เตาอบไฟฟ้า

เตาอบไฟฟ้า เลือกได้ไม่ยากอย่างที่คิด! ใครก็สามารถเป็นเชพได้ง่าย ๆ ที่บ้าน

การทำอาหาร เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นในสมัยนี้มาก เพราะสามารถค้นหาสูตรอาหารต่าง ๆ ได้จากเว็บไซต์ออนไลน์ ที่เพียงคลิกเข้าไปไม่กี่ที ก็สามารถ หาสูตรอาหารเมนูต่าง ๆ ได้ทั้งคาว และหวาน สำหรับใครที่ชอบทำอาหาร โดยเฉพาะอาหารประเภทอบ ก็สามารถเริ่มได้ง่าย ๆ เพียงมี เตาอบไฟฟ้า ไว้ที่บ้าน ก็เลือกทำอาหารได้ตามใจชอบหลายเมนู แต่ถ้าไม่รู้ว่าจะเลือกแบบไหนดี หรือ ไม่มั่นใจ ว่าควรเลือก เตาอบไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี เราก็มีเทคนิคการเลือกซื้อดี ๆ มาบอกกัน

เคล็ดลับการเลือกเตาอบไฟฟ้าแบบง่าย ๆ แต่ได้ของดี

· ความจุของเตา ก่อนเลือกซื้อควรดูก่อนว่า ต้องการนำไปใช้งานในด้านไหน เช่น ใช้งานในบ้าน ใช้ทำอาหาร หรือขนมขายเล็กๆ หรือ ใช้สำหรับร้านอาหาร หรือร้านขนมขนาดใหญ่ ฯลฯ เพราะแต่ละชนิด ควรจะเลือกใช้ขนาดที่ไม่เท่ากัน หากต้องการใช้งานในบ้านก็มีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 9 ลิตร ขึ้นไป เหมาะสำหรับการทำอาหารในปริมาณที่ไม่มาก แต่ถ้ามีสมาชิกในบ้านหลายคน ควรเลือกขนาดที่ใหญ่ขึ้นมา โดยมีให้เลือกกันมากกว่า 90 ลิตร กันเลยทีเดียว เตาอบแบบไฟฟ้ามีให้เลือก 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ เตาอบไฟฟ้า แบบตั้งโต๊ะ และ แบบบิวท์อิน โดยแบบตั้งโต๊ะจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก ออกแบบมาให้ใช้งานได้สะดวก เคลื่อนย้ายง่าย ส่วนแบบบิวท์อิน เป็นแบบฝังติดไว้กับโต๊ะ หรือผนัง ข้อดีคือ ดีไซน์สวยงาม ประหยัดพื้นที่ มีขนาดใหญ่ และ ทำอาหารได้จำนวนมาก

· จำนวนช่องอบ โดยส่วนมากแล้ว หากเป็นเตาขนาดเล็กจะมีช่องอบอยู่ที่ 1 – 2 ช่อง ข้อดีของการมีช่องอบมากคือ สามารถทำอาหารพร้อมกันได้หลายเมนู แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความจุของเตา และความต้องการในการใช้งานด้วย หากต้องการใช้อบขนมพวกเบเกอรี่ หรือพิซซ่า แบบที่มีหลายช่อง ก็ช่วยให้อบขนมได้เยอะกว่า โดยทุก 10 ลิตร ควรมีช่องอบสำหรับวางตะแกรง 1 ช่อง

· ระดับความร้อน โดยส่วนมากแล้ว จะมีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 200 – 250 องศาเซลเซียส เป็นระดับความร้อนที่ใช้อบได้ทั้งของคาว และของหวาน หากจำเป็นต้องใช้ความร้อนมาก ควรเลือกรุ่นที่ทำอุณหภูมิได้สูง และ ควรเลือกจากกำลังไฟด้วย เพราะหากมีกำลังไฟมากก็จะรองรับการทำงานได้มากกว่า

· ระยะเวลาในการอบ อาหารแต่ละประเภทจะใช้ระยะเวลาการอบไม่เท่ากัน หากเป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ จะใช้เวลาอบค่อนข้างนาน แต่หากเป็นของหวานจะใช้เวลาไม่ค่อยนาน จึงควรเลือกรุ่นที่สามารถตั้งเวลาการอบได้ตามที่ต้องการ เช่น ตั้งเวลาได้สูงสุด 60 นาที, ตั้งเวลาได้สูงสุด 120 นาที ฯลฯ เป็นต้น

· ระบบความปลอดภัยสูง เพราะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำงานโดยใช้ความร้อน จึงควรมีระบบความปลอดภัยที่สูง เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน เช่น ระบบตัดไฟอัตโนมัติ ระบบป้องกันเตาอบระเบิด ฯลฯ 

· ระบบการกระจายความร้อน แม้จะเป็นเตาขนาดใหญ่ แต่หากมีระบบการกระจายความร้อนไม่ดี ก็อาจทำให้อาหารสุกไม่ทั่วถึงได้ ควรมีระบบการกระจายความร้อนในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ระบบแยกส่วน ระบบไฟบน ระบบไฟล่าง ระบบลมร้อน ฯลฯ เพื่อให้อาหารสุกทั่วถึง

· ช่องระบายความร้อน ควรมีช่องระบายความร้อนในตัว เพราะเป็นช่องที่เตาอบจะระบายความร้อนออกมาเมื่อทำงาน เพื่อไม่ให้เตาอบร้อนจนเกินไป และด้านของเตาที่มีช่องระบายความร้อน ควรตั้งให้ห่างจากผนัง และไม่ควรนำอะไรไปบัง เพราะจะทำให้ระบายความร้อนออกมาได้ไม่ดี

· ฟังก์ชันเสริม เช่น กระจกกันความร้อน ช่วยป้องกันเวลาที่เราเผลอไปสัมผัสโดนกระจก แล้วโดนความร้อนลวกที่ผิวหนังได้ เพราะหากเป็นรุ่นที่ไม่กันความร้อน ก็อาจเผลอลวกมือได้เหมือนกัน, ไฟแสดงสถานะการทำงาน เพื่อให้ทราบว่าเตาทำงานเสร็จ หรือยัง, ขาตั้งแบบมียางรอง ช่วยป้องกันเตาลื่น และป้องกันโต๊ะเป็นรอยได้

นอกจากเทคนิคดี ๆ ในการเลือกซื้อ เตาอบไฟฟ้า เหล่านี้แล้ว ยังควรคำนึงถึงเรื่องคุณภาพเป็นหลัก โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้ว่าควรจะเลือกซื้อ เตาอบไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี? แนะนำให้เลือกจากคุณภาพเป็นหลัก และ ตามด้วยประโยชน์การใช้งาน เพราะหากเตาอบมีคุณภาพดี ก็จะช่วยให้ใช้งานได้นาน และ สร้างความสะดวกสบายในการใช้งานได้ ควรดูแลอย่างถูกวิธี ทำความสะอาดหลังจากเลิกใช้งานทุกครั้ง ถอดปลั๊กเมื่อเลิกใช้งาน และใช้น้ำยาทำความสะอาดเตาเช็ดให้ทั่ว

เตาอบไฟฟ้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *