เครื่องซักผ้า

7 พฤติกรรมควรเลิกหากไม่อยากให้ เครื่องซักผ้า ของคุณต้องพังก่อนเวลา

เครื่องซักผ้า เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่นิยมใช้กันในทุก ๆ บ้าน เพราะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยให้การซักผ้า เครื่องนุ่งห่ม หรือเครื่องนอนต่าง ๆ ทำได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องออกแรงเยอะ ช่วยประหยัดเวลาการซักและการตาก สามารถอบหมาดและนำไปตากแดดได้เลย เพียงไม่นานก็แห้งแล้ว สำหรับใครที่ไม่อยากให้เครื่องทุ่นแรงชิ้นนี้ต้องพังไปก่อนเวลาควรเลือกใช้อย่างถูกวิธีและหลีกเลี่ยง 7 พฤติกรรมที่จะทำให้พังเร็วขึ้นดังต่อไปนี้

7 พฤติกรรมต้องเลิก! ถ้าไม่อยากให้ เครื่องซักผ้า ต้องพังลงซะก่อน!

1. ใส่ผ้าเยอะเกินไป แต่ละรุ่นจะมีขนาดบอกเอาไว้ว่ามีขนาดเท่าไหร่ เช่น 9 กิโลกรัม, 14 กิโลกรัม ฯลฯ จึงควรใส่ผ้าในปริมาณที่เหมาะสม ไม่อัดแน่นจนเกินไป เพราะจะทำให้เครื่องต้องทำงานหนัก เมื่อบวกกับระดับน้ำแล้วจะทำให้เครื่องรับน้ำหนักที่มากขึ้น เมื่อเกิดแรงเหวี่ยงจะทำให้เครื่องเกิดการสั่นสะเทือนและพังได้

2. ตั้งบนพื้นที่ไม่เสมอกัน ควรตั้งในพื้นที่เรียบเสมอกันทั้ง 4 ด้านและควรใช้ฐานรองเครื่องเสมอ เพราะนอกจากจะช่วยรับน้ำหนักได้ดีแล้วยังช่วยป้องกันการสั่นสะเทือนได้ด้วย ไม่ควรตั้งบนพื้นที่สูงหรือหมิ่นเพราะอาจทำให้เครื่องหล่นเมื่อการเกิดสั่นสะเทือนได้

3. ใช้งานหนักจนเกินไป ในแต่ละวันควรซักผ้าไม่เกิน 2 – 3 รอบเพราะหากซักติดต่อกันมากจนเกินไปจะทำให้เครื่องทำงานหนักและมีอายุการใช้งานที่สั้นลงได้ ส่วนการซักควรซักให้เสร็จในครั้งเดียวเพราะการเปิด – ปิดซักบ่อย ๆ จะทำให้เปลืองไฟมากกว่า

4. เลือกโหมดการซักที่เหมาะสมกับชนิดของผ้า ที่เครื่องซักผ้าจะมีโหมดการซักต่าง ๆ ให้เลือก เช่น โหมดซักผ้ายีนส์ โหมดซักผ้าห่ม โหมดอัตโนมัติ โหมดนุ่มนวล ฯลฯ ควรเลือกโหมดให้ตรงกับชนิดของเนื้อผ้า เพราะแต่ละโหมดจะมีระบบการซักที่ไม่เหมือนกัน 

5. ไม่เคยทำความสะอาดถังซักเลย ควรทำความสะอาดถังซักอย่างน้อยทุก 3 เดือนด้วยการล้างถังซักโดยใช้โหมดล้างถังเพื่อทำความสะอาดถังในซอกมุมต่าง ๆ โดยโหมดล้างถังจะทำงานด้วยระบบน้ำอุ่น ช่วยขจัดคราบสกปรกและกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้ยังควรนำถุงกรองฝุ่นและถาดใส่ผงซักฟอกออกมาล้างทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ

6. ไม่นำเครื่องประดับ เหรียญ หรือของอื่น ๆ ออกจากเสื้อผ้าก่อนซัก ก่อนซักควรตรวจเอาสิ่งของออกจากกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงออกก่อน ไม่ว่าจะเป็นเหรียญ เครื่องประดับ หรืออื่น ๆ เพราะจะทำให้ไปขีดข่วนหรือกระทบกับถังซักได้ ส่วนเสื้อผ้าที่มีเครื่องประดับควรแยกซักด้วยการนำมาซักมือ เพราะแรงเหวี่ยงของเครื่องอาจทำให้เครื่องประดับหลุดได้

7. เลือกระดับน้ำไม่พอดีกับปริมาณผ้า ควรเลือกระดับน้ำให้พอดีกับปริมาณผ้า เพราะหากเลือกระดับน้อยเกินไปจะทำให้ทำความสะอาดไม่ทั่วถึง หรือหากเลือกระดับน้ำมากเกินไปก็จะทำให้เปลืองน้ำได้

ประเภทของเครื่องซักผ้าและการเลือกใช้งาน

· แบบมินิ เป็นเครื่องขนาดเล็กแบบถังเดี่ยวที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายขึ้น เหมาะสำหรับการซักผ้าชิ้นเล็ก เช่น ผ้าอ้อม ผ้าเช็ดหน้า เสื้อผ้าเด็ก ถุงเท้า รองเท้า ฯลฯ 

· แบบถังคู่ เป็นเครื่องที่ทำงานด้วยระบบกึ่ง Manual ออกแบบมามี 2 ถัง ได้แก่ ถังซัก และถังปั่นแห้ง สามารถเลือกระดับน้ำได้เอง ตั้งเวลาซักได้ ตั้งเวลาอบแห้งได้

· แบบฝาบน เป็นชนิดที่นิยมใช้กันมากที่สุด ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ ใช้งานง่าย ตัวถังเป็นแนวตั้ง ฝาเปิดอยู่ด้านบน เปิด – ปิดใช้งานง่าย มีราคาไม่สูงมาก

· แบบฝาหน้า เป็นชนิดที่นิยมใช้เช่นกันแต่จะมีราคาสูงกว่าแบบฝาบน เครื่องซักผ้าฝาหน้าทำงานด้วยการหมุนซักแบบแนวนอน ช่วยลดแรงเหวี่ยงลงได้ มีแรงเหวี่ยงที่เบากว่าแบบฝาบน เป็นประเภทที่ช่วยถนอมเนื้อผ้าได้ดี มีการซักอย่างนุ่มนวล และช่วยประหยัดน้ำได้มากกว่า

หากไม่อยากให้เครื่องซักผ้าของคุณต้องพังลงก่อนเวลาก็อย่าลืมใช้งานอย่างถูกวิธีและเลือกประเภทที่เหมาะกับการใช้งานและควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งานด้วย เช่น หากบ้านมีสมาชิกหลายคนควรเลือกขนาด 14 กิโลขึ้นไป เพราะสามารถรองรับปริมาณผ้าได้มากกว่า ทำให้ไม่ต้องซักหลายรอบ และช่วยประหยัดไฟลงได้

ติดตามอ่านบทความสาระน่ารู้ เคล็ดลับดีๆเกี่ยวกับเทคโนโลยี และ ไลฟ์สไตล์ไปกับเราได้ง่ายๆ ที่นี่

เครื่องซักผ้า