หลอดไฟ led

หลอดไฟ led เลือกซื้ออย่างไรให้ตรงใจและตอบโจทย์การใช้งาน

ในวันนี้ตามอาคารบ้านเรือนต่าง ๆ นิยมใช้ หลอดไฟ led ในการให้แสงสว่างกันมากขึ้น ส่วนหนึ่งนั้นเพราะว่าหลอด led สามารถให้ ความสว่าง มากกว่าหลอดไฟทั่วไป อีกทั้งยังประหยัดไฟกว่าและยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานด้วย แต่ทว่าหลอด led ก็มีให้เลือกหลายแบบด้วยกัน จนบางทีก็รู้สึกสับสนว่าจะเลือกแบบไหนดี ครั้งนี้เราจึงมีคำแนะนำในการเลือกซื้อหลอด led มาบอกกัน

อาคารที่พักอาศัยควรใช้หลอดไฟสักกี่วัตต์และควรใช้จำนวนเท่าไหร่

ก่อนจะซื้อหลอดไฟ led มาใช้สิ่งที่เราควรเข้าใจก่อนก็คือ แต่ละจุดภายในที่พักอาศัยมีความต้องการแสงสว่างที่แตกต่างกัน บางมุมภายในบ้านไม่จำเป็นต้องสว่างมากก็ได้ จะได้ช่วยประหยัดไฟ ส่วนมุมไหนของบ้านที่จำเป็นต้องใช้บ่อย หรือเป็นจุดอันตรายก็จำเป็นจะต้องให้สว่างมากขึ้นสักหน่อย

ตรงนี้จึงเป็นเหตุผลที่เราควรเลือกจำนวนวัตต์ของหลอดไฟให้เหมาะสมกับการใช้งานภายในบ้าน ซึ่งจะช่วยทำให้บ้านสว่างสดใส ดูสวยงาม ปลอดภัยและประหยัดไฟไปด้วยในเวลาเดียวกัน ซึ่งหลักเบื้องต้นในการพิจารณาเรื่องวัตต์ของหลอดไฟแอลอีดีนั้น เราจะคำนวณจากพื้นที่และความสูงของห้อง เช่น

· ห้องทำงาน: ถ้ามีพื้นที่ทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 15 ตร.ม. ความสูงอยู่ที่ 2.5 เมตร พื้นที่ประมาณนี้หากใช้เป็นหลอดไฟ led 5 วัตต์ ก็ควรใช้จำนวน 10 หลอด แต่ถ้าใช้เป็นหลอด 7 วัตต์ จำนวนก็ลดลงมาแค่ 6 หลอดก็น่าจะเพียงพอแล้ว

· ห้องนอน: ถ้ามีพื้นที่ทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 25 ตร.ม. ความสูงอยู่ที่ 2.5 เมตร ก็ควรใช้หลอดไฟแอลอีดี 7 – 7.5วัตต์ และใช้จำนวน 4 หลอดก็น่าจะเพียงพอแล้ว

· ห้องนั่งเล่น: ถ้ามีพื้นที่ทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 20 ตร.ม. ความสูงอยู่ที่ 2.5 เมตร ก็ควรใช้หลอดไฟ 9 วัตต์ ประมาณ 4 หลอดเพื่อให้ห้องมีความสว่างพร้อมกับมีบรรยากาศที่สดใสมากขึ้นอย่างนี้เป็นต้น

องค์ประกอบในการเลือกซื้อ หลอดไฟ led มีอะไรบ้าง

เมื่อเรารู้แล้วว่า เราจะติดตั้งหลอดไฟตรงไหนของบ้าน ติดห้องไหน ใช้กี่วัตต์และจำนวนเท่าไหร่ ต่อมาก็ต้องมาดูในส่วนอื่น ๆ ที่เป็นองค์ประกอบในการเลือก จะได้เลือกซื้อได้อย่างเหมาะสม ซึ่งก็จะมี

สีของแสงจาก หลอดไฟ led

โดยปกติแล้วหลอดไฟจะมีการแบ่งโทนสีของแสงจากหลอดไฟออกเป็น 3 แบบ คือ

1. Warm white – สีจะออกโทนแดงส้ม ซึ่งจะเป็นโทนสีอบอุ่น

2. Cool white – สีจะออกโทนขาว ให้ความรู้สึกเย็นสบายตา และเราจะรู้สึกว่าสว่างกว่าแบบที่ 1 

3. Day light – สีจะออกโทนขาวอมฟ้า จะให้ความรู้สึกเป็นแสงธรรมชาติเหมือนตอนกลางวัน

ทีนี้จะเลือกสีไหนก็ต้องพิจารณาด้วยว่า ห้องที่เราจะนำหลอดไปติดตั้งนั้นเป็นห้องไหน และต้องการแสงประมาณไหนถึงจะดูดีมีความเหมาะสม

ขั้วของหลอดไฟ

ขั้วของหลอดไฟนั้นมีทั้งแบบขั้วเกลียว แบบเกลียวเล็กก็มี หรือแม้แต่ แบบขั้วเสียบก็มี ดังนั้น ต้องซื้อให้ตรงกับขั้วหลอดด้วยไม่อย่างนั้นจะใส่ด้วยกันไม่ได้

รูปทรง

ปัจจุบันหลอดไฟ led มีดีไซน์รูปทรงออกมาหลายแบบ เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับบ้าน แต่โดยหลัก ๆ แล้วก็จะมีอยู่ 3 ทรง นั่นคือ

· ทรงกลม: เหมาะจะใช้กับโคมไฟหรือโคมโป๊ะ แบบนี้จะให้แสงในองศาที่กว้าง

· ทรงยาว: สามารถใช้ทดแทนหลอดฟลูออเรสเซนต์ได้ เหมาะสำหรับติดตั้งให้แสงสว่างทั่วไป

· ทรงจำปา: เหมาะสมสำหรับใช้กับโคมไฟประดับ แสงจะให้ออกมาคล้าย ๆ แสงแทน คือจะออกสลัว ๆ ใช้เพิ่มบรรยากาศ

ความใสและความขุ่น

ผิวเคลือบของหลอด led จะมีให้เลือกทั้งแบบใสและแบบขุ่น ซึ่งผิวเคลือบหลอดนั้นมีผลต่อการให้แสง หลอดใสนั้นจะให้การกระจายแสงที่มาก จึงเหมาะกับโคมไฟที่มีการออกแบบพิเศษเพื่อให้แสงไฟที่สวยงาม ส่วนหลอดแบบขุ่นนั้นจะเน้นให้แสงที่สม่ำเสมอ จึงเหมาะกับการใช้ทั่วไป

ทั้งหมดนี้คือหลักการเลือกซื้อหลอดไฟ led ซึ่งถ้าพิจารณาตามที่กล่าวมานี้ จะทำให้คุณสามารถเลือกซื้อได้ง่ายมากขึ้น และสามารถซื้อได้อย่างไม่มีผิดพลาดเหมาะสมกับการใช้งาน อย่างไรก็ดี ก็ควรจะดูด้วยว่าหลอดไฟนั้น ๆ มีการรับรองมาตรฐานหรือไม่ มีเครื่องหมาย มอก. และฉลากเบอร์ 5 ประหยัดไฟด้วยหรือเปล่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณได้หลอดไฟที่ตอบโจทย์คุณมากที่สุดนั่นเอง ติดตาม บทความ และ เนื้อหาสาระมากมายเกี่ยวกับบ้าน และ ไลฟ์สไตล์ ได้ที่นี่

หลอดไฟ led

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *