หูฟัง

จะรู้ได้อย่างไรว่าหูฟังแบบไหนที่เหมาะกับเรา รู้ก่อนเลือกเพื่อการใช้งานที่ถูกใจ

นอกจากโทรศัพท์มือถือที่เรามักจะพกติดตัวกันแล้ว หูฟัง ก็ถือเป็นอีกหนึ่งของใช้ส่วนตัวที่เรามักพกติดตัวไว้ด้วยเช่นกัน เพราะสามารถหยิบขึ้นมาเสียบฟังเพลง ดูหนัง หรือดูวิดีโอต่าง ๆ ได้ อีกทั้งการใส่เอาไว้ยังช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ ช่วยให้เป็นส่วนตัวได้มากขึ้น วันนี้จึงจะพาไปดูประเภทต่าง ๆ กันว่ามีแบบไหนบ้าง แต่ละแบบเป็นอย่างไร และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับการใช้งานของเราดี

ประเภทของหูฟัง และการใช้งาน ต่างกันอย่างไร เหมาะกับการใช้งานแบบไหน

· เอียร์บัด (Earbuds) เป็นประเภทที่มีการใช้งานกันมานานที่สุด โดยใช้กันมาตั้งแต่ปี 1980 และยังนิยมใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ เป็นแบบสอดหูที่จะอยู่ทางด้านนอกรูหู ให้เสียงที่โปร่งและกว้าง โดยข้อดีของประเภทนี้คือ มีราคาไม่แพง และช่วยให้ได้ยินเสียงภายนอกได้ชัด ทำให้เราได้ยินเสียงภายนอกเวลาใช้งาน เช่น เวลาเดินอยู่ข้างถนน ทำให้ได้ยินเสียงแตรรถและระวังตัวได้ แต่ข้อเสียคือ ค่อนข้างแข็ง เมื่อใส่นาน ๆ จะทำให้เจ็บหูได้

· อินเอียร์ (In-Ear) เป็นแบบสอดเข้าไปในรูหูโดยมีจุกยางครอบอยู่ ช่วยให้ไม่เจ็บหูและช่วยป้องกันเสียงภายนอกรบกวนได้ระดับหนึ่ง ไม่ถึงกับไม่ได้ยินเลย แต่ป้องกันได้ดีกว่าแบบเอียร์บัด เป็นแบบที่นิยมใช้ในปัจจุบันนี้ เพราะช่วยให้มีสมาธิและการดูวิดีโอหรือฟังเพลงได้ดี ไม่ทำให้เจ็บหู

· แบบคาดหัว (Headphones) เป็นแบบใส่คาดหัว แบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ แบบแนบหูและแบบครอบหู นิยมใช้ใส่เล่นคอมพิวเตอร์ เล่นเกม ฟังเพลง ฯลฯ

· แบบเกี่ยวหู (Ear Clips) มีลักษณะคล้ายกับแบบครอบหูแต่มีขนาดเล็กกว่า มาพร้อมกับสายเกี่ยวหูที่ช่วยให้สวมใส่ได้แน่นมากขึ้น ไม่หลุดง่าย อีกทั้งยังไม่ทำให้เจ็บหูด้วย 

· หูฟังบลูทูธไร้สาย (Bluetooth Wireless Headphones) เป็นอีกหนึ่งประเภทที่กำลังมาแรงในปัจจุบันนี้เพราะเป็นแบบไร้สายที่ไม่มีสายมาพันกันให้กวนใจ ทำงานด้วยระบบบลูทูธ ใช้งานง่าย พกพาสะดวก แต่มีราคาที่ค่อนข้างสูงกว่าแบบทั่วไป สามารถชาร์จแบตเตอรี่กับแท่นชาร์จในกล่องได้

· แบบสั่นกระดูก (Bone Conduction Headphones) หลายคนอาจยังไม่ค่อยคุ้นหูกันสักเท่าไหร่เพราะออกแบบมาสำหรับการขี่จักรยานโดยเฉพาะ โดยการทำงานจะใช้ระบบการสั่นกระดูกเข้าไปเพื่อให้เกิดเสียงโดยที่ยังได้ยินเสียงภายนอกอยู่

· แบบตัดเสียงรบกวน (Noise-Cancelling Headphones) เป็นแบบที่ช่วยตัดเสียงรบกวนจากภายนอกได้อย่างดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการใส่ทำงานเกี่ยวกับระบบเสียงโดยเฉพาะ เช่น การทำดนตรี การทำเพลง ฯลฯ

หูฟัง ใช้อย่างไรให้ไม่เป็นอันตรายต่อหู 

· ไม่ใช้งานต่อเนื่องนานเกินไป ไม่ควรใส่หูฟังติดต่อกันเป็นเวลานานจนเกินไปเพราะจะส่งผลกระทบต่อหูและการได้ยินได้ ควรใส่ไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อครั้ง และควรถอดออกเพื่อพักหูอย่างน้อย 5 นาที

· ไม่เปิดเสียงดังจนเกินไป ควรเปิดเสียงไม่ให้ดังเกิน 60 เปอร์เซ็นต์ เพราะหากเปิดเสียงดังเกินไปจะส่งผลต่อการได้ยินในระยะยาวได้ ส่งผลให้ประสาทหูอักเสบหรือหูหนวกได้

· เลือกใช้แบบที่ได้ยินเสียงภายนอก อย่างไรก็ตามการเลือกใช้แบบที่ได้ยินเสียงภายนอกถือว่ามีความปลอดภัยต่อการใช้งานมากกว่า เพราะช่วยให้เราได้ยินเสียงภายนอกและมีสติขณะใช้งาน สามารถรับรู้ได้ว่าในขณะนั้นเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง เช่น การข้ามถนน ที่หากเลือกประเภทที่ตัดเสียงภายนอกและเปิดเพลงเสียงดังจนเกินไปจะทำให้ไม่ได้ยินเสียงรถหรือเสียงภายนอก ทำให้เกิดอันตรายได้

· เลือกสินค้าที่มีคุณภาพดีและได้มาตรฐาน ควรเลือกใช้แบบที่ได้มาตรฐานเพราะให้คุณภาพเสียงที่ดีมากกว่า อีกทั้งยังมีความปลอดภัยมากกว่า โดยเฉพาะการเสียบใช้งานในขณะที่ชาร์จแบตเตอรี่ที่เราได้เห็นอันตรายตามข่าวกันอยู่บ่อย ๆ 

สำหรับใครที่จะเลือกซื้อหูฟังก็อย่าลืมเลือกซื้อให้ถูกประเภทและเหมาะสำหรับการใช้งานของตนเอง หากชอบแบบที่พกพาได้สะดวกไม่ยุ่งยากหูฟังบลูทูธก็ตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดี และควรหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอเพื่อป้องกันการเกิดแบคทีเรียและฝุ่นสะสม และควรหลีกเลี่ยงการใช้งานร่วมกับผู้อื่นด้วย

หูฟัง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *