สไตล์ ไปกับเราได้ที่นี่

ต้นคริสมาสต์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *